เรื่องเล่าจากคนพิการ(รุนแรง)คนหนึ่ง.... blog นี้ ทำขึ้น เพื่อหวังเพียงว่า ประสบการณ์ชีวิต และสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในช่วงชีวิตทั้งก่อนและพิการของผม จะพอมีประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ในสังคมบ้าง กำลังใจที่ทุกท่านมีให้ ก็ยินดีรับครับ แต่ถ้าเป็นไปได้"ความเข้าใจ"สำคัญที่สุดรับ
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
10 เมษายน 2551

๑๔.พี่วิมล....คนพิการ ปัญหา และทางแก้

ที่หยิบเรื่อง พี่วิมลมาคุย ในบทก่อน ก็เพราะว่า ผมคิดว่า....ผม(คิดเอาเอง)ว่า ผม เข้าใจความรู้สึกพี่วิมลดี เพราะ เคยช่วงเวลาหนึ่งในชีวิต.... เวลาที่มีสถานการณ์มากดดัน บีบคั้น ในชีวิตสูงมากๆ ไม่ว่าจะ มาจาก ภายนอกตัวเรา หรือจากสภาพความพิการของตัวเอง ผมเคยคิด..แม้กระทั่งว่า หมา แมว ตัวนึงมันยังมีค่ากว่าผมเลย....

อย่างน้อย....มันก็ให้ความสุข สบายใจ กับคนอื่นได้ แล้วยัง ไม่เป็นภาระกับใครมากนัก อีกต่างหาก

เนื่องจาก...๕ ปีมานี้ ผมออกมา ทำงานที่เกี่ยวข้องกับคนพิการหลายด้าน จึงมีโอกาส พบเห็นชีวิตคนพิการมากมาย...หลายคน ในหลากหลายสถานภาพ ตั้งแต่โดนทอดทิ้ง ไม่มีใครรับผิดชอบ ต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์ จนถึงคนพิการระดับผู้นำ หรือร่ำรวย(ทั้งครอบครัวมีฐานะอยู่เอง และสร้างฐานะด้วยตัวเอง)

เพราะฉะนั้น...พี่วิมลไม่ใช่คนพิการคนแรกและคนเดียวที่ผมเจอ แล้วคิดแบบนั้น แน่นอนครับ ตอนนี้...มาดูวิธีแก้ไขเบื้องต้น ที่เคยลองกันมา แล้วได้ผลกัน ครับ

พี่วิมล ควรได้รับบริการ การให้คำปรึกษาฉันเพื่อน (Peer Counseling)
จากบริการนี้ พี่วิมลจะได้รับการเยียวยาทางจิตใจ จาก "ผู้ให้คำปรึกษาฉันเพื่อน (Peer Counselor)" ซึ่งเป็นคนพิการด้วยกัน ผ่านประสบการณ์ชีวิต ที่ใกล้เคียงกันมาก่อน อีกทั้งยังเป็นโอกาสได้พบ คนพิการต้นแบบ (Role Model สำคัญมากครับ ตัวผมและคนพิการหลายคน พลิกชีวิต เพราะกระบวนการนี้)

ถ้ามีองค์กรคนพิการท้องถิ่นที่เข้มแข็ง สามารถประสานขอการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เรื่องกายอุปกรณ์ (สามารถเบิกจากรพ.ประจำจังหวัดได้ฟรี)ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ค่าจ้างผู้ช่วยเหลือ ช่วยทำกิจวัตรประจำวัน วันละ 2-4 ชั่วโมง(ตรงนี้ ที่จริง อยากให้เป็น "รัฐสวัสดิการ " สำหรับคนพิการรุนแรง เลยครับ เพราะจำเป็นมากๆ)



ที่จริงแล้วคำว่า"คนพิการ" ในบางประเทศที่เจริญแล้ว หรือตามแนวคิดแบบการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ (Independent Living หรือ IL) ไม่มีนะครับ มีแต่ สิ่งแวดล้อมที่พิการ สังคมที่พิการ

เช่น"คนพิการ แขน ขา" ถ้าได้ แขน ขาเทียม ที่เหมาะสม..ก็จะสามารถใช้ชีวิต เฉกเช่น "คนไม่พิการ" ส่วน"คนพิการ ที่ต้องนั่งรถเข็น" ถ้าเขาสามารถไปไหนมาไหน โดยรถสาธารณะ เข้าออกอาคารสถานที่ ต่างๆ โดยมี ลิฟท์ ทางลาดให้เขา เขาก็สามารถไปเรียน หรือไปทำงานได้ เช่นคนไม่พิการ
หรือถ้า "พิการรุนแรง" ก็ควรมี"ผู้ช่วยเหลือ"ตามความจำเป็น

"คนหูหนวก และตาบอด"ก็เช่นกัน ถ้ามี"ล่ามภาษามือ" ให้คนหูหนวก หนังสืออักษรเบรล หนังสือเสียง หรือโปรแกรมช่วยคอมพิวเตอร์ สิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับ คนตาบอด และหูหนวก พวกเขาก็สามารถ สื่อสารกับคนอื่นๆ ไปเรียนหนังสือ ทำงานและรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆได้


ที่สำคัญ....."กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์" ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับคนพิการโดยตรง ก็เป็นกระทรวงเกรด D- ในสายตาของนักการเมืองไทย(ดู รมต.คนปัจจุบันสิครับ วันก่อน...เห็นที่กระทรวงอยู่หลัดๆ จะโดนสอย....ซะแล้ว)


ที่จริง...ผมมักโดนคนพิกาาร รวมทั้งญาติๆ นำมาเป็นข้ออ้างบ่อยๆ ว่า...ที่ผมมีชีวิตแบบนี้ได้ เพราะว่า ครอบครัว และฐานะทางสังคมของผมดีกว่าเขา ยอมรับว่า....ก็อาจจะมีส่วนจริงอยู่ครับ แต่ถ้า ผมไม่ยอมรับตัวเอง แล้วเปิดตัวออกมาในวันนี้ ผมคงยังนอนจม อึ ฉี่ อยู่อย่างแน่นอนครับ

ในอีกด้าน ผมเห็นคนพิการรุนแรงอีกหลายคน หลังจาก...ได้รับการฟื้นฟู มีกำลังใจขึ้นมาแล้ว จะพยายามช่วยเหลือตนเอง เท่าที่พอทำได้ เพื่อลดความเป็นภาระลงไป



ลองฟังเรื่องราวของคนพิการ คนนึงนะครับ



วันแรกที่พบพี่สิงห์ เมื่อ ๖ เดือนก่อน ที่ช่องแสมสาร สัตหีบ พี่เป็นอัมพาตจากอาการป่วยที่ไขสันหลง ที่เขาต้องนอนมาเพราะ ใครๆ ก็บอกว่า... แกนั่งรถเข็นปกติไม่ได้ กินข้าวเองไม่ได้ ต้องนอนให้แม่อายุ เกือบ 80 ป้อนข้าว น้ำ เช็ดตัว จนขาเป็นคราบไคลหนา ข้อเท้าติด แข็ง ปลายเท้าจิกลง เพราะไม่ได้รับถ่ายทอด วิธีการดูแลตัวเอง อย่างถูกต้อง(เรื่องครอบครัวขอเว้นไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ แต่ บอกได้แค่ว่า...ไม่ได้เพียบพร้อม แต่อย่างใดเลยครับ)

สภาพปัจจุบัน



ร่างกายแข็งแรงขึ้น สามารถเข็นรถเองได้แล้ว ช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น กินข้าวได้ด้วยตัวเอง แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้าน อาสาสมัครออกมาช่วยเหลือคนพิการอื่นๆ ช่วยลดภาระของแม่ไปได้เยอะเลย

ที่เล่ามานี้....เป็นแค่ส่วนเสี้ยวหนึ่ง ของปัญหาคนพิการในเมืองไทย(ที่จริง อยากเอามาลงหลายคน แต่ กลัวขออนุญาตเจ้าตัวลำบาก) ซึ่งตอนนี้...แก้ไขกันแบบตามมีตามเกิด โดยองค์กรคนพิการกันเองนี่ละครับ (Self Help Organisation) อันที่จริง...ถ้าจะแก้ไขอย่างจริงจัง ก็ควรต้องแก้ ให้เป็นระบบ อาจจะ เริ่มต้นจาก ใช้กระบวนการ สร้างพลัง ความเข้มแข็ง ความมั่นใจในตัวคนพิการขึ้นมาก่อน (Empowerment)


หลังจากได้รับการฟื้นฟูทางจิตใจแล้ว ก็ใช้ระบบสวัสดิการสังคม ขึ้นมารองรับ ในสิ่งที่จำเป็นขั้นพื้นฐาน (อาจจะเป็นไปได้ยากหน่อย....ที่จะทำตรงนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมในเมืองไทย ไม่อยากไปเทียบกับประเทศร่ำรวยอื่นๆ )

ในประเทศที่มีสวัสดิการสังคมดี เขาเก็บภาษีสูงมาก เพื่อไปใช้เป็น"รัฐสวัสดิการ"แต่ว่า.....ประเทศเรามีคนยากจนเยอะ ใช้ระบบเก็บภาษีต่ำ(พวกเราต้องหาเงิน เก็บเงิน เพื่อดูแลชีวิตตัวเอง) จึงทำให้สวัสดิการสังคมน้อยไปด้วย

เห็นมาเยอะแล้ว ชีวิตคนเรา ไม่แน่ ไม่นอนครับ บางที ก็เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่ จะตาย หรือจะพิการ อดีต ...ไม่มีวันหวนคืนมาเหมือนสายน้ำ ได้แต่คิดว่า.....ทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับ

ยิ่งเขียน ยิ่งฟุ้งซ่านไปกันใหญ่แล้ว...เรา เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ก็แอบหวังว่า อนาคตจะมีผู้บริหารประเทศมีญาติพี่น้องพิการซักคน (ไม่ได้แช่งใครนะครับ.... คนเรามันไม่แน่ จริงปะ) เขาคงจะเห็นความสำคัญของปัญหาคนพิการกันซะที ไม่ใช่ กวาดเอาไปเก็บไว้ใต้พรม เหมือนที่ผ่านมาครับ

ไปละครับ พรุ่งนี้ต้องไปไหว้ วันตายอาม่า ครบรอบ ๑๙ ปี คิดถึงอาม่าที่สุดเลยยยยย

เดี๋ยวโทรไปขออนุญาตพี่สิงห์ก่อนนะครับ




Create Date : 10 เมษายน 2551
Last Update : 10 เมษายน 2551 22:05:36 น. 6 comments
Counter : 1487 Pageviews.  

 
ขอเป็นกำลังใจให้คุณชัย นะคะ
เห็นด้วยจริงๆที่ว่า สังคม และสิ่งแวดล้อมต่างหากที่พิการ

คนพิการหลายๆคน ยังมีความสามารถทั้งสติปัญญา และ ความสามารถทางร่างกาย ดีกว่าคนธรรมดาหลายๆคนซะอีก

เข้มแข็งแบบนี้ตลอดไปนะคะ อย่างน้อยคนแบบคุณชัยก้อคือกำลังใจให้คนที่ท้อแท้ได้ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าคนนั้นจะพิการหรือไม่ก้อตาม เพราะบางคนกายไม่พิการ แต่อาจพิการทางใจค่ะ



โดย: unsa วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:22:35:40 น.  

 
สวัสดีครับ ผมอ่านบล๊อกของพี่ชัยมาทั้งหมดแล้ว
(ของบล๊อกแก๊งค์)พี่เก่งมากๆเลยครับเป็นคนกำลังใจเยี่ยมจิงๆ
น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างครับ อัพบล๊อกไวด้วยไม่รู้ให้ใครช่วยพิมพ์รึเปล่าอิอิ
วันนี้ผมเอาอะไรมาให้ดูครับ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=chattoji&month=08-2007&date=23&group=1&gblog=35
อันนี้เป็นบล๊อกของผมที่พูดถึงเรื่องคนพิการครับ

มีเรื่องอยากลองแนะนำพี่ดูว่า พี่น่าจะลองใช้การอัดเสียงลงบล๊อกแทนการพิมพ์ อาจจะช่วยให้เกิดความสะดวดสบายเป็นกันเองและช่วยให้ได้อารมณ์มากขึ้นนะครับ
ผมก็เคยอัดเสียงลงบล๊อกสนุกดีครับ แต่แรกๆยากไปหน่อยเพราะไม่รู้จะคุยอะไรอิอิ ถ้าสนใจบอกผมนะครับช่วยเต็มที่


โดย: EGAWA (EGAWA ) วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:4:42:58 น.  

 
คนพิการสำหรับสังคมไทยน่าเห็นใจที่สุดค่ะ สังคมพยายามทำเหมือนเหลียวแลและเห็นความสำคัญ แต่ก็แค่"ทำเหมือน" เพราะเอาเข้าจริงๆ น้ำตาลไม่เห็นว่าสังคมจะดูแลเขาแบบจริงใจเลยนะคะ

ไม่ทราบใครเคยสังเกตเห็นบล็อกปูทางเท้าตามถนนสายใหญ่ๆ บ้านเราไหมคะ ไม่ใช่อิฐตัวหนอน หรืออิฐหกเหลี่ยม แปดเหลี่ยมนะคะ แต่จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดใหญ่ราว ฟุต x ฟุต บางก้อนจะมีปุ่มกลมๆ นูนขึ้นมาเป็นแถวๆ บางก้อนจะเป็นรอนคลื่นยาวๆ น้อยคนจะทราบความหมาย บางคนคิดว่าเป็นลายเท่ๆ ของบล็อกปูพื้น แต่ความจริงแล้ว มันคือบล็อกปูพื้นชนิดพิเศษสำหรับคนพิการทางสายตา เวลาคนพิการเดินไปบนทางเท้า ถ้าสัมผัสพื้นถนนเป็นลักษณะรอนยาวๆ นั่นหมายความว่าถนนตรงนั้น ปกติดีเดินได้ปลอดภัยไม่มีรถพุ่งเข้ามาชนด้านข้าง แต่ถ้าสัมผัสกับพื้นถนนที่มีลักษณะเป็นปุ่มนูนๆ นั่นหมายความว่าต้องระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางแยก หรือเป็นจุดสิ้นสุดของทางเดินแล้ว

เห็นไหมคะ เรื่องเล็กๆ สำหรับคนทั่วไป แต่สำคัญมากสำหรับคนพิการทางสายตา สังคมให้ความสำคัญแค่ไหน น้อยถึงน้อยมากค่ะ ปัจจุบันถนนบางสายที่เคยมีบล็อกปูถนนลักษณะนี้ก็ไม่มีแล้ว ไม่รู้ใครเลาะไปไหนหมด แล้วก็เทปูนเรียบๆทับแทน ตีเส้นทึบสีขาวคู่หนึ่ง บอกว่าเป็นทางพิเศษสำหรับขี่จักรยาน แน่ะ..ทิ้งความปลอดภัยคนพิการซะงั้น แล้วห่วงความปลอดภัยของคนสายตาปกติดีที่สามารถช่วยตัวเองได้เฉยเลย

ถนนบางเส้น ยังมีบล็อกปูถนนแบบนี้หลงเหลืออยู่เหมือนกัน แต่คุณไปสังเกตดูสิ พอกทม.มาขุดท่อ ก็เลาะบล็อกขึ้นมากองๆไว้ พอฝังท่อเสร็จก็จับเอาบล็อกปูพื้นวางๆไปให้มันเสร็จๆ ไม่ได้สนอกสนใจความหมายอะไรเลย แผ่นที่มีปุ่มนูน ไปวางตรงโน้น แผ่นที่มีริ้วยาวๆ ไปโผล่ตรงนี้มั่ว ตายค่ะ...ถ้าพี่ๆคนพิการมาเดินตามถนนสายนี้ มีหวังรถชนตายจริงๆค่ะ

ขอโทษนะคะ ใช้พื้นที่ของคุณบ่นเยอะไปหน่อย.......ก็ของมันขึ้นนี่คะ



โดย: คุณน้ำตาล วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:9:48:12 น.  

 
ขอบคุณครับ คุณEGAWA คุณ unsa
ยืนยัน (เอ๊ะ นอนยันดีกว่า ยืนไม่ได้นี่) ว่าทำเอง 99%
แต่ที่อัพไว เพราะ ทำไว้อีกบลอกนึง ก่อนแล้วครับ
เรื่องนึงผมเขียน4-5ชม.เลยครับ

คุณคุณน้ำตาล เห็นด้วยครับว่าเขามักจะทำแบบขอไปที
ใช้จริงไม่ได้
พอถึงเวลาก็อ้างว่าคนพิการไม่ออกมาใช้ แล้วจะทำไปทำไม


โดย: kchai วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:11:19:46 น.  

 
เป็นกำลังใจให้คุณชัยค่ะ....
เราไม่ได้สู้อยู่ตามลำพังคนเดียวในโลกนี้
มีคนอีกหลายคนที่สู้ไปพร้อมกับเราค่ะ...
เป็นกำลังใจให้กับผู้พิการทุกคน....

ขอบคุณค่ะ..ที่เข้าไปเยี่ยมที่บ้าน
โลกในปัจจุบันเปลี่ยนไป สังคมก็เปลี่ยนตาม
คนก็เช่นเดียวกันค่ะ...เปลี่ยนแปลงตามสังคมด้วย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างอยู่ที่ใจค่ะ....


โดย: NuHring วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:12:34:20 น.  

 
ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ

ถึงแม้ว่าบล๊อคเราจะไม่มีอะไร
แต่ดีใจนะค่ะ ที่มำให้ชื่นใจ
เวอร์ไปมั้ยค่ะเนี้ยะ


โดย: บางส้มเปรี้ยว วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:17:42:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

kchai
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"คนพิการรุนแรง" คือ คนพิการที่จำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวันครับ สำหรับผมเอง แม้แต่กินข้าว กินน้ำ ยังต้องมีผู้ป้อน เนื่องจากไม่สามารถใช้แขน และมือได้เลย
[Add kchai's blog to your web]