keigolin
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ blog ของ keigo นะคะ ^^

blog นี้เป็น blog เก่าค่ะ ได้ย้ายบ้านไป thisiskeigo.wordpress.com แล้ว ไปติดตามกันได้ที่นั่นค่ะ ^^
หรือติดตามเพจกันได้ที่ http://www.facebook.com/thisiskeigo
ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ ^^
New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add keigolin's blog to your web]
Links
 

 
Taiwan .. One more time #5

สวัสดีค่ะ สัปดาห์นี้กลับมาประจำการกลางสัปดาห์เหมือนเคย (??) นะคะ รู้สึกว่าช่วงนี้ไต้หวันดูจะได้รับความนิยมขึ้นมาพอดูเลยนะคะ หวังว่าจะมีคนหลงเข้ามาอ่าน blog นี้แล้วก็เป็นประโยชน์มั่งเนอะ ฮ่าๆ

ความเดิมตอนที่แล้วค่ะ

ที่พัก #1 : Homey Hostel @ Taipei Main Station
ที่พัก #2 : Corner 226 Backpackers Hostel @ Hualien
#1 : NokScoot - ร้านอาหารเช้า World Soybean Milk Magnate

#2 : Huashan 1941 Creative Park - Chiang Kai Shek Memorial Hall - Carrefour Xianse (Onitsuka Tiger Outlet Store)

#3 : Xiangshan Trekking Trail - Raohe Night Market

#4 : TRA to Ruifang - Pingxi Line (Jingtong + Pingxi)





เคโกะยังคงอยู่ที่สถานีผิงซี (Pingxi) นะคะ ยืนดู ๆ เค้าปล่อยโคมอยู่ซักพักนึงแล้วก็ออกไปเดินเล่นบ้างค่ะ บริเวณทางรถไฟ (ที่เค้าปล่อยโคมกัน) จะมีตรอกเล็ก ๆ ให้เดินเล่นอยู่ ก็จะมีร้านค้าอยู่สองข้างทางเลยค่ะ ทั้งของที่ระลึกและของกินนะคะ ไม่แน่ใจว่าไปเช้าไปหรือเปล่า ดูเหมือนร้านรวงจะยังเปิดไม่ค่อยเต็มที่กันเลยค่ะ

เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ก็เจอร้านนึงมีตู้ซาละเปาตั้งเด่นอยู่ หน้าตาดูแปลก ๆ แล้วก็มีคนกำลังซื้ออยู่ ซึ่งเคโกะเดินตามมาโดยบังเอิญ เห็นเค้าจงใจแวะร้านนี้เลยค่ะ เลยแอบคิด (ไปเอง) ว่าร้านนี้น่าจะอร่อย



ก็เลยจัดมา 1 ลูก ราคา 35NTD ค่ะ ก็จะเป็นไส้หมูสับด้านใน ไม่ได้แบะออกให้ดูนะคะ (กัดแทน ฮ่าๆ)



ส่วนรสชาตินั้น เคโกะว่าก็โอเคอยู่ค่ะ ไม่ได้เลวร้าย แต่ว่าเดินไปทานไปก็ระวังเจ้าที่สี่ขาบริเวณนั้นด้วยค่ะ คือล้อมหน้าล้อมหลัง ขอส่วนแบ่งตลอดเลย >.<" มาอ้อนผิดคนละเจ้าหมาน้อยเอ๊ยยยย..

จากนั้นก็แวะชิมโรตีไอศกรีมต่อค่ะ เคยไปชิมที่จิ่วเฟิ่นแล้ว อร่อยมากกกกกก มาเจอที่นี่อีกก็เลยคิดถึงรสชาตินั้นขึ้นมานะคะ

ฉวยโอกาสที่แม่ค้ากำลังหันไปหยิบถุงมาใส่ให้ เลยถ่ายไว้ซะเลย แม่ค้าก็ใจดี รอให้ถ่ายเสร็จ ถามก่อนด้วยว่า ถ่ายรูปโอเคแล้วใช่มั้ย แหะๆ



แล้วแม่ค้าก็จะม้วน ๆ แบบโรตี เปาะเปี๊ยะสด ไรงี้อะค่ะ แล้ใส่ถุงมาให้แบบนี้เลย ราคาก็ 35NTD ค่ะ



แต่รสชาตินั้นกลับผิดหวังเล็กน้อยนะคะ คือไม่อร่อยเท่าที่จิ่วเฟิ่นง่ะ :(

แล้วเคโกะก็เดินกลับมารอรถไฟ ต่อไปอีกสถานีนึงค่ะ ซึ่งเป็นสถานียอดฮิตมาก คนเยอะมาก ๆ ค่ะ นั่นก็คือสถานี Shifen (十分) ค่ะ

พอลงจากรถไฟแล้ว จะเจอมุมทางแยกแบบนี้ เก๋ ๆ ดี



สำหรับตรงสถานี้ Shifen นี้ มีไฮไลท์หลายอย่างเลย อย่างเช่น ปล่อยโคม ก็ปล่อยตรงนี้ได้ค่ะ บางร้านมีคำอธิษฐานขอพรเป็นไกด์ไลน์ให้ด้วย แล้วก็มีถนนของกิน ร้านค้าของกินเพียบเลยค่ะ มีสะพานแขวนให้เดินท้าทายลมแรงเล่น ๆ - -" และยังมีน้ำตกด้วยค่ะ

พูดถึงน้ำตกตรงนี้สักหน่อย น้ำตก Shifen นี้ เคโกะอ่านรีวิวจากคุณกุ้ง ณ พันทิป (kungtalay -- ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ) คุณกุ้งแนะนำให้เรียกแท็กซี่ไป-กลับค่ะ เพราะระยะทางค่อนข้างไกล ซึ่งเคโกะเองก็ยังไม่เห็นหน้างาน เลยตั้งใจว่าจะเดินไป ประกอบกับเจออีกรีวิวนึงที่ค่อนข้างเก่าแล้ว เค้าก็บอกว่าเดินไปเหมือนกัน เป็นเส้นทางเลียบทางรถไฟค่ะ ซึ่งสถานีก่อนหน้าสถานีนี้ (นับจาก Ruifang มานะคะ) จะมีป้ายบอกว่า ถ้าจะไปน้ำตก Shifen ให้ลงที่สถานี Shifen และไม่อนุญาตให้เดินเลียบทางรถไฟค่ะ

ทีนี้เคโกะก็เลยงงเลยว่าจะไปน้ำตก Shifen ได้ยังไง และไม่มีป้ายชี้บอกทางด้วยค่ะว่าให้ไปทางไหน ก็เลยเก้ ๆ กัง ๆ อยู่พักนึง ก่อนตัดสินใจ ไปสะพานแขวนก่อนก็แล้วกัน เพราะเคโกะเองก็ยังมองไม่เห็นคิวรถแท็กซี่อย่างที่คุณกุ้งว่าไว้ด้วยล่ะค่ะ

พอเดินไปแถว ๆ สะพานแขวน ก็เจอป้ายแผนที่นี้เข้าก็เลยเข้าใจเลยว่า ทำไมก่อนหน้านี้ คนถึงสามารถเดินไปน้ำตกโดยเดินเลียบทางรถไฟได้ และทำไมสถานีก่อนหน้าถึงแขวนป้ายไม่ให้ลงสถานีนั้นเพื่อไปน้ำตกแล้ว (คือ ในความรู้สึกของเคโกะ ถ้ามีป้ายอยู่แปลว่าสถานีนั้นก็ต้องลงเพื่อไปน้ำตกได้อ่ะค่ะ)



ตรงที่ลูกศรชี้ นั่นเป็นตำแหน่งสะพานแขวนที่เคโกะยืนอยู่ค่ะ ตรงสถานีรถไฟ Shifen เลย ส่วนน้ำตก Shifen ที่อยากจะไปนั้นก็จะอยู่บนขวาที่เป็นรูปสัญลักษณ์น้ำตกค่ะ ซึ่งเคโกะเก็บภาพเต็มมาไม่หมด ถ้าไปดูต่อ จะเห็นว่าสถานีที่ใกล้กว่าก็คือสถานีก่อนหน้า (ที่ลืมชื่อนี่แหละ ฮ่าๆ) ค่ะ .. ก็ยังเป็นที่สงสัยว่า แล้วจะปิดทาง และไม่ให้คนลงสถานีก่อนหน้าเพื่อไปน้ำตกทำไมกัน ?

ใครทราบคำตอบช่วยมาไขข้อสงสัยให้เคโกะด้วยนะคะ Smiley

เอาล่ะ ช่างหัวน้ำตกค่ะ พอทำใจเสร็จละว่าจะอดไป ก็มาสนใจสะพานเชือกต่อนะคะ

หน้าตาก็จะดูใหญ่โตประมาณนี้ล่ะค่ะ ตอนที่ไปก็มีนักท่องเที่ยวเต็มไปหมดเลย ฟ้ามัว ๆ เหมือนฝนจะตกด้วย >.<"



บนสะพานเชือกนะคะ สามารถเดินข้ามไปอีกฝั่งได้ เคโกะเดินไปแล้วก็เห็นแต่ความร้างและว่างเปล่าค่ะ T.T เลยเดินกลับมา



ถ่ายรูปเล่นบนสะพานแขวนเสร็จแล้ว ก็ไปสนใจร้านค้าและของกินค่ะ ตอนที่ไปนั้นก็บ่าย ๆ แล้วล่ะค่ะ คนเยอะมาก ๆ เลย



อ้อ สถานีนี้มีไก่ทอดที่คิวยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกด้วยค่ะ เคโกะไม่ได้ต่อคิวนะคะ (มากินที่ไทยก็ได้ป่ะ 555)

จากนั้นก็รอรถไฟนั่งไปอีกสถานีนึง ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายที่เคโกะจะแวะบนรถไฟสายผิงซีนี้แล้วค่ะ .. สถานี Houtong หรือหมู่บ้านแมว นั่นเองค่ะ .. แนะนำว่า ทาสแมวทั้งหลายควรมาเลยค่ะ :)

ออกจากสถานี Houtong ปุ๊บก็เดินขึ้นสะพานลอยค่ะ (สะพานลอยข้ามรางรถไฟ และไปยังหมู่บ้านแมว) ก็เจอกิมมิคน่ารัก ๆ แมว ๆ เต็มไปหมดเลยค่ะ



บนสะพานลอยอันเป็นแหล่งเดินเล่นของแมว ๆ ทั้งหลาย (??) ก็จะมีป้ายเตือนแบบนี้เป็นระยะ ๆ ตลอดทางด้วยค่ะ น่ารักอ๊าาาาา >.<



บริเวณเดินชมแมว (หือออ ..?) ของหมู่บ้านแมวที่นี่ค่อนข้างกว้าง แบ่งเป็นสองฟากของสถานีเลยค่ะ แต่เคโกะเลือกเอาฝั่งที่เป็นสถานีรถไฟฝั่งเดียวนะคะ เดิน ๆ ไปได้ไม่กี่ก้าว เจ้าแมว ๆ ก็ยืนรอต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมายแล้วค่ะ



ด้วยความที่อยากได้รูปแมวสวย ๆ ก็เลยพักเปลี่ยนเลนส์แป๊บนึง ก่อนจะตะลุยเก็บภาพแมวน่ารัก ๆ ต่อไปค่ะ



แมวส้มตัวนี้น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมาก ๆ เลยค่ะ ^^



เก็บภาพรวม ๆ บ้าง มีแมวเยอะจริง ๆ นะคะ และที่นี่ก็จะปล่อยกันตามธรรมชาติด้วยล่ะค่ะ น่ารักอ๊าาาาา....



ก่อนจะกลับ ก็แวะเข้าร้านขายของที่ระลึกให้พี่สาวทั้งสอง เพราะอีกคนก็ชอบแมว อีกคนก็ชอบจี้จังค่ะ เลยจะหาจี้จังและแมว ๆ สักสิ่งไปฝาก

สังเกตเห็นอะไรไม่เข้าพวกในรูปนี้มั้ยคะ ? ^^



รูปปั้นนายสถานีเองก็ยังเป็นรูปแมวด้วยเลยค่ะ



จากนั้นเคโกะก็พร้อมกลับละ เดี๋ยวจะนั่งรถไฟไปต่ออีกยาว ๆ ค่ะ แต่ทว่า ... เคโกะไปนั่งรอผิดชานชาลา T.T ก็เลยพลาดรถไฟไปเลย Smiley

พอรู้ตัวว่ามานั่งรอผิดชานชาลา และรถไฟก็ออกไปแล้วด้วย ก็เลยออกไปเดินเล่นต่อรอบ ๆ สถานีรถไฟนั่นแหละค่ะ แล้วก็เลยแวะหาอะไรกินที่ร้านหน้าสถานี

พนง.ร้านก็ยื่นเมนูหน้าตาแบบนี้มาให้ แทบกระอักเป็นสายเลือด ...



แล้วสุดท้าย เจ้พนักงานเห็นเคโกะยังเลือกไม่ได้ซะที เลยเดินมาใกล้ ๆ เคโกะก็เลยฉวยโอกาสให้เจ้แนะนำให้นะคะ .. ซึ่งก็ยังก่งก๊งตามประสาได้อีก

เล่าแล้วรู้สึกขายหน้ามาก บอกเลย .. แต่ก็จะเล่า Smiley

พอสั่งเสร็จปุ๊บ ซึ่งเคโกะเลือกเป็นบะหมี่น้ำไปนะคะ
เจ้พนักงาน : 要菜吗? (ประมาณนี้นะคะ ไม่เป๊ะ 100% ค่ะ -- แปลว่า เอากับข้าวไหม)
เคโกะ : //นึกในใจ แปลว่าเอาผักไหม เคโกะไม่ชอบกินผักเท่าไหร่ค่ะ ก็เลยตอบไปว่า "ไม่เอาค่ะ"
เจ้พนักงาน : ทำหน้างงเล็กน้อย แต่ก็สั่งให้ถามที่เคโกะบอก

หน้าตาอาหารที่ได้ก็คือออออ...



เคโกะถึงกับสตั๊นท์ไปสามวิ คิดไปเองว่าบะหมี่น้ำบ้านเขาจะเหมือนกับบ้านเรา ใส่เนื้อใส่ผักมาพร้อมแล้ว ถึงได้ปฏิเสธไปอ่ะนะคะ แล้วก็มาสำนึกได้อีกทีว่า เค้าถามว่า "เอากับข้าวไหม" ไม่ใช่ "เอาผักไหม" ค่ะ T.T อยากเขกหัวตัวเองสักล้านรอบมาก ณ โมเมนต์นั้น

(อธิบายเพิ่มเติมค่ะ :- คำว่า
菜 ตัวนี้มีสองความหมาย คือผัก และกับข้าว ต้องดูบริบทเอาเองค่ะว่าจะแปลว่าอะไรดี)

ไหน ๆ ก็สั่งมาแล้ว จะสั่งเพิ่มก็กระไรอยู่ เพราะกลัวจะตกรถไฟอีก ซึ่งเป็นขบวนสุดท้ายแล้วค่ะ ตกรถอีกไม่ได้แล้ว ก็เลยกิน ๆ เข้าไป T.T

บะหมี่น้ำเปล่า ๆ ราคา 30NTD ค่ะ ซื้อความโง่ของตัวเอง Smiley


เสร็จสรรพทุกสิ่งอย่างก็ไปรอรถไฟที่ถูกชานชาลาแล้ว กลับมาที่ Ruifang และเดินข้ามชานชาลาไปรอรถไฟอีกขบวนนึงที่ไป Luodong ค่ะ



เคโกะตั้งใจจะไปต่อถึง Hualien เลยนะคะ แต่ที่บนตั๋วรถไฟระบุปลายทางไม่ถึง Hualien นั้นก็เป็นเพราะว่า เคโกะจองตั๋วรถไฟช้าค่ะ ตั๋วเต็มหมดแล้ว ก็เลยต้อง split เส้นทางเอา แบ่งเป็น Ruifang --> Luodong --> Hualien ค่ะ ส่วนการจองตั๋วรถไฟก็เหมือนเดิมนะคะ จองออนไลน์ ตัดเงินผ่านบัตรเครดิต ได้ส่วนลด 10% ค่ะ

และระหว่างที่รอรถไฟอยู่ที่ Houtong นั้น เคโกะก็เพิ่งมารู้สึกตัวได้อีกว่า จองตั๋วรถไฟจาก Houtong ไป Hualien เลยก็น่าจะได้นี่นา จะย้อนไป Ruifang อีกทำไมเนี้ยะ - -"

ให้ดูตั๋วตามเส้นทางเต็ม ๆ นะคะ จองแบบนี้ก็อุ่นใจดีค่ะว่ามีตั๋วที่นั่งแน่นอน แต่ก็แลกกับการใช้เวลาเดินทางที่เยอะขึ้นค่ะ เอาไว้เป็นวิธีทางเลือกสำหรับใครที่จองตั๋วไปถึง Hualien เลยไม่ได้ละกันค่ะ



มาถึง Luodong แล้ว ที่นี่มี Night Market ด้วย ตั้งใจว่าจะมาหาข้าวเย็นทานที่ตลาดนี้ค่ะ แต่ปรากฏว่า ฝนตก !!! T.T

สุดท้าย กลับไปซบอกพี่ 7-11 อีกตามเคย สาขาด้านหน้าสถานี (ออกจากสถานีมาเลยนะคะ) มีที่นั่งในร้านด้วยค่ะ ก็เลยได้นั่งรอเวลาไปในตัวด้วยเลย



เป็นลูกชิ้นทอดค่ะ กับชาแอปเปิ้ล อร่อยทั้งคู่เลยค่ะ ราคารวม 67NTD

พอใกล้ ๆ ได้เวลารถไฟ ก็รีบเดินฝ่าฝนกลับไปที่สถานีรถไฟ เช็คเวลากับหน้าจอบอกเที่ยวรถไฟอีกครั้งให้แน่ใจค่ะ ที่สถานีนี้ไม่มีภาษาอังกฤษนะคะ



อย่างที่เคยบอกไปในตอนที่แล้วว่า ถ้ามาเจอกับสถานการณ์แบบนี้ อ่านไม่ออกเลยทำไงดี ก็ให้จำหมายเลขเที่ยวรถไฟของเราเอาไว้อะค่ะ ซึ่งจะระบุอยู่บนตั๋วอยู่แล้ว ก็มาดูบนหน้าจอ โดยอาศัยหมายเลขเที่ยวรถไฟนั่นแหละค่ะ อย่างของเคโกะเอง ถ้าไปดูเทียบกับตั๋วรถไฟในรูปบน ๆ ก็จะเป็นขบวนที่ 562 ค่ะ ก็มาเทียบกับคอลัมน์แรกในหน้าจอ ก็จะรู้ว่า เราต้องไปรอขึ้นรถไฟที่ชานชาลา 2A อย่างนี้เป็นต้นค่ะ


สุดท้ายก็มาถึงเมือง Hualien จนได้นะคะ แล้วกลับมาต่อในตอนหน้าค่ะ จะพาไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติที่คนไทยเพิ่งมาฮิตไปเที่ยวกันรัว ๆ อีกแล้วค่ะ ^^"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมนะคะ เจอกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ
晚安 ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


Create Date : 17 ธันวาคม 2558
Last Update : 17 ธันวาคม 2558 0:36:51 น. 2 comments
Counter : 1288 Pageviews.

 
โหวตท่องเที่ยวให้น้าา

พลาดบางที่ไปก็ไม่เป็นไรเนาะ ก็เป็นรสชาติของการได้ไปเที่ยวเองแหละ เนาะๆ

อ่านรีวิวเคโกะแล้วอยากไปขุดรูปตัวเองมาทำรีวิวมั่งจังน่อ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 17 ธันวาคม 2558 เวลา:22:00:33 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 19 ธันวาคม 2558 เวลา:1:46:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.