<<
ตุลาคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 ตุลาคม 2557
 

วันนี้ขอเล่าประวัติ เกี่ยวกับ kairo แผ่นแปะให้ความอบอุ่น หรือ กระเป๋าน้ำร้อนแผ่น หรือ แผ่นกันหนาว

วันนี้ขอเล่าประวัติเกี่ยวกับ แผ่นแปะให้ความอบอุ่น หรือ กระเป๋าน้ำร้อนแผ่น หรือ แผ่นกันหนาว หรือชื่อว่า kairo ในภาษาญี่ปุ่น (บ้านเราเรียกแผ่นนี้กันหลากหลายชื่อมากเลย)

สำหรับประเทศที่มีอากาศหนาวยาวนานมากๆมักมีวิธีการแก้ปัญหาเรื่องความหนาว ของร่างกายหลากหลายวิธี ซึ่งแผ่นแปะให้ความอบอุ่น หรือ แผ่นกันหนาวนี้เอง ชาวญี่ปุ่นได้คิดค้นขึ้นมาและพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายๆ มากๆ สะดวกมากๆ ในปัจจุบัน เรียกว่า คิดค้น พัฒนา ด้วยตัวเองทั้งหมดตั้งแต่ต้นยันจบเลยที่สำคัญ ประวัติศาสตร์ของสินค้าตัวนี้ยาวนานกว่า 100 ปีเรามานั่งย้อนยุคกลับไปดูว่าเค้ามีวิวัฒนาการอย่างไร สินค้าตัวนี้ถึงขายดีขนาดปีๆหนึ่งประมาณ 2 พันล้านกว่าแผ่น !!!!!!(ข้อมูลปี2012)

ตั้งแต่สมัยเริ่มแรกเลยเริ่มจากเฮอัน ประมาณปี 1192 (..1735)จนถึงยุคสมัย เมจิ ตั้งแต่ประมาณปี ประมาณปี 1867 (.. 2411) นั้นชาวญี่ปุ่นยังคงแก้หนาวด้วยวิธีการเอาก้อนหิน ขนาด กลางๆ พอที่จะคาดเอวตัวเองได้ เอาไปผิงไปให้ร้อนหลังจากนั้นก็เอาผ้าห่อไว้ แล้วจึงค่อยไปคาดเอวกับชุดกิโมโน อันนี้เราเรียกกันว่า ยุคบุกเบิกเลย รูปด้านล่างคือวิธีการทำให้ก้อนหินร้อนๆเห็นแล้ว น่าตกใจเหมือนกัน



ถัดมาในสมัยเมจิ ปี 1868 ตรงกับรัชกาลที่ 5 ของไทย (ปีขึ้นครองราชย์) ได้มีการปรับปรุงเป็น kairo bai ถ้าจะเปรียบเทียบก็คงคล้ายกับการลดขนาดให้ใช้งานสะดวกขึ้น พกพาง่ายขึ้น เหมือนกับเราเปลี่ยนจากก้อนหิน เป็นเหมือนใช้ถ่าน ที่รักษาอุณหภูมิได้ยาวนานขึ้น แต่ก็ยังมีข้อเสียคือ ยังมีขี้เถ้า อยู่และทำให้เลอะเทอะเสื้อผ้าได้ ตามรูปข้างล่าง


ในสมัยต่อมาในปี 1912ปีนี้เองก็มีการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งโดยการเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากเดิม เป็นเบนซิลแทน เพื่อนๆไม่ต้องตกใจ เบนซิลชนิดนี้ไม่ใช่เบนซิลที่ใช้เติมในรถที่เราขับอยู่ แต่เป็นเบนซิลที่มีความไวไฟต่ำและปลอดภัยกับผู้ใช้งาน หน้าตาคล้ายๆกับ ไฟแช็คน้ำมัน zippo แต่ว่าแตกต่างกันที่ จะมีความร้อน ออกจากตรงช่องกลางที่เจาะรูไว้ตามรูปด้านล่าง



แต่รุ่นนี้ก็ยังพบข้อเสียคือ ถ้าใช้ไปนานๆและซีลยางเสื่อม จะทำให้น้ำมันหกออกมาเลอะเสื้อผ้าได้ และ จะต้องคอยพกน้ำมันเบนซิลคอยเติมหากใช้งานนานเกินกว่าที่ กำหนด( เติม 1 ครั้งได้ประมาณ6ชั่วโมง) แต่ข้อดีมากคือ ให้ความร้อน ความอบอุ่นสูงที่สุดแม้กระทั่งในปัจจุบัน


สมัยพัฒนาสู่ยุคปัจจุบันในปี 1926ปีนี้เอง ญี่ปุ่นได้คิดค้นแผ่นแปะให้ความอบอุ่น หรือ กระเป๋าน้ำร้อนแผ่น หรือ แผ่นกันหนาว หรือ ชื่อว่า kairo แบบที่ใช้แล้วทิ้งเลยซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายที่สุด ขายดีที่สุด นิยมที่สุด และส่งออกไปยังประเทศต่างๆเป็นจำนวนมากในยุคนี้จะเป็นยุคที่ ยึดถือหลักการใช้งานที่ง่าย สะดวก สบาย หมายถึงว่าแผ่นแปะให้ความอบอุ่นในตอนนี้จะมีขนาดเบา บางสามารถที่จะเลือกแบบมีแถบกาวแปะติดกับเสื้อผ้า หรือแบบไม่มีแถบกาวแปะเสื้อผ้าก็ได้ อันนี้เอไว้สำหรับ ท่านที่มีเสื้อหนาวขนสัตว์ราคาแพงและกลัวแถบกาวจะทำให้เสื้อเสียหายข้อดีมากคือ ขนาดที่เบา แต่มีอุณหภูมิ สูงถึง 60 องศา และ รักษาการให้ความอบอุ่นที่ อุณหภูมิ 50 องศา ได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง คนญี่ปุ่นนิยมใช้กันตั้งแต่เด็กเล็กอนุบาลจนกระทั่งถึงคนแก่อายุมากในช่วงหน้าหนาวกันเลยทีเดียว


การใช้งานก็ง่ายมากๆเพียงแค่ ฉีกออกจาก ซอง และแปะหน้าแถบกาวเข้ากับเสื้อผ้าและหันหน้าด้านความร้อนให้สัมผัสโดยตรงกับผิวหนังได้เลย (อันนี้เด็กอนุบาลที่ญี่ปุ่นเค้าก็ใช้กันวิธีนี้ รวมถึงเราเองก็ใช้วิธีนี้ตอนเรียนที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน อันนี้เรากล้าใช้กับแผ่นแปะให้ความอบอุ่นที่ ทำในญี่ปุ่นเท่านั้น)

หลังจากที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นคนคิดค้นเป็นคนแรกก็แพร่หลายไปยังจีน และ เกาหลี ซึ่งแน่นอนว่า ถูกลอกเลียนแบบ และผลิตออกมาแข่งขันเป็นจำนวนมากมายแต่ก็พบปัญหาจากผู้ใช้หลายๆคน บอกว่า ทำไม ซื้อของจีนบ้าง ของเกาหลีบ้าง หรือบางคนซื้อของที่เขียนว่า ทำในญี่ปุ่นแต่ราคาถูก (แพงกว่าของจีนหน่อยเดียว) และเกาหลีไปใช้ แล้ว แต่พบปัญหา คือ


1.
ร้อนเกินไปจนกระทั่งผิวหนัง พอง แดงๆ ทำให้ต้องเสียค่ายารักษาผิวหนังจากการรอยไหม้ อักเสบ

2. ไม่อุ่นเลยเหมือนไม่ได้แปะ ไม่มีความร้อนออกจากแผ่นแปะให้ความอบอุ่นเลย

อันนี้อยากจะบอกจริงๆว่าการที่จะกล้ารับประกันว่า อุณหภูมิของ แผ่นแปะให้ความอบอุ่น หรือกระเป๋าน้ำร้อนแผ่น หรือ แผ่นกันหนาว kairo ของญี่ปุ่นนั้นเป็นไปตามที่เขียนไว้จริงๆนั้น ทางญี่ปุ่นมีมาตรฐานอุตสาหกรรม ของแผ่นแปะให้ความอบอุ่นอยู่และ ยังมีสมาคมผู้ผลิตแผ่นแปะให้ความอบอุ่นของญี่ปุ่น (เหมือนกับ สมาคมผู้ค้าในสาขาต่างๆของไทย) คอยกำกับดูแลอยู่ ดังนั้นสารเคมีที่อยู่ในซองแต่ละซองนั้นถูกคำนวนและใช้วัตถุดิบที่มีการควบคุมคุณภาพเป็นอย่างดีทำให้สินค้าที่ออกมามีคุณภาพตามที่ระบุไว้ในซองอย่างชัดเจน

คราวนี้มาดูสินค้าแผ่นแปะให้ความอบอุ่นหรือ กระเป๋าน้ำร้อนแผ่น หรือ แผ่นกันหนาว kairo ที่ทำในจีนหรือว่า เกาหลี หรือเขียนว่าทำในญี่ปุ่นแต่ว่าราคาแพงกว่าของจีนนิดเดียวเรากล้ายืนยันว่าเป็นของที่ไม่ได้คุณภาพมากนัก หลายๆครั้งลองซื้อมาใช้พบว่าไม่อุ่นเลย หรือไม่ ก็ร้อนมาก จนผิวแสบแดงและ ร้อนในระยะเวลาสั้นๆไม่เป็นไปตามชั่วโมงที่บอกไว้ข้างซอง นอนจากนี้สินค้าที่เขียนว่าทำในญี่ปุ่นแต่ราคาแพงกว่าจีนหน่อยเดียว เราไปเช็คมาพบว่าจริงๆแล้ว สินค้าทำในจีนและพาไปแปะว่า made in japan ที่ญี่ปุ่นและส่งออกขายไปยังต่างประเทศทำให้สินค้าออกมามีคุณภาพไม่ดี ซึ่งน่าจะเกิดจาการผลิตที่ไม่มีมาตรฐานด้านการควบคุมปริมาณสารที่อยู่ในซองเเต่ละซองอย่างเข้มงวดทำให้ในล๊อตเดียวกัน มีร้อนเกินไปบ้าง หรือไม่ร้อนเลยบ้าง

ดังนั้นเรามองว่าไหนๆไปเที่ยวเมืองนอกกันทั้งที จะไปเมืองหนาวกันทั้งทีถ้าเราไม่เตรียมตัวอุปกรณ์ป้องกันความหนาวเย็น ให้เต็มที่ด้วยการซื้อแผ่นแปะให้ความอบอุ่นหรือ กระเป๋าน้ำร้อนแผ่น หรือ แผ่นกันหนาว kairo ของแท้ที่ทำในญี่ปุ่นอย่างแท้จริงแล้วอาจจะทำให้เราไม่สบาย เป็นไข้ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวได้ (อันนี้เราเป็นมาก่อน เซ็งมากเลยทีเดียว) มันจะทำให้

ทริปนั้นหมดสนุกเราเองเลยขอนำเสนอ เรื่องราวๆต่างๆกับ แผ่นแปะให้ความอบอุ่น หรือกระเป๋าน้ำร้อนแผ่น หรือ แผ่นกันหนาว kairo มาให้เพื่อนๆได้ลองอ่านกันดูจ้า ตอนนี้ เเผ่นกันหนาว เห็นมีเข้ามาขายที่ไทยเเล้วนะคะ ระวัง อย่าใช้ของที่
ไม่ได้คุณภาพจะทำให้ผิวไหม้ได้นะ ระวังด้วยค่ะ






 

Create Date : 21 ตุลาคม 2557
12 comments
Last Update : 22 กันยายน 2558 8:41:34 น.
Counter : 3362 Pageviews.

 
 
 
 



ที่เมืองไทยหาซื้อได้ที่ไหนคะ
 
 

โดย: Suree. Jiravaropas IP: 183.89.92.183 วันที่: 21 ตุลาคม 2557 เวลา:13:45:15 น.  

 
 
 
เท่าที่เห็น อยู่ตามเว็บ หลายเเห่งนะคะ เช่น japbeauty.com จ้าา
 
 

โดย: คิโนะคุนิยะ วันที่: 21 ตุลาคม 2557 เวลา:15:51:22 น.  

 
 
 
กว่าจะพัฒนามาได้ถึงทุกวันนี้คนสมัยก่อนต้องผ่านความน่ากลัวมาไม่น้อยเลย อ่านแล้วเสียวแทนเหมือนกัน

+
 
 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 ตุลาคม 2557 เวลา:0:27:37 น.  

 
 
 
นั่นซิคะ นึกอยู่เหมือนกันว่ายุคเเรก มันต้องมีการไหม้ผิวหนังบ้างหล่ะ
 
 

โดย: คิโนะ IP: 118.174.219.115 วันที่: 27 ตุลาคม 2557 เวลา:11:36:57 น.  

 
 
 
ขอบคุณคร้าบความรู้ใหม่..
 
 

โดย: Usurijiba วันที่: 27 ตุลาคม 2557 เวลา:22:09:14 น.  

 
 
 
ยินดีค่ะ คุณ: Usurijiba
 
 

โดย: คิโนะ (คิโนะคุนิยะ ) วันที่: 28 ตุลาคม 2557 เวลา:7:45:38 น.  

 
 
 
ขอบคุณความรู้
แต่เมืองไทยคงไม่ต้องใช้
และคงไม่มีใครเอามาขายมั้ง

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ปรัซซี่ Food Blog ดู Blog
คิโนะคุนิยะ Education Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
 
 

โดย: pantawan วันที่: 2 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:52:36 น.  

 
 
 
สวัสดีค่ะ คุณ pantawan ขอบคุณที่เข้ามาทักทายนะคะ
 
 

โดย: คิโนะ IP: 125.25.207.98 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:10:50 น.  

 
 
 
ราคาขายเท่าไหร จัดส่งกี่วันถึง เดินทาง 3 ธค. 57
 
 

โดย: ขว้ญ IP: 115.87.50.81 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2557 เวลา:15:58:52 น.  

 
 
 
เรียน คุณขวัญ
ลองหาข้อมูลทางเน็ทดูนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะที่เข้ามาเเวะทักทาย
 
 

โดย: คิโนะคุนิยะ วันที่: 8 ธันวาคม 2557 เวลา:23:52:16 น.  

 
 
 
สวัสดีปีใหม่ครับ

ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา สุขกายสุขใจ ปราศจากโรคภภัยนะครับ
 
 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 2 มกราคม 2558 เวลา:1:14:41 น.  

 
 
 
 
 

โดย: pantawan วันที่: 14 เมษายน 2558 เวลา:0:14:16 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คิโนะคุนิยะ
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




บล๊อกนี้เราทำขึ้นเพื่อเผยเเพร่ข้อมูลด้านการกิน เที่ยว ญี่ปุ่นค่ะโดยรวบรวมข้อมูลที่เราไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นเกือบ 10 ปี ที่เราเองเคยไปทานเป็นประจำ รวมถึงหาข้อมูลจากเว็บไซต์ หนังสือ และ บทความต่างๆ ที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น มาเรียบเรียงแบ่งปันข้อมูลให้เพื่อนๆ ค่ะ
[Add คิโนะคุนิยะ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com