กรกฏาคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
อย่างนี้นิเองที่เขาเรียก "รักแรกพบ"
ในวันที่แม่คลอดข้าวโอบ  วันนั้นคือวันอังคารที่ 28  กุมภาพันธ์ 2555
ปะป๊าตื่นแต่เช้าปลุกแม่อาบนำ้แต่งตัว ปะป๊าถามแม่ว่าเป็นไงบ้าง
แม่บอกไปว่า ไม่เป็นไร แม่ยังไม่รู้สึกเจ็บเลย
ข้าวโอบยังคงนอนดิ้นในท้องแม่ ไม่เหมือนกำลังจะออกมาเลย
ไปถึง ร.พ. ยืนต่อคิวยื่นบัตร แม่เริ่มรู้สึกตื่นเต้น
อยากจะให้ปะป๊ากอดแต่ก็อายคนไข้คนอื่นๆ
แม่ได้แต่บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอก คนอื่นเขายังทำได้ 
แม่ก็ต้องทำได้ ขอแค่ให้ลูกของแม่แข็งแรงปลอดภัยก็พอ
วัดความดันเสร็จเจ้าหน้าที่เอารถเข็นมาให้นั่งแล้วพาไปห้องเตรียมคลอด
มันช่างเป็นช่วงเวลาที่สับสนเหลือเกิน ในใจก็คิดอยากให้ข้าวโอบอยู่ในท้องแม่ต่อไป
พอไปถึงห้องเตรียมคลอดเขาไม่ให้ปะป๊ะเข้า ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้ว แต่แม่ก็อดใจหายไม่ได้
พอเข้าไปในห้อง พยาบาลก็ให้กรอกเอกสารและซักประวัติ จากนั้นเขาก็พาแม่ไปปฏิบัติการทำความสะอาดก่อนเตรียมคลอด (ตื่นเต้นมากมาย ถึงพยาบาลจะเป็น ผญ ก็เถอะ)
เสร็จแล้วพยาบาลก็ให้แม่ไปนอนรอในห้องรอคลอด ในห้องนั้นมีแม่ๆ อีก 2 คนที่รอคลอด พยาบาลบอกว่าคนที่อยู่เตียงตรงข้ามกับแม่มาตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้ปากมดลูกยังเปิดไม่เต็มที่...โอ้โห แม่ได้แต่คิดว่าแล้วแม่ต้องรอนานแค่ไหนล่ะเนี้ย แล้วพยาบาลก็ใส่เครื่องตรวจเสียงหัวใจลูก เครื่องวัดชีพจร
และอุปกรณ์อื่นๆ พร้อมน้ำเกลือ แม่เป็นคนที่กลัวเข็มมากมายแต่ห่วงเรื่องคลอดมากกว่า
ตอนนั้นเวลา 7.45 แล้ว พยาบาลบอกปากมดลูกเปิดแค่ 1 เซนต์ พอแปดโมงนิดๆ ตรวจอีกเปิดแล้ว 2 เซนต์ คุณพยาบาลเดินจากไป ไม่นานอุปกรณ์ก็ส่งเสียงร้องดัง แม่ก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
พยาบาลวิ่งกลับมาดู และบอกว่าเครื่องจับสัญญานการเต้นหัวใจของลูกไม่เจอ
พยาบาลก็มามุงกันใหญ่หลายคน แม่เริ่มใจไม่ดี แต่แม่ยังรู้สึกว่าลูกของแม่ยังอยู่กับแม่
แม่สวดมนต์ในใจ อธิฐานขอให้ลูกของแม่ปลอดภัย
พยาบาลถามแม่ว่า รู้สึกว่าลูกดิ้นไหม ครั้งสุดท้ายตอนไหน เครื่องยังตรวจเจอว่าน้องดิ้นอยู่นะคะ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมจับการเต้นของหัวใจไม่เจอ แล้วพยาบาลก็กดๆ ที่เครื่องและทำอะไรที่สายน้ำเกลือ
ตอนนั้นแม่ได้ยินพยาบาลบอกว่าให้ปรับระดับขึ้นไปอีก (คงหมายถึงยาเร่งคลอด)
และหน้าของแม่ตอนนั้นคงบ่งบอกว่ากังวลสุดๆ พยาบาลเลยบอกว่าไม่ต้องกังวลนะคะ เดี๋ยวตามหมอให้เลย แม่มองดูนาฬิกามันยังไม่แปดโมงครึ่งด้วยซำ้แต่ทำไมมันเหมือนนานแสนนาน แต่แม่ก็เริ่มรู้สึกดีเมื่อแม่ได้ยินเสียงหัวใจของลูกอีกครั้ง แต่สักพักแม่ก็เริ่มปวดท้องเหมือนที่เขาเขียนบอกไว้เลย (ที่เตียงจะมีบอกจังหวะและอาการของการปวดท้องคลอด) ตอนนั้นเก้าโมงสิบห้าแล้ว แม่เริ่มปวดเกร็งทุกๆ 5 นาที พยาบาลเดินมาถามว่าเป็นไงบ้างคะ แม่บอกเริ่มปวดแล้วค่ะ แต่ยังทนไหวค่ะ พยาบาลเช็คอีกที ตอนนี้ปากมดลูกเปิด 7 เซนต์แล้ว พยาบาลบอกไปห้องคลอดกันค่ะ ... โอ้แม่เจ้า!! จะคลอดแล้วเหรอ แม่คิดในใจถึงลูกของแม่ คลอดง่ายๆ นะครับลูก หนูจะได้ออกมาเจอหน้าพ่อกับแม่แล้ว ขอให้ลูกของแม่ปลอดภัย แข็งแรงทุกประการ
คุณหมอมาแล้ว แม่ขึ้นไปรอที่เตียง ในห้องนั้นมีอีกเตียงที่กำลังทำคลอดอยู่ ตอนนี้อาการปวดเริ่มถี่ขึ้น
คุณหมอบอกให้แม่ค่อยๆ เบ่ง "เหมือนเบ่งอึนะคะคุณแม่ แต่ให้แม้มปากไว้ไม่ให้มีเสียงรอดออกมา" เหอ เหอ ไม่เหมือนในละครที่ดูนะเนี้ย แม่เบ่งอยู่ประมาณหกครั้ง และครั้งสุดท้ายลูกของแม่ก็ร้องเสียงดัง แม่มองนาฬิกา และได้ยินคุณหมอพูดว่าคลอดสิบโมงตรงนิ้วมือนิ้วเท้าครบและเป็นเด็กผู้ชายนะคะ พร้อมกับยื่นปิกาจูของลูกให้แม่ดู แต่แม่อยากจะบอกเหลือเกินว่า คุณหมอขาขอเห็นหน้าลูกได้ไหมคะ ได้ยินเสียงคุณหมอบอกว่านี้นะคะป้ายชื่ออ่านสิคะว่าใช่ชื่อคุณแม่ไหม แม่ก็อ่านแล้วบอกว่าใช่ค่ะ คุณก็เอาติดข้อมือข้อเท้าของลูกแล้วพยาบาลก็อุ้มลูกไปเลย คุณหมอบอกว่าเอาน้องไปอาบน้ำก่อนนะคะแล้วเดี็ยวจะให้มาเจอคุณแม่ ตอนนี้คุณแม่นอนพักดูอาการหลังคลอดก่อนนะคะ...
สักพักเกือบจะห้าโมงแล้ว พยาบาลก็อุ้มหนูมา ยื่นหน้าลูกมาใกล้ๆ แล้วแม่ก็ได้มอบจูบแรกให้ลูกของแม่ แม่แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น่ารักจังเลยลูกแม่ จมูกเป็นสันมาเชียว ตัวเล็กของแม่ นน แรกเกิด 2,715 g. แต่นี้ยังไม่ใช่รักแรกพบของแม่หรอกนะ เพราะรักแรกพบมันเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่แม่เห็นสองขีดแดงๆ จาง ๆ ขึ้นที่ที่วัดการตั้งครรภ์แล้ว และมันคงเป็นรักนิรันดร์ รักเดียวที่ไม่ว่าจะอย่างไรหรือใครก็ตามจะมาทำให้ความรักที่แม่มีให้ลูกนั้นเปลี่ยนแปลงไปได้...แข็งแรงๆ นะครับลูก

รักข้าวโอบที่สุดเลย
แม่แอน



Create Date : 17 กรกฎาคม 2555
Last Update : 17 กรกฎาคม 2555 20:20:29 น.
Counter : 480 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

NatM08
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Blog นี้ตั้งใจว่าจะเขียนเป็นเหมือนบันทึกถึงลูกชาย อยากเล่าถึงทุกๆ วันที่เราได้อยู่ดูแลเขา