รีวิวสบายๆ : พุ่มพวง

"พุ่มพวง"
*หมายเหตุ
อันเนื่องมาจากผมได้เป็นหนึ่งในเด็กฝึกงานของหนังเรื่องนี้ ทำให้ช่วงเวลาแห่งการชมภาพยนร์เรื่อง พุ่มพวง เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปรำลึกประสบการณ์ดีๆจากการเข้าไปมีส่วนร่วมกับหนังไทยเรื่องนี้
ขอบคุณ พี่อ็อด พี่โดม พี่เปี๊ยะ พี่พร พี่แอน พี่ผึ้ง พี่เบียร์ น้องเปา อีปั๊มและอีต่อ และพี่ๆทุกคนในกองถ่ายที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ รวมทั้งเพื่อนและน้องๆที่ร่วมฝึกงาน ที่มอบความรู้ ความสนุก และมิตรภาพดีๆ ให้แก่ข้าพเจ้าครับ
และเนื่องด้วยผมสวมหมวก เป็นหนึ่งใน "คนทำหนัง" หนังเรื่องนี้ ตัวผมเองจึงได้เพียรพยายามถอดหมวกดังกล่าวออก เพื่อสวมหมวก "นักวิจารณ์" เพื่อพูดถึงหนัง พุ่มพวง ในมุมมองของคนดูคนนึง แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความรอบครอบ ผมใคร่ขอคุณผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านรีวิวชิ้นนี้ด้วยนะครับ
-----------------------
ไม่รู้เป็นเพราะว่าเรื่องราวชีวิตของคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ มีเหตุการณ์เยอะเกินไปหรือเปล่า เลยส่งผลให้ตัวหนังมีประเด็นเยอะเสียเหลือเกิน ทั้ง ประเด็นเด็กยากจนจากบ้านนา ผู้อยากถีบตัวเองให้สูงขึ้นทั้งทางฐานะภายนอกและภายใน , ความรักของพระนาง , ความเป็นไปของวงการลูกทุ่ง , ความยิ่งใหญ่และความเหนื่อยล้าของราชินีลูกทุ่ง
ซึ่งดูเหมือนว่า ความเยอะดังกล่าว ถูกหนังนำเสนอแบบผ่านๆ ไม่ได้ลงลึก หรือขยี้ให้สุดเลยสักทาง แม้ว่าประเด็นความรักระหว่างพุ่มพวงและธีระพล จะดูไปไกลที่สุด แต่ต้องยอมรับว่า หนังยังไม่สามารถโน้มน้าวให้คนเชื่อในเหตุและผลของการแตกหักของความรักนั่นได้
อีกทั้งในช่วงท้ายของหนัง ยังเกิดอาการเป๋ๆ ราวกับไม่รู้ว่าจะจบตัวเองอย่างไรดี ทั้งๆที่หนังได้สร้างเงื่อนไข เรียบเรื่องเรื่องราวขึ้นใหม่ โดยไม่อิงกับไทม์ไลน์จากชีวิตจริงของคุณพุ่มพวง แต่หนังกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเงื่อนไขนั้นอย่างเต็มที่นัก
และที่น่าขบคิดคือ การเอาฟุตเทจภาพจริงๆตัวเป็นๆของคุณพุ่มพวง มาใช้ปิดท้ายเรื่อง หากมองในแง่ดี มันคือการขึ้นสดุดีให้เกียรติกับเจ้าของเรื่องราวในหนัง แต่ถ้ามองในแง่ร้ายเสียหน่อย การขึ้นภาพจริงดังกล่าว อาจเป็นวิธีการปกปิด อาการทำไม่ถึงของหนัง ตัวหนังจึงไม่กล้าที่จะทิ้งท้ายด้วยภาพของนักแสดงผู้สวมบทเป็นพุ่มพวง แต่กลับเอาภาพเหตุการณ์จริงมาปิดท้าย เพื่อดึงให้คนดูเชื่อในสิ่งที่หนังนำเสนอ
และแน่นอน หนังประเภทชีวประวัติแบบนี้ นักแสดงมักจะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ซึ่ง เปาวลี พรพิมล ผู้รับบทเป็นพุ่มพวง ดวงจันทร์ สามารถสอบผ่านได้อย่างชื่นชม แต่โดยรวมแล้ว คำว่า โอบอุ้มหนังไว้บนบ่าได้ทั้งเรื่อง เปาวลี ยังไม่สามารถเอื้อมแตะคำกล่าวนั้นได้ เนื่องจากความเบาบางของบทและนักแสดงรอบข้าง ที่ไม่สามารถช่วยส่งให้เธอโดดเด่นได้
แต่หากจะถามสิ่งที่น่าสนใจกับเกี่ยวกับหนังเรื่อง ผมสนใจฉากหลัง ความเป็นไป และสถานะของผู้หญิงในวงการลูกทุ่ง (ซึ่งเสียดายมาก ที่หนังไม่ได้ลงลึกในส่วนนี้)
นอกเหนือจากพิษรักและอาการป่วยไข้ที่ทำให้พุ่มพวงต้องเหนื่อยล้า วงการลูกทุ่งเอง ก็น่าจะเป็นตัวสูบเลือดสูบเนื้อของพุ่มพวงไปไม่น้อย ทั้งการถูกขับไล่ออกจากวงของธีระพล อันเนื่องมาจากละเมิดกฎของครูเพลง ซึ่งพุ่มพวงก็ขอลาออกตามผัว แล้วจากนั้น ทั้งคู่ก็อยู่ในฐานะนักโทษมีโซ่ตรวนผูกอยู่ (หนังจงใจเน้นคำว่า โซ่ตรวน หลายครั้งมาก) โดยผู้ที่มีสิทธิชี้ชะตาพวกนักร้องและนักดนตรีได้ จะดัง หรือ จะดับ นั่นคือ ครูเพลง
และเมื่อพุ่มพวง กระทำการจัดตั้งวงดนตรีด้วยลำแข้งตัวเอง ไร้นายทุนสนับสนุน เธอก็ได้เผชิญกับความสกปรกโสมมของวงการลูกทุ่ง และดูเหมือนว่า ในท้ายที่สุด เธอต้องยอมให้พวกนายทุนแสนเจ้าเล่ห์เข้ามาร่วมงาน เธอจึงสามารถเอาตัวรอดในวงการนี้ได้
สิ่งที่น่าสนใจมากคือ ตัวละครทั้งครูเพลง , นายทุน ต่างก็มีเพศสภาพเป็นผู้ชายทั้งสิ้น อีกทั้งเนื้อหาจุดเล็กๆ ตามคำบอกเล่าของพุ่มพวงว่า เธอไม่อยากร้องเพลงแก้ให้กับพวกนักร้องชาย (ซึ่งการร้องเพลงแก้ แปลง่ายๆว่า มันคือการเป็นผู้ตาม) นั่นแสดงให้เห็นว่า ฟันเฟือนชิ้นใหญ่ในการขับเคลื่อนวงการเพลงลูกทุ่ง นั่นคือ ความเป็นใหญ่ของเพศชาย
และหากคิดในกรอบดังกล่าว การที่ธีระพลทอดทิ้งพุ่มพวง และทำให้ชีวิตเธอเหี่ยวเฉาเจียนตาย แล้วแม่ของพุ่มพวง ยังกล่าวหาว่า พ่อของพุ่มพวง ช่างเจ้าชู้นัก
ทั้งหมดทั้งมวล กลายเป็นการเน้นย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ชีวิตของพุ่มพวง ชิบหายเพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชายโดยแท้
kitamura
Create Date : 22 สิงหาคม 2554 |
Last Update : 22 สิงหาคม 2554 7:53:32 น. |
|
0 comments
|
Counter : 758 Pageviews. |
 |
|
|
|
|