พึงเพียรร้อยสร้อยคำวางค้ำจิต
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
16 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
.. .. ลำนำ...ป่าซาง ไทยอง ผู้สัญจรจาก มหิยังคนคร




๏ เส้นแสงระยับย้อง...........ยั่วยล สูรย์เฮย
ห่มหว่างห้วงเวหน................ห่อห้อม
สุกสะกาวสกล.......................กวมสู่ กาลนา
พร่างจิตพิศจ่างพร้อม...........จึ่งพร้อยน้ำพรม ๚ะ


๏ แสงสูรย์จับระยับย้องยั่วยล
น้ำค้างบนสนใบไศลสูง
เกร็ดมณีน้ำหนึ่งพึงจรุง
ผกายฟุ้งยั่วฟ้าอาภาโพยม

๏ หยาดเพชรก้อนเริงรู้แสงอุษา
บุหลันลาจึ่งร่ำลำนำโสม
ค่อยค่อยจ่างจืดหายละลายโลม
หรี่แสงโคมคลายขับค่อยลับลง

๏ เบื้องบุรี”มหิยังคนคร”
ม่อนสิงขรม่านแคว้นดินแดนหงส์
อรุณโรจน์คีรีบุษบง-
ชูอวดองค์ห่มหล้าให้ฟ้าชม

๏ ดรุณีศรีพนัสกำดัดน้อย
ประหนึ่งสร้อยซ่อนกลิ่นประทินฉม
ซ่อนซ้อนไพรพฤกษ์เถื่อนมิเปื้อนตม
พิสุทธิ์สมเทพสร้างสะอางอร

๏ ใจพี่จอดประจงค่อยปลงปลด
จิตจรดสเน่ห์สิงมิ่งสมร
สวาทแล้วใจร่ำเจียนรอนรอน
ทั่วนาครหาใครเทียบได้นาง

๏ เทวีภูเยี่ยมฟ้ารัมภาคล้าย
เทพยังพ่ายสยบคราพบร่าง
เราเพียงชนหรือทานต้านมนต์นาง
คงต้องถอดใจวางบนกลางภู ๚ะ

+ กิ่งโศก+
..................................................................................




ป่าซาง ..
ชื่อนี้ กิ่งโศก ได้ยิน บ่อยครั้ง ในบทเพลง ..ทั้งลูกทุ่ง และลูกกรุง เช่น ชรินทร์ , หยาดนภาลัย .นำมาขานขับบทเพลง แสนไพเราะจับใจยิ่งนัก แม้แต่ราชาเพลงลูกทุ่ง อย่างสุรพล ไม่เว้น ยังขับร้อง ถึงสองเพลงเกี่ยวกับเมืองป่าซาง ระบุบ่งถึง สาวงามเมือง ป่าซาง
ไฉน เมืองเหนือจึงตราตรึง ให้ผู้คนหลั่งไหลไปเยือนกันนักหนอ โดยเฉพาะ บุรุษชาติที่ ทิ้งความอาลัยอาวรณ์ ยามจรจากนักแล้ว
เสียงเพลงครวญหาสาวงาม “ ป่าซาง ” และธรรมชาติ เสน่ห์มนต์เมืองเหนือนั้นช่างเป็นดินแดนแสนงาม ที่ถูกบันทึกลงห้วงความใฝ่ฝันของนักเดินทาง เมื่อมาเยือนก็ยากที่จะลืมเลือน
ป่าซาง..ดึงใจให้คนลุ่มหลงด้วย ธรรมชาติอันงดงาม บวกด้วยขนบธรรมเนียม แห่งเมืองล้านนา ในอดีต ไม่เว้นความงามของสตรี แห่งเมืองนี้


ป่าซาง ..เป็นเมืองเก่าชุมชนเก่าแก่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ส่วนที่ตั้งของอำเภอป่าซางนั้น
ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำทากับแม่น้ำปิง ก่อนที่จะตั้งเป็นอำเภอป่าซางนั้น
บ้านป่าซางเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอปากบ่อง จังหวัดลำพูน
เมื่อครั้งสมัยพระยากาวิละจะกอบกู้เมืองเชียงใหม่ ได้ส่องซุมกำลังพลที่เวียงเวฬุคาม
ลักษณะเวียงเวฬุคามตั้งอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำกวงด้านทิศตะวันตก มีแนวกำแพงเมืองลักษณะในรูปเกือกม้าหรือรูปครึ่งวงเดือน คูน้ำที่ล้อมรอบเวียงเวฬุคามนั้นใช้น้ำไหลเข้าจากน้ำแม่ทา
โดยมีฝายกั้นที่หน้าธนาคารออมสินปัจจุบัน น้ำไหลรอบคูเมืองไปออกที่ข้างป่าช้าป่าซางปัจจุบัน
ลักษณะกำแพงเมืองเวฬุคามกว้างประมาณ 1 เมตร และมีป้อมยามรักษาการณ์ตลอดแนวกำแพงเมืองระยะห่างประมาณ 100 เมตร ปัจุบันซากกำแพงเมืองเวฬุคามยังมองซากอยู่เป็นช่วง ๆ
ยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร
แลผู้คน ที่พำนักอาศัย อยู่ มีเชื้อสาย เป็นคน ไทยอง ที่อพยพมาอยู่เมืองลำพูนมาครั้งอดีตแล้ว ซึ่งได้ ดำรงค์วัฒธรรม การทอผ้าฝ้ายอันลือชื่อ สืบมาจนทุกวันนี้
“ไทยอง “ คือ ใครอีกเล่า?


ประวัติของชาวยอง
ยอง หรือไทยอง ชาวล้านนาจะออกเสียงเป็น "ญอง" แต่กลุ่มชาวไทยองมักออกเสียงเป็น "ยอง" ชื่อ ยอง หรือ ไทยองนี้ ใช้เรียกกลุ่มคนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองยอง และกระจายอยู่ทั่วไปในแถบเมืองต่างๆ ในรัฐฉานด้านตะวันออกของพม่า เขตสิบสองพันนา ในมณฑลยูนนานของจีน เมื่อ พ.ศ.๒๓๔๘ กลุ่มชาวเมืองยองได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองลำพูนเป็นส่วนใหญ่ ด้วยสาเหตุของสงครามการรวบรวมกำลังคน ต่อมาก็ได้กระจายไปอยู่ในหัวเมืองต่าง ๆ ในล้านนา



คำว่ายองหรือ "ญอง"อันเป็นชื่อเมืองนั้น ตำนานเมืองยองอธิบายว่าเป็นชื่อหญ้าชนิดหนึ่งที่เคยขึ้นในบริเวณเมืองยอง ครั้งหนึ่งมีนายพรานมาจากอาฬวีนคร ได้จุดไฟเผาป่าทำให้หญ้ายองปลิวไปทั่ว
เมืองยองมีชื่อเป็นภาษาบาลีว่า "มหิยังคนคร"(ตำนานเมืองยอง) ตัวเมืองตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเชียงตุง ห่างกันประมาณ ๘๐ กม. ห่างจากแม่สายประมาณ ๑๕๗ กม. บริเวณเมืองยองเป็นแอ่งที่ราบกลางหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ ภูมิประเทศด้านตะวันตกสูงกว่าด้านตะวันออก แม่น้ำสายสำคัญคือน้ำลาบ น้ำวัง และน้ำยอง จึงไหลไปทางทิศตะวันออก


เมืองยองมีประตูเวียง ๗ ประตูคือประตูเสื้อเมือง ประตูน้อย ประตูดินแดง ประตูม่อนแสน ประตูปางหิ้ง ประตูหูหูด และประตูผาบ่อง บริเวณใจกลางเมืองมีต้นสรี หรือต้นโพธิมีไม้ค้ำโดยรอบซึ่งแสดงถึงความเชื่อเรื่องไม้ค้ำสรีเช่นเดียวกับคนเมืองในล้านนา

.............
ขอนำเสนอเพียงคร่าวๆ คือ เมืองลำปูน และโดยเฉพาะป่าซาง นั้นมีคนยอง อาศัยตั้งรกราก พร้อมการนำขนบธรรมเนียม วิชาชีพติดตัวมาด้วย..เช่นการทอผ้าฝ้าย
มาฟังบทเพลงที่ชมเมืองชมแม่หญิง ป่าซางกันเถิด สาวป่าซางนั้น งามแต้ๆ เน้อ ขนาดได้เป็นนางสาวไทย เลย ละครับ

นางสาวสุธีรา ศรีสมบูรณ์ สาวป่าซางที่ได้รับเลือกเป็นนางสาวไทยเมื่อปี ๒๔๙๗ เป็นหนึ่งในสาวงามป่าซาง ที่สร้างชื่อเสียงในกับป่าซาง และได้รับคำนิยามตามมาว่า “ สาวงามป่าซาง ”


เพลงมนต์รักป่าซาง

ขับร้อง โดย สุรพล สมบัติเจริญ

ครวญ คิดถึงถิ่นป่าซาง สวยเกิน คำคนเขาอ้าง
ป่าซาง แดนนี้มีมนต์ ใคร แม้นเคยไปมาสักหน
แล้วต้อง พร่ำเพ้อกังวล ถึงสาวหน้ามนโฉมเจ้าสะคราญ
.....โอษฐ์ พริ้มดังหนึ่งคันศร สรรพางค์ สะอางพลิ้วอ่อน
ดั่งนาง อัปสรลาวัลย์ ลอย โฉมมาในลำห้วยนั้น
พลิกร่าง บังผาเงิบพลัน แลเห็นทรวงนั้น อั๋นอวบขาวนวล
.....โอ ป่าซางเจ้าเอ๋ย เพิ่งเคยได้ไปครั้งเดียว
หัวใจโน้มเหนี่ยวรัญจวน เพียงได้เห็น
เสมือนเป็นบุญชักชวน ใจฉันป่วน เมื่อหวนคิดถึงป่าซาง
.....ลา แล้วเมืองแก้วในฝัน พบกันชั่วพลันแล้วจาก
ไม่ทัน ฝากรักนวลนาง คง เหลือเพียงแต่ความอ้างว้าง
เพ้อครุ่น คิดถึงนวลนาง มนต์รักป่าซาง ฝังจิตมิคลาย

.....โอ ป่าซางเจ้าเอ๋ย เพิ่งเคยได้ไปครั้งเดียว
หัวใจโน้มเหนี่ยวรัญจวน เพียงได้เห็น
เสมือนเป็นบุญชักชวน ใจฉันป่วน เมื่อหวนคิดถึงป่าซาง
.....ลา แล้วเมืองแก้วในฝัน พบกันชั่วพลันแล้วจาก
ไม่ทันฝากรักนวลนาง คง เหลือเพียงแต่ความอ้างว้าง
เพ้อครุ่น คิดถึงนวลนาง มนต์รักป่าซาง ฝังจิตมิคลาย

“”””””””””””””””””””””””””



.ป่าเขา ลำเนาพงพฤกษ์ นั้นได้ซ่อนความวิจิตรงามตะการไว้มากมาย หากตัดแห่งภัยธรรมชาติออกแล้ว..นี่แหละ สรวงสวรรค์ อันแท้จริง
ปราสาท หรือจักเทียม เท่า เพียงกระท่อมไพร ที่ห้อมล้อมด้วย มวลบุปผา
ไอหมอก ดุจก้อนปุยฝ้าย ที่ขาวพราวสะอาด แลค่อยละลายหายไปเมื่อต้องแสง อาทิตย์อุทัย
หลอมจิต หลอมกายให้เข้ากับ กลิ่นอายธรรมชาติ กันเถิด...




Create Date : 16 มิถุนายน 2553
Last Update : 16 มิถุนายน 2553 17:24:06 น. 5 comments
Counter : 2730 Pageviews.

 
งามคำงามภาพล้ำ......จินตนา
แสงส่องสาดต้องตา.....เลิศล้วน
เดินทางท่องไพรพนา...กลิ่นซ่อน
โยงจิตใยครบถ้วน........แต่มแต้งฤดีฯ

เต็มสิบใช่มั้ยคะตำคำ


โดย: แก้วประภัสสร วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:14:55:17 น.  

 

อึ๋ยยยย
หนูกลัว
รูปสุดท้ายมันชัดไปรึเปล่าคะ

กำลังอ่านเพลิน
ชมภาพงาม ๆ
ได้ความรู้อีกด้วย
มาถึงรูปสุดท้าย
อ๊ะ รูปหยดน้ำสวยจัง

เลื่อนลงมาอีกนิด


ตกใจ รีบเลื่อนเมาท์หนี

อย่าหัวเราะเยาะนะคะพี่


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:19:01:32 น.  

 
สวัสดี สวีดัด มาทัดอ่าน
เล่าป่าซาง ตระการ สิเน่หา
ทั้งสาวสวยรวยรัก มนต์นำพา
หลงอุรา หนุ่มไทย ที่ป่าซาง ...

...

สวัสดีค่ะ บัวแวะมาต่อกลอนคำค่ะท่าน


โดย: Bua_Jantra วันที่: 20 มิถุนายน 2553 เวลา:16:22:18 น.  

 
จริงด้วย เขาว่าป่าซางสาวงาม


โดย: Tonkra49 วันที่: 2 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:06:09 น.  

 
แด่น้อง....ที่เห็นและเป็นมา....อี๊ยยยหนูกลัว../..กลัวอะไรไม่กลัว...ไปกลัวแมงกำปุ้ง....ทำกะแดะเป็นนิสัยฝรั่งไปได้....โถๆๆๆ อยากเห็นหน้าจัง...นังสตอเบอรี่.เป็นคนเมืองหรือเปล่า.......คงคิดจะมีผัวฝรั่งก้า ถึงได้ดัดจริตกั๋วแมงกำปุ้ง...อยากอ๊วกแตกไส่หน้าจริงๆ...แมงกำปุ้งมันไม่มีพิษภัยใดๆๆ....ทำดัดนิสัยเดิมเป็นฝรั่งมังค่าไปได้..นี่แหละครับคนดัดจริต...อีควายลืมตัวอี่งัวลืมตีนสตอเบอรี่ตัวจริง


โดย: อ้ายคนนี้ ที่ชื่ออ้ายปั๋น IP: 117.47.219.168 วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:40:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Taboonkam
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Taboonkam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.