Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
13 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 

โบรกแนะลุย 13 หุ้นสัญญาณขาขึ้น ดัชนีผันผวน soft commodity น่าสน หวังกองทุนค้ำตลาด

ขอบคุณ ข่าวหุ้นดอทคอม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าเงินบาทเช้านี้ ณ เวลา 9.45 น. อยู่ที่ 31.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงจากช่วงแรกที่เปิดซื้อขาย โดยมีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนลบและแดนบวก นักวิเคราะห์คาดหุ้นไทยผันผวน โดยเน้นขึ้นขาย ลงซื้อ โดยคาดหวังว่าแรงซื้อจากกลุ่มบล.และสถาบันจะช่วยค้ำดัชนีตลาดหุ้น เก็งกำไร 13 หุ้น ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, BAY, INTUCH, CPF, MINT, BEC, KBANK, SAT, KSL TVO TCAP

บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาดวันนี้ : ยังผันผวนต่อในกรอบ 1150-1170 กลยุทธ์การลงทุน: ขึ้นขาย ลงซื้อ

ดัชนีหุ้นไทยยังเดินไปข้างหน้าได้ดีต่อเนื่อง โดยปิดที่ระดับสูงสุดของวันได้เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันเมื่อวานนี้ แต่ความผันผวนในระหว่างทางมีมากในแต่ละวันระหว่างรอความชัดเจนของปัจจัยต่างๆ ล่าสุดประเด็นการเมืองอาจพักตัวชั่วคราวหลังเลื่อนการพิจารณาวาระ 3 ร่างรธน.และพรบ.ปรองดองเป็นสมัยประชุมหน้า (ส.ค.) ส่วนการประชุมกนง.วันนี้คาดคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ 3% จึงไม่น่าส่งผลต่อตลาดมากนัก หากแต่ตัวกำหนดทิศทางตลาดยังมาจากภายนอกประเทศเป็นหลัก โดยนักลงทุนส่วนใหญ่จะยังคงจับตาประเด็นการแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้ของสเปน รวมถึงการเลือกตั้งของกรีซในวันที่ 17 มิ.ย. นี้ โดยรวมจึงมอง SETI จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบต่อไประหว่างรอความชัดเจนของปัจจัยต่างๆ ยังมองกรอบเดิมระหว่าง 1150-1170, 1180

กลยุทธ์การลงทุน : ยังเน้นการเก็งกำไรแบบ “ขึ้นขาย ลงซื้อ” ในกรอบต่อไป โดยจะขยับเพิ่มพอร์ตต่อเมื่อการดีดตัวแข็งแกร่งเหนือ 1170-1180 ไปแล้ว ทั้งนี้ การแกว่งตัวจากความผันผวนที่มีมากไม่ควรหลุด 1150 จะทำให้ภาพการฟื้นตัวซวนเซลงอีกครั้ง แนวต้าน : 1170-1180 แนวรับ : 1150-1140

การจัดพอร์ตระยะสั้น* - หุ้น 25-30% : เงินสด 75-70%

ถือต่อในพอร์ต : CPF, MINT, BEC, KBANK, SAT

KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันพุธบวกกรอบจำกัด คาดว่าการรีบาวด์แรงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนด้วยความหวังว่า ธ.กลางสหรัฐฯ อาจประกาศมาตรการกระตุ้นทางการเงิน (ตลาดพูดกันถึงมาตรการ Operation Twist หรือการขายพันธบัตรอายุสั้นและซื้อพันธบัตรอายุยาว) จะไม่หนุนหุ้นเอเชียมากนัก เนื่องจากแรงกดดันจากยุโรปเพิ่มขึ้น เมื่อวานนี้ดอกเบี้ยพันธบัตรสเปนทดสอบระดับสูงสุดครั้งใหม่ที่ 6.83% ก่อนปิดที่ระดับสูงที่ 6.71% ขณะที่ดอกเบี้ยพันธบัตรอิตาลีปิดที่ 6.1% ก่อนหน้าที่อิตาลีจะประมูลพันธบัตรมูลค่า 4.5 พันล้านยูโรในวันพฤหัสฯ ทั้งนี้ปัจจัยในยุโรปน่าจะกระตุ้นต่างชาติขายสุทธิต่อไป ส่วนพอร์ต บล. และนักลงทุนสถาบันจะช่วยค้ำตลาดได้ โดยในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุนหลายแห่งเปิดขาย Target Funds ตั้งเป้าผลตอบแทน 8-10% ในช่วง 9-12 เดือนข้างหน้า มูลค่าทั้งหมดน่าจะอยู่แถว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับยอดซื้อสุทธิของสถาบันนับตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 6.1 พันล้านบาทนั้น คาดว่าสถาบันจะยังซื้อหุ้นเข้าพอร์ตอยู่ในระยะนี้ปัจจัยการเมืองเป็นบวกมากขึ้น หลังจากประธานสภาฯ ตัดสินใจเลื่อนการพิจารณาวาระ 3 ของการแก้รัฐธรรมนูญไปเป็นเดือน ส.ค. ซึ่งจะลดแรงเสียดทานได้มากในช่วงนี้ ส่วนปัจจัยเศรษฐกิจวันนี้ กนง.จะประชุมนโยบายการเงินและน่าจะตรึงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.0% และน่าจะลดความกังวลต่อเงินเฟ้อหลังจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรปกดดันให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ปรับลดลง

กลยุทธ์: เราคงมุมมองว่าตลาดหุ้นจะแกว่งตัวรอผลเลือกตั้งกรีซในวันอาทิตย์ แนะนำเลี่ยงหุ้นหลักและเน้นซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์การเมืองที่ดีขึ้น และความมั่นใจของผู้บริโภคและนักลงทุนที่น่าจะดีขึ้น เช่นอสังหาริมทรัพย์และนิคม (AP, SIRI, HEMRAJ) รวมทั้งธนาคารที่เน้นสินเชื่อการบริโภค เช่น BAY* ส่วน INTUCH เรายังแนะเล่นประเด็นการคำนวณดัชนี SET50 สำหรับครึ่งหลังของปี 2555

บล.กสิกรไทยระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาด: ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดแดนบวกจากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจเตรียมใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการประชุม 19-20 มิ.ย. คาดการณ์ดังกล่าวช่วยดึงตลาดยุโรปขึ้นจากแดนลบที่เกิดขึ้นหลัง Fitch ประกาศลดอันดับเครดิตธนาคารสเปนอีก 18 แห่ง ทั้งนี้ประเด็นระยะสั้นที่อาจช่วยผลักดันตลาดคือการประมูลพันธบัตรอิตาลี 14 มิ.ย. ซึ่งหากมีอัตราผลตอบแทนลดลง น่าจะช่วยให้ความมั่นใจของการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น ในขณะที่การเลือกตั้งของกรีซ 17 มิ.ย. หากออกมาดีหุ้นก็น่าจะไปต่อ แต่หากออกมาแย่หุ้นน่าจะมีการย่อเร็วแรงแต่จบสั้นซึ่งจะเป็นจังหวะซื้ออีกครั้ง (หากเกิดขึ้น) ทั้งนี้หลายปัจจัยที่จะเกิดขึ้นจากนี้อาจยากที่จะคาดการณ์ล่วงหน้า แต่เราขอเลือกทางให้น้ำหนักกับการทยอยซื้อเนื่องจากตลาดหุ้นไทยในระดับปัจจุบันอยู่ที่เพียง 11.2x PER และให้ปันผลราว 4.0% ดังนั้นการพลาดพลั้งหรือ “ซื้อผิด” ในระดับปัจจุบันจึงค่อนข้างยืดหยุ่นในการแก้ไขและวางกลยุทธ์ (หากนักลงทุนไม่ไล่ราคาเพลินจนเกินไป)

กลยุทธ์การลงทุน: ขึ้นซื้อ (น้อยหน่อย) ลงซื้อ (มากหน่อย) โดยหลักการสำคัญยังอยู่ที่การพยายามบริหารต้นทุนหุ้นรายตัว และไม่ให้น้ำหนักกับการเคลื่อนไหวของตลาดมากไป นักลงทุนที่เข้าซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี ไว้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมายังเน้นถือต่อ หรือซื้อเพิ่มส่วนน้อยในจังหวะย่อ คนที่ตกรถอาจพิจารณา soft commodity ที่ยังขึ้นไม่มากแทน ซึ่งน่าจะ Outperform หุ้นอาหารขนาดใหญ่ (CPF TUF) ในช่วงสั้น /ธนาคาร เล่นสั้นเน้น TCAP TISCO SCB หุ้นแนะนำวันนี้ KSL TVO TCAP

สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: เมื่อ 7 มิ.ย. เราเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก 10% เป็น 50% และยังเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก หาก SET ยังปรับลง โดยระดับที่เราประเมินว่าเป็น downside ของ SET Index ที่ 1050 จุด หุ้นที่อาจพิจารณาทยอยสะสม ได้แก่ TICON TCAP KK TISCO EGCO RATCH PS AP SIRI QH PF PTTGC PTT KTB NMG RS




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2555
0 comments
Last Update : 13 มิถุนายน 2555 12:05:13 น.
Counter : 1966 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


เวเว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add เวเว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.