Group Blog
 
 
กันยายน 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 กันยายน 2554
 
All Blogs
 

Long time no see [好久不见]



Long time no see [好久不见]

อากาศเย็นขึ้นเมื่อเทียบกับหลายเดือนก่อน–ใช่ แต่สำหรับกรุงเทพ
และปริมณฑล ความจริงที่ว่าอุณหภูมิมิใช่เครื่องบอกความผันเปลี่ยนของ
ฤดูกาลนั้นยังคงยอกใจเราอยู่เสมอ ข้าพเจ้าถอนหายใจช้าๆ
ด้วยหวังว่าจะมีกรุ่นควันลอยพวยออกจากปากเหมือนตอน
ที่อยู่บ้านบ้าง ดึกดื่นเช่นนี้หากเป็นเชียงใหม่อากาศคงเย็นจับใจ
ไฟกลางคืนต้นสูงคงฉาบย้อมท้องถนนเป็นสีส้ม ฟุตบาทแถวบ้าน
แม้จะมีขี้หมาก็ยังน่าเดิน แต่แล้วเพ้อฝันของข้าพเจ้าก็แตกกระเจิง
เมื่อเสียงเซ็งแซ่ของเพื่อนบ้านลอยมาเสียดหู หากพูดในภาษาหนัง
ภาพปานกลางที่เห็นข้าพเจ้านั่งเปลี่ยวอยู่คนเดียวบนโต๊ะไม้
จะตัดไปสู่ภาพไกล ทั่วทั้งเฟรมประกอบไปด้วยเหล่านักศึกษา
ที่ลงมาทำทีอ่านหนังสือเตรียมสอบ ขออนุญาตใช้คำว่าทำทีเพราะ
ส่วนใหญ่ก็เห็นมานั่งเม้ากันเสียงดังเหมือนนกกระจิบ บางคนเอากีต้าร์
มาเล่นแลร้องเพลงกันโหวกเหวกเสียงดัง(สงสัยจะสอบวิชาดนตรี)
การระดมสมองนั้นช่วยถ่ายเทองค์ความรู้อย่างเท่าถึงกันก็จริง
แต่กรณีนี้ข้าพเจ้าเล็งเห็นว่าการอ่านหนังสือเงียบ ๆ คนเดียวในห้อง
อาจให้ประสิทธิผลกว่า กิจกรรมติวหนังสือมาราธอนที่ว่านี้จะกินเวลา
ตั้งแต่หนึ่งทุ่มยิงยาวไปจนถึงเกือบตีห้า ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้าย
กันหับประตูเข้าสู่โลกของตน ละแวกหอพักกลับคืนสู่ความสงัดอีกครั้ง
แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมาเหล่านกกระจิบก็จะโผบินออกจากรังไป
ชื่นชมฟ้าใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย
หรือสิ่งเหล่านี้ต่างหากล่ะคือเครื่องบอกฤดูกาลที่แท้จริง

หลายวันก่อนข้าพเจ้าได้มีโอกาสคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเก่า
ที่ไม่ได้เจอกันนาน แม้เราไม่สนิทกันมากนัก แต่เวลาสี่ปี
สำหรับข้าพเจ้าแล้วถือว่าเพียงพอสำหรับการเรียนรู้ตัวตน
ของเพื่อนคนนี้ เขาเป็นคนดีและเก่ง ผู้คนทั่วไปมักจะชื่นชม
เขาให้ข้าพเจ้าฟังอยู่เสมอ แต่ด้วยคนละเส้นทางชีวิต
ทำให้ข้าพเจ้าไม่มีโอกาสที่จะได้พบหรือแม้แต่จะนำเอา
คำสรรเสริญชื่นชมเหล่านั้นไปฝากแก่เขา
"ฮัลโหล" น้ำเสียงจากปลายสายแจ่มชัด สมองข้าพเจ้าค่อยๆ
วาดใบหน้าหนึ่งขึ้นในอากาศ
"โห่ ไม่ได้คุยกะมึงเป็นชาติ ไง ซ้อมดึกอีกแล้วสิมึง"
ส่งเสียงแหบพร่ากลับไป
"เป็นไงบ้างคุณวิดวิสิด"
"คุณกูก็สบายดี แล้วคุณมึงล่ะฮะ"
"เรื่อย ๆ มึง เล่นดนตรีเหมือนเดิม"
เพื่อนของข้าพเจ้าเป็นนักดนตรี จำได้แม่นว่าชีวิตมันผูกพันคลุกคลี
มากับเสียงดนตรีมาแต่เด็ก หลายๆครั้งที่โทรคุยกันมักเป็นเวลา
ซ้อมดนตรีกับวงที่มันรัก แลหลายๆหนที่เสียงอึงอลจากเครื่องดนตรี
กลั่นแกล้งก่อกวนเสียงสนทนาให้ขรุขระไม่ถนัดฟัง
"เออ ก็ได้ข่าวว่ามึงมีวง เนี่ยกูไปไหนมีแต่คนถามถึงมึงตลอดเลย
ชื่นชมมึงจนกูพลอยดีใจไปด้วย" มันหัวเราะแทนคำตอบ
"ยังไงก็ฝากขอบคุณพวกเค้าด้วย……แล้วมึงเป็นไงบ้าง"
"ชีวิตกูรื่นเริงบันเทิงมี เอ็นจอยกับการเรียน แอบงานเยอะนะ
แต่พอเจอที่ตัวเองชอบ มันก็สนุก เค้าสอนไรมามันก็น่าสนใจไปหมด
แล้วมึงล่ะ" "ก็ไม่ดี ไม่แย่ น่าเบื่อบ้าง ..งานมันเยอะอะมึง"
"กูก็เหมือนกัน ต้องส่งงานตัวเองด้วย งานคณะด้วย เหนื่อยแต่มันก็คุ้มดี
ปีหน้าจะจบแล้วก็ควรทำอะไรให้มันเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาบ้าง"
"เออ มันก็ไวเหมือนกันเนอะ
ตอนเจอมึงครั้งแรกยังใส่ชุดนักเรียนกันอยู่เลย"
"ใช่ กูจำได้ละช่วงๆนี้แหละที่มึงดาวน์ๆลงไป
หายหัวไปเลยนะมึงตอนนั้นน่ะ" "…………………………"
ความเงียบทักทายในชั่วขณะ ข้าพเจ้าจินตนาการภาพจิตใจของ
เพื่อนปลายสายที่กำลังลองลอยออกจากร่างเขาไปสำรวจ
เรื่องราวเมื่อหลายปีก่อน ความเงียบก่อตัวขึ้นยาวนาน
ในที่สุดข้าพเจ้าตัดสินใจขับไล่มันด้วยคำถาม
"ได้ติดต่อกันมั่งป้ะ"
"ก็….บ้าง นานๆทีว่ะ แต่เหมือนมันก็สบายดี"
"แล้วมันคุยกะใครอยู่วะตอนนี้"
"กูไม่กล้าถามอ่ะ แต่เหมือนจะไม่มีนะ"
"อืมม… งั้น ถ้าสมมติว่ามันไม่มีใครจริง ๆ…"
ข้าพเจ้าทิ้งประโยคค้างไว้ นึกสนุกได้จึงแกล้งถามมัน
"แล้วมึงยังจะหวังอยู่มะ"
"เชี่ย มึงพูดเหมือนในรักแห่งสยามเลย" เขาหัวร่อเสียงดังทำเฉไฉ
แต่ข้าพเจ้าหมายคำตอบ ในความเงียบข้าพเจ้าเชื่อว่าอึงอล
เครื่องดนตรีในบริเวณของเขา กับเหล่านกกระจิบใต้หอข้าพเจ้า
ยังกังวาน แต่เวลานี้ที่ได้ยินชัดที่สุดกลับเป็นเสียงหายใจ
ของเพื่อนที่เจือจางอยู่ในคลื่นโทรศัพท์ เขานิ่งไปนานจึงตอบ
"กูไม่หวังอะไรแล้ว เค้าจะมีใครก็ไม่เป็นไร กูเห็นเค้ามีความสุข
กูก็แฮปปี้ พิช..กูโตขึ้นมากเลยเว่ย..
ของอย่างงี้มันต้องใช้เวลาน่ะ ว่ามั้ย ?" "อืม" ข้าพเจ้ารอให้เขาพูดต่อ
"กูใช้เวลา..ก็นานอยู่ แต่มันก็ทำให้กูเข้าใจอะไรหลายอย่าง
แล้วก็มีความสุขกับมันได้" "มึงคิดถึงมันมะ"
"คิดดิวะ เรื่องความคิดถึงคนเรามันคิดถึงกันได้อยู่แล้ว
แต่ก็อย่างที่บอกแหละ เค้าโอเคกูก็มีความสุข เจอเรื่องอะไร
ก็มาเล่าให้กันฟัง กูก็โตไปด้วย เติบโตไปพร้อม ๆ กัน
เรียนรู้ไปด้วยกัน" "แล้วถ้าเกิดวันนึงมันมีใคร มึงจะ.."
"กูไม่เสียใจหรอกพิช ความรักคือการให้ ไม่ใช่ครอบครอง"
"เช้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด คมว่ะ คม"
แต่จะว่าไปที่มันพูดก็ถูกแท้ ความรักคือการให้ ไม่ใช่ครอบครอง
หลายครั้งนักที่เราเจ็บปวดด้วยหลงสำคัญว่าเราเป็นเจ้าของมัน
ทั้งที่แท้แล้วมันคือสิ่งสากล เป็นอิสระ แม้มองไม่เห็น
แต่จับต้องสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก ซึ่งจะกำนัลความสุขมายังผู้ให้
และผู้รับ เมื่อเราสามารถหยิบยื่นให้ผู้ที่ควรค่าแก่มันภายใต้ขอบเขต
และวิถีอันควรจะเป็น เป็นเช่นนี้เสมอ..
แต่หากแม้นทำได้ง่ายดังว่าจริง หญิงบางคนคงไม่กินยานอนหลับ
เพราะคิดว่าผัวไม่รัก ชายคนนั้นคงไม่กระโจนตัวลงจากตึกสิบชั้น
เพราะอกหัก ประเทศเราคงไม่แบ่งเป็นสี (อันหลังนี่เติมเอง อิอิ)
"ได้ยินอย่างนี้กูก็ดีใจกับมึงด้วยนะ" ข้าพเจ้ายิ้ม
จู่ๆเสียงเครื่องบราสส์ดังฉูดฉาดเล็ดรอดกลับคืนสู่หูโทรศัพท์
ฝูงนกกระจิบติวหนังสือส่งเสียงขับขานกันจ้อกแจ้กตามเดิม
"เฮ้ยๆ กูต้องซ้อมต่อละ เดี๋ยวไว้ว่ากัน ฝันดีนะ" มันทำท่าจะวางหู
โทรศัพท์ "เฮ้ย เดี๋ยว ๆๆๆ " "ว่า….?"

"เมอร์รี่คริสต์มาสล่วงหน้านะโว้ย …ไอ้มิว"

"เมอรี่คริสมาสต์เหมือนกันเพื่อน ..บาย"
เวลาพัดพาความร้อน-หนาว สุข-ทุกข์ ดี-เลว ผ่านมาและผ่านไป
แน่นอนว่าในทุกครั้งมันได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้เราครุ่นคิดเสมอ
แม้ในบางครั้งคิดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่อย่างน้อยมันก็เป็น
เสมือนเครื่องบอกฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง
นาทีนั้นข้าพเจ้าสัมผัสสายลมอ่อนพัดแผ่วมา…

อากาศเย็นขึ้นเมื่อเทียบกับหลายเดือนก่อน


ววส. ณ ปทุมธานี

หมายเหตุ : บทความนี้ มิได้หมายว่าผู้เขียนกำลังมีความรัก
หรืออกหักแต่อย่างใด….โปรดอย่าตีความกันไปไกล


Posted on ธันวาคม 17, 2009 by witwisit




 

Create Date : 04 กันยายน 2554
0 comments
Last Update : 4 กันยายน 2554 2:48:35 น.
Counter : 531 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


kennyjung
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




light in the dark แสงสว่างในความมืด

MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com Khanistha Saysrikeaw

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
Friends' blogs
[Add kennyjung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.