< KITAMURA : ราชบุตรจากขุมนรก >
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Crows Zero : ความท้าทายที่น่าลิ้มลอง... (2007)





คุณเคยสงสัยกันบ้างมั้ยครับ ว่าเวลาดูข่าวนักเรียนช่างกลยกพวกตีกัน จริงๆแล้ว พวกเขาตีกันไปทำไม? เพราะศักดิ์ศรี? เพราะรักเพื่อน? หรือเพราะฮอร์โมนของวัยนี้ที่มันพลุ่งพล่านเกินยั้บยั้งไว้?...

โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เคยไปมีเรื่องชกต่อยกับใครที่ไหนหรอกนะครับ(ใกล้เคียงสุดก็เดินไปดูเพื่อนมีเรื่องกัน) แต่ความจริงแล้ว ไอ้อารมณ์ที่อยากตั๊นท์หน้าใครซักคน ก็เคยเกิดขึ้นกับผมบ้างเช่นกันครับ แต่โชคดี ผมไม่ได้เป็นคนที่โกรธใครได้นาน อารมณ์เหล่านั้นจึงหายไปอย่างรวดเร็ว





จากข่าวนักเรียนตีกัน และคำถามที่ว่าทำไมพวกเขาถึงได้ตีกัน? เลยทำให้ผมหยิบหนังเรื่อง “Crows Zero” ที่กำกับโดยหนึ่งในขวัญใจของผม “ทาเคชิ มิอิเกะ” มาดูอีกครั้ง หนังเรื่อง Crows Zero นี้ สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนชื่อดัง “Crows”(ชื่อไทย “เรียกเขาว่าอีกา”) ของ “ฮิโรชิ ทาคาฮาชิ”

จริงๆแล้ว ผมไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อนเลย เพิ่งจะมารู้จักก็ตอนที่มันถูกหยิบขึ้นมาสร้างเป็นหนังใหญ่แล้ว เรื่องราวคร่าวๆในการ์ตูน ก็เป็นเรื่องราวของเหล่านักเรียนชายล้วนของโรงเรียนมัธยมปลาย “ซูซูรัน” ที่วันๆเอาแต่ชกต่อย แบ่งพรรคแบ่งพวก เพื่อแย่งชิงตำแหน่งจ้าวแห่งซูซูรัน ซึ่งสำหรับเรื่องราวในฉบับภาพยนตร์นี้ จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนในหนังสือการ์ตูน ดังนั้นหนังถึงได้มีชื่อตอนว่า Zero นั่นเอง





Crows Zero เล่าเรื่องของ “เก็นจิ”(ชุน โอกุริ) ลูกชายของหัวหน้าแก็งค์ยากูซ่า “ริวเซไก”(โกโร่ คิชิตานิ) ที่ย้ายมาเป็นนักเรียนใหม่ที่โรงเรียนซูซูรัน เก็นจิ ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะขึ้นครองโรงเรียนแห่งนี้ และค่อยมารับช่วงต่องานของพ่อ อย่างที่เก็นจิบอกกับพ่อไว้

แต่ด้วยความเป็นเด็กใหม่ของที่นี่ มันทำให้เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นภารกิจชิ้นใหญ่นี้ตรงไหนดี? แล้วก็บังเอิญ เก็นจิได้มารู้จักกับ “เคน”(เคียวสุเกะ ยาเบะ)ยากูซ่าต๊อกต๋อยคนหนึ่ง ที่อ้างตัวว่าเคยเรียนที่ซูซูรันนี่ และรู้วิธีที่จะครองโรงเรียนนี้ และเคนก็ให้คำแนะนำนั่นกับเก็นจิ และเก็นจิก็ต้องเริ่มหา “พันธมิตร” มาเป็นแนวร่วม เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง แต่แล้วเก็นจิก็ต้องมาเจอกระดูกชิ้นใหญ่อย่าง “เซริซาว่า”(ทาคายูคิ ยามาดะ)นักเรียนปี3 ผู้นำของอีกแก็งค์ที่มีกำลังคนและความแข็งแกร่งมากพอที่จะใกล้เคียงกับตำแหน่งจ้าวแห่งซูซูรัน





“การจะครองที่นี่ได้ ต้องมีดีกว่าการชกต่อย เช่น ต้องมีความเป็นผู้นำ มีวีรกรรมที่กล้าหาญ...” เคนเคยกล่าวกับเก็นจิไว้ และตรงนี้เองที่เก็นจิหลงลืมไป แม้ว่าเก็นจิ จะหาแนวร่วมมาได้มากมาย(และตั้งเป็นแก็งค์ “GPS”) แต่ในหลายเหตุการณ์ ความใจร้อน ความเอาแต่ใจตัวเอง และการขาดภาวะผู้นำของเก็นจิ เริ่มส่งผลให้บางคนเริ่มทนอยู่ร่วมกับเก็นจิไม่ไหว จนพันธมิตรนี้เกือบจะวงแตก และนั่นทำให้เก็นจิต้องมานั่งทบทวนตัวเองซะใหม่

สาระสำคัญตรงนี้เอง ที่ทำให้หนังที่ดูเหมือนจะเป็นแค่หนัง(รวมไปถึงฉบับหนังสือการ์ตูน)นักเรียนชกต่อยกันอย่างไร้สาระ กลับไม่ไร้สาระอย่างที่คิด และถึงแม้ว่าพล็อตของหนังจะดูเป็น “การ์ตูน” เอามากๆ(ก็มันสร้างมาจากการ์ตูนนี่เนอะ) แต่ก็อดปฎิเสธไม่ได้ว่า มันก็สามารถให้คติสอนใจให้เราได้ดีทีเดียว





โดยเฉพาะเหล่าผู้ชาย ที่น่าจะอินกับเรื่องราวพวกนี้ได้ไม่ยาก เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องเพื่อนแล้ว เราเองหลายคนก็คงเคยเจอเหตุการณ์เหมือนในหนังบ้าง(อาจไม่เวอร์ขนาดนั้น) ทั้งเรื่องที่เคยทำอะไรห่ามๆด้วยกัน,หัวเราะด้วยกัน,สนุกด้วยกัน และบางครั้งก็ทะเลาะกันบ้าง และการทบทวนตัวเองใหม่ของเก็นจิ ก็นำไปสู่การยอมรับฟังคนอื่นๆ และการลดความเอาแต่ใจของตนเองกับความใจร้อนลง จนเก็นจิสามารถผนึกกำลังพันธมิตรใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งตรงนี้เองก็เหมือนกับที่ ถ้าเรารู้จักวิธีที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ อย่างที่เก็นจิทำ เราเองก็จะมีเพื่อนมากมายอย่างที่เก็นจิมีเช่นกัน

ประเด็นที่สําคัญอีกประเด็น ที่หนังพูดถึงอย่างชัดเจนในหลายๆฉาก และเป็นอีกคติสอนใจได้ดีคือ เรื่องความเป็น “ลูกผู้ชาย” เช่น การเล่นไม่ซื่อของลูกน้องบางคนของเซริซาว่า โดยการรุมคนของเก็นจิแบบ “หมาหมู่” ที่แม้กระทั่งเซริซาว่า ที่พอรู้ถึงเรื่องราวของเหตุการณ์ดังกล่าว เซริซาว่าถึงกับโมโหหัวเสีย “ฉันยอมสู้หัวชนฝา ดีกว่าจะมาเล่นตุกติกแบบนี้!” (พวกช่างกลบ้านเราฟังเอาไว้!)





และแม้ว่าหนังจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นลูกผู้ชายของเหล่าตัวละคร จนน่าหลงใหล แต่หนังเองก็ใส่ “คำตักเตือน” ไว้เช่นกันว่า การที่จะชีวิตแบบนี้นั้น มันช่างอันตราย และไม่มั่นคงเอาซะเลย ตัวอย่างชัดๆ เลยคือ ตัวละครที่ชื่อว่า เคน ยากูซ่าที่มาเป็นเพื่อนกับเก็นจิ เคนนั้น เลิกเรียนกลางคันที่ซูซูรัน และออกมาประกอบอาชีพเป็นลูกน้องยากูซ่า และชีวิตของเคนก็ไม่ได้รุ่งโรจน์ในอาชีพนี้อย่างที่ตั้งใจไว้ แต่การที่เคนได้มารู้จักกับเก็นจิและได้มีส่วนร่วมในการพยายามผลักดันให้เก็นจิขึ้นครองซูซูรัน มันทำให้ความฝันที่เคยอยู่ห่างไกลสำหรับเขา(การขึ้นครองโรงเรียน หรือถ้ามองในอีกแง่คือ “การประสบความสำเร็จ”) ได้ใกล้ความเป็นจริงขึ้นมาบ้าง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาก็เป็นเพียงแค่คนที่ “แก่” เกินไปสำหรับเรื่องพวกนี้แล้ว ฉากที่แสดงถึงความเป็นคนที่แก่เกินไปได้อย่างชัดเจนคือ ฉากที่เคนเดินมาดูเหล่าแก็งค์ของเก็นจิที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานกันในโรงเรียน เคนนั้นอยากจะเข้าไปมีร่วมสนุกด้วย แต่ก็โดนรั้วเหล็กของโรงเรียนกั้นขวางไว้ และเคนยิ่งรู้สึกถึงความอันตรายและความไม่มั่นคงของการใช้ชีวิตในโลกแบบนี้ยิ่งขึ้นเมื่อ หัวหน้ายากูซ่าของเขา สั่งให้เขาฆ่าเก็นจิซะ หลังจากที่รู้ว่าเคนไปคบกับเก็นจิซึ่งเป็นลูกของหัวหน้าอีกแก็งค์





และในฉากที่เคนได้พบปะกับริวเซไกพ่อของเก็นจิ เคนได้ถามกับริวเซไกว่า “ถ้าเก็นจิได้ครองซูซูรันจริง จะให้เขาใช้ชีวิตแบบนั้นจริงๆหรือ?” ซึ่งพ่อของเก็นจิก็ตอบว่า “ถ้าเก็นจิพิชิตที่นั่นได้จริง เชื่อเถอะ เค้าคงไม่มาใช้ชีวิตแบบนี้แน่” ตามความเข้าใจของผมนะครับ ผมเดาว่าพ่อของเก็นจิคงหมายความว่า ถ้าเก็นจิครองโรงเรียนนั่นได้ เค้าคงได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการใช้ชีวิตแบบนั้น จนเมื่อล่วงรู้ถึงความอันตรายและความไม่มั่นคงในโลกแบบนั้นแล้ว เค้าคงไม่อยากจะมีชีวิตแบบนั้น หรือถ้าไม่ใช่ ยากูซ่าริวเซไก คงหมายความว่า ซูซูรันน่ะ ไม่วันที่ใครจะพิชิตได้หรอก!

ซึ่งสมมุติฐานอย่างหลังก็สอดคล้องกับสิ่งที่ “รินดาแมน” นักเรียนซูซูรันฝีมือฉกาจที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด(ว่ากันว่าไม่เคยมีใครล้มรินดาแมนได้ และใครก็ตามที่อยากครองซูซูรันต้องล้มเขาให้ได้ก่อน) เคยพูดกับเก็นจิไว้ว่า “แกต้องต่อสู้ไปเรื่อยๆแล้วก็เรียนจบกันไป ชัยชนะที่ได้มา มันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น ไม่มีใครครองที่นี่ได้…” นี่คงเป็นคำเตือน ที่รินดาแมนพยายามบอกให้ตัวละครในหนัง ได้ยอมรับความจริงในเรื่องนี้ แต่ก็มีอีกหลายคน(เช่นเก็นจิ และอาจรวมไปถึงเด็กช่างกลบ้านเรา) มองในมุมกลับว่า นี่คือ “ความท้าทาย” ที่น่าลิ้มลอง และนี่อาจเป็นเหตุผลข้อนึงที่ว่า ทำไมพวกเขา(เหล่าตัวละครในหนังกับเด็กช่างกลบ้านเรา)ถึงได้ชอบยกพวกตีกันนัก...


kitamura

















Create Date : 10 ตุลาคม 2553
Last Update : 10 ตุลาคม 2553 5:24:36 น. 7 comments
Counter : 6387 Pageviews.

 
พวกเด็กเทคโน ช่างกล ดูเรื่องนี้แล้วจะรู้สึกถึงสาระในเรื่องรึเปล่านะ

หรือคงเห็นแต่ว่าถ่อยแล้วมันเท่ (แบบในเรื่อง)เท่านั้นก็ไม่รู้...


โดย: butachan IP: 110.164.159.151 วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:10:57:51 น.  

 
เป้นการวิเคราะห์ที่ดีนะ ^^+
ชอบมากเลยๆๆๆ ถูกใจมากๆ 555
นั่นสิน้า~ ถ้าเด็กบ้านเราเข้าใจบ้างก้คงดี...
เรื่องนี้แฝงแง่มุมตั้งเยอะแยะมากมายอ่ะเนอะ
คึคึคึ


โดย: Xus IP: 180.183.244.145 วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:17:34:58 น.  

 
้ัรีีน่า


โดย: แอน IP: 182.52.52.77 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:40:50 น.  

 
เคนจิน่ารักม๊วากกกกกกกกกก


โดย: Tanoy IP: 110.49.224.145 วันที่: 26 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:30:14 น.  

 
เท่ๆ


โดย: ...3 IP: 180.183.178.118 วันที่: 22 กันยายน 2555 เวลา:19:56:38 น.  

 
5555+


โดย: เด็ก IP: 1.1.164.71 วันที่: 1 ตุลาคม 2555 เวลา:10:54:09 น.  

 
ผมชอบสุดๆ ติดตามทั้ง การ์ตูน และภาพยนตร์ เด็กช่างกลดูเอาไว้ ลูกผู้ชายเค้าสู้กันหมัดต่อหมัดเว้ย
ช่างกลไทย เป็นสังคมที่น่ารังเกียจ คิดว่าทำไปแล้วตัวเองดูเท่ที่ไหนได้เสี่ยวสถุน กากช่างกล อาชีวะไทยอ่า เสี่ยว สถุน


โดย: ทาคิยะเกนจิ IP: 49.230.132.214 วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:09:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kitamura
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add Kitamura's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.