Get a scroller sign at http://www.glitteryourway.com
Group Blog
 
 
มกราคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
12 มกราคม 2550
 
All Blogs
 

8 ราชวงศ์ที่รวยที่สุดในโลก





แทบไม่ต้องคาดเดาก็คงรู้กันอยู่แล้วว่า ราชวงศ์ที่มั่งคั่งที่สุดย่อมไม่พ้นราชวงศ์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของโลกคือน้ำมัน แต่อย่างน้อยที่สุดราชวงศ์เก่าแก่แห่งยุโรปก็ยังคงติดอันดับต้นๆ แม้จะถูกเบียดไปบ้างก็เพียงแต่ลำดับและมูลค่าทรัพย์สินเท่านั้น




กษัตริย์ Abdallah ibn Abdel Aziz

และเป็นที่น่าสังเกตว่าทรัพย์สินของราชวงศ์ที่มีน้ำมันเป็นทรัพยากรสำคัญนั้น มีสัดส่วนที่ก้าวกระโดดจนแทบไม่น่าเชื่อ ผิดกับเหล่าอสังหาริมทรัพย์และมูลค่าหุ้นต่างๆที่แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย

สำหรับราชวงศ์ที่มั่งคั่งร่ำรวยที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันนี้คงต้องยกให้กับราชวงศ์แห่งซาอุดีอาระเบีย กษัตริย์ Abdallah ibn Abdel Aziz ซึ่งมีทรัพย์สินรวมทั้งหมดมูลค่าถึง 16.5 พันล้านยูโร !!!!! ซึ่งขณะนี้เงินยูโรมีมูลค่า 47 บาทต่อหนึ่งยูโรโดยประมาณ ถ้าอยากทราบว่าเป็นเงินบาทจำนวนเท่าใดกรุณาลองคูณเลขกันเอาเอง เพราะเครื่องคิดเลขของผู้ถอดความจำนวนหลักไม่พอ

รายได้มหาศาลของพระองค์ได้มาจากอุตสาหกรรมน้ำมันที่ซาอุดีอาระเบีย มีสัดส่วนการผลิตถึง 25 % ของแหล่งน้ำมันทั่วโลก และธุรกิจการบินของสายการบินซาอุดีอาระเบียนส์ แอร์ไลน์ แต่อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์กันว่าแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย จะหมดลงในปีค.ศ.2040 หรืออีกใน 34 ปีข้างหน้านี้




สมเด็จพระราชาธิบดี Hassanal Bolkiah


แทบจะไม่ต้องคาดเดาแม้เลยว่าราชวงศ์ที่ร่ำรวยตามมาเป็นอันดับ 2 นั่นคือ สมเด็จพระราชาธิบดี Hassanal Bolkiah แห่งประเทศบรูไน ดารุลซาลาม นั่นเอง แต่เดิมเคยถูกจัดอันดับให้เป็นกษัตริย์ที่ทรงร่ำรวยที่สุดในโลกมาแล้วเมื่อปีค.ศ. 1994-1997 ซึ่งตอนนั้นมีการประเมินพระราชทรัพย์ของพระองค์ไว้ที่ประมาณ 37 พันล้านยูโร แต่ระยะหลังทรงประสบปัญหาการคลังเนื่องจากพระอนุชาคือเจ้าชาย Jeffri ที่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยในการสั่งซื้อยานยนต์หรูหราต่างๆจากบริษัทโรลส์รอยซ์และเบนท์เล่ย์มูลค่าถึง 675 ล้านยูโร หรือการสั่งต่อเรือยอชต์ขนาดน้องๆเรือโดยสาร และการประมูลซื้อภาพเขียนของ Modigliani เหล่านี้ใช้เงินจำนวนไม่น้อย

และการตัดสินใจในการลงทุนที่ผิดพลาดทำให้เงินก้อนมหึมาจำนวนถึง 15 ล้านยูโรวอดวายภายในพริบตา คือต้นเหตุของการลดจำนวนพระราชทรัพย์อย่างวูบวาบ หล่นจากอันดับ 1 ของโลกแบบไม่มีใครคาดคิด

จากการถีบตัวของน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแตะราคา 80 เหรียญอเมริกันต่อบาร์เรล ทำให้มูลค่าของพระราชทรัพย์ของพระองค์กลับมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 15.7 ล้านล้านยูโร ในปีล่าสุด แต่ที่น่าวิตกคือแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของประเทศนี้กำลังจะหมดลงในปีค.ศ.2013 หรือในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้เอง




Cheikh Khalifa Bin Zayed Al Nahyan


อันดับที่ 3 ยังคงอยู่ในตะวันออกกลางอีกเช่นกันนั่นคือ Cheikh Khalifa Bin Zayed Al Nahyan รัฐอาบูดาบี แห่งประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ซึ่งประกอบด้วยรัฐเล็กๆ 7 รัฐริมอ่าวเปอร์เซีย มีทรัพย์สินมูลค่าถึง 14.9 พันล้านยูโร ความมั่งคั่งเหล่านี้ได้มาจากกำลังการผลิตน้ำมันถึงวันละ 2.5 ล้านบาร์เรล และจากรายได้จำนวนมหาศาลนี้ได้นำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และหุ้นต่างๆในประเทศมหาอำนาจตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ในปีค.ศ. 2005 ราชสกุล Al Nahyan ของพระองค์ได้ทำการทุ่มซื้อที่ดินในย่าน West End ซึ่งเป็นย่านเก๋ของกรุงลอนดอนเป็นจำนวนเงินถึง 750 ล้านยูโร

แสดงให้เห็นว่าทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล ที่ทรงแปรรูปเงินสดที่มีเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มูลค่าทวีคูณตลอดเวลา เพราะใครๆ ก็รู้ว่าการซื้อที่ดินแปลงใหญ่กลางกรุงลอนดอนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ใช่ว่ามีเงินแล้วจะทำได้ทุกคนเมื่อไหร่ ต้องอาศัยตัวแทนหรือผู้จัดการผลประโยชน์ที่มีความรู้และมากด้วยประสบการณ์เท่านั้นจึงจะสามารถกระทำได้



Cheikh Mohammed Al Maktoum



อันดับที่ 4 Cheikh Mohammed Al Maktoum แห่งรัฐดูไบ ที่ทรงมีทรัพย์สินประเมินค่าถึง 11 พันล้านยูโร จากการประเมินทรัพย์สินเมื่อสองปีที่ผ่านมาที่มีเพียง 9.7 ล้านล้านยูโร ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเชษฐาที่เสด็จสวรรคตเมื่อต้นปีนี้

นอกจากรายได้มหาศาลที่ได้จากน้ำมันแล้วยังทรงมีแหล่งท่องเที่ยวที่หรูหราที่สุดของโลกอันประกอบด้วย โรงแรม Burj al-Arabโรงแรมที่ได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมระดับ 7 ดาวของโลกที่มีความสูงไล่เลี่ยกับตึก Empire State กรุงนิวยอร์ก ตั้งอยู่บนเกาะที่สร้างขึ้นจากการถมทะเลเป็นสวนปาล์มทะเลทราย เป็นแหล่งที่มีความหรูหราที่สุดบนโลกใบนี้สำหรับอัครมหาเศรษฐีที่ต้องการจับจ่ายใช้สอยตามใจชอบโดยไม่ปะปนกันคนชั้นล่าง

เรียกว่าเป็น Hydropolis หรือพระราชวังแห่งท้องสมุทร ปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างตึกที่สูงที่สุดในโลกที่ใกล้จะแล้วเสร็จ Burj Dubai ที่จะมีความสูงถึง 800 เมตร มูลค่าของโครงการนี้อยู่ที่ 5 พันล้านยูโร ในเนื้อที่ 3,840 ตารางกิโลเมตร




เจ้าชาย Hans-Adam แห่งราชรัฐ Liechtenstein


อันดับที่ 5 เจ้าชาย Hans-Adam แห่งราชรัฐ Liechtenstein ถึงจะมีทรัพย์สินมากที่สุดแต่ก็มีจำนวนที่ห่างไกลจากราชวงศ์แห่งตะวันออกกลางหลายช่วงตัว เพียง 3.1 พันล้านยูโร แต่ก็รวยที่สุดในยุโรป ราชรัฐเล็กๆที่มีเนื้อที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตร เป็นที่รู้จักว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่ติดกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเป็นเจ้าของภาพเขียนและงานศิลปะกว่า 20,000 ชิ้น ล้วนเป็นงานศิลปะชั้นเยี่ยมที่สุดของโลกเช่นงานของ Rembrandt Rubens และ Van Dyck เป็นต้น

นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของนิตยสาร Euro Business นิตยสารทรงอิทธิพลทางด้านธุรกิจ กิจการธนาคารที่ก่อตั้งตั้งแต่ปีค.ศ.1920 มีสาขาใน 29 ประเทศ มีปราสาท 3 หลัง พื้นที่ธุรกิจให้เช่าในกรุงเวียนนา มีพื้นที่เกษตรกรรมให้เช่า 3,000 เฮกตาร์ มีป่าไม้ที่ Wilfersdorf 3,500 เฮกตาร์ รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกมากมายในยุโรป ทรงโปรดให้พระโอรสคือเจ้าชาย Alois องค์รัชทายาท(ทรงเสด็จมาร่วมในงานฉลอง 60 พรรษาฯที่ผ่านมาด้วย) เป็นผู้ครองราชย์รัฐแทนพระองค์ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2004




เจ้าชาย Albert II


อันดับที่ 6 เจ้าชาย Albert II แห่งราชรัฐ Monaco ทรงได้รับส่วนแบ่งจากพระบิดาเป็นมูลค่า 800 ล้านยูโร จากที่คาดว่าพระบิดาทรงมีภาพวาดและงานศิลปะมากเป็นอันดับ 3 ของโลก คิดเป็นทรัพย์สินประมาณ 1,5-2 พันล้านยูโรเมื่อครั้งยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่
รายได้ส่วนใหญ่ของราชวงศ์นี้ได้จากการท่องเที่ยว บ่อนกาสิโน และการให้เช่าทรัพย์สินต่างๆที่ทรงลงทุนไว้ในหลายประเทศ นอกจากนั้นยังมีกิจการทางการเงิน หุ้นต่างๆ อสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในแถบชายทะเลเมดิเตอเรเนียน ที่มีอยู่ไม่ใช่น้อย



สมเด็จพระราชินี Elizabeth II


อันดับที่ 7 แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็น สมเด็จพระราชินี Elizabeth II แห่งสหราชอาณาจักร ที่นิตยสาร Euro Business ประเมินมูลค่าพระราชทรัพย์ของพระองค์ไว้เพียง 762 ล้านยูโร และต้องนับเพิ่มมูลค่าพระตำหนัก Sandringham 61 ล้านยูโร และพระตำหนัก Balmoral อีก 21 ล้านยูโร ยังมีผู้ไม่เห็นด้วยกับการประเมินครั้งนี้

เพราะอย่างน้อยๆเครื่องเพชรที่ทรงมีอยู่นั้น ถูกประเมินมูลค่าไว้ถึง 100 ล้านยูโรแล้ว ดังนั้นพระราชทรัพย์ของพระองค์น่าจะอยู่ในลำดับที่ 6 มากกว่า เพราะมีผู้ประเมินไว้ที่ตัวเลขถึง 1,094 ล้านยูโร แต่รายละเอียดของทรัพย์สินต่างๆไม่เป็นที่แน่ชัดเท่าใดนัก มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ทรัพย์สินทั้งหมดของพระองค์น่าจะมีมูลค่ามากกว่านี้อย่างน้อยหนึ่งเท่า




สมเด็จพระราชินี Beatrix


อันดับที่ 8 สมเด็จพระราชินี Beatrix แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้รับการคาดหมายว่าทรงมีรายได้ที่ "ลดลง” เนื่องจากภาวการณ์ผันผวนของเศรษฐกิจอันสืบเนื่องมาจากราคาน้ำมัน ทรงมีพระราชทรัพย์เป็นมูลค่า 212 ล้านยูโร จากที่ทรงมีหุ้นส่วนใหญ่ในสายการบิน KLM และสองปีที่ผ่านมาประสบภาวะแต่ขาดทุน มาโดยตลอด

นอกจากนั้นการนำเข้าน้ำมันที่มีอัตราและราคาที่สูงขึ้นทำให้รายได้จากภาคอุตสาหกรรมของบริษัทที่ทรงถือหุ้นอยู่ลดลงด้วยเช่นกัน ส่วนอสังหาริมทรัพย์ที่ทรงมีอยู่ในหลายประเทศต่างก็ล้วนมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก รวมถึงพระโอรสและพระธิดาก็ทรงมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นภาระที่ตกหนักกับพระองค์ทั้งสิ้น
เช่น เจ้าหญิง Christina ผู้ไม่ต้องทรงงานใดๆเลย แต่ไปใช้ชีวิตในเมืองที่แพงระยับอย่าง London และทรงมีพระตำหนักอยู่ในย่าน Notting Hill เจ้าชาย Johan Frisco ที่ทรงงานเพียงสัปดาห์ละครั้ง พำนักอยู่ใน London เช่นเดียวกัน พระตำหนักที่ทรงมีอยู่ในประเทศต่างๆ เช่น แอฟริกาใต้ นิวยอร์ก อิตาลี และในประเทศอีกมากมายหลายแห่ง ล้วนเป็นภาระหนักของพระองค์ทั้งสิ้น ยังดีที่ธนาคาร AMRO บริษัท Royal Dytch Shell ยังคงมีรายได้ที่ดีอยู่

ดังนั้นเงินปีที่รัฐบาลถวายไม่อาจพอเพียงได้ต่อค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ โดยทุกพระองค์ได้รับเพียง 5.6 ล้านยูโร ในขณะที่ค่าใช้จ่ายมีถึงปีละ 22.5 ล้านยูโรในปีนี้ คือเหตุผลในการ “ลดลง”ของรายได้ของสมเด็จพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์



และนี่คือ 8 อันดับของราชวงศ์ที่รวยที่สุดในโลก ณ ปีปัจจุบันนี้


//www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9490000156679





 

Create Date : 12 มกราคม 2550
2 comments
Last Update : 12 มกราคม 2550 21:35:37 น.
Counter : 3667 Pageviews.

 




ตามเข้ามาดูด้วยคนค่ะคุณโอเล่ย์

 

โดย: icebridy 12 มกราคม 2550 21:40:10 น.  

 

โอ้โห รวยกันจริงๆ
แล้วทำไมเรามันจนยังงี้ว้า เมื่อไหร่จะรวยซะทีน้า

 

โดย: mrsmurtaugh 12 มกราคม 2550 23:09:03 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


โอเล่ คุง
Location :
Omaha , Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความเหนือชั้นคือ การอ่านหนังสือและการเดินทาง...
Friends' blogs
[Add โอเล่ คุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.