ทำในสิ่งที่รักคืออิสระ รักในสิ่งที่ทำคือความสุข
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
25 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
NexT StatioN 2047


ข้อเขียนนี้กล่าวถึงหนังของหว่องกาไหว่ 3 เรื่องคือ Chungking Express In the Mood For Love และ 2046





Next Station 2047
please mind the gap between past & future!



หว่องกาไหว่กล่าวเอาไว้ว่า......ในชีวิตประจำวัน คนเราส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตอยู่อย่างซ้ำๆ และต้องพึ่งบางสิ่งที่มีพลังเช่น “ความรัก” จึงจะผลักดันให้เราเคลื่อนไปสู่วงโคจรที่แตกต่างออกไปจากเดิมได้


เพียงแต่...การหลุดพ้นจากวังวนเดิมมิได้หมายถึง “อิสรภาพ” เสมอไป เพราะพลังที่เข้มแข็งเช่นความรักดังที่ผู้กำกับชาวฮ่องกงว่าไว้ อาจจะเป็นได้แต่เพียงแรงผลักดันนำเราก้าวไปสู่ “วงโคจรใหม่” หลังจากนั้นเราก็จะคุ้นชิน ค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับวงจรชีวิตนั้น


แล้วกลับมามีชีวิตที่ซ้ำซากเช่นเคยเป็นมา เราจะประเดิมย่ำรอยเท้าแรกลงประทับไว้ เพื่อว่าวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปเราจะสามารถย่ำซ้ำรอยเท้าเดิมของตนได้หนแล้วหนเล่า แล้วชีวิตก็จะเข้าที่เข้าทางของมันอีกครั้ง


ดูเหมือนว่า “ความซ้ำซาก” จะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการหลีกหนีเสมอไป หากแต่การใช้ชีวิตอย่างซ้ำซากกลับเป็นชีวิตที่มั่นคง ปลอดภัย และสะดวกดายยิ่งกว่าการเดินไปบนหนทางใหม่ๆเสียอีก


ตำรวจหมายเลข 633 มักจะซื้อเชฟสลัดให้แฟนสาวทานทุกวันหลังออกเวร เมื่อเจ้าของร้านฟาสต์ฟู๊ดมิดไนท์เอ็กซ์เพลสแนะนำให้เปลี่ยนเมนู ตำรวจหนุ่มมีทีท่าลังเล แต่เขาก็ลองซื้อปลากับมันทอดควบคู่ไปกับเชฟสลัดตามคำแนะนำ คืนต่อมาเขาสั่งปลากับมันทอดกับเจ้าของร้าน แล้วก็ได้พิซซ่าเป็นเมนูใหม่ติดมือไปฝากแฟนสาวอีกอย่าง







ปลากับมันทอดและพิซซ่าที่ชายหนุ่มซื้อไปเป็นอาหารมือค่ำได้ทำลายวงจรชีวิตที่ซ้ำซากของเขากับแฟนสาว โชคร้ายที่พลังของการเปลี่ยนแปลงมิได้มีผลต่อนายตำรวจรหัส 633 แต่กลับผลักดันให้ฝ่ายหญิงหลุดพ้นจากวงโคจรเดิมไปสู่วงโคจรใหม่ วงโคจรที่เขาไม่มีส่วนร่วม


ชีวิตที่ปราศจากคู่รักของชายหนุ่มแปรปรวนอยู่พักหนึ่ง ไม่ช้าเขาก็จัดการชีวิตให้เข้าที่เข้าทางได้อีกครั้ง ตำรวจหมายเลข 633 ไม่ได้สั่งเชฟสลัด ปลากับมันทอด หรือพิซซ่าเป็นของกินหลังออกเวรอีกแล้ว กาแฟดำกลายเป็นวงจรชีวิตใหม่ของชายหนุ่ม แม้ว่าครั้งนี้นายตำรวจจะรู้สึกว่าชีวิตดูเหมือนจะกลวงโป๋กว่าแต่ก่อนก็ตาม







ทว่า.....ชีวิตที่ขาดพร่อง หัวใจอีกครึ่งที่ขาดหายไป อาจสามารถเติมให้เต็มขึ้นมาได้ หากชาที่เทจนปริ่มขอบถ้วยแล้ว ขืนรินน้ำลงไปอีกก็มีแต่ล้นออกมาเท่านั้น


เป็นเหมือนที่หว่องกาไหว่กล่าวไว้ ความรักมีพลังสามารถผลักดันให้เราหลุดไปจากวงโคจรเดิมได้ ชายหนุ่มพบรักครั้งใหม่กับสาวร้านฟาสต์ฟู๊ดเจ้าประจำ เขาเปลี่ยนจากเครื่องแบบตำรวจมาสวมผ้ากันเปื้อน ขณะที่ฝ่ายหญิงถอดชุดกันเปื้อนและถุงมือยางของนักย่องเบาที่เธอยึดเป็นงานอดิเรกบางครั้งบางคราว มาสวมเครื่องแบบพนักงานบนเครื่องบิน เฟย์พาชายหนุ่มบินไปสู่วงโคจรใหม่ซึ่งอาจจะเป็นแคลิฟอร์นียหรือที่ไหนสักแห่ง







โจวมู่หวันก็ได้ไป เขาบินไปถึงสิงค์โปร์และกัมพูชา แต่ถึงแม้เขาจะบินไปไกลกว่านั้น บินไปถึงแคลิฟอร์เนียเหมือนเฟย์ ถึงน้ำตกอีกัวซูเหมือนไหลเยิ่วฟา หรือถึงที่สุดขอบโลกเหมือนจางเจิน โจวมู่หวันก็ไม่สามารถหาอีกครึ่งหนึ่งของหัวใจมาเต็มให้เต็มได้ เพราะทั้งเขาและซูไหลเจินคือถ้วยที่มีน้ำชาปริ่มขอบแล้วตั้งแต่ต้น ต่างคนต่างฝืนเติมชาใส่ถ้วยให้กันเท่าไหร่ น้ำตาก็ยิ่งหลั่งล้นออกมามากเท่านั้น


ความรักมิได้ผลักดันเราไปสู่วงโคจรของชีวิตใหม่เท่านั้นหรอก แท้จริงแล้วความรักยังเป็นสิ่งที่ทรงพลัง สามารถฉุดรั้งเราไว้มิให้หลุดพ้นจากวงจรของมันได้อีกด้วย


แม้โจวมู่หวันจะบินไปไกลจากบ้านเกิดที่ฮ่องกงเพื่อหลีกเร้นจากอดีตอันเจ็บปวด แต่ดูเหมือนว่าจะมีใครคอยเล่นตลกกับเขาไม่เลิกรา โจวมู่หวันได้พบซูไลเจินอีกครั้งที่สิงคโปร์ เพียงแต่เป็นคนละซูไลเจินกับที่เขามีอดีตฝังใจด้วย


เมื่อโจวมู่หวันบินกลับมาฮ่องกง เขาใช้ชีวิตอย่างเสเพล ดื่มเหล้า เคล้านารี เล่นการพนัน หลอกตัวเองไปวันๆว่าตนยังมีความสุขดีอยู่ วงแขนของเขาไม่เคยว่างเว้นจากอ้อมอกสาวน้อยสาวใหญ่เพื่อเขาจะได้ไม่ต้องรับรู้ความจริงว่าชีวิตของตนในตอนนี้กลวงโบ๋เพียงใด


เมื่อโจวมู่หวันไม่ยอมรับว่าหัวใจตนเรียกร้องหาอีกครึ่งที่ขาดหายไป จึงไม่มีหญิงสาวคนไหนเติมเต็มหัวใจที่ขาดพร่องของเขาได้ ซูไลเจินที่สิงคโปร์ตอกย้ำให้ระลึกถึงซูไหลเจินอีกคนมากเกินไป ไป่หลิงเหมาะจะเป็นคู่นอนมากกว่าคู่รัก เฟย์ หว่องคือถ้วยชาที่มีน้ำอยู่เต็ม โจวมู่หวันจบความรักที่มีต่อพวกหล่อนก่อนที่มันจะเริ่มต้นเสียอีก


ทว่า....ชีวิตของโจวมู่หวันกลวงโบ๋เกินกว่าจะยืนหยัดได้อย่างโดดเดี่ยว บ่อยครั้งอุ้งมือของเขาจะว่างเว้นจากมือสาวให้เกาะกุม และต้องนั่งอยู่ที่เบาะหลังรถแท็กซี่เพียงลำพัง ได้แต่เฝ้าครุ่นคำนึงถึงอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว ในเวลาเช่นนั้นซูไลเจินจะแอบย่องมานั่งเคียงข้างด้วยเสมอ ชายหนุ่มจะซบหน้าลงกับไหล่ของหญิงสาว เปลือกตาหนักแทบลืมไม่ขึ้นด้วยฤทธิ์เหล้าหรือไม่ก็ด้วยน้ำหนักของสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในอกมาช้านาน ในที่สุดเขาก็จะเคลิ้มหลับไปในห้วงความฝัน


ภาพมายาของซูไลเจินที่ตามมาหลอกหลอนยามใดก็ตามที่โจวมู่หวันรู้สึกเดียวดาย




ความรักฉุดรั้งโจวมู่หวันให้อยู่ในวังวนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความสุขไม่จีรัง ความสัมพันธ์ไม่เคยยืนยาว หัวใจก็ไม่อาจเติมให้เต็ม ไม่ว่าจะที่กัมพูชา สิงคโปร์ หรือฮ่องกง ต่อให้โจวมุ่หวันกระโดดขึ้นรถไฟไป 2046 ในร่าง


เคน หนุ่มญี่ปุ่น เขาก็ไม่อาจหลุดพ้นไปสู่วงโคจรที่แตกต่างจากเดิมได้ ยิ่งค้นหาก็ยิ่งไม่พบ ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งติดกับ เมื่อไปถึงที่หมาย(2046)จึงพบว่ามันไม่ได้ต่างไปจากที่เขาจากมาเลยสักน้อย






รถไฟที่โจวมู่หวันและตัวละครในนิยายของเขาเองโดยสารอยู่จึงไม่ต่างไปจากรถไฟเด็กเล่นที่วิ่งอยู่บนรางต่อเป็นวงกลม มันไม่ได้มุ่งไปสู่อนาคต อีกทั้งไม่สามารถพาหวนกลับไปสู่อดีต


และอาจจะเป็นเช่นเดียวกับ “นกไร้ขา” นกพันธุ์พิเศษที่ตั้งแต่เกิดมามันก็บินอยู่บนท้องฟ้า มีเพียงเวลาเดียวเท่านั้นที่จะลงมาสู่พื้นดิน นั่นก็คือเวลาที่มันหมดลมหายใจ รถไฟของโจวมู่หวันเองก็จะหยุดวิ่งต่อเมื่อมันไร้ซึ่งแรงขับดันให้วิ่งต่อไปได้เท่านั้นเอง รถไฟขบวนนี้ไม่เคยมีจุดหมายปลายทางแล้วตั้งแต่ต้น


เพราะไร้ปลายทาง นั่นจึงเป็น “ความไม่เปลี่ยนแปลง” ที่ใครๆปรารถนากันนัก ความไม่เปลี่ยนแปลงนั้นแหละคือ 2046 และที่ไม่มีใครกลับมาจาก 2046 นั่นก็เป็นเพราะไม่มีใครไปถึงที่ซึ่งไร้ปลายทาง!!!!


ตู้โบกี้รถไฟ แท้จริงก็คือทางเดินหน้าห้อง 2046 นั่นเอง สังเกตจากโคมไฟบนเพดาน






เคนเลือกโดยสารรถไฟเที่ยวกลับจาก 2046 เพราะเขาปรารถนาความเปลี่ยนแปลง ความเจ็บช้ำที่ซ้ำซากนั้นเกินจะทานทนได้อีกต่อไป หุ่นแอนดรอย์ที่หน้าตาเหมือนคนรักเก่าอาจเยียวยารักษาบาดแผลทางกายให้หายได้ ขณะเดียวกันเธอก็ได้ซ้ำรอยแผลเดิมในใจให้ยิ่งลึกลงไปอีก คำถามเดิมๆที่เคนคิดว่าทิ้งไว้ที่ 2046 แล้วกลับมาวนเวียนหลอกหลอนตนบนรถไฟขบวนกลับ


“หนีไปกับผมเถอะ?”


หุ่นแอนดรอยด์ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับมา เธอก็เหมือนกับกำแพงปราสาทขอมโบราณมีหน้าที่เพียงเก็บความลับในเสียงกระซิบของโจวมู่หวันไว้ หุ่นแอนดรอยด์แม้จะเหมือนคนรักเก่าของเคนมากเพียงใดแต่ก็ยังไม่ใช่คู่รักของเขา







ซูไลเจินคนที่มีฉายาว่า “แมงมุมดำ” คือภาพสะท้อนของซูไลเจินคนที่เป็นชู้รักของโจวมู่หวันในอดีต ไม่ใช่เพราะว่าคนทั้งสองมีชื่อเรียกเหมือนกันเท่านั้น แต่เพราะทั้งเขาและเธอต่างก็เป็นคนที่ “มีอดีต” เหมือนกันอีกด้วย


เฟย์ หว่องก็อาจเป็นภาพสะท้อนของซูไลเจินได้ไม่แพ้กัน เพียงแต่เป็นมุมสะท้อนของอดีตที่สดใสกว่า เธอทำให้โจวมู่หวันหวนระลึกถึงโมงยามที่เขากับซูไลเจินร่วมมือกันแต่งนิยายกำลังภายใน ในห้องเช่าหมายเลข 2046


ความรักที่แห้งเหี่ยวโรยรากลับคืนมีชีวิตชีวาเหมือนได้หยดน้ำชุ่มฉ่ำมาหล่อเลี้ยง โจวมู่หวันคิดว่าเขาอาจจะรักใครอื่นได้อีกครั้ง แต่ความรักในอดีตยังฝังรากลึกไม่อาจจะถอดถอนไปได้โดยง่าย มันยังฉุดรั้งเขาไว้ในวัฏฏะเดิมๆ


อีกครั้งที่เขาหลงรักคนที่มีคนรักอยู่แล้ว ครั้งนี้ถ้าเขายังจะฝืนรินน้ำลงไปในถ้วยที่มีชาอยู่ปริ่มขอบมันก็จักล้นทะลักออกมาอีกครา เหมือนนิทานที่เล่ามาถึงตอนท้ายแต่เรื่องราวพาวนกลับมาตอนต้น มันจึงเป็นนิทานที่ไม่รู้จบ เป็นขบวนรถไฟที่แล่นบนรางต่อเป็นวงกลม ไม่ได้มุ่งไปสู่อนาคต แต่ก็ไม่อาจพาหวนกลับสู่อดีต


เคน หนุ่มในนิยายของโจวมู่หวันอาจจะเฝ้าถามคำถามเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก เฟย์ หว่องก็เพียรตอบคำชักชวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นกัน หากทั้งสองไม่อาจสื่อสารกันได้ เพราะทั้งคู่ยังอยู่คนละวงโคจร ต่างสถานที่และต่างเวลา แม้หัวใจของทั้งคู่อาจจะเป็นอีกครึ่งที่ขาดหายไปของกันและกัน แต่ก็ไม่สามารถเติมเต็มให้กันได้







โจวมู่หวันเข้าใจคนทั้งคู่ดี เพราะเคน หนุ่มญี่ปุ่นในชีวิตจริงคือภาพสะท้อนตัวของเขาเอง เพียงแต่เคนกล้าเอ่ยถามสิ่งที่โจวมู่หวันไม่มีวันเอื้อนเอ่ยกับซูไลเจิน และเฟย์ หว่องก็คือแอนดรอยด์(ตัวแทน)ของซูไลเจิน โจวมู่หวันแอบหวังว่าถ้าเขากล้าชวนซูไลเจินให้หนีไปกับเขา เธอจะตอบรับคำเชิญชวนเหมือนเฟย์ หว่อง


มันอาจจะสายเกินไปแล้วสำหรับโจวมู่หวันกับซูไลเจิน แต่ยังไม่สายเกินไปสำหรับเฟย์ หว่องกับเคน


ความรักเป็นสิ่งทรงพลังผลักดันให้เราไปสู่วงโคจรที่แตกต่างจากเดิมได้จริงๆ โจวมู่หวันได้รู้จักความรักอีกครั้ง ทว่าเป็นความรักที่แตกต่างจากความรักที่เขาเคยประสบมา ความรักในอดีตคือ “การครอบครอง” เป็นเจ้าของ นั่นจึงทำให้เขาต้องเจ็บปวดและโดดเดี่ยว เพราะเขาปรารถนารักที่ไม่มีวันครอบครองได้ แต่ความรักที่โจวมู่หวันมีต่อเฟย์ หว่องคือ “การให้” อย่าสุขใจโดยไม่หวังอะไรตอบแทน


ถ้าโจวมู่หวันทำตนเป็นดังเช่นต้นไม้บนยอดเขา ซอกกำแพงแตกของปราสาทหิน หรือหุ่นแอนดรอยด์ผู้กุมความลับของใครต่อใคร เขาก็จะเป็นได้แค่นั้น แต่ความรักที่ก้าวพ้นไปจากการครอบครองช่วยผลักดันให้วงโคจรของเคนและเฟย์ หว่องได้บรรจบกัน โจวมู่หวันคือสะพานที่ทอดผ่านวงโคจรทั้งสองให้เชื่อมประสานกันได้ในที่สุด







ความรักที่เป็นการเสียสละมีอำนาจยิ่งไปกว่าความรักโดยการครอบครองเสียอีก มันไม่ได้ทำให้คู่รักคู่หนึ่งได้สมหวังเท่านั้น มันยังผลักดันให้โจวมู่หวันก้าวเดินไปข้างหน้า หลุดพ้นจากแรงฉุดรั้งของอดีตรักฝังใจอีกด้วย


เคน หนุ่มในนวนิยายเข้าใจได้ในที่สุดว่าเปล่าประโยชน์ที่จะเฝ้ารอคำตอบจากหุ่นแอนดรอยด์ ไม่ใช่เพราะเธอไม่ชอบเขา แต่เป็นเพราะเธอมีคนรักอยู่แล้วต่างหาก ยิ่งไปกว่านั้นเธอเป็นได้เพียงตัวแทนหรือภาพสะท้อนของความรักที่กลายเป็นอดีตไปแล้วเท่านั้นเอง แม้จะทำได้ยากลำบากและเจ็บปวด.....ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดใจเดินหันหลังให้และก้าวต่อไปสู่ 2047 ที่ที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงและไม่เหมือนเดิมอีก การเดินทางของเขาบนรถไฟขบวนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว


แม้ว่ามันยังฝากรอยแผลเป็นซึ่งอาจจะไม่มีวันผสานจนหายดีได้ ในที่สุดโจวมู่หวันก็สามารถก้าวพ้นจากอดีตที่เฝ้าหลอกหลอนมาตลอด เขากลับไปสิงคโปร์ ตามหาซูไลเจินคนที่มีฉายาว่าแมงมุมดำ โจวมู่หวันเคยบอกเธอไว้ว่าให้ตามหาเขาเมื่อเธอสามารถลืมอดีตได้แล้ว ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันคือคำพูดที่เขาตั้งใจจะบอกกับตนเองมากกว่า แล้วเขาก็ออกตามหาซูไลเจินคนนั้นด้วยความหวังว่าเขาอาจจะรักเธอขึ้นมาได้จริงๆ รักในความเป็นตัวเธอเองไม่ใช่เพราะเธอเป็นแอนดรอยด์ของซูไลเจินอีกคน ทว่า....มันก็เป็นอีกเรื่องที่สายเกินไปสำหรับเขาเสียแล้ว ซูไลเจินก้าวไปสู่อีกวงโคจรหนึ่ง วงโคจรที่โจวมู่หวันไม่มีส่วนร่วม






แม้จะต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่โจวมู่หวันจะไม่ยอมอ้อยอิ่งอยู่กับอดีตอีกต่อไป เขาปรารถนาจะก้าวเดินไปข้างหน้ามากกว่า แม้จะเป็นก้าวย่างที่โดดเดี่ยวปราศจากเพื่อนร่วมทางก็ตาม

เมื่อไป่หลิงกลับมา เธอพยายามที่จะผสานเยื่อใยสัมพันธ์กับโจวมู่หวันที่ขาดสะบั้นไปแล้วให้กลับมาเชื่อมต่อกันใหม่ โจวมู่หวันรู้ดีว่ายิ่งพยายามเท่าไหร่ก็มีแต่ยิ่งเจ็บปวดกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะพบคนที่ “ใช่” เร็วหรือช้าเกินไป และยิ่งไร้ประโยชน์ที่จะพบคนที่ “ไม่ใช่” แม้ว่าจะไม่เร็วไม่ช้าเกินไป อาจจะดูโหดร้ายและเลือดเย็นไปบ้าง หากโจวมู่หวันจำต้องบอกลากับไป่หลิง ทิ้งให้เธอต้องร่ำไห้เพียงลำพังดีกว่าปล่อยให้เธอหวังลมๆแล้งๆกับความฝันที่ไม่อาจเป็นจริงได้







แม้จะทำได้ยากลำบากและเจ็บปวด.....ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดใจเดินหันหลังให้และก้าวต่อไปโดยไม่หวนกลับไปมองอดีต เขาขึ้นนั่งบนเบาะหลังแท็กซี่เพียงลำพัง ซุกหน้ากับประตูรถ สายตาพร่าเลือนแต่ยังมองตรงไปสู่อนาคตที่ขุ่นมัว ไม่มีซูไลเจินให้เขาซบและหลับพริ้มในความฝันอีกแล้ว แต่ก็ไม่มีอดีตที่ตามหลอกหลอนเขาเหมือนภูตผีเช่นกัน


ภาพหลอนของซูไลเจิน
ไม่ต่างอะไรกับรอยสะดุดบนแผ่นเสียงของครูปราณีที่ทำให้เข็มอ่านไม่สามารถเคลื่อนไปสู่วงรอบใหม่ได้




ไป่หลิงเป็นได้แค่แอนดรอยด์(ตัวแทน)ของซูไลเจิน



เมื่อโจวมู่หวันละทิ้งภาพมายาและแอนดรอยด์
เขาจึงเผชิญกับความโดดเดี่ยวเพียงลำพังเพื่อก้าวไปสู่ความเปลี่ยนแปลง





นี่ไม่ใช่เรื่องที่จบลงแบบสุขนาฏกรรม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องโศกนาฏกรรมที่วนเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่มีวันจบสิ้น สิ่งต่างๆอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงไปในทันทีทันใด แต่เมื่อเราก้าวเดินไปข้างหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องค่อยๆแปรเปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อย วันนี้หัวใจของโจวมู่หวันยังกลัดหนองจากรักในอดีต ชีวิตของเขายังกลวงโบ๋อยู่ แต่สิ่งที่ไม่เต็มอาจจะทำให้เต็มขึ้นมา อะไรที่ยังขาดพร่องอยู่อาจจะทำให้บริบูรณ์ได้......สักวัน











Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 21 มีนาคม 2550 1:34:08 น. 7 comments
Counter : 698 Pageviews.

 
"ชีวิตของโจวมู่หวันกลวงโบ๋เกินกว่าจะยืนหยัดได้อย่างโดดเดี่ยว "
.....

"ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องค่อยๆแปรเปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อย"





"อะไรที่ยังขาดพร่องอยู่อาจจะทำให้บริบูรณ์ได้......สักวัน"

ขอให้ถึงวันนั้นซักที..

หนังอาจดำเนินเรื่องไปซ้ำซากในความรู้สึกของคนดูที่..เพียงฆ่าเวลา และ ต้องการให้เวลาผ่านไปแบบไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวกับตัวเอง

....แต่บทความนี้ต่างหาก
ที่ยอด และ เข้าใจถึงแก่นอารมณ์ของความเป็นมนุษย์อย่างเหลือเกิน

คนเขียนยอดมากค่ะ


โดย: รอยคำ วันที่: 3 มีนาคม 2550 เวลา:6:42:09 น.  

 
ชอบดูหนังนะคะ แต่ว่า บางเรื่อง ยากเกินเข้าใจจริงๆค่ะ อาศัยอ่านรีวิว คนอื่น

รีวิวดีค่ะ


โดย: บี - อาร์ วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:22:33:27 น.  

 
ยังไม่ได้ดู Chungking Express เลยค่ะ

แตอ่านที่ จขบ เขียนไว้นี่ ทำให้เข้าใจหนังทั้ง สามเรื่องนี้มากขึ้นเลยอ่ะค่ะ

ถ้าได้ดู 3 เรื่องต่อกัน คงสนุกดี



โดย: renton_renton วันที่: 17 มีนาคม 2550 เวลา:13:06:21 น.  

 
คุณ renton_renton ครับ

ต้องรวม Days of being wild เข้าไปอีกหนึ่งเรื่อง เพราะหนังเรื่องนี้เป็นบทแรกของไตรภาคแห่งยุค 60 ครับ


โดย: das Kino วันที่: 18 มีนาคม 2550 เวลา:0:21:09 น.  

 
ได้ดูแค่ สองพันกว่าๆ นี่เอง เรื่องอื่นไม่ได้ดูคับ

สงสัยว่างๆ ต้องไปหามาดูใหม่


โดย: nate (kennetto ) วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:22:54:52 น.  

 
ขอโทษนะคะ อยากทราบดนตรีประกอบของหน้านี้น่ะค่ะ รบกวนบอกชื่อหน่อยได้ไหมคะ คือมันเพราะแบบโคตรๆๆๆๆเลยน่ะคะ


โดย: ~Kaze IP: 125.26.59.20 วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:19:57:35 น.  

 
ตอบคุณ~Kaze เรื่องเพลงประกอบครับ (ขอโทษที่ตอบช้าไปหน่อย)

ชื่อเพลง Adagio ครับ ปกหลังของ ost. หนังเรื่องนี้เขียนว่า Performed by Secret Garden. Featuring David Agnew (Cor Anglais)

ข้อมูลนอกนั้นไม่ทราบครับ เพราะ ost ที่มีเป็นแผ่นก็อป อุ้ย!


โดย: จขกท. (das Kino ) วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:22:52:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

das Kino
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




film lovers are sick people




Google



Friends' blogs
[Add das Kino's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.