ทำในสิ่งที่รักคืออิสระ รักในสิ่งที่ทำคือความสุข
Group Blog
 
 
เมษายน 2548
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 เมษายน 2548
 
All Blogs
 
รหัสลับชุนจิ ตอน ปริศนาแอปเปิ้ลเขียว


Image hosted by Photobucket.com



รหัสลับชุนจิ (The Shunji Code)

ตอน : ปริศนาแอปเปิ้ลเขียว




คำเตือน : มี spoiler ควรดูหนังเรื่อง all about lily chou-chou อย่างน้อย 1 รอบก่อนอ่านบทความนี้ แนะนำให้ดู 2 รอบขึ้นไป และถ้าเป็นไปได้กลับไปดูอีกรอบหลังจากอ่านบทวิเคราะห์แล้ว










< 8 ธันวาคม ลิลี่จะมาเปิดการแสดงสด
เจ้าหญิงแห่งอีเธอร์จะมาเปิดการแสดงที่โยโยงิ >

ผู้ส่ง : ปาสคาล



< ฉันจะเอาตุ๊กตาหมีของฉันไปด้วยล่ะ ทุกคนมองหาฉันด้วยนะ >

ผู้ส่ง : Bear*



< คุณฟีเลีย เรามาเจอกันที่คอนเสิร์ตนะ
คุณจะรู้จักตัวฉันได้ด้วย แอปเปิ้ลเขียว >

ผู้ส่ง : blue-cat




* ในแผ่นดีวีดีที่มี ซับไตเติ้ลทั้งภาษาไทยและอังกฤษแปลชื่อคนๆนี้ว่า Bear(หมี) แต่ซับไตเติ้ลเวอร์ชั่นที่ฉายในโรง(ถ้าจำไม่ผิด)เขียนว่า หมีใหญ่



ลิลี่ ชูชูกำลังจะมาเปิดคอนเสิร์ต ข่าวสารถูกส่งต่อๆกันไปผ่านเว็บไซต์ที่ทำขึ้นเพื่ออุทิศให้กับนักร้องผู้สร้างบทเพลงจากอีเธอร์ ไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับพวกเราในฐานะผู้ชมที่จะรับรู้และรู้สึกถึงความตื่นเต้นร่วมไปกับเหล่าสาวกลิลลี่ ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักแฟนเพลงเหล่านี้แค่นามแฝงและข้อความที่พวกเขาสื่อสารกัน


ตัวของ ลิลี่ ชูชู ก็ดูลึกลับไม่แพ้กัน แม้ว่าเราจะได้ยินเสียงจากบทเพลงของเธอตั้งแต่ฉากแรก แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหน้าตาผู้เป็นเจ้าของเสียงสวรรค์นั้นแม้แต่น้อย ข้อความที่โพสกันในโลกไซเบอร์เปิดเผยแต่มุมมมองของผู้ส่งข้อความที่มีต่อผู้ที่ตนชื่นชม แฟนเพลงยกย่องและเชิดชู ลิลี่ ชูชูให้เป็นเหนือยิ่งไปกว่ามนุษย์ธรรมดา


ไม่มีใครรู้และแน่ใจว่าข้อความพวกนั้นจะตรงกับความจริงมากน้อยเพียงใด สิ่งเดียวที่เราเชื่อได้ก็คือ....ชื่อ Lily Chou-Chou น่าจะเป็นนามแฝงของนักร้องผู้นี้มากว่าชื่อที่เธอใช้มาตั้งแต่เกิด


แต่เมื่อเธอจะมาเปิดคอนเสิร์ต เราก็อดคาดหวังไม่ได้ว่า.....ในที่สุดแล้วจะได้เห็นหน้าตาที่แท้จริงของเจ้าหญิงแห่งอีเธอร์เสียที











ฟีเลียก็มีความคาดหวังเช่นเดียวกัน สำหรับเขาแล้ว บลูแค็ทดูลึกลับเหมือนที่ลิลี่ดูลึกลับกับเรา (แต่บลูแค็ทไม่ใช่คนลึกลับสำหรับเรา และลิลี่ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับฟีเลีย) ฟีเลียรู้แต่ว่าชื่อ บลูแค็ท เป็นเพียงนามแฝง เหมือนกับที่เราก็รู้ว่าชื่อ Lily Chou-Chou ก็เป็นแค่นามแฝงเช่นกัน


ผมจะไม่แปลกใจ ถ้าฟีเลียจะสงสัยว่า......คนที่เข้าใจเขาได้ดีที่สุดอย่างบลูแค็ท จะมีตัวตนในโลกจริงๆด้วยหรือ ในขณะที่ผู้คนรอบข้าง ทั้งคนในครอบครัว ครูอาจารย์ และเพื่อนฝูง ไม่มีใครสักคนที่รับรู้ถึงความปวดร้าวที่อยู่ในใจของเขาได้สักคน เหมือนกับเราก็คงจะอดคลางแคลงใจไม่ได้ว่าจะมีนักร้องผู้เสมือนเทวทูตของอีเธอร์ในโลกนี้จริงๆนี้ได้อย่างไร


ยูอิจิเฝ้ารอวันที่ 8 ธันวาคมอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ใช่เป็นเพียงเพราะว่า เขาจะได้ไปเติมอีเธอร์ที่กำลังจะเหือดแห้งลงไปให้เต็มในงานแสดงสดของลิลลี่เท่านั้น...............











< คุณฟีเลีย เรามาเจอกันที่คอนเสิร์ตนะ........ >



บลูแค็ทส่งข้อความชักชวนให้ฟีเลียมาพบกับตนในงานคอนเสิร์ต แม้ว่าเราจะไม่เห็นข้อความตอบกลับ แต่ก็คงจะเดาใจฟีเลียได้ไม่ยากกว่าเขาเองก็อยากจะพบกับบลูแค็มเช่นเดียวกัน เพราะในจักรวาลที่หมุนวนรอบช่วงวัย 14 ปีของยูอิจิ ดูเหมือนว่าจะมีแต่บลูแค็ท เพื่อนในโลกไซเบอร์ของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจและรับรู้ความเจ็บปวดข้างในใจของยูอิจิได้ดีที่สุด


< ........คุณจะรู้จักตัวฉันได้ด้วย แอปเปิ้ลเขียว >



ในขณะที่ Bear บอกว่าจะอุ้มตุ๊กตาหมีมางานคอนเสิร์ตเพื่อให้เพื่อนร่วมแชตรู้ว่าเขาคือใครท่ามกลางแฟนเพลงนับพันที่มาดูคอนเสิร์ต บลูแค็ทเลือกที่จะใช้แอปเปิ้ลเขียวเป็นเครื่องหมายบอกให้ฟีเลียได้รู้จักตนเอง











เหตุที่ผู้กำกับเลือก แอบเปิ้ลสีเขียว แทนที่จะเป็นแอปเปิ้ลฟูจิ หรือ วอชิงตันแอปเปิ้ล ในฉากที่ยูอิจิได้รู้ว่า บลูแค็ท มิตรแท้ที่เขาเปิดใจให้ตลอดมาคือ โฮชิโนะ คนที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากที่สุด เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก


แต่ทำไมถึงต้องเป็น แอปเปิ้ล ?????


Bear ใช้ ตุ๊กตาหมี เป็นสัญลักษณ์แทนตัวเอง แต่ทำไมบลูแค็ทไม่ใช้ ตุ๊กตาแมว หรืออะไรก็ได้ที่เชื่อมโยงตัวเขาเองกับนามแฝงที่ใช้ในเว็บไซต์เพื่อบอกว่าตัวเองคือใคร เป็นเพราะผู้กำกับคิดแล้วคิดอีกว่าการจะให้บลูแค็ทอุ้มตุ๊กตาแมวร่อนไปร่อนมาในงานคอนเสิร์ตออกจะ คิกขุ + หน่อมแน้ม เกินไปหน่อยสำหรับตัวร้ายอย่างโฮชิโนะ??? หรืออาจจะเป็นแค่ความบังเอิญที่ชุนจิกำลังแทะแอปเปิ้ลกร้วมๆอยู่ขณะที่ตัดสินใจอยู่ว่าจะให้บลูแค็ทเปิดเผยตัวเองต่อหน้าฟีเลียอย่างไรดี??? - - - อย่างนั้นหรือ???


จะมีความหมายอะไรแฝงอยู่เบื้องหลังแอปเปิ้ลเขียวลูกนั้น หรือทั้งหมดทั้งเพเป็นเพียงเพราะแอปเปิ้ลมัน เขียว เข้ากันได้กับทุ่งข้าวและเครื่องอบผมเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อย่างนั้นหรอกหรือ???


ความต้องการหาคำตอบให้กับตัวเองนั่นเองที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเปิดดีวีดีเรื่อง all about Lily Chou-Chou มาดูอีกรอบ จากทีแรกตั้งใจจะเข้าไปดูรอบที่ 5 ในโรงหนัง และเมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้อีก 3 รอบที่ลิโด้ ทำให้ผมมั่นใจว่า หนังของชุนจิเรื่องนี้มี รหัสลับ











ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงสร้างโลกและสรรพสิ่งขึ้นมาภายใน 6 วัน ก่อนจะทรงพักการงานทั้งหมดในวันที่เจ็ด ในบรรดาสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมานั้น พระเจ้าทรงรัก มนุษย์ มากที่สุด ดังนั้นจึงทรงถอดรูปลักษณ์ของมนุษย์มาจากพระองค์เอง และทรงประทานสวนสวรรค์ อีเด็น ให้ อดัม กับ เอวา มนุษย์คู่แรกได้พักพิงอาศัย


ภายในสวนอีเด็นนั้น พรั่งพร้อม บริบูรณ์ และสุขสงบ มนุษย์คู่แรกไม่รู้จักความละอาย (ที่จะเปิดเผยตัวเองให้คนอื่นได้เห็น ในกรณีนี้ผ่านทางร่างเปลือยเปล่าไม่สวมใส่เสื้อผ้าของอดัมและเอวา) ไม่รู้จักความผิดชอบชั่วดี และยังไม่รู้จักความตาย มนุษย์ในสวนสวรรค์อีเด็นจึงไม่มีความทุกข์หรือความเจ็บปวดใดๆ











พระเจ้าทรงโปรดฯให้มนุษย์เป็น นาย เหนือสรรพสัตว์และสรรพสิ่ง ยกเว้นแต่เพียง “ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว” ที่พระองค์ทรงปลูกไว้ ณ ใจกลางสวนสวรรค์ พระเจ้าทรงย้ำไม่ให้อดัมกับเอว่ากินผลจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วนั้น แต่แล้วปิศาจในร่างอสรพิษก็ล่อลวงเอวาให้ลิ้มรสผลไม้ต้องห้าม ต่อมาเอวาก็หยิบยื่นผลไม้นั้นให้อดัมได้กินบ้าง หลังจากนั้นอดัมและเอวาก็บังเกิดความรู้สึกละอายในเรือนร่างเปลือยเปล่าของตนจนต้องเย็บใบมะเดื่อมาปกปิด ตาของพวกเขาสว่างขึ้นด้วยรู้ว่าสิ่งใดดีสิ่งใดชั่ว มนุษย์คู่แรกสำนึกรู้ได้ว่าสิ่งที่ตนทำไปนั้นผิดต่อบัญญัติของพระเจ้า พวกเขาจึงวิ่งหนีเพื่อหาที่หลบซ่อน แต่ในที่สุดแล้วพระผู้สร้างก็ทรงขับไล่พวกเขาออกจากสวนสวรรค์อีเด็น


นับแต่นั้นมา มนุษย์ทั้งหลายซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของอดัมและเอวา รู้จักความผิดชอบชั่วดี รู้จักความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน และรู้จักความตาย


การรู้จักความตายนี่เองที่ทำให้โฮชิโนะ ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเพียงเด็กประถมขี้แพ้ยอมให้เด็กคนอื่นรังแกโดยไม่คิดที่จะโต้ตอบ เด็กมัธยมต้นเรียนดีเป็นที่เจ็ดของรุ่นแต่ถูกใครๆเข้าใจผิดว่าเป็นที่หนึ่ง เด็กหนุ่มที่น่าจะมีอนาคตไกล และเพื่อนที่แสนดีของยูอิจิ กลับกลายเป็นหัวหน้าแกงค์อันธพาล รีดไถ แบล็คเมล์ ขมขู่ ข่มขืน ต่อผู้คนรอบข้างที่ตกเป็นเหยื่อจนคนเหล่านั้นต้องลาออกจากโรงเรียน โกนหัวประชดชีวิต กลายเป็นโรคซึมเศร้า หรือแม้แต่ต้องฆ่าตัวตายหนีปัญหา











โฮชิโนะเผชิญหน้ากับความตายด้วยตัวเองถึง 2 ครั้ง กับอีกหนึ่งครั้งที่เขาได้เป็นประจักษ์พยานรับรู้ถึงเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายของคนอื่น ขณะที่เขาและเพื่อนๆไปเที่ยวช่วงปิดเทอมฤดูร้อนด้วยเงินที่ขโมยมาบนหมู่เกาะอันเป็นสรวงสวรรค์ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ประทับของเทพเจ้า


การเผชิญหน้ากับความตายของโฮชิโนะทำให้เขาตอบโต้กับมรสุมชีวิตที่รุมเร้าเข้ามาด้วยจิตใจที่เย็นชา แห้งแล้ง และแข็งกระด้าง โฮชิโนะพยายามสร้างปมเด่นเพื่อกลบเกลื่อนปมด้อยของการเป็นเด็กบ้านแตก เขาใช้อำนาจข่มขู่ผู้อื่นเพียงเพื่อจะได้ทดแทนความรู้สึกไร้ซึ่งอำนาจที่จะประสานครอบครัวของตนเองที่ล่มสลายไปแล้วให้กลับคืนมาดีดังเดิม


< เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้เอาอะไรไม่ดีมาที่นี่?
ถ้าเทพเจ้าโกรธเธอล่ะก็ เธออยู่ไม่ได้หรอก >



ไกด์ชนพื้นเมืองชาวโอกินาวาเป็นเสมือนผู้นำสารจากเทพเจ้า เพื่อนำคำพิพากษาของพระองค์ลงมาสู่มวลมนุษย์ผู้มีบาป โฮชิโนะไม่ต่างอะไรจากอดัมและเอวา มนุษย์คู่แรกที่ถูกพระเจ้าขับไล่ออกจากสวนสวรรค์ พวกเขาสำนึกรู้และละอายต่อความผิดของตน โฮชิโนะจึงโปรยเงินทั้งหมดที่ขโมยมาลงทะเลเพื่อไถ่ถอนตนเองจากบาปอันนั้น











ทว่า.....เทพเจ้าได้ทอดทิ้งเขาไปเสียแล้ว โฮชิโนะรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง แม้แต่ครอบครัวก็ไม่อาจให้ความอบอุ่นใจได้ เพื่อนและครูอาจารย์เป็นเพียงคนแปลกหน้า โลกทั้งใบหม่นมัวและโหดร้ายกับเขา โฮชิโนะจึงต้องโหดร้ายต่อโลกกลับไป


จะมีแต่เพียงอีเธอร์ของลิลี่ ชูชูเท่านั้นที่สามารถเยียวยาบาดแผลในใจของโฮชิโนะได้ทีละเล็กทีละน้อย แม้บาดแผลนั้นจะลึกและสาหัสเกิดกว่าจะประสานให้หายสนิทในเวลาอันสั้น แต่ดวงวิญญาณของโฮชิโนะได้รับการโอบอุ้มไว้ไม่ให้เขากลายเป็นคนเสียสติ คิดสั้นฆ่าตัวตาย หรือเป็นคนเลือดเย็นไม่มีจิตสำนึกผิดชอบชั่วดีไปโดยสิ้นเชิง แม้เขาจะทำสิ่งที่เรียกได้ว่า “ชั่วร้าย” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เราก็ยังพอจะเห็นโฮชิโนะคนเดิมซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกที่สุดภายในจิตใจของเขาได้**


โฮชิโนะรู้สึกสุข สงบ และปลอดภัยภายในวงล้อมของอีเธอร์ มีเพียงแต่ในโลกไซเบอร์เท่านั้นที่ทำให้เขากล้าเปิดเผยความอ่อนแอของตนออกมา เป็นเพราะว่าในเว็บไซต์ของลิลี่ ชูชู เปรียบได้กับสังเวชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของผู้แสวงบุญ ผู้นำสาร และเหล่านักรบของอีเธอร์ สถานที่ที่ประหนึ่งชุมทางของผู้มีแผลในใจและปรารถนาการเยียวยาจากอีเธอร์ไม่ต่างจากตัวโฮชิโนะเอง


เช่นเดียวกับเอวา หลังจากที่เธอได้ลิ้มรสผลจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วแล้ว เอวาก็หยิบยื่นผลไม้ต้องห้ามนั้นให้กับอดัมได้ชิม แม้จะโดยไม่รู้ตัว บลูแค็ทก็หยิบยื่นแอปเปิ้ลเขียวให้กับฟิเลียขณะที่ต่อแถวซึ่งขดตัวยาวเป็นงูร่วมกันกับบรรดาแฟนเพลงเพื่อเข้าไปในคอนเสิร์ตฮอล และแม้ว่ายูอิจิจะไม่ได้กินแอปเปิ้ลเขียวที่โฮชิโนะให้มาสักคำ แต่แอปเปิ้ลใบนั้นก็ได้ทำหน้าที่ของผลไม้ต้องห้ามแล้วโดยสมบูรณ์ ***









** ตัวอย่างเช่น โฮชิโนะแบ่งเงินที่ทซึดะได้จากการนอนกับลูกค้า ทั้งที่เขามีสิทธิ์ที่จะเก็บทั้งหมดเงินไว้คนเดียว เป็นต้น
*** ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ไม่ได้บ่งบอกถึงลักษณะของผลจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วว่าเป็นอย่างไร แต่นักพฤษศาสตร์ชาวอเมริกัน Dr. Karen Varbles จาก Bringham Young University รัฐ Utah ได้สันนิษฐานไว้ว่า ผลไม้ต้องห้ามที่กล่าวถึงในพระคัมภีร์คือต้นแอปเปิ้ลหนาม (thorn apple) และต้นไม้ชนิดนี้ออกดอกสีขาวลักษณะคล้าย ดอกลิลี่ !!!!! - - - อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือ The Moses Legacy : The evidence of history ของ Graham Phillips หน้า 276-278



ประการแรก เพราะแอปเปิ้ลเขียวใบนั้นเอง ที่ทำให้ยูอิจิรู้ได้ในที่สุดว่าบลูแค็ทคือใคร - - - ตาสว่าง


ประการที่สอง เมื่อยูอิจิได้รู้ว่าเพื่อนคนเดียวที่เข้าใจเขามากที่สุดก็คือคนที่ทำให้เขาเจ็บมากที่สุด โลกทั้งใบดูเหมือนจะพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา ยูอิจิรู้สึกว่าเขาไม่เหลือใครอีกแล้วที่จะเชื่อใจได้- - - โดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่ง - - - เป็นความรู้สึกเดียวกับอดัมกับเอวาเมื่อถูกพระเจ้าของพวกเขาขับไล่และทอดทิ้ง และเหมือนกับความรู้สึกของโฮชิโนะเมื่อถูกโลกรังแก


ประการต่อมา - - - ความรู้สำนึกผิดชอบชั่วดี - - - ยูอิจิไม่อาจจะอดกลั้นต่อพฤติกรรมที่โฮชิโนะกระทำต่อ คุโนะ – ผู้หญิงที่เขาแอบหลงรัก ทซึดะ - เด็กสาวที่หลงรักเขา หรือต่อตัวยูอิจิเองได้อีกต่อไป ในเมื่อกฎบ้านกฎเมืองไม่สามารถยื่นมือมาลงโทษและเวรกรรมเองก็ไม่มาตามสนองโฮชิโนะเสียที ยูอิจิจึงรู้สึกว่าตนต้องรับผิดชอบทำหน้าที่พิพากษาลงทัณฑ์โฮชิโนะด้วยตัวเอง











ประการสุดท้าย.......... อยู่ในฉากไคลแม็กซ์ของเรื่อง


ฝูงชนเบียดเสียดกันออกมาจากคอนเสิร์ตฮอลเช่นเดียวกับที่เบียดเสียดกันเข้าไป แต่ละคนยิ้มแย้มและอิ่มเอิบกับการเข้าไปเติมอีเธอร์ในตัวให้เต็ม แต่แล้วเด็กชายวัยมัธยมต้นคนหนึ่งกลับตะโกนร้องเรียกชื่อของเจ้าหญิงแห่งอีเธอร์ขึ้นมา ฝูงชนจึงเริ่มหันหลังกลับมามองและเบียดเสียดกันกลับมาที่หน้าคอนเสิร์ตฮอล


แม้ว่าพวกเราในฐานะคนดูจะรู้ดีว่าทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกขึ้นมาทั้งเพ แต่เหล่าสาวกแห่งอีเธอร์กลับปักใจเชื่อ พวกเขาโบกมือ กรีดร้อง ส่งเสียงทักทายประหนึ่งว่าลิลลี่ ชูชูได้มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาจริงๆ











เป็นอีกครั้งที่ ข่าวลือ ทำหน้าที่ของมันได้สำเร็จ ข่าวลือสร้างความจริงเก๊ๆเรื่องหนึ่งขึ้นมา เหมือนกับข่าวลือที่ว่าโฮชิโนะสอบได้เป็นที่หนึ่งในรุ่น หรือข่าวลือที่ผู้กำกับชุนจิแสร้งปล่อยออกมาให้เราคาดหวังว่า.....จะได้เห็นหน้าตาของลิลลี่ ชูชู ในฉากคอนเสิร์ตนี้ รวมทั้งเมื่อดูหนังที่มีความยาวกว่า 2 ชั่วโมงจบแล้วเราก็จะได้รู้จักตัวตนจริงๆของเธอให้สมกับที่หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า all about Lily Chou-Chou


แต่กลับเป็นว่าเธอแค่ปรากฏกายผ่านจอมอนิเตอร์ยักษ์หน้าคอนเสิร์ตฮอล แม้เราจะได้เห็นหน้าตาของลิลลี่ในที่สุด แต่ที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงเม็คอัพ ทรงผม เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบฉากแปลกๆ และแบ็คกราวด์หลุดโลกที่ผ่านการคิดและตรึกตรองของค่ายเพลงมาแล้วเป็นอย่างดีเพื่อให้สอดรับกับภาพพจน์ที่เหล่าสาวกเชิดชูลิลี่ให้เป็นดั่งเทวีแห่งอีเธอร์ของพวกเขา


อีเธอร์ในบทเพลงของลิลี่จึงไม่ต่างอะไรกับสวนสวรรค์อีเด็นในพระคัมภีร์ ดังนั้นลิลี่ ชูชู จึงประหนึ่งเป็นพระผู้สร้าง











< ระวังพวกข่าวลือหน่อยนะ >



โฮชิโนะเคยเตือนยูอิจิเรื่องข่าวลือ แต่โฮชิโนะกลับลืมคำเตือนของตนเอง เขาเชื่อข่าวลือที่ยูอิจิกุขึ้น มันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และเขาก็ต้องชดใช้ด้วยการเดินเข้าไปหาบทสรุปสุดท้ายด้วยตัวเอง (หรือว่าจริงๆแล้วยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย?)


คมมีดเปื้อนเลือดที่ปักลงในแอปเปิ้ลเขียวลูกเดียวกับที่โฮชิโนะเคยหยิบยื่นให้กับยูอิจิ ทำให้ผมจินตนาการไปถึงฟันซี่ขาวที่จมลงไปในเนื้อผลไม้ต้องห้ามยามเมื่ออดัมได้ชิมผลไม้นั้นเป็นคำแรก เช่นเดียวกับอดัมและเอวา เมื่อความสำนึกผิดชอบชั่วดีกลับมา ยูอิจิรู้สึกละอายใจและเริ่มออกวิ่งเพื่อหลบซ่อนความผิดบาปของตนจากสายตาผู้อื่น - - - ยูอิจิรู้จักความตาย


เป็นไปได้มากว่า หลังจากเหตุการณ์คืนนั้นแล้ว ยูอิจิจะไม่ได้หวนกลับไปที่เว็บไซต์ซึ่งตัวเองเป็นผู้ดูแลอีกเลย และเป็นไปได้อีกเช่นกันที่อีเธอร์ของฟีเลียจะค่อยๆเหือดแห้ง และหมดไปในที่สุด











< วันนั้น ดวงวิญญาณดวงหนึ่งได้หลงทาง แล้วเด็กผู้ชายคนหนึ่งได้ตายไป
ใครเป็นคนฆ่าเขานะ? ใครเป็นคนทำให้อีเธอร์ต้องแปดเปื้อน……. >

ผู้ส่ง : ยูเมโกะ



เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ตายไป คือ โฮชิโนะ ส่วน ดวงวิญญาณดวงหนึ่งที่หลงทาง หมายถึง ยูอิจิ


อีกครั้งที่เทพเจ้า(แห่งอีเธอร์) ส่งผู้นำสารมาประกาศคำพิพากษาต่อมนุษย์ผู้มีบาป แล้วยูอิจิก็ถูกขับไล่ออกจากสวนสวรรค์อีเธอร์ !!!!!!!!!


โฮชิโนะถูกขับออกจากอีเด็น (ความใสซื่อไร้เดียงสา วัยเยาว์แสนสุข ครอบครัวอันอบอุ่น เพื่อนฝูงที่รักใคร่ และอนาคตแสนสดใส) แต่ได้รับการโอบอุ้มและเยียวยาจากอีเธอร์ ยูอิจิเองก็หลงทางอยู่ได้ไม่นาน เขาถูกขับอกจากอีเธอร์ของ ลิลี่ ชูชู ก็จริง แต่ยูอิจิได้ค้นพบอีเธอร์แห่งใหม่จากท่วงทำนองพริ้วไหวในบทเพลงจากการบรรเลงด้วยเปียโนของคุโนะ เด็กสาวร่วมห้องที่เขาแอบหลงรักมาตลอด****





**** อีเธอร์ใหม่ของยูอิจิ อ้างอิงจากบทความเรื่อง All about Lily Chou-Chou แด่เธอ.....บทเพลงแห่งอีเธอร์ ของ merveilesxx






เราได้แต่หวังว่ายูอิจิจะไม่ทำผิดอีกครั้งเป็นซ้ำสองเหมือนกับโฮชิโนะ กว่าบาดแผลลึกและสาหัสจะสามารถประสานเข้ากันได้ดีเหมือนเดิม มันก็สายไปแล้วสำหรับโฮชิโนะ แต่อาจจะยังไม่สายเกินไปสำหรับยูอิจิก็เป็นได้


นรกที่ลงโทษผู้กระทำผิดต่ออีเธอร์ ไม่ใช่กระทะทองแดง หรือไฟบรรลัยกัลป์ หากแต่เป็นท้องทุ่งเวิ้งว้าง แห้งแล้ง และเยือกเย็นซึ่งแต่ก่อนเคยเขียวขจีด้วยทุ่งข้าวระบัดใบ โฮชิโนะยืนอยู่ท่ามกลางนรกอันอ้างว้าง โดดเดี่ยว และไร้ทางออกแห่งนั้น เด็กหนุ่มเค้นเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวังว่าจะมีใครสักคนที่จะได้ยินคำร่ำร้องจากดวงวิญญาณของเขาบ้าง บทเพลงแห่งอีเธอร์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยโอบอุ้มและเยียวยาความเจ็บปวดให้โฮชิโนะ บัดนี้....บทเพลงเดียวกันนั้นเองที่กลับดังกึกก้องกลบเสียงโหยไห้อันเป็นความหวังสุดท้ายของเขาจนเราแทบไม่อาจได้ยิน


ดวงอาทิตย์ยามอัสดงทอแสงทองอร่ามลงมาเป็นลำก่อนจะลับขอบฟ้าด้านตะวันตก ปล่อยให้ความมืดมิดอันเป็นนิจนิรันดร์โรยตัวเข้ามาครอบครองพื้นที่แทน ในช่วงเวลาที่อยู่คาบเกี่ยวระหว่าวันและคืนเช่นนี้ เทพเจ้าจะยอมหันมามองและรับฟังคำอุธรณ์จากดวงวิญญาณที่สำนึกต่อบาปของโฮชิโนะไหมหนอ........











ในฉากสุดท้าย ก่อนที่ภาพบนจอจะค่อยๆเลือนหายไป เราได้เห็นยูอิจิยืนอยู่กลางท้องทุ่งอันกันดารและอ้างว้างเช่นเดียวกันกับโฮชิโนะ หรือว่า...อีเธอร์แหล่งใหม่ที่ยูอิจิค้นพบจะมิอาจโอบอุ้มเขาให้หลุดพ้นไปจากนรกเช่นเดียวกันนั้นได้ ปีกที่บินไม่ได้ของยูอิจิจะได้รับการเยียวยาให้หายดีก่อนแสงทองลำสุดท้ายจะพ่ายแพ้แก่รัตติกาลที่กำลังเคลื่อนเข้ามาได้ไหม


แล้วยูอิจิจะสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับท่วงทำนอง(melody) ลำนำ(sound)***** และเสียงประสาน(harmony)ของบทเพลงสุดท้ายแห่งอีเธอร์ ก่อนจะบินร่อน(glide)ออกไปได้อีกครั้งหรือไม่?


คงจะมีแต่ผู้กำกับชุนจิ อิวาอิเท่านั้นที่รู้คำตอบ





***** ลำนำ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า song แต่ในบทความนี้ขอใช้ ลำนำ แทนคำว่า sound ที่อยู่ในเพลง glide





ปล. ข้อมูลเกี่ยวกับพระคริสตธรรมคัมภีร์ได้รับการอนุเคราะห์จาก ภัค เพื่อนของผมเอง ฝากคำขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย แต่ถ้าข้อมูลในส่วนนี้มีความผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนใดๆ ขอให้เป็นความรับผิดชอบของเพื่อนผมแต่เพียงผู้เดียว ผู้เขียนบทความไม่เกี่ยวแต่ประการใดทั้งสิ้น





Image hosted by Photobucket.com






Create Date : 20 เมษายน 2548
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2553 0:34:08 น. 26 comments
Counter : 1610 Pageviews.

 
พบกันอีกครั้ง (^____^)

.
.
.

(((( "I wanna be" ))))

.
.
.

พวกเขา ต่าง อยากจะโบยบิน


โดย: ปีกที่ไม่อาจจะโบยบิน (WhaT iT'S W๐l2tH ) วันที่: 20 เมษายน 2548 เวลา:5:04:34 น.  

 
อ่านทั้งหมดแล้ว
ขอบคุณค่ะ ที่นำมาให้อ่าน
เยี่ยม
บอกได้คำเดียว


โดย: Redkiller1980 วันที่: 20 เมษายน 2548 เวลา:17:43:47 น.  

 
อ่านรหัสลับจบแล้วครับ รวมถึงองครักษณ์แฟนฉันด้วย ตอนนี้คงต้องไปหา ซีดี lily chouchuo มาดูให้ได้ (ดีวีดียังไม่ได้ซื้อเลย)
ขอบคุณที่พี่เขียนด้วยนะครับ เขียนได้เยี่ยมมาก


โดย: ิbankdee IP: 202.129.45.198 วันที่: 24 เมษายน 2548 เวลา:15:42:37 น.  

 
แวะมาอ่านแล้วนะครับ ชอบแนวความคิดที่ต้องการสื่อ และชื่นชมในการค้นหาข้อมูลครับ

ขออนุญาตเอาลิงค์ไปแปะใน BLOG ผมนะครับ

-- เรื่องแอปเปิ้ลเขียว มีคนเคยเสนอแนะผมตั้งแต่ตอนที่โพสต์กระทู้ครั้งแรกที่ PANTIP.COM (พ.ค. 2547) แล้วว่าน่าจะเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ แต่เนื่องจากผมไม่มีความรู้ในส่วนนี้นัก และผมเป็นพวกขี้เกียจค้นข้อมูลด้วย ดังจะเห็นได้ว่าบทความ 'แด่เธอบทเพลงแห่งอีเธอร์' ของผมนั้นเขียนจาก 'ความรู้สึก' และ 'จินตนาการ' (ความเพ้อเจ้อ) ล้วนๆ แต่แค่นี้มันก็ความยาวทะลุไป 30 หน้าแล้วครับ ผมว่าพอดีกว่า แหะแหะ (แต่เคยเจอคนเขียนถึงหนังเรื่อง City of Sadness ของโหวเสี่ยวเสี้ยนยาว 70 หน้าแน่ะ แต่คงเพราะว่ามันมีประเด็นทางการเมืองด้วย เลยยิ่งยาว)

-- คืดเหมือนกันว่าฉากคอนเสิร์ต เหมือนฉากบูชาศาสนดา ลัทธิ หรืออะไรสักอย่าง ที่น่าเศร้าก็คือ พวกเขาบูชาความว่างเปล่า ("อย่าให้เธอเป็นสิ่งที่เธอไม่ได้เป็นสิ")

-- ใน MV เพลงในฉากคอนเสิร์ต (ที่ฉายขึ้นจอโปรเจคเตอร์) ก็บอกเป็นนัยถึงการที่ลิลี่เป็นดั่งศาสดาหรือแม่พระที่มาปลดปล่อยมวลมนุษย์ แต่แล้วเธอก็ต้องแปดเปื้อนดินโคลน เพราะอะไร?
1. เธอถูกเหล่ามนุษย์ทำให้แปดเปื้อน (ทุกคนต่างเอาเธอไปเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจ)
2. ก็เพราะเธอก็เป็นมนุษย์เหมือนกันน่ะสิ!!

ที่น่าขันจนขื่นใจไปกว่านั้นก็คือ
1. อย่างที่เคยเขียนไปฉากนี้อิวาอิตั้งชื่อว่า 'ความฝัน' (อ่านรายละเอียดในที่ผมเขียนนะครับ)
2. MV ของลิลี่ถูกฉายผ่านจอโปรเจคเตอร์-สื่อดิจิตอลที่นำเสนอภาพลวงตา!

เพียงแค่ถอดปลั๊กไฟทุกอย่างก็หายเลือนไปแล้ว

-- ผมเคยรู้สึกแย่กับตัวเองเหมือนกัน เพราะตัวผมเองก็มีพฤติกรรมไม่ต่างจากตัวละครในเรื่อง เพราะผมก็เอาลิลี่มาเป็นอะไรสักอย่างให้กับตัวอย่าง (หากเราวัดถึงการบูชาตัวหนัง Lily Chou-Chou อาจจะเป็น CULT MOVIE เรื่องหนึ่งเลยก็ได้ มันสร้าง IMPACT ต่อสังคมออนไลน์มากทีเดียว) นี่เป็นสาเหตุที่ตั้งชื่อกระทู้ตอนโพสต์ล่าสุด (ก.พ. 2548) ที่ PANTIP, Bioscope ว่า "กระทู้สุดท้ายแด่หนังที่เปลี่ยนชีวิตผม" เพราะผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องกล่าวคำอำลากับหนังเรื่องนี้เสียที

แต่แล้วก็ดั่งรถไฟในหนัง 2046 สุดท้ายมันก็ไม่ได้ไปที่ไหนเลย...

ต้องโทษคุณ Kino ด้วยที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ภาพทุ่งหญ้าสีเขียวจึงกลับมาหลอกหลอนผมอีกครั้ง

คราวนี้คงไม่ต้องบอกว่าเจอกันอีกครั้งที่ทุ่งหญ้าสีเขียวอันเป็นนิรันดร์ เพราะเดี๋ยวเสาร์หน้าเราก็เจอกันอีก อิอิอิ

"คุณบลูแคท เอ๊ย! คุณ Kino ยินดีที่ได้รู้จักนะ"

ด้วยมิตรภาพ
merveillesxx

ปล.1 ลืมถามคุณไปว่าเล่น MSN มั้ย ของผมก็ merveillesxx@hotmail.com นะครับ

ปล.2 ขออนุญาตใช้พื้นที่ลิงค์ไปยังบทความของผมนะจ๊ะ

แด่เธอบทเพลงแห่งอีเธอร์
PART 1
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=merveillesxx&date=12-02-2005&group=1&blog=1

PART 2
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=merveillesxx&date=14-02-2005&group=1&blog=1


โดย: merveillesxx วันที่: 24 เมษายน 2548 เวลา:23:36:08 น.  

 
วิเคราะห์ได้เห็นภาพมากเลยพี่ ผมไม่ได้นึกถึงอดัมกับอีฟเลยนะ ถ้าไม่ได้มาอ่านบทความของพี่ แต่พออ่านแล้วก็รู้สึกว่ามัน ใช่จริง ๆ ด้วย... ทั้ง ๆ ที่ผมก็เคยศึกษาเรื่องผลไม้ต้องห้ามเมื่อนานมาแล้วเหมือนกัน แต่ผมกลับนึกไม่ถึงเลย... รหัสลับที่ซับซ้อนนั้นมันลึกเกินกว่าที่ผมจะนึกถึง แต่มันกลับง่ายที่จะเข้าใจด้วยตัวหนังสือของพี่ ขอบคุณนะครับ ^^

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้รหัสลับนั้นจะได้รับการไขและเปิดเผย แต่ความรู้สึกของผมที่มีต่อพวกเขา ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย...

พวกเขายังคงโบยบินเหนือทุ่งหญ้าสีเขียวอันเป็นนิรันดร์และกาลเวลา...

...ในความฝันของผม...


โดย: Zweet_Daddy [mode Ethereal Me...] IP: 202.176.123.220 วันที่: 27 เมษายน 2548 เวลา:23:43:42 น.  

 
ที่จริงก็ไม่ค่อยกล้าอ่านเท่าไหร่ล่ะนะ... กว่าจะทำใจมาอ่านได้เนี่ย เฮ้อออ มันกลับมาอีกแล้ว ไอ้อาการอย่างงั้น ไม่รู้จะเป็นอีกนานเท่าไหร่น้า (แต่คงไม่เท่ากับตอนที่ได้ดู ลิลี่ ล่ะมั้ง) ไม่อยากทำให้คนรอบข้างหงุดหงิดกับตัวเองหรอกนะ แต่มันจะเป็นอย่างงี้อยู่เรื่อยเมื่อได้เอาตัวเองไปคลุกคลีตีโมงกับ "ทั้งหมดของลิลี่ ชูชู"

เป็นอย่างงี้อีกจนได้สินะ
ปิดเพลงได้แล้วมั้ง Lily...


โดย: Zweet_Daddy [again] IP: 202.176.123.220 วันที่: 27 เมษายน 2548 เวลา:23:53:15 น.  

 
ชอบที่เขียนไว้เกี่ยวกับ Lily จังเลยครับ น่าสนใจดีจังครับ เดี๋ยวดูเรื่องนี้แล้วจะเข้ามาอ่านอีกทีครับ ขออนุญาตแอดบลอกไว้นะครับ :)


โดย: Tempting Heart วันที่: 30 เมษายน 2548 เวลา:4:49:22 น.  

 
แวะเข้ามาแสดงความเห็นด้วยคนครับ หลังจากที่เพิ่งดูหนังเรื่องนี้จบเรียบร้อยแล้ว ดูเอาจาก DVD zone 3 ที่ซื้อมาเองครับ

ที่สนใจดูเรื่องนี้ เพราะรู้สึกว่าเป็นหนังที่ดังเหลือเกิน ดูเหมือนกระแสจะแรงมากๆ และเข้าใจว่าคงเป็นหนังซึ้งๆเหงาๆซักเรื่องหนึ่ง พอเริ่มดูไป ตอนแรกก็รู้สึกว่า อืม ไม่เห็นจะมีอะไรเท่าไหร่เลย แล้วก็ยอมรับว่าดูแล้วเนือยๆไปเรื่อยๆ แล้วก็ง่วงพอสมควรครับ และหนังก็ยาวทีเดียว (140 นาทีได้ครับ) จนต้องดู 3 วันกว่าจะดูหนังเรื่องนี้จบน่ะครับ และบางช่วงก็ดูว่าภาพจะสั่นๆและเวียนหัวพอสมควร เช่นตอนที่ไปเที่ยว Okinawa กัน

แต่พอดูไปเรื่อยๆ ช่วงท้ายๆเลยเริ่มรู้สึกว่า ที่เข้าใจแนวของหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก คงเข้าใจผิดทีเดียว และเริ่มเข้าใจเรื่องราวการสื่อสารทางหน้าจอของตัวละครในตอนท้ายๆ เริ่มลำดับเรื่องราวได้ ก็รู้สึกว่าเป็นหนังที่รวมประเด็นเรื่องราวต่างๆไว้หลายเรื่อง ดูแล้วให้ความรู้สึกหดหู่เหลือเกิน นอกจากหดหู่ ยังรู้สึกเศร้าไปด้วย สะเทือนใจ น่ากลัวหรือขนลุก สยองขวัญด้วยเหมือนกัน (ทั้งๆที่ก็ไม่ใช่หนังสยองขวัญ) แต่ในมุมมองของผมเอง รู้สึกว่าหนังมีแง่มุมหลายอย่าง ทั้งเรื่องราวเหมือน Adolescent Turmoil (วัยหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่น) ที่เข้าใจว่าเป็นแบบนี้ตอนแรกๆ พอดูๆไป ก็มีทั้งเรื่องของความรุนแรงของวัยรุ่นในสังคมญี่ปุ่น (Violence), ปัญหาพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่น รวมทั้งปัญหาทางด้านจิตใจ (psychological problems) ผมเองดูแล้วเหมือนพระเอกและตัวละครหลายตัวเหมือนกันน่าจะมีภาวะซึมเศร้า (depression) และถึงกับมีพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย (suicidal behaviors) รวมทั้งการฆ่าตัวตายสำเร็จ (committed suicide) รวมทั้งปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวอันธพาลของวัยรุ่น (conduct disorder) ดูแล้วนึกไปถึงกระแสความแรงและคลั่งไคล้นักร้องญี่ปุ่นเหมือนฮิเดะ ประมาณนั้นเลยนะครับ มีส่วนของทั้งหนัง gangster อันธพาลครองเมือง แต่เป็นปัญหาของวัยรุ่น หลายอย่างดีเหมือนกัน ไม่ได้เป็นเพียง Adolescent Turmoil อย่างที่เข้าใจแต่แรกครับ

ดูจนจบแล้วรู้สึกเศร้าหดหู่เหลือเกินครับ พอได้เข้ามาอ่านเรื่องราวที่คุณ das Kino เขียนไว้แล้ว ทำให้เข้าใจเรื่องราวต่างๆมากขึ้นครับ โดยส่วนตัวของผมเอง คิดว่าประเด็นหนึ่งที่น่าจะเข้าได้ของสาเหตุพฤติกรรมของโฮชิโนะที่เปลี่ยนแปลงตัวเองจากเด็กเรียบร้อยกลายเป็นเด็กอันธพาล ส่วนหนึ่งก็คงน่าจะอธิบายได้จากทฤษฎีที่ว่า Turning Passive into Active ซึ่งก็ใช้อธิบายคนที่เคยมีประวัติถูกล่วงละเมิด (abuse) ในวัยเด็กซึ่งต่อมาก็กลายเป็นผู้ล่วงละเมิดเสียเอง ก็คงคล้ายๆกันกับโฮชิโนะในกรณีนี้เหมือนกัน ดูแล้วยังมีประเด็นต่างๆที่ผมสนใจแล้วก็ยังอยากจะเข้าใจเรื่องราว ที่มาที่ไปของตัวละครต่างๆมากขึ้นพอสมควร รวมทั้งความเข้าใจในตัวพระเอกของเรื่องด้วย

เพลงประกอบในเรื่องนี้ฟังดูแล้วเศร้าหดหู่และหลอกหลอนความรู้สึกคนดูจริงๆครับ

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่น่าสนใจมากๆครับ จะต้องลองกลับไปดูและเก็บรายละเอียดของเรื่องนี้อีกทีครับ ^ ^


โดย: Tempting Heart วันที่: 5 พฤษภาคม 2548 เวลา:11:01:42 น.  

 
ลืมไปครับ ดูจนกระทั่งหนังจบแล้วผมก็ยังไม่ทราบเลยครับ (สงสัยมาตลอดทั้งเรื่อง) ว่า Ether คืออะไร หมายถึงอะไรครับ ^ ^


โดย: Tempting Heart วันที่: 5 พฤษภาคม 2548 เวลา:11:12:54 น.  

 
นั่นสิ Ether คืออะไร

ผมนึกไปถึง MTBE - Methyl Tertiary Butyl Ether ที่ใส่แทนตะกั่วในน้ำมัน โน่นแน่ะ ฮ่าๆๆๆๆ


โดย: it ซียู วันที่: 6 พฤษภาคม 2548 เวลา:17:02:58 น.  

 
ถ้าให้พูดถึง "อีเธอร์ในความหมายของหนังเรื่องนี้" ต้องวิเคราะห์กันยาวเลยครับ อาจจะเขียนเป็นบทความได้อีก 1 ชิ้นเลย แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีหรือเปล่า เพราะต้องค้นคว้าเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทพนิยายกรีกมาเป็นข้อมูลประกอบอีกเยอะเลยถึงจะเขียนได้ครับ

พูดคร่าวๆก็คือ อีเธอร์แต่เดิมนั้นนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นตัวกลางให้แสงเดินทางได้ในอวกาศซึ่ง(แต่เดิมเชื่อว่า)ไม่มีสสารใดๆ คือเป็นความว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง

คำว่า อีเธอร์ นั้นก็มาจากชื่อของเทพเจ้ากรีก (เทพแห่งแสงสว่าง) ซึ่งเป็นเทพในยุคเริ่มแรกก่อนเทพในวงศ์โอลิมปุสด้วยซ้ำ

จึงพอสรุปได้อย่างๆคร่าวที่สุดว่า....อีเธอร์ในหนังเรื่อง all about lily chou chou จึงเป็นทั้ง "แสงสว่าง" ส่องนำทางชีวิตที่มืดมน และเป็น "ตัวกลาง" ของแสงสี(อารมณ์และความรู้สึก) รวมทั้งเป็นสุญญากาศ ที่ที่ความสับสนวุ่นวายไม่อาจเข้าไปได้ ความเจ็บปวดจะได้รับการเยียวยา และความเหนื่อยล้าจะหมดไป

ข้อย้ำว่านี่เป็นการพูดโดยคร่าวๆอย่างที่สุดนะครับ อย่าเพิ่งถือเป็นข้อสรุป ลองไปอ่านในบทความที่อื่นๆที่เขียนวิเคราะห์เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ดูซิครับ จะทำให้เข้าใจ "อีเธอร์" ได้ด้วยตนเอง และได้ดีกว่านี้





โดย: das Kino วันที่: 6 พฤษภาคม 2548 เวลา:20:28:19 น.  

 
อืมมม แต่ผมเชียร์ให้พี่เขียนบทความเกี่ยวกับอีเธอร์นะ เพราะที่มาน่าสนใจมากเลย แล้สเมื่อไหร่จะเขียนภาค 2 ซักทีครับ ? รออ่านอยู่นะ ^^


โดย: Zweet_Daddy IP: 58.11.70.92 วันที่: 8 พฤษภาคม 2548 เวลา:18:50:30 น.  

 
นั่นสินะ รอภาคสองอยู่อะค่ะ
เรื่องอีเธอร์ก็น่าเขียนนะ
เราก็ไม่ค่อยเข้าใจแจ่มแจ้งเหมือนกัน
ประมาณว่าเป็นอะไรที่อธิบายไม่ได้น่ะ^^
รู้แต่ว่าฟังเพลงของลิลี่แล้วจะสัมผัสถึงอีเธอร์(เกี่ยวมั้ยเนี่ย)


โดย: CaT-9-LiFe IP: 203.151.140.111 วันที่: 14 พฤษภาคม 2548 เวลา:5:08:25 น.  

 
ขอขอบคุณ และขออภัยทุกๆคนที่ติดตามรอภาค 2 อยู่นะครับ

ทีแรกตั้งใจจะลงมือเขียนและให้เสร็จภายในกลางเดือน พ.ค. นี้ แต่มีความจำเป็นบางอย่างทำให้ไม่สามารถทำตามที่คิดไว้ได้ และคงต้องเลื่อนการเขียนไปก่อนอย่างไม่รู้กำหนด ทั้งๆที่ลงมือเขียนไปบ้างแล้ว

อีกอย่างที่ทำให้เกิดคิดลังเล ไม่รู้จะเขียนภาค 2 ออกมาดีหรือเปล่าก็ตรงที่เนื้อหา คือ.....ในภาคแรกจะวิเคราะห์หนังเรื่องนี้ทางด้าน ปรัชญา-ศาสนา ซึ่งผมก็พอมีความรู้อยู่บ้าง

แต่ภาค 2 จะเป็นการวิเคราะห์ทางด้าน จิตวิทยา + สังคมศามสตร์ ซึ่งผมยอมรับว่ามีความรู้น้อยมากๆ ถ้าจะเขียนก็จะเป็นการวิเคราะห์บนพื้นฐานการเข้าใจชีวิตและจิตใจคนของตนเองมากกว่า ไม่สามารถอ้างหลักวิชาการจริงๆได้ จึงเกิดลังเลขึ้นมาว่าจะเขียนออกมาดีไหม เขียนออกมาแล้วจะเป็นการจับแพะมาชนแกะ วิเคราะห์มั่วไปเองหรือเปล่า????

แต่ไหนๆก็เริ่มเขียนมาบ้างแล้ว ก็คงจะเขียนต่อไปจนจบ แล้วค่อยมาดูอีกทีว่าจะเผยแพร่ออกไปดีไหม

ส่วนเรื่องที่จะเขียนวิเคราะห์ในประเด็น "อีเธอร์" และตัว "ลิลี่ ชูชู" หรือเปล่า ขอผมคิดหนักๆอีกทีครับว่าจะสามารถหรือไม่ เพราะบทวิเคราะห์นี้จะอิงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทพตำนานกรีกซะเยอะ คงต้องค้นคว้าหาข้อมูลกันเยอะหน่อยแหละครับ

ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกๆคนด้วยนะครับที่ติดตามอ่าน และเม้นท์มาจนมีกำลังใจและความมั่นใจในการเขียนวิเคราะห์หนังลิลี่ขึ้นอีกเยอะเชียว ^_^






โดย: das Kino วันที่: 16 พฤษภาคม 2548 เวลา:13:46:32 น.  

 
สวัสดีครับ แวะเข้ามาทักทาย อยากจะรออ่านภาค 2 เหมือนกันครับ เขียนเสร็จเมื่อไหร่ เอามาให้อ่านกันนะครับ เรื่องจิตวิยา สังคมศาสตร์ จะมาช่วย comment ครับ ^ ^


โดย: Tempting Heart วันที่: 17 พฤษภาคม 2548 เวลา:17:26:05 น.  

 
มาทวง ภาค สอง อะคุณ Kino


โดย: ปีกที่ไม่อาจจะโบยบิน (WhaT iT'S W๐l2tH ) วันที่: 12 มิถุนายน 2548 เวลา:13:01:44 น.  

 
ดีค่ะพึ่งแวะเข้ามาแต่ว่าอ่านไว้ตั้งนานแล้วค่ะ....นันซิคะเมื่อไหร่จะเอาภาค 2 มา ลงรออ่านอยู่....


โดย: kukpig IP: 203.151.140.114 วันที่: 13 มิถุนายน 2548 เวลา:20:25:13 น.  

 
พี่กาย อยากอ่านภาค 2 ไวๆนะคร้าบบบ


โดย: bank IP: 202.183.233.10 วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:15:15:38 น.  

 
ตามมาจากที่ที่หนึ่งค่ะ
เราเองก็เป็นบ้าไปเลยกับหนังเรื่องนี้
เสียดายได้ดูรอบเดียว

อยากได้ ost.มากๆเลยค่า


ถ้าจะกรุณา


โดย: quin toki วันที่: 19 สิงหาคม 2548 เวลา:22:39:19 น.  

 
ข้อมูลเยี่ยมมากๆครับ
ยังไงๆอย่าพลาดงาน https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jonykeano&group=6
นะครับ

น่าจะมีเรื่องนี้อยู่ในงานด้วยน่ะ


โดย: jonykeano วันที่: 4 กันยายน 2548 เวลา:11:25:16 น.  

 
เยี่ยมทีเดียวเชียวล่ะ


โดย: yo IP: 61.91.167.187 วันที่: 10 มีนาคม 2549 เวลา:23:48:00 น.  

 
เจ๋งมากเลยคร้าบ..........


โดย: .. IP: 125.24.200.102 วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:16:48:58 น.  

 
ดีวีดีตอนนี้ยังมีมั้ยเนี่ย


โดย: เปียว IP: 61.19.66.206 วันที่: 29 มีนาคม 2551 เวลา:14:45:56 น.  

 
พึ่งได้ไม่นานมานี้
คงยังไม่ช้าเกินไป

คอมเม้นต่างๆ,,
ที่ดูเหมือน จะเกิดขึ้นในอดีต
ทำให้เกิดความรู้สึกเหงาหงอย ขึ้นมา*



โดย: BA EN IP: 125.24.0.117 วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:18:13:32 น.  

 
lily โปรดเยียวยาฉันด้วย
ฉันกำลังเจ็บปวด เจ็บปวดมาก
ฉันโดน ทำร้าย จากความไว้ใจ เชื่อใจ
''คนที่ทำร้ายเรามากที่สุดคือ คนรัก เพื่อน ครอบครัว''


โดย: vini IP: 14.207.84.52 วันที่: 22 มกราคม 2557 เวลา:19:14:16 น.  

 
โปรดคุยกับฉัน บอกฉันที
ฉันต้องทำอย่างไร ต้องใครสักที่เข้า
ช่วยฉันด้วย


โดย: vini IP: 14.207.76.153 วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:5:51:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

das Kino
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




film lovers are sick people




Google



Friends' blogs
[Add das Kino's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.