Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
9 กันยายน 2554
 
All Blogs
 

... ครัวพเนจร ... เที่ยวทะเล ทำอาหาร หาของกิน ชีวิตมันใช้ได้ :)

... ครัวพเนจร ... เที่ยวทะเล ทำอาหาร หาของกิน


สวัสดี ทุกคนนะครับ

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมร่อนเร่ เพนจร เป็นนกขมิ้นเหลืองอ่อน ไปนู่นมานี่
สนุกและมีความสุขมากมายครับ และมีเรื่องราวมาขอเล่าแบ่งกันฟังบ้าง

ตั้งแต่วันอังคารที่แล้ว ผมกับเพื่อนอีกสองคนชวนกันหอบข้าวของ หนีกรุงเทพไปทะเลกัน
ไปกันอย่างฉุกละหุก ตัดการติดต่อทุกชนิด ทั้งโทรศัพท์ อินเตอร์เนต และเฟสบุค
ไม่น่าเชื่อว่าไม่กี่วันที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ชีวิตจะมีความสุขขึ้นมาได้อย่างประหลาด

ด้วยว่าเวลาจำกัด (ต้องกลับมาก่อนวันเสาร์) เพราะติดภารกิจกัน เพื่อนมีสอนพิเศษ ผมก็มีนัดกับ เวิร์คชอปอิเลคโทรลักซ์
และด้วยว่าเบี้ยน้อยหอยน้อย ก็เลยเลือกไปทะเลที่ไม่ไกลมาก เราเลยจะไปเกาะล้าน พัทยากันครับ เพราะค่อนข้างไกล้ และเพื่อนก็รู้จักกับพี่ที่รีสอร์ทที่นั่นด้วย




ตื่นตั้งแต่เช้า นัดกันไว้หกโมง ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่หัวลำโพงครับ
รถไฟมีไปถึงพัทยา ออกจากหัวลำโพง 6:55 ถึงพัทยาประมาณ 10 โมง



เป็นรถไฟสาย กรุงเทพ บ้านพลูตาหลวง รถไฟชั้นสาม เบาะแข็งๆ ได้บรรยากาศคลาสสิคดี




ตั๋วโดยสาร



เนื่องจากเป็นวันธรรมดา คนเลยน้อยมากๆครับ นั่ง นอนได้ค่อนข้างสบาย กินลมชมวิวไปได้เรื่อยๆไม่รีบร้อน
สองข้างทางตอนนี้ก็กำลังสวย เพราะนาข้าว ป่าไพรกำลังแตกยอดออกรวง เขียวขจี
แบบบรรยากาศปลายฝน




กว่าจะมาถึงพัทยาก็สิบโมงกว่าๆ ต่อรถไปที่ท่าเรือ แล้วจับเรือข้ามไปเกาะล้าน
เรือมีทุกชั่วโมงครับ
นั่งเรือซักพักก็ถึงเกาะ โทรให้พี่ที่รีสอร์ทมารับ


ที่พักอยู่ติดทะเล ด้านท่าหน้าบ้าน มีครัว และที่กินข้าว+นั่งเล่นยื่นออกไปในน้ำ
ไม่หรูหรา แต่บรรยากาศชิลล์ๆ เป็นกันเองดีมากครับ

พอเก็บข้าวของแล้วก็ยืมมอเตอร์ไซค์ที่ที่พักออกร่อนไปหาดตาแหวน
นั่งเล่นนอนเล่น แล้วกลับมาตอนเย็น ฝากพี่ที่รีสอร์ท ซื้ออาหารทะเลสดมาให้ ส่วนพวกผมก็ไปแวะจ่ายตลาดเล็กๆบนเกาะ

ซื้อผัก ซื้อของ เครื่องปรุงง่ายๆมาเก็บไว้
และก็แวะซื้อน้ำมะพร้าวเผา กลับมากินที่รีสอร์ท เย็นชื่นใจ






ตอนไปถึง เซเว่นบนเกาะ กำลังปิดปรับปรุงพอดีครับ แปะป้ายว่าปิดประมาณเดือนกว่าๆ - -"
ทีนี้ก็ไม่มีร้านสะดวกซื้อให้หาของกินแล้ว 55

ตอนไปจ่ายตลาดซื้อผัก ซื้อของ ยังไม่ได้คิดครับว่าจะทำอะไรกิน
ดังนั้นหลักการซื้อง่ายๆของผมตอนนั้นคือ ซื้อพวกผักพื้นฐานก่อน
เช่นหัวหอม มะเขือเทศ กระเทียม

ส่วนอย่างอื่น ก็บอกว่าใครอยากกินอะไรก็หยิบมา แล้วค่อยไปมั่วเอา (ฮา)
เลยได้ใบผักชีฝรั่ง(เพื่อนชอบ) พริกไทยอ่อน พริกหยวก =[]= ได้แผ่นเกี๊ยวมาด้วย (เพื่อนอยากกินขนมจีบเซเว่น = =")





อันนี้เป็นของสดที่ฝากพี่ที่รีสอร์ทซื้อมาให้ มีสามอย่าง ปู หอยแครง และปลาหมึก
กินกันแค่สามคน แค่นี้ก็พอครับ มื้ออื่นเดี๋ยวค่อยหาเอา จะได้ใช้แต่ของสดๆ

กุ้งหอยปูปลา ก็เอามาล้างให้สะอาดไว้ก่อน (ปูยังไม่ตาย TT)





ปู หมึก หอย แบ่งไว้เผาส่วนหนึ่ง(มาทะเลก็ต้องกินอาหารทะเลเผา มันขาดไม่ได้ 55)

และแบ่งไว้นิดหน่อยไว้ทำซุปครับ

ปูนี่ต้องฆ่าก่อน
ผมมอบหน้าที่ให้เพื่อนแผ่เมตตาแล้วทุบ





แมวแถวๆที่พักเริ่มสนใจ มาเมียงมองว่าทำอะไรกัน O_Oa





นอกจากส่วนที่เก็บไว้เผาแล้ว
ผมแบ่งอาหารทะเลส่วนนึงออกมา พยายามจะทำ บุยยาเบสครับ
ของไม่ครบ แต่ก็พยายาม 55
สุดท้ายก็ออกมาเป็นอะไรซักอย่างที่กินได้ และอร่อยดีเหมือนกัน

ในรูปนี้ กำลังผัดมะเขือเทศ หัวหอม กับอาหารทะเลครับ
ใส่เกลือด้วยนิดหน่อย แล้วพออาหารทะเลสุกก็เติมน้ำลงไป (ซึ่งอันที่จริง จะต้องเป็นน้ำสตอกปลา ที่ต้มกับสมุนไพร และใส่หญ้าฝรั่นด้วย) ต้มต่ออีกนิดหน่อยก็ปรุงรส แล้วชิม เอาให้อร่อยครับ





ผัดๆๆ อย่างกะซอสพาสต้า จริงๆนี่ถ้าโปะเส้นกินก็อร่อยดีเหมือนกันแหะ





ส่วนหอย ปู ปลาหมึกก็ย่างรอบนเตาเลย





อาหารทะเลสดๆอร่อยดีครับ เนื้อปูหวาน ปลาหมึกกรอบๆ หวานด้วยตัวมันเอง และจะไม่คาว กินเฉยๆก็อร่อย
แต่จิ้มน้ำจิ้มก็แซบครับ





ส่วนซุปนี้ ก็อร่อยดีครับ
เปรี้ยวๆ หวานๆ หอมผักชีฝรั่ง(ใส่ทำไมฟระ = =")


ว่ากันด้วยเรื่องของบุยยาเบสจริงๆกันดีกว่า
จริงๆซุปปลา บุยยาเบสนี่
ชาวประมง ฝรั่งเศสจะทำกัน เมื่อเรือหาปลากลับเข้าฝั่ง
Boullabaise

จะเป็นซุปปลาและใส่อาหารทะเลหลายอย่าง แต่ละคน แต่ละบ้านก็ต่างๆกันไปตามของที่หามา แต่งกลิ่นสีด้วยสมุนไพร และหญ้าฝรั่น
ปรุงรสด้วยเกลือ หัวหอม และมะเขือเทศ





อีกวัน ตื่นมาตอนเช้า(สายๆหน่อย)
ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปหาของกินมื้อเช้ากันบนเกาะ

เห็นยายกำลังห่อขนมอยู่ อยากกินมาก แต่ยายยังทำไม่เสร็จ
เลยไปหาอย่างอื่นแทน





ได้วัฟเฟิลมากินเป็นมื้อเช้าครับ
รสชาติแบบเดียวกันกับที่ขายบน BTS เลย





แวะดูของที่ระลึกบนเกาะด้วยนิดๆหน่อยๆ(แต่ไม่ได้ซื้อ) น่ารักดีครับ ^ ^





-v- ได้อารมณ์ทะเลดีนะ




วันที่สอง ครึ่งเช้า ขี่มอไซค์ร่อนไปมา บนเกาะ ตระเวนชมหาดโน้นหาดนี้
บางหาดสวย บางหาดก็คนเยอะ แต่เป็นฝรั่งซะเยอะ เพราะอยู่ในช่วงวันธรรมดา

ไปหาดนวล หาดเทียน หาดแสม

ในรูป เป็นหาดนวลจากมุมสูงครับ ถ่ายจากบนยอดเขาโรงปั่นไฟกังหันลม

ที่ถูกถางๆนั่น ได้ยินว่ากำลังจะสร้างเป็นสนามกอล์ฟ และสถานที่ท่องเที่ยว
ได้ยินก็ใจหาย หลายๆอย่างกำลังเปลี่ยนไป





หาดแสม จากมุมสูงครับ เห็นอาคารรูปปลากระเบนด้วย





กังหันลม แบบปั่นไฟไม่ได้





อันนี้กังหันแบบปั่นไฟได้





ตกบ่ายๆ ข้ามเรือไปฝั่งพัทยาครับ เนื่องจากเมื่อคืน เพื่อนทำมือถือตกน้ำทะเล(แมวกระโดดใส่ ตกใจ โยนทิ้งทะเล = =") วันนี้เลยต้องข้ามเอาไปให้ช่างดู พวกผมก็ตามติดไปด้วย ตามไปซื้อของมาทำกับข้าวครับ





เพื่อนเอามือถือไปเชคที่ตึกคอม
ผมกับเพื่อนอีกคนก็ไปเดินซุปเปอร์ใกล้ๆ
ซื้อพวกครีม ชีส พาสต้า ไปไว้

แล้วค่อยไปซื้อพวกกุ้ง พวกหอยเอาที่ท่าเรือ

วันนี้จะกินกุ้งกันครับ ซื้อกุ้งมาเยอะแยะ แต่ตอนจะทำนี่กุ้งไม่ตายครับ

แม่เจ้า ต้องสังหารหมู่ =[]=






พอสังหารกุ้งและหอย ก็ช่วยกันเตรียมของ ให้เพื่อนช่วยลวกพาสต้าไว้

ผมก็มาผัดซอสเอาไว้

จะทำเป็น Alfredo Sauce ใส่กุ้งกับหอยครับผม

ตอนแรกก็ผัดกระเทียม หัวหอมกับกุ้งงและหอยที่แกะเตรียมไว้แล้ว
จึงเทครีมที่ให้เพื่อนช่วยขูดพาเมซานผสมเอาไว้ลงไปผัดๆๆ ปรุงเกลือ พริกไทย






เอ้า พอซอสเริ่มข้นก็เอาเส้นพาสต้าที่ลวกไว้ คลุกน้ำมันไว้ ลงไปผัด

มาช่วยกันผัดโลดครับ





ผัดทีหม้อใหญ่เบิ้มกินได้หลายคน
ปรุงเกลือ พริกไทยนะครับ ชิมให้รส หวาน(หัวหอม) เค็ม มัน รสอ่อนๆ และได้รสอาหารทะเล




ตักแบ่งใส่จานแล้วแบ่งกันกินนะครับ :)





มีของหวานตบท้ายด้วย =[]=

ทอดแพนเค้กกันในหม้อครับ หากะทะแบนไม่เจอ(จริงๆมี แต่ซ่อนอยู่ลึกมาก มาเจอเอาวันสุดท้าย) พลิกยากมาก หวิดจะเละไปหลายรอบ






แพนเค้กนี้ใช้ครีมผสมแทนนมนะครับ ฟูนุ่มกรอบนอกอร่อยดี
แต่ไม่มีน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมเลย

โรยน้ำตาล แปะเนย บีบมะนาวก็อร่อยละครับ

ปล. แพนเค้กสูตรเดียวกับในบลอกนะครับ





เช้าต่อมา วันที่สาม ตื่นเช้ามา(จริงๆก็สายนั่นแหละ) น้ำขึ้นพอดี พี่ที่รีสอร์ทกำลังตกปลาอยู่หน้าครัว :D





เดินไปดูในถัง มีหางเหลืองนอนอยู่ตัวนึง T^T





กลับมาในครัวครับ
เมื่อวานจากที่ทำพาสต้า เหลือหัวกุ้งและเปลือกุ้งจำนวนมากมายเก็บไว้ เช้านี้เลยจะเอามาทำเป็นซุปกุ้งครับ

ผัดหัวหอมกระเทียม กับสมุนไพร และเครื่องเทศที่มี(เช่นใบกระวาน โรสแมรี่ เชอรี่แห้งเป็นต้น)โดยพยายามนึกด้วยนะครับว่ารสชาติจะเข้ากันกับกุ้งรึเปล่า แล้วเอาหัวกับเปลือกกุ้งลงไปผัด เติมน้ำลงไป ต้มดึงรสชาติกุ้งออกมา
โดยต้มไปจนน้ำงวดลงเหลือครึ่งเดียว และได้น้ำสีแดงๆ หอมๆ มีรสชาติกุ้งอยู่เต็มเปี่ยม(เว่อร์มาก 555)
อย่าลืมปรุงด้วยเกลือกับพริกไทยด้วยนะครับ ระวังอย่าให้ซุปเค็มมาก เค้นเอารสธรรมชาติของกุ้งให้มากที่สุด
แล้วให้เค็มอ่อนๆพอดี




จากนั้น กรองเอาแต่น้ำซุปกุ้งครับ
ตอนนี้ถ้าใครมีเครื่องปั่นแรงๆ เอาทั้งหมดทั้งมวลไปปั่นแล้วคั้น รีดเค้นเอาน้ำออกมาอีกที
ยิ่งได้รสชาติอรอ่ยเข้มข้น
หากไม่มี (อยู่บนเกาะ) ก็กรองเอาแต่น้ำ แล้วแกะเอามันกุ้งจากหัวมาบดๆผสมเอาเก็บไว้ เปลือกกับซากหัวกุ้งที่เหลือก็ลองหาวิธีใช้ประโยชน์ต่อไป

จริงๆเปลือกุ้งเป็นสารประกอบพวกไคติน เห็นว่าช่วยในเรื่องความงามได้ด้วยนะครับ ไม่รู้จริงป่าว


จากนั้นก็มาทำ ROUX ที่เป็นตัวทำให้ซุปข้น โดยการผัดเนยและแป้งสาลี ปริมาณเท่าๆกันเข้าด้วยกัน





เติมน้ำซุปกุ้งที่ได้ลงไปเคี่ยว ไฟอ่อนๆ คนไปซักพักให้ Roux ละลายเข้ากันดี





เติมครีมลงไปแล้วเคี่ยวต่อให้ข้นครับ
จะให้สีสวยจะใส่มะเขือเทศบดด้วยก็ได้ แต่ไม่มี ไม่ใส่ก็ไม่เป็นไร

ส่วนปริมาณครีมกับน้ำซุปผมไม่ได้ตวงครับ เทพรวดลงไปเลย - -"
จริงๆ ง่ายๆก็ลองตวงให้เท่าๆกัน 1:1 ก่อนก็ได้ หรือใครจะเพิ่มลดก็ตามความชอบได้เลยครับผม
ครีมจะให้รสมันๆ

ชิมดูหน่อย ถ้ารสอ่อนไปก็เติมเกลือ และพริกไทย แต่ระวังอย่าให้รสจัด


พอซุปข้นได้ที่ก็ยกลงเสิร์ฟครับ





สังหารหมู่ =[]=





จริงๆจะปั่นเนื้อกุ้งปั่นลงไปผสมในซุปยิ่งอร่อยครับ แต่ไม่มีเครื่องปั่น

จัดเสิร์ฟใส่จาน เอาเนื้อกุ้งลวกโรยหน้าหน่อย ทานเป็นมื้อเช้า เบาๆ อร่อยดี :D





0 0 มีถ้วยเล็กถ้วยน้อย ใส่จานบ้าง ถ้วยกาแฟบ้างครับ

ใส่มากี่ชามสุดท้ายก็กินรวมกันอยู่ดี ฮ่วย - -"





ไปเที่ยวทั้งที แถมไปตั้งสามสี่วันครับ เลยไม่รู้จะทำอะไรดี 55+
บรรยากาศก็ดี เวลาก็ไม่รีบ เลยมีอารมณ์ สุนทรีย์นั่งแต่งจานก่อนเสิร์ฟด้วย





ทำครัวไป ครัวก็เปิดมองเห็นทะเล

กินข้าวไป ก็มองเห็นทะเล กุ้งหอยปูปลาก็หาเอาแถวนั้น :D

เจ๋งกล้วยครับ 555





ที่ตั้งที่พัก ติดทะเลท่าหน้าบ้านนะครับ ไม่ได้ติดหาดสวยๆ แต่ยื่นออกไป เป็นน้ำ เป็นโขดหิน
มีหาดสั้นๆเวลาน้ำลด พอน้ำขึ้น ปลาเล็กปลาใหญ่ก็ว่ายมาให้จับกินได้ครับ





รูป หาดสั้นๆ ตอนน้ำลด ตรงที่พัก





พอน้ำเริ่มขึ้น ชาวประมงก็เริ่มออกไปหาปลา
บริเวณน้ำทะเลที่เป็นโขดหิน หรือใกล้ๆท่าเรือท่าน้ำ มักจะเหมาะกับการจับปลามากกว่าที่เป็นหาดทรายสวยๆครับ





วิถีชีวิต แต่ละคน ก็ดำเนินกันไป





ทานมื้อเช้าแล้ว ก็ออกไปเที่ยวกันครับ วันนี้ ขี่มอร์เตอร์ไซค์ไปหาดตายาย แล้วก็สิงอยู่หาดตายายทั้งวัน
เท่าที่ไปมาทุกหาดบนเกาะล้าน
ผมว่าหาดนี้สวยที่สุด เป็นหาดสั้นๆ หลืบๆหน่อย แต่ทรายขาว น้ำใส หินสวย
และคนไม่เยอะ ร่ม ร้านอะไรก็พอมีแบบไม่รกหูรกตา เห็นพระอาทิตย์ตกด้วย





แดดสวย ฟ้าใส

ร้อนหนังลอก แสบบรรลัยครับ





เดินอ้อมไปหน่อยมีลานทรายโล่งๆ มีหินต้นไม้แห้งๆ เหงาๆ สวยดี เห็นเมืองพัทยา





นั่งกันจนพระอาทิตย์ตก

บรรยากาศว่าดีแล้ว อารมณ์ยิ่งดีใหญ่

เพราะเพื่อนถูกหวยครับ (วันนี้วันที่ 1 พอดี)

เรื่องของเรื่องก็คือ วันแรกที่มา ผมให้เพื่อนไปซื้อหมู(แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ทำ)
เพื่อนก็ออกไปซื้อ ระบบซื้อขายที่ตลาดคือให้ตัดเอง หยิบเอง ชั่งเอง แล้วมาคิดตัง
เพื่อนก็ไปตัดๆเอาสันในไปชั่ง แล้วได้ครึ่งกิโลพอดีเด๊ะ 85 บาท

แม่ค้าก็บอกว่า แม่นนะเนี่ย ถ้าไปซื้อหวยนี่ถูกละ
เพื่อนก็เลยซื้อเลข 85 ครับ

บังเอิญเลขดันออก 85 ด้วย

มาเที่ยวแล้วยังถูกหวยอีก อารมณ์นั้นชักอยากลองเล่นหวยดูบ้างเลย 555+







ตกเย็นๆมา อารมณ์ดี มีความสุข
หาดก็สวย แสงก็สวยมากครับ แดดอุ่นๆ
เล่นน้ำนิดหน่อย แล้วแวะตลาดก่อนกลับที่พัก





ตลาดที่ว่านี่เหมือนเป็นร้านค้าร้านเดียวครับ เล็กๆ มีของหลายอย่าง แต่มีอย่างละไม่มาก จะเรียงๆกันในกระจาดให้หยิบให้ตักกันเองแบบนี้ มากน้อยได้ตามสบาย ตะไคร้สองต้นก็ขาย ><





กุ้ง คนละกุ้งกับเมื่อวานครับ ซื้อไปทำต้มยำ

วันนี้เพื่อนจะกินอาหารไทยกันบ้าง หลังจากกินอะไรไม่รู้มาหลายมื้อ ><





หางเหลือง คนขายบอกว่าอร่อย เลยซื้อไปทำฉู่ฉี่





กลับมาถึงที่พัก ก็จัดการแกะกุ้ง เอาหัวกุ้งมาต้มเอาน้ำซุปก่อน

พอต้มไป ปรากฏว่า น้ำซุปกุ้งนี้ สีสวยมากกกก
ลงความเห็นกันว่าถ้าเอาไปทำ ซุปกุ้ง (Shrimp bisque) วันก่อนท่าจะสวย

แต่รสชาติกุ้งวันนั้นอร่อยกว่า หรือเพราะอันนั้นยังไม่ตาย นี่ตายแล้วหว่า - -a

พอได้น้ำซุปก้มสีแดงๆ ก็ใส่เครื่องต้มยำลงไปต้มตาม





ตอนนี้ก็แบ่งหน้าที่กัน ให้เพื่อนคนหนึ่งทอดปลา
อีกคนหั่นหมู

ผมก็ผัดกะทิ ทำฉู่ฉี่






ซอสฉู่ฉี่

ผัดพริกแกงกับกะทิ ใบมะกรูด ปรุงน้ำปลา น้ำตาล






พี่อีกคน (วันนี้มีแขกอีกกลุ่มมาพักครับ)
ก็เอาปูมาลง ผัดผงกะหรี่






เตานึงผัดปู ผมก็เอาใบมะกรูด(เพื่อนหั่นไว้) โรยฉู่ฉี่






ปูผัดผงกะหรี่ เสร็จแล้ว





ตักใส่จาน (ปูผัดผงกระหรี่นี่ของแขกกลุ่มอื่นนะครับ)





ต้มยำกุ้ง นั้น พอต้มน้ำต้มยำได้ที่ ก็ปรุงรสด้วยน้ำปลา ดับไฟ แล้วค่อยเอากุ้งใส่ให้สุกในหม้อ เนื้อจะได้ไม่หด แล้วค่อยเติมมะนาวครับ





ฉู่ฉี่ ปลาหางเหลือง

ปลาหางเหลือง อร่อยสมราคาแม่ค้าคุย 55+
เนื้อหวาน ฟูนุ่ม อร่อยมากครับ





หมูนำโชค (หมูหวย) ทอด

จริงๆจะทอดกระเทียม แต่กระเทียมหาย - -"

เลยทอดกับซอสแทน
วิธีการคือ เอาซีอิ๊วผสมน้ำตาลชิมให้ได้รสหวานเค็มก่อน ค่อยเอาไปหมักหมู มีกระเทียมก็หมักไปด้วย
พอจะทอดก็ใส่น้ำมันในกะทะพอเคลือบๆกะทะ เอาหมูลงทอด (ซซอสยังไม่ต้อง) ถ้ามีกะเทียมก็ใส่ก่อนหมู
แล้วพอหมูเริ่มสุกก็ค่อยเทซอสที่หมักลงไปผัดตาม จะได้หมูทอดที่อร่อยนุ่ม เค็มหวานฉ่ำกำลังดี






และปูผัดผงกะหรี่ เอาต้มยำกับหมูทอดไปแลกเค้ามาครับ จะได้แบ่งๆกันชิม แบ่งกันกินหลายๆอย่าง :D





วันที่สี่ วันสุดท้าย ตื่นเช้ามา เคลียร์ของที่มีก่อนจะกลับ กินผลไม้ที่ซื้อมาสองวันก่อนเป็นมื้อเช้า ทอดไข่เจียวโรยชีส และผัดเห็ดเข็มทองกับเนย





เห็ดเข็มทองผัดเนย





ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ หายไปบ้าง กินหมดบ้างครับ

ตอนเช้าๆ น้ำกำลังขึ้น แขกและพี่ที่ที่พักก็พากันมานั่งตกปลา

อันนี้เห็นปลาสลิดหิน ทอดกิน หรือได้เยอะๆก็ทาเกลือ ตากไว้กิน









อันนี้ปลาอะไรซักอย่างไม่รู้จัก - -"






ลายจุดด้วย อาจจะเป็นปลาเก๋สเด็ก







ส่วนอันนี้ปลานกขุนทองครับ สีสวยดี หางสีเหมือนเงือก (เคยเห็นเรอะ = =") และอร่อย








ถังใส่ปลา

ไปรอบนี้ ดี จากที่พักก็หาปูหาปลามากินได้

ปกติ เวลาไปเที่ยวหรือไปหาอาหาร ไปป่าล่าสัตว์อะไรแบบนี้
บางคนก็ทำใจไม่ลงจริงๆครับ

แต่ถ้ากินจริงๆ ก็เอาแต่พอดีๆ ใช้ชีวิตที่หามาให้มันคุ้มค่า กินให้หมด ไม่ให้เหลือ และขอบคุณ
ที่ให้ชีวิต ต่อชีวิต







วันนี้กว่าจะทำอะไรเรียบร้อยก็ออกจากเกาะตอนเรือรอบเที่ยง เลยไม่ได้ทันกินปลาที่เค้าตกๆกันมา

อากาศดี ท้องฟ้าสวย







มาเดินเร่ร่อนในพัทยา เมฆขาว ฟ้าใส แดดแรงดี







แวะเซ็นทรัล หลังจากหอบเป้เดินไปเดินมา ก็หาที่นั่งกินขนมกันซักมื้อก่อนกลับกรุง







แวะทานขนมที่ Parferio by Sfree กันครับ

ถ้วยนี้ของผมเป็นทีรามิสุ พาร์เฟ่ อร่อยดี






เป็นร้านขนมที่วิวเจ๋งดีครับ นั่งกินไป มองออกไปเห็นทะเลพัทยาเลย ^__^






แล้วก็ถึงเวลากลับบ้านซะที ตอนแรกตั้งใจว่าจะนั่งรถไฟฟรีกลับ แต่มันมีแค่รอบบ่ายสอง
มัวเถลเถไถไปหน่อย เลยเย็น พอดี เลยต้องกลับรถตู้






นั่งรถ เข้ากรุงเทพ ผ่านกาลเวลา แดดเริ่มอ่อนลงๆ
แสงทองเริ่มส่องฟ้า
เมฆเริ่มเปลี่ยนสี
และชีวิตก็เริ่มหมุนเร็วขึ้นๆ






สัญญานว่าเข้ามาถึงเมืองฟ้าอมรแล้วจริงๆ


เวลาสี่วันกับอีกสามคืน
รู้สึกผ่านไปเหมือนจะเร็ว เหมือนจะช้า
ได้รู้สึกว่าเวลา เป็นเวลา และชีวิต เป็นชีวิต

ได้ทำอะไรมากมายหลายสิ่งอย่าง ได้ละเลียดกับเวลาทุกนาที ได้จดจำกับทุกสิ่งที่พบพาน




เบ็ดเสร็จ ทริปนี้ รวมทุกอย่าง (ไม่นับหวยนะครับ) จ่ายไปประมาณคนละ 1700 บาท
ตั้งแต่ค่าแทกซี่จากบ้าน จนถึงรถเมลล์กลับบ้าน


ชีวิตคุ้มค่าจริงๆ







บลอคนี้ยาวมากๆเลยครับ

ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยชีวานะครับ




สวัสดี







 

Create Date : 09 กันยายน 2554
5 comments
Last Update : 9 กันยายน 2554 15:27:36 น.
Counter : 8281 Pageviews.

 

สวัสดียามเย็นๆ ค่ะ

ขอตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ

อาหาร น่าทานจังเลย

ขอให้มีความสุขนะคะ

 

โดย: iamorange 9 กันยายน 2554 16:28:28 น.  

 

สวัสดีค่ะ ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบมาก
ทั้งการทำอาหารและการนำเสนอ
ชอบบบบที่สุด ภาพก้อสวยมากเลยค่ะ

 

โดย: มิลเม 9 กันยายน 2554 20:10:32 น.  

 


 

โดย: Kavanich96 10 กันยายน 2554 5:19:13 น.  

 

รูปสวย ดูแล้วอยากไปแบบนี้บ้าง

 

โดย: sawkitty 10 กันยายน 2554 8:01:59 น.  

 

สวดดดดดยอดดดดดดดดดดด ^ ^

 

โดย: พี่ขจรกะนู๋จำปี 12 กันยายน 2554 9:28:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


คุ้มข้าวกล้อง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Friends' blogs
[Add คุ้มข้าวกล้อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.