ชีวิตคนนั้นสั้นนัก หาความสุขให้ตัวเองบ้างหรือยัง? ทุกข์ตรงไหน วางตรงนั้น ^_^
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
17 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 

บุญพาวาสนาส่ง...หรือการไขว่คว้าหาโอกาส2

หลังจากที่แวะเวียนมาคุยกะพี่หมีบ่อยๆ เมื่อขึ้นปี 2 เพราะพี่บื้อกะเพื่อนๆ หนีเข็มทิศไปแล้ว (เรียนจบแล้วนะไม่ใช่เบื่อเข็มทิศ ปัจจุบัน เราก็ยังสนิทสนมกันอยู่เหมือนเคยคะ ไว้ว่างๆจะมาเล่าเรื่องพี่บื้อให้ฟังนะคะ) ด้วยเหตุนี้ ที่พึ่งพิงสุดท้ายที่มีอยู่จึงเหลือเพียงพี่หมีคนเดียว ดังนั้น พี่หมีจึงได้รับรู้ความเป็นไปของเข็มทิศค่อนข้างมาก เวลามีปัญหาอะไร ก็ได้พี่หมีนี่แหละคะเป็นคนชี้ทางสว่างให้อยู่เสมอๆ (ยังไงก็ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย)

เนื่องจากพี่หมี เป็นคนค่อนข้างกว้างขวางในรั้วมหาลัยพอสมควร พี่หมีจึงรู้จักคนมากหน้าหลายตา ทำให้เวลาต้องการความช่วยเหลือ หรือข้อมูลใดๆ ก็สะดวกรวดเร็วมากคะ เข็มทิศเองก็มักจะขอให้พี่หมีช่วยอยู่เสมอๆ เวลาที่ต้องการข้อมูลจากท่าพระจันทร์เพราะเข็มทิศเรียนที่รังสิต ดังนั้น ที่ท่าพระจันทร์มีงานอะไร มีกิจกรรมอะไร ก็มักจะไม่ค่อยได้รับรู้สักเท่าไหร่ (เข็มทิศมันก็เด็กบ้านๆอ่ะคะ) แล้ววันหนึ่ง พี่หมีก็มาบอกเข็มทิศว่า "มหาลัยมีเปิดรับสมัครนักศึกษาเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น สนใจไหม มีทุนด้วยนะ" เข็มทิศก็ตาโตเป็นไข่เป็ดเลย นึกสนใจขึ้นมาทันที โอกาสงามๆแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ (ปกติตาตี่คะ เลยโตได้แค่เนี่ยะ เท่าไข่ห่านไม่ไหว) แต่ทุกๆ อย่างย่อมมีอุปสรรคเสมอคะ อย่างที่เคยบอกไปว่า เข็มทิศเป็นคนที่อ่อนทางด้านภาษาปักกิดอย่างแรง การที่จะไปสอบชิงทุนจึงไม่ได้ง่ายนัก ทำให้เข็มทิศต้องกลับมานั่งคิดแล้วคิดอีกว่าจะทำยังไงกะชีวิตตัวเองดี อยากไปสอบก็กลัวว่าถ้าคณะกรรมการถามไรมาแล้วตอบไม่ได้ จะทำยังไงเด๋วเค้าก็ว่าเราไม่เจียมตัวเลย สื่อสารกะใครไม่ได้แบบนี้ จะส่งไปเรียนได้ยังไง เสียชื่อเสียของมหาลัยหมด (งานนี้ไปในนามมหาลัยคะ) ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม สุดท้ายก็ต้องหันหน้าไปหาที่ปรึกษากิติมศักดิ์ทั้งสองคะ "พี่บื้อและพี่หมี" พี่บื้อก็ยังเป็นพี่บื้อคะ ก็ได้แต่คอยให้กำลังใจ บอกให้ลองคิดดูถึงข้อดีข้อเสียของมัน แล้วค่อยตัดสินใจ แล้วก็อวยพรให้เราโชคดี แบบว่าไม่ได้ช่วยกันเลย ถ้าตัดสินใจได้คงไม่ถามหรอก เอ้อ...แต่ก็อ่ะนะ นี่ก็เป็นนิสัยอย่างหนึ่งของพี่บื้อคะ ที่มักจะตามใจเข็มทิศเสมอ ไม่ค่อยจะมีความเห็นชี้ชัดใดๆ ตามสไตล์คะ เข็มทิศเลยต้องหาผู้ช่วยหมายเลข 2 "พี่หมี" เมื่อคุยกับพี่หมี พี่หมีก็เชียร์เต็มที่บอกว่า "ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้ ลุยเต็มที่เลยน้องเอ๋ย" พอได้กำลังใจมาแบบนี้ ก็ค่อยชื้นใจคะ แต่ก็ยังไม่วายบ่นเรื่องภาษาอันต่ำต้อย จนพี่หมีรำคาญ เลยจัดแจงให้ไปติวเข้มหนึ่งวันกับเพื่อนพี่หมีที่จุฬา
"พี่ลอร์ด" เป็นอาจารย์สอนพิเศษภาษาอังกฤษให้เด็กประถม-มัธยมอยู่ ดังนั้น เรื่องภาษาไม่ต้องพูดถึง ยังกะฝรั่งมาเองเลยคะ แต่ด้วยความอ่อนด้อย+ความเขินที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะให้ไปฟุดฟิดฟอไฟกัน มันก็แปลกๆ จิงไหมคะ เข็มทิศก็เลย แบะ แบะ ไป แต่พี่ลอร์คก็ยังไม่ละความพยาม ยังคงตอนเทคนิคเคล็ดวิชาให้อย่างไม่ปิดบังพร้อมบอกให้เข็มทิศฝึกพูดภาษากะกระจกบ่อยๆ

เอาล่ะ เมื่อทุกคนช่วยขนาดนี้ เข็มทิศก็ขอสู้ตายคะ และแล้วทางมหาวิทยาลัยก็ประกาศวันสัมภาษณ์ พอรู้วันสัมภาษณ์เข็มทิศก็แทบเป็นลมเลยคะ เพราะว่าวันสัมภาษณ์นั้น เป็นวันเดียวกับวันสอบปลายภาค ยิ่งไปกว่านั้นการสอบมีตอนบ่ายที่รังสิต แต่ต้องสัมภาษณ์ที่ท่าพระจันทร์ตอนเช้า แล้วจะทำยังไงดีล่ะคะเนี่ยะ หนังสือก็ไม่ค่อยได้อ่าน (บางคนอาจไม่ทราบ การสอบของคณะนิติศาสตร์ที่มธ. จะมีการสอบเพียงครั้งเดียว 100 คะแนนเต็มด้วยโจทย์เพียง 5 ข้อ เขียนเพียงอย่างเดียว ไม่มี Choice ให้เวลา 3 ชั่วโมง ทุกวิชาจะเป็นแบบนี้ ยกเว้นวิชาเลือกบางตัวเท่านั้นซึ่งน้อยมากคะ ดังนั้นจึงเป็นการชี้ชะตาการตกหล่นได้เป็นอย่างดี ไม่มีคะแนนเก็บใดๆ สามารถช่วยเราได้) เมื่อเป็นแบบนี้ เข็มทิศเลยต้องใช้วิชามาร ร้องขอให้พี่ๆเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือคะ ขอให้ได้สอบสัมภาษณ์เป็นคนแรก คือตอน 9 โมงเช้า และขอติดรถส่งข้อสอบไปที่รังสิตตอน 10 โมง (อภิสิทธิ์ชนมากคะตอนนั้น)

ถึงวันสอบสัมภาษณ์ คณะกรรมการก็ใจดีเหลือหลาย อาจเป็นเพราะความเข้าใจว่าเรามีสอบตอนบ่าย การสัมภาษณ์จึงใช้เวลาไม่นานนัก และเป็นการสอบถามทั่วๆไป และทดสอบภาษาญี่ปุ่นนิดหน่อยด้วยการให้แนะนำตัวเอง โดยมีคนญี่ปุ่นนั่งเป็นกรรมการอยู่ด้วย ใจก็ตุ๊มๆต่อมๆ คะ แต่ไม่มีเวลาคิดมาก ออกจากห้องสอบก็รีบเผ่นไปสอบที่รังสิตต่อเลย กังวลมันทั้งสองอย่าง ตอนนั้นเครียดมากเลย นั่งสอบไปก็คิดเรื่องสัมภาษณ์ เพราะตอบได้ห่วยมากๆเลยในความรู้สึกของตัวเอง นั่งสอบก็รีบๆเขียนเท่าที่จำได้ ก็แทบจะไม่ได้อ่านอะไรเลย เลยไม่มีอะไรจะเขียนเท่าไหร่คะ เลยหนีออกจากห้องสอบก่อนเวลาหมดอีก อย่างแรกที่ทำเลยก็คือ โทรกลับไปที่ท่าพระจันทร์เพื่อถามผลการสัมภาษณ์ และแล้ว ความหวังของเข็มทิศก็เป็นจริงคะ เข็มทิศได้รับเลือก ตอนนั้นดีใจจนทำตัวไม่ถูกเลย แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องมันจะจบง่ายๆอย่างนี้นะคะ ยังคะยัง โชคชะตายังมีบททดสอบเข็มทิศอีกหลายอย่างทีเดียว เพราะว่านี่เป็นเพียงได้รับเลือกจากมหาวิทยาลัยเพื่อไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นที่เราเลือกไว้
(จะมีมหาลัยให้เลือกเยอะมากคะ แต่ละมหาลัยก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป บางมหาลัยมีทุนให้ คือมีให้ทั้งค่าเรียนและค่าครองชีพด้วย บางมหาลัยก็ไม่มีต้องจ่ายเงินเอง แต่ไม่ต้องเสียค่าเรียน ส่วนมหาลัยที่เข็มทิศเลือก เป็นมหาลัยที่เพิ่งมีการตกลงกันเป็นครั้งแรก ทำให้ไม่ค่อยมีใครสนใจ และชื่อมหาลัยก็ไม่เป็นที่รู้จัก ไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ๆโตๆอย่างโตเกียว หรือโอซาก้าเลยคะ แล้วเรื่องทุนเนี่ยะก็ยังไม่แน่ใจว่าจะขอได้หรือไม่...เศร้าคะ)

อาทิตย์ต่อมา เจ้าหน้าที่มหาลัยก็ติดต่อมา ว่าได้คุยกับมหาลัยทางโน้นแล้วเรื่องหลักสูตรที่จะต้องไปเรียน เข็มทิศได้ไปเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษคะ...อึงกิมกี่เลยคะทีนี่ ตั้งใจว่าจะไปเรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อหนีอังกฤษ แต่ไหงโชคชะตาเล่นตลกแบบนี้ก็ไม่รู้ นอกจากนี้ ทางมหาลัยที่โน้นก็ต้องการผลสอบโทเฟิล 550 ด้วยคะ เข็มทิศก็มืดแปดด้าน สิบหกด้านเลย จะไปเอาผลสอบที่ไหนไปให้ฟ่ะ สอบก็ไม่เคยสอบ ตอนนั้นถามว่ามีเวลาไปสอบทันไหม มันก็ทันอยู่หรอกคะ แต่ 550 นี่มันไม่น้อยเลย คงไม่มีปัญญาแน่ๆ กลุ้มเป็นที่สุด ก็ได้แต่บอกพี่เจ้าหน้าที่เค้าไปตรงๆเลยว่า "ไม่มีคะ ถ้าจะให้สอบก็คงไม่ได้ด้วย เพราะไม่เก่งภาษาเลย คงไม่มีทางถึงขนาดนั้น ถ้าต้องใช้จริงๆ เข็มทิศไม่ไปก็ได้ ขอสละสิทธิ์" ใจก็คิดคะ "อดแน่ๆ คราวนี้ ดวงจริงๆ ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้นะเรา" พี่จนท เลยบอกว่าเอาไว้ค่อยคิดแล้วกัน ตอนนี้ไปขอ Recommend ของอาจารย์มาก่อน เข็มทิศเลยต้องระเหิดระเหินไปหาอาจารย์ที่เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นคะ เพื่อขอไอ้ เรคคอมเมนส์เนี่ยะ ตอนนั้นสะกดยังไม่ค่อยจะถูกเลย อาจารย์ก็ใจร้ายคะ กว่าจะหาตัวได้นี่ก็แทบแย่ พอเจอกันก็สั่งให้ไปเขียน เรคคอมเมนส์ตัวเองเป็นภาษาอังกฤษมา ให้เวลาครึ่งชั่วโมง ตายล่ะเจออย่างนี้ตายอย่างเดียว เข็มทิศก็ได้แต่นั่งร้องไห้คะ เจอแบบนี้ทำไรไม่ถูกเลย สุดท้ายก็โทรหาพี่ลอร์ด เล่าไปตามความจริง บอกพี่ช่วยหน่อยเถอะ ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แต่ด้วยความที่พี่เค้าบอกทางโทรศัพท์ การสะกดอะไรพวกเนี่ยะ ก็ตามมีตามเกิดคะ พอไปส่งอาจารย์ก็เลยโดนไปเลยหนึ่งดอก พอได้เรคคอมเมนต์มาก็โดนไปเต็มๆ อาจารย์เค้าเขียนไว้ว่า “Her English has to be improved” คะ เซ็งไปเลยตอนนั้น จะไม่ส่งไปก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้จะไปขอใครแล้ว แล้วก็ไม่ใช่ง่ายๆที่อาจารย์ท่านอื่นๆจะเขียนให้ ก็ต้องไปแบบนั้นแหละคะ ตามมีตามเกิด

บอกตรงๆว่า ตอนนั้นไม่อยากทำอะไรแล้ว นั่งคิดกะตัวเองทุกวัน “จะไปไหม ไปดีหรือเปล่า ไปแล้วจะเป็นยังไง” เครียดแทบเป็นบ้าเลยคะ ไปญี่ปุ่นแต่เรียนภาษาอังกฤษก็แย่อยู่แล้ว ภาษาอังกฤษก็ยังห่วยอีก ไม่รู้จะทำยังไงเลย ได้แต่คิดว่า โอกาสมาถึงแล้ว แล้วเราก็พยามเต็มที่มาจนถึงตอนนี้ สอบตกก็ยอมมาแล้ว (ก็ไอ้วิชาที่สอบวันเดียวกับสัมภาษณ์นั้นแหละคะ ได้มา 58 คะแนน อีก 2 คะแนนก็ผ่านแล้ว) เรียนก็ไม่ได้เรียนเลยเทอมนี้ โดนอาจารย์ใส่ไปก็ไม่รู้กี่ดอกต่อกี่ดอกกว่าจะได้กระดาษมาแผ่นหนึ่งกับประโยคบาดใจ

คนที่ได้รับรู้ก็บอกว่าเราโชคดี มีบุญวาสนาได้ไป ทั้งๆที่คนอื่นๆไม่มีโอกาส แต่ก็ ไม่ได้นั่งรอนอนรอบุญพาวาสนาส่งให้ไปต่างแดน แต่ต้องใช้ความพยายามและการไขว่ขว้า ดิ้นรนและกระเสือกกระสนจอ่ะนะ เค้าคงไม่ได้มารับรู้ความทุกข์ทรมานในใจเราหรอก กว่าจะได้มันมาเนี่ยะ มันคงไม่ได้ใช้แต่คำว่า “บุญ” กะ “วาสนา” หรอก เข็มทิศคิดว่า เกือบทุกคนที่ไปเรียนเมืองนอกนได้มาซึ่งความสำเร็จ สำหรับเข็มทิศเอง ก็เช่นกัน ไหนจะต้องเขียนเอสส่ง เอสเส บ้าบอ Independent Research อีก ใครหลายๆคนอาจจะคิดว่า โอย ของง่ายๆ แต่ไม่กี่ร้อยเวิร์ค แต่ลองคิดถึงคนที่ไม่ได้ภาษาดีเลิศดูสิคะ ว่ามันจะลำบากขนาดไหน เช็ตแล้วเช็คอีก ถึงหรือยังว่ะ ทำไมมันเยอะอย่างนี้ ไม่มีอะไรจะเขียนแล้ว...

ถึงตอนนี้ เข็มทิศก็ได้เรียนรู้ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น” มิได้เกินความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย อยากให้คนที่มีความใฝ่ฝันอยากจะไปเรียนเมืองนอกเมืองนา ดิ้นรนขวนขวายหาโอกาส แม้ว่าโอกาสจะไม่ได้หาได้ง่ายๆ แต่เข็มทิศเชื่อว่าคงไม่เกินกำลังของเราไปได้ เพียงแต่ว่าเราท้อได้ แต่ห้ามถอยก่อนถึงเส้นชัยเท่านั้นเอง เมื่อผ่านมันมาได้ เราเองนี่แหละที่จะรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่ได้มาด้วยน้ำมือแห่งความพยายามของเราเอง ขอให้คนที่มีความหวังและความฝัน สู้ต่อไปนะคะ




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2550
8 comments
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2550 15:30:44 น.
Counter : 983 Pageviews.

 

แวะมาเป็นกำลังใจให้ค่า....
ตอนนี้ก็กำลังสับสนเหมือนกันว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไปดี.......เฮ้อ......
แต่ขอพักไว้ก่อนนะคะ เพราะตอนนี้ชีวิตยุ่งเหยิงเหลือเกิน อิ อิ

 

โดย: ยิปโซ>_< 19 กุมภาพันธ์ 2550 13:40:02 น.  

 

โห ตามอ่านมา
เอาใจช่วยนะคะ ลุ้นไปกับทุกตัวอักษรที่เขียนมา
เข้าใจเลยค่ะ ยังไงก้อสู้ๆนะคะ
จะคอยมาตามดูอัพเดทนะคะ

 

โดย: chiro IP: 203.107.214.220 18 มีนาคม 2550 0:42:20 น.  

 

มาถึงขนาดนี้แล้วเกียร์ถอยหลังไม่ต้องพูดถึง

 

โดย: อู IP: 124.121.71.205 24 มีนาคม 2550 2:57:35 น.  

 

ป้าเข็ม...เฮ้ย.....น้าเข็มทิศ สู้ สู้ นะคร๊า

 

โดย: น้องพริมกะน้องพีซ (เชอร์รี่กับวิปครีม ) 18 พฤษภาคม 2550 12:51:19 น.  

 

สู้เค้าน่ะ ทาเคชิ เอ๊ยไม่ซี เข็มทิศชีวิต แค่สู้ ..... ไม่ถอย คุณก็ชนะไปกว่าครึ่งแล้วแหละ ซิบอกให่
แต่ในที่สุด.... คุณก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาษาอังกฤษดี ๆ กับหลาย ๆคนน๊า รวมทั้งตัวอิฮั้นด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: meejang (kid tream ) 6 พฤศจิกายน 2550 22:50:16 น.  

 

แวะเข้ามาอ่านค่ะ เขียนได้เห็นภาพจริงๆ เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกๆคนได้เป็นอย่างดี ขอบคุณสำหรับประสบการณ์เยี่ยมยอดนะคะ

 

โดย: Zenda IP: 58.8.38.184 25 พฤศจิกายน 2550 21:14:07 น.  

 

โหย...อ่านแล้วฮึดมาก ๆ ค่ะพี่จิ๊บ...
สุดท้ายจบได้ดีมาก ๆ อืมม...
เป็นกำลังใจให้ได้อย่างดี
ภาษาอังกฤษปอยก็ห่วย
แต่อยากเรียนเมืองนอกเมืองนาเหมือนกัน
เข้าใจแระ...จะพยายามให้มาก ๆ น้า

 

โดย: นางสาวดุ่บดั่บ 5 มีนาคม 2551 6:39:26 น.  

 

ขอบคุณมากค่ะ

 

โดย: ทฟสะ IP: 124.122.15.25 4 พฤศจิกายน 2556 19:44:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เข็มทิศชีวิต
Location :
Aberdeen United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Friends' blogs
[Add เข็มทิศชีวิต's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.