ก็แค่คนที่ชอบดู ฟัง เที่ยว และถ่ายภาพเกี่ยวกับรถไฟ
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
22 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นได้ในโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทย

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นได้ในโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทย เท่าที่ผมได้ข้อมูลจากหลายๆแหล่ง ทั้งข่าว คำสัมภาษณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้อมูลและเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบการความเห็นส่วนตัวของผม ซึ่งใช้บริการรถไฟบ่อยๆ พอจะมีความรู้เรื่องรถไฟบ้าง 

ผมจะพูดเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทย แบบง่ายที่สุดและเป็นความจริงที่สุดก็แล้วกันนะครับ

สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ...
ระบบทางเดิม ซึ่งเป็นรางกว้าง1เมตร ยังคงอยู่เหมือนเดิมครับ แต่อัพเกรดเป็นทางคู่ ตามแผนการที่วางไว้แล้ว(ตามงบฯ2.2ล้านๆบาท) รวมทั้งมีการจัดหารถจักรใหม่20คัน(จัดซื้อแล้ว รอรับมอบในอีก2ปีข้างหน้า) และตู้โดยสารใหม่115คัน(มีผู้ยื่นประมูลแล้ว มาจากจีนทั้งนั้น) 

ส่วนระบบรถไฟความเร็วสูง จะใช้รางกว้าง1.435เมตร โดยสร้างทางขึ้นมาใหม่ แยกออกจากระบบทางเดิมโดยสิ้นเชิง
ลักษณะทางส่วนใหญ่เป็นทางยกระดับ มีบางช่วงที่เป็นทางเสมอระดับดิน(แต่อาจทำคันดินของทางให้สูงมากพอสมควร สูงกว่าระบบทางเดิม+มีรั้วกั้นริมทาง) 

แนวเส้นทางบางช่วงจะขนานไปกับระบบทางเดิม(เช่นช่วงที่เป็นทางตรงยาว) บนที่ดินริมทางรถไฟของรฟท. เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเวนคืนที่ดิน 
ส่วนบางช่วงเช่นทางโค้ง ซึ่งระบบรถไฟความเร็วสูงจะมีรัศมีโค้งที่มากถึง3-4กม. ขณะที่ระบบทางเดิมมีรัศมีโค้งกว้างสุดแค่1กม. จึงต้องมีการเวนคืนที่ดินเพื่อรองรับในส่วนนี้บ้างครับ

ตัวสถานีของรถไฟความเร็วสูง ตามการศึกษาและออกแบบ จะพยายามให้อยู่ในบริเวณเดียวกันกับสถานีเดิม หรือไม่ก็ตั้งให้ใกล้กับสถานีเดิมให้มากที่สุดแล้วใช้ขนส่งมวลชนประเภทอื่นๆมาเชื่อมต่อ(ส่วนมากจะเป็นอย่างหลังครับ)

รูปแบบการเดินรถของระบบรถไฟความเร็วสูง ความเร็วสูงสุดอยู่ที่250กม./ชม.ครับ 
มีสถานีเฉพาะเมืองใหญ่ๆ(ต้องไปหาแผนที่โครงการมาดูประกอบด้วยครับ)
เรื่องความถี่ของขบวนรถ และประเภทของขบวนรถที่ให้บริการ ตอนนี้ผมยังไม่ทราบครับ
แต่เรื่องระยะเวลาที่ใช้เดินทาง อย่าเพิ่งดีใจกับระยะเวลาที่เผยแพร่ออกมาตามสื่อนะครับ
เพราะมันเป็นระยะเวลาที่คิดจาก "ระยะทาง หารด้วย ความเร็วสูงสุด" เพียงอย่างเดียวครับ 

ซึ่งความเป็นจริงนานกว่านี้แน่นอนครับ เพราะต้องคิดรวมถึงระยะเวลาในการออกตัว/ชะลอในแต่ละช่วงความเร็ว ระยะเวลในการหยุดรับส่งตามสถานีต่างๆ และความเร็วที่ใช้บางช่วงก็มีช้าเร็วสลับกันไป ไม่ได้วิ่งด้วยความเร็ว250กม./ชม.รวดเดียวตลอดเส้นทาง แต่ถึงยังไงก็ยังเร็วกว่ารถไฟเดิมๆอยู่ดีครับ

อัตราค่าโดยสารประมาณ2.5บาท/กม.(ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ)
ซึ่งถ้าเทียบกับประเทศในย่านเอเชียที่ระบบรถไฟความเร็วสูงใช้งานอยู่...
เราแพงกว่าจีนนิดหน่อยครับ
แต่ถูกกว่าไต้หวัน เกาหลี และญี่ปุ่นมากๆครับ

ส่วนเรื่องการขนส่ง ขนผักอะไรนั้น หรือแบบพวกEuro Carex อันนั้นยังเป็นแค่"แนวคิด"ของเรา ที่ท่านนายกปูได้มาจากการดูงานที่ยุโรป 
ซึ่งจะทำกันจริงๆไหม? ต้องรอดูตอนเปิดให้บริการจริงครับ
ที่แน่ๆ สินค้าหนัก เช่น น้ำมัน ก๊าซ ปูนซิเมนต์ เหล็ก ตู้คอนเทนเนอร์ และพวกสินค้าเทกอง เช่น ข้าว น้ำตาล ถ่านหิน สินแร่ ยังไงต้องลากไปกับระบบรถไฟเดิมอยู่ดีครับ

หากโครงการต่างๆเป็นไปตามแผนการ เมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว เราจะมีทั้งรถไฟความเร็วสูง และระบบทางเดิมที่อัพเกรดเป็นทางคู่มากกว่าทุกวันนี้

ระบบรถไฟความเร็วสูง มีเฉพาะเมืองใหญ่ๆ สำหรับผู้ที่อยากนั่งรถไฟ แต่อยากได้เรื่องความเร็วความสบาย และมีกำลังทรัพย์ที่จะจ่ายค่าโดยสารได้ 

โดยมีระบบรถไฟเดิม(ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น คงจะดีกว่าทุกวันนี้มาก) ให้บริการเหมือนเดิม อาจจะมีการยุบขบวนรถทางไกลเช่น รถด่วนพิเศษหรือรถด่วนบางขบวนไป(เพราะรถไฟความเร็วสูงจะมาแทนที่รถทางไกลของเดิมในบางขบวน) 
เหลือรถทางไกลไว้บางขบวนเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่อยากจ่ายแพงและไม่รีบร้อน แต่มีการเพิ่มขบวนรถระยะสั้นๆอย่างพวกรถท้องถิ่นให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อคอยเป็นระบบส่งต่อให้ผู้โดยสารไปยังสถานีปลายทางที่มีไม่รถไฟความเร็วสูงหยุดจอดได้ครับ

พูดแล้วอาจจะดูเหมือนระบบรถไฟในอุดมคติ แต่หลายๆประเทศก็มีระบบการให้บริการในลักษณะคล้ายๆกันกับที่ว่ามาครับ




 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2556
0 comments
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2556 23:44:33 น.
Counter : 412 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


komen_wong
Location :
ตรัง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add komen_wong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.