keigolin
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ blog ของ keigo นะคะ ^^

blog นี้เป็น blog เก่าค่ะ ได้ย้ายบ้านไป thisiskeigo.wordpress.com แล้ว ไปติดตามกันได้ที่นั่นค่ะ ^^
หรือติดตามเพจกันได้ที่ http://www.facebook.com/thisiskeigo
ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ ^^
New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
7 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add keigolin's blog to your web]
Links
 

 
Taiwan .. One more time #7

สวัสดีค่ะ ถือโอกาสบล็อกแรกของปีขอสวัสดีปีใหม่ 2016 ทุกท่านเลยนะคะ ขอให้เป็นปีที่ดีกันถ้วนหน้าค่ะ ^^ Smiley

ปีใหม่ปีนี้ ส่วนตัวเคโกะเองก็คาดหวังว่าจะเป็นปีที่ดีขึ้นกว่าปีก่อนค่ะ ^^"

มาติดตามมหากาพย์ไต้หวันของเคโกะต่อกันเลยดีกว่านะคะ เริ่มจากความเดิมตอนที่แล้ว ๆ ... ที่งอกออกมาหลายตอนเลย ^^"


ที่พัก #1 : Homey Hostel @ Taipei Main Station
ที่พัก #2 : Corner 226 Backpackers Hostel @ Hualien
#1 : NokScoot - ร้านอาหารเช้า World Soybean Milk Magnate

#2 : Huashan 1941 Creative Park - Chiang Kai Shek Memorial Hall - Carrefour Xianse (Onitsuka Tiger Outlet Store)

#3 : Xiangshan Trekking Trail - Raohe Night Market

#4 : TRA to Ruifang - Pingxi Line (Jingtong + Pingxi)

#5 : Pingxi Line (Pingxi + Shifen + Houtong / หมู่บ้านแมว) - TRA to Hualien via Luodong

#6 : Toroko National Park (Tailuge / ทาโรโกะ / ไท่ลู่เก๋อ)






หลังจากที่มายืนรอรถบัสคันต่อไป แรกทีตอนที่เคโกะเดินมาถึงป้ายรถบัส ก็เจอคู่เจ้าถิ่นยืนคุยมุ้งมิ้งกันเองอยู่ ด้านหลังก็มีฝรั่งสาวแบ็คแพ็คอีกคู่ นั่งดูดบุหรี่อยู่ค่ะ ซักพักก็มีฝรั่งผู้ชายเดินมา หันมายิ้มกะเคโกะเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปชวนสองสาวฝรั่งเม้าท์กันยกใหญ่ ตามประสาคนต่างชาติที่มาเที่ยวที่นี่

เอ่อ ... หนูไม่ใช่คนท้องถิ่นคร้าาาาา สนใจหนูด้วยยยยย T.T

พอรถบัสมา พวกเราทั้งหมดก็เฮโลกันขึ้นรถบัส จุดหมายถัดไปที่เคโกะอยากลงก็คือ Lushui (綠水) ค่ะ แต่ว่ามัวแต่มองทางเพลิน กว่าจะรู้ตัว รถบัสก็เลยไปแล้ว T.T

สุดท้ายก็เลยต้องไปลงที่จุดหมายปลายทางของรถบัส นั่นก็คือ Tianxiang (天祥) ค่ะ ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดท่องเที่ยว (มั้ง) ที่ใหญ่มาก อารมณ์โอเอซิสกลางป่าเลยอะค่ะ มีร้านอาหาร ร้านขนมจุกจิก ร้านขายของเยอะมาก ๆ ค่ะ ซึ่งตรงป้ายรถบัสที่ลงนั้น เดินมาไม่กี่ก้าวก็จะเจอพนักงานเชียร์อาหาร (คล้าย ๆ พนักงานเชียร์เบียร์ ฮาาา) ก็เข้ามากรูนักท่องเที่ยวทั้งหลาย ชวนเชิญเข้าร้านอาหารที่เรียงรายเป็นแถวอยู่ตรงนั้นค่ะ

ส่วนตัวเองก็หิวมากกกกกกกกกก ก็เลยเลือกพนักงานเชียร์อาหารคนนึง ก่อนที่จะเดินเข้าไปทักเป็นภาษาจีนว่า "ขอเมนูอังกฤษหน่อยค่ะ"

เค้ามองเคโกะแบบงง ๆ แต่ก็กุลีกุจอหยิบส่งให้ แล้วก็รีบต้อนเข้าร้าน ^^"

ชั้นผิดสินะที่รู้เมนูภาษาจีนน้อยเกินไป T.T

พอเข้าไปในร้าน ก็รีบหาที่ว่างนั่งเลยค่ะ แล้วก็กางเมนูออกมาติ๊ก ๆ รายการที่เราอยากทานลงไป หน้าตาเมนูก็จะประมาณนี้ มีภาษาอังกฤษก็ค่อยยังชั่วค่ะ



ก็เลือกข้าวผัดเนื้อไป 1 จานค่ะ เค้าจะผัดมาให้ร้อน ๆ หรือถ้ารีบ ตรงด้านหน้าร้านก็จะมีกับข้าวให้เลือก เหมือนข้าวราดแกงบ้านเราเลยค่ะ

จานนี้สนนราคา 120NTD ค่ะ รสชาติเค็มเหลือประมาณ แต่ก็ต้องกล้ำกลืนเข้าไป เพราะหิวมากกกกกก T.T



พอทานเสร็จก็รีบเผ่นออกจากร้าน แล้วก็เลยพอจะมีแรงเก็บภาพร้านค้าแถวนั้นแบบกว้าง ๆ มาให้ดูค่ะ



เดิน ๆ วน ๆ ซักพัก ก็เหลือบไปเห็นร้านขวาสุดมีขายหลายสิ่ง รวมทั้งเป็นมินิมาร์ทด้วย ก็เลยเข้าไปหาน้ำดื่มเพิ่มเติมซะหน่อย เพราะน้ำที่มีอยู่หมดแล้ว T.T

ได้ชานมขวดนี้มา 35NTD ... เพิ่งมาคิดได้ตอนที่เดินเยอะ ๆ ทีหลังว่า ทำไมชั้นไม่ซื้อน้ำเปล่าว้าาา ชานมมันไม่ช่วยให้หายเหนื่อยหรอกนะ T.T

ปล. โปรดสังเกตแบ็คกราวน์นะคะ ยัยหมวยคนนี้คีบอีแตะไปเดินป่า บ้าบอแบบไม่เหมือนใครจริง ๆ - -!



จากนั้นก็ยังซื้อไอติมหน้าร้านมินิมาร์ทนั่นแหละ ต่ออีกถ้วย ขอความหวานไปกลบความเค็มของข้าวผัดหน่อยเหอะ .. โคนนี้ 75NTD ค่ะ



พอนั่งพัก กินไอติม กินหนม กินน้ำเสร็จสรรพแล้วก็เดินเล่นแถว ๆ นั้นค่ะ ก่อนที่จะมองไปไกล ๆ เห็นสะพานหน้าตาดูดี ไกล ๆ อีกหน่อยมีสะพานแดง + ซุ้มประตูวัดสวย ๆ ด้วย ก็เลยลองเดินไปดู ถ้าหันหลังให้ร้านค้า ก็จะอยู่ทางขวามือค่ะ



ก็เดินไปเรื่อย ๆ คำนวณว่าจะใช้เวลาอยู่ตรงนี้นานซักหน่อยค่ะ .. เลยเดินต่อไปจนถึงสะพานแดง ถ่ายรูปสิคะ รออะไร..



ดูเหมือนเคโกะจะเป็นโรคภูมิแพ้สะพานเชือกและสะพานแดงเนอะ เห็นเป็นไม่ได้ วิ่งเข้าใส่เชียว - -"

ถ้าสังเกตดี ๆ ยอดเขาก็ยังมีหมอกอยู่บางเบาเลยค่ะ อากาศที่นั่นดีมากจริง ๆ ค่ะ

แล้วก็อย่าได้ย่อท้อค่ะ เดินข้ามสะพานไปก็จะเจอซุ้มประตูวัดดูสวย ๆ ประมาณนี้



แล้วก็เลยเดินเข้าไปข้างใน มองขึ้นไปด้านบนมีหอคอยเจดีย์อยู่ ก็คิดว่า ไหน ๆ มาแล้วก็น่าลองขึ้นไปดูมุมสูงบ้างนะ .. คิดได้เท่านี้จริง ๆ ค่ะ ก็เลยเดินขึ้นไปอีก สูงและชันพอสมควร .. นี่ชั้นคงเดินขึ้นเขายังไม่พอสินะ T.T

ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงด้านบนค่ะ บริเวณบันไดทางขึ้น เค้ายังก่อสร้างกันอยู่ แต่ก็เดินขึ้นมาได้นะคะ ไม่ได้หวงห้ามอะไรค่ะ ส่วนด้านบนก็เป็นประมาณอุโบสถเนอะ ผู้คนบางตามากกกกก มีแต่นักท่องเที่ยวกลุ่มเล็ก ๆ ที่ขึ้นมาเดินเล่น (เหรอ) กับผู้ที่แสวงหาที่พึ่งพิงทางใจ ขึ้นมาไหว้พระไหว้เจ้าค่ะ




เดินวนเล่นนิดหน่อย เหลือบดูเวลาแล้ว ด้วยความที่เดินขึ้นมาไกลด้วย ก็เลยตัดสินใจรีบลงไปรอรถดีกว่า ทีนี้ขาลงก็ใส่เกียร์สุนัขเลยค่ะ ลงแบบไม่กลัวหกล้ม ... และดิชั้นก็ยังคงแบกกระเป๋าสัมภาระที่หนักอึ้งอยู่ด้วย ..

พอลงมาถึงเบื้องล่างปุ๊บ รีบสาวเท้ายาว ๆ ไปที่ป้ายรถบัส มองเห็นรถบัสกำลังจะออกแล้วทีนี้ก็รีบวิ่งเลยค่าาาา... แล้วพนักงานขับรถก็ใจดี จอดให้ขึ้นด้วยล่ะค่ะ

จากนั้นเคโกะก็ลงที่ป้าย Lushui ตามที่ตั้งใจจะลงตั้งแต่แรก จุดนี้ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ ไฮไลต์ของจุดนี้ก็คือสะพาน Cimu (Cimu Bridge) ซึ่งไม่ได้อยู่ใกล้ป้าย Lushui หรอกค่ะ แต่มันใกล้สุดละ

ลงรถมาแล้วก็ท้อใจ แอบเปิด Google Maps ดูระยะทาง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 15 นาทีเดินโดยประมาณ .. ก็เดินค่ะ 555

ระหว่างทาง เจอสะพานเชือก (อีกละ) ก็รีบโผไปถ่ายรูป แต่ไม่กล้าเดินลงไป เพราะกลัวสะพานเชือกขาด ดูบอบบางมากค่ะ



ใกล้ ๆ กันมีศาลาทรงแปดเหลี่ยม ก็บังเอิญเจอนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นเค้าเดินเล่นอยู่พอดีด้วย (เดินตามเค้ามาค่ะ ฮาๆ)



เดิน ๆ เลียบถนนต่อไปอีกค่ะ นี่ยังไม่ใช่จุดหมายที่อยากจะไปค่ะ ระหว่างทางเป็นทางคดเคี้ยว ไม่มีทางฟุตบาธให้เดิน ก็เดินระวัง ๆ อะค่ะ .. ซ้ายก็รถ ขวาก็หน้าผาค่ะ เลือกเอานะ 555



เดินไปอีกสองท้อใจ ในที่สุดก็มาถึง Cimu Bridge แล้วค่ะ ^^ ตรงนี้ลมแรงมากกกก แถมมีรถวิ่งไปมาด้วย เลยได้แต่ถ่ายอยู่ไกล ๆ แอบ ๆ ข้างทางเอา



พอถ่ายรูปตรงนี้จนหนำใจให้สมกับที่เดินมาซะไกล พอจะกลับก็นึกท้อ มองรอบ ๆ มีป้ายรถเมล์เล็ก ๆ อยู่นะคะ แต่ด้วยความที่เคโกะไม่รู้ไง ก็เลยเดินกลับไปทางเดิมค่ะ ไปที่ป้ายรถบัสเดิมที่ลงรถมาเมื่อกี้นี้ล่ะ .. อ้อ ถ้าจำไม่ผิด ตรงป้ายรถนั่นจะมีมิวเซียมอยู่นะคะ พอจะเดินเล่นได้อยู่ค่ะ

รอรถอยู่ซักพักก็มีรถเมล์ท้องถิ่นวิ่งมา ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นสาย 1141 หรือไม่ก็ 1126 นี่ล่ะค่ะ ก็เลยรีบขึ้นเลย ซึ่งพนักงานขับรถคันนี้อัธยาศัยดีมาก ๆ รถโล่งด้วย เคโกะนั่งหน้าสุดเลยค่ะ ซึ่งเบาะข้าง ๆ ด้านหลังคนขับเป็นสามีภรรยาคู่นึงมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ค่ะ

พอขึ้นรถมา คนขับรถก็ถามว่าจะไปลงไหน เคโกะก็บอก ๆ ไป แล้วเค้าก็ถามต่อว่ามาจากไหนล่ะ พอบอกว่ามาจากไทย คนขับรถก็ทักว่า "สวัสดีครับ" เลยค่ะ 555 แล้วคู่สามีภรรยาข้าง ๆ ก็เลยหันมาคุยพยักเพยิดกันว่า คนไทยคนนี้พูดจีนได้ดี 555 แล้วคนขับรถก็ชวนลุงป้าคนจีนต่อไปค่ะ นาน ๆ ถึงหันมาชวนเคโกะคุยที ไรงี้

พอถึงจุดที่จะลง ก็คือ Changchun Shrine (長春祠步道) เคโกะก็รีบร้องบอกลุงคนขับว่าขอลงค่ะ ก็เลยลงรถ พอหันมาก็เจอลุงกะป้าคนที่นั่งข้าง ๆ ลงตามมาด้วย

อ้อ คุณลุงคนขับรถแนะนำด้วยนะคะว่า อย่าพลาดไป Qixingtan (七星潭) ซึ่งเป็นชายหาดที่อยู่ใกล้ ๆ ค่ะ ลุงบอกว่าตอนเย็น ๆ นะ อากาศดี ไม่ร้อน แล้วก็วิวสวยมากกกกก ... (แต่เคโกะพลาดค่ะ เพราะเวลาไม่พอ เลยตัดที่นี่ออกไปนะคะ)

พอลงรถมา จะมีมุมให้ถ่ายรูปที่คณะทัวร์ยืนออกันเต็มเลยค่ะ ซึ่งจะเป็นวัดที่อยู่บนหน้าผา และมีน้ำตกไหลลงมาด้วย สวยมากกกกกกก เคโกะหลบมุมสุดฤทธิ์ ได้มาแค่นี้ค่ะ



พอเดินไปอีกนิดนึงก็เจอสะพานแดง (อีกละ)



ซึ่งเดินลงไปด้านล่างได้ค่ะ เคโกะก็ลงไปด้านล่างนะ มีพระพุทธรูปสามองค์ประดิษฐานอยู่ค่ะ ส่วนข้าง ๆ ก็เป็นทางเดิน (trail) ไปยังวัด (ดูจากแผนที่ข้าง ๆ แล้วเข้าใจว่างั้นนะ) ซึ่งปิดทาง ไม่ให้เดินแล้วค่ะ อดเลย



วน ๆ อยู่แถวนี้จนเสร็จสรรพ ก็เดินทะลุอุโมงค์ไปเล่น ๆ ดู เห็นในแผนที่มีวัดด้วย คิดว่าน่าจะไปวัดที่อยู่ตรงหน้าผาได้ ก็เลยเดินไป แล้วก็เจอนะ แต่พอดูแผนที่ด้านหน้าแล้วมันไม่ใช่อะ ก็เลยตัดใจ กลับดีกว่าค่ะ แล้วก็เย็นมากแล้วด้วย เคโกะกลัวพลาดรถบัสเที่ยวสุดท้ายที่จะออกจากอุทยานนี้ค่ะ ซึ่งลุงป้าคู่มะกี้ก็ยังอยู่กะเคโกะอยู่นะ ซึ่งหน้าทางเข้าวัดตรงนี้มีแผนที่ด้วยค่ะ มีป้ายรถเมล์ที่บอกว่าให้เดินไปอีก 500 เมตร ก็เลยเถียงอยู่กะลุงและป้าว่าไปทางไหน เคโกะว่า ต้องย้อนกลับไปที่จุดเดิมสิ แต่ลุงกะป้าไม่เชื่อค่ะ พอดีกับมีรถมอเตอร์ไซค์ผ่านมา ก็เลยโบกรถถามกัน แต่เคโกะไม่ได้สนใจฟัง (T.T พลาดมาก บอกเลย) ก็เลยเดินย้อนกลับไปคนเดียว

ยืนรออยู่ที่ป้ายรถที่ลงรถเมื่อกี้อยู่พักนึง ก็ไม่เห็นคุณลุงกับคุณป้าเดินกลับมา ก็เริ่มตะหงิด ๆ ใจละ แต่ก็แอบมั่นใจว่า เมื่อกี้รถพาเรามาส่งตรงนี้ก็ต้องมารับออกไปอีกสิ ก็พอดีมีจนท.อะไรซักอย่างตรงนั้นอ่ะค่ะ เดินมาถามว่า รถบัสไม่ได้จอดตรงนี้นะจ๊ะนู๋ว์ แต่พี่ก็ไม่รู้นะว่าอยู่ไหน (ช่วยได้เยอะเลยค่ะเจ้)

เคโกะก็เลยบอกเค้าว่า เดินไปทางอุโมงค์มาแล้ว ตรงนั้นก็มีป้ายชี้มาให้เดินมาทางนี้นี่ เจ้ก็ยืนยันว่าไม่ใช่ตรงนี้ พอเคโกะเปลี่ยนภาษาอังกฤษ เจ้ก็ใบ้แบ๊ะ ๆ อย่างเดียว

หลังจากเดินเข้าออกอุโมงค์อยู่ 3 รอบ รอบสุดท้าย เคโกะก็นึกขึ้นได้ว่าในตารางเวลารถบัสที่ปริ้นท์มาจากเว็บ เค้ามีหมายเหตุด้านล่างไว้นี่นา ก็เลยงัดขึ้นมาดูค่ะ (ซึ่งในโบรชัวร์ไม่มี) ถึงได้รู้ว่า อาเจ้คนนั้นพูดถูกค่ะ เค้าเปลี่ยนป้ายรถแล้ว ก็เลยต้องเดินไปหาป้ายรถบัสให้เจอ แต่ก็คิด ๆ ไว้ว่า ถ้าไม่เจอป้ายรถบัสจริง ๆ จะโบกรถคนอื่นออกไปละ T.T

สุดท้าย ... ก็เจอป้ายรถบัสค่ะ ดีใจน้ำตาแทบไหล .. สรุปก็คือ ป้ายนั้นที่ลง จะจอดเฉพาะรถเมล์ค่ะ รถ shuttle bus ไม่จอดป้ายนั้น แต่จะมาจอดป้ายตรงนี้แทน ซึ่งจากป้ายรถเมล์ที่ลง ต้องเดินผ่านสะพานแดง และทะลุอุโมงค์ไป เดินไปอีกสองท้อใจ จะเจอทางแยกตัว Y เดินไปทางซ้าย ที่มุ่งหน้าออกอุทยาน แค่นิดเดียวค่ะ ก็เจอป้ายรถเลย



แล้วก็มุมจากที่ยืนรอรถบัสค่ะ ทางที่เคโกะเดินออกมาคือ ทางซ้ายในภาพค่ะ



แล้วก็ยังไม่หมดวิบากกรรมค่ะ หลังจากที่รออยู่นานมากกกกกกก เลยเวลารถบัสไปแล้วด้วย ก็เริ่มกระวนกระวายละ สุดท้ายก็เลยกลั้นใจโทรไปถามศูนย์ Information ตามเบอร์ที่อยู่บนป้ายค่ะ เค้าบอกให้รอ 15 นาที แต่พอวางสายได้ซักพัก รถก็มาพอดี .. รอดไป

ก็สรุปว่า รถบัสเที่ยวเช้า ๆ นี่ตรงเวลาค่ะ แต่พอเริ่มบ่าย ๆ เย็น ๆ แล้วไม่ตรงเวลาค่ะ ต้องทำใจรอซักหน่อย T.T

ขากลับ อย่างที่เคโกะบอกตั้งแต่ตอนที่แล้วว่า จะกลับจากทาง XinCheng ค่ะ รถบัสก็จะวิ่งเข้ามาส่งด้านหน้าสถานีรถไฟเลย ถ้าอ่านชื่อสถานีออก เค้าก็จะบอกว่านี่แหละสถานีทาโรโกะค่ะ [Xincheng (Tailuge) Station]



แต่ด้านในสถานีเงียบมากกกกกกกกกกกกกกก และยังมีการก่อสร้างอยู่ด้วยค่ะ เดินไปกดน้ำที่ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติมากินเล่นแก้เซ็งก่อน กล่องนี้ 10NTD ค่ะ



บัตรรถไฟก็พร้อม แต่รถไฟไม่พร้อม (ฮาาาา) รออยู่พักใหญ่ ๆ ก็จะมีคนมารอรถไฟเยอะทีเดียว อารมณ์ประมาณคนงานมานั่งรถไฟกลับบ้านน่ะค่ะ



สถานีนี้ไม่สามารถเข้าไปรอที่ชานชาลาก่อนเวลานะคะ รอให้จวนเวลาก่อนแล้วถึงจะเข้าได้ค่ะ ซึ่งขากลับไทเปนี้ เคโกะก็จองตั๋วรถไฟแบบยิงยาว ๆ เข้าไทเปได้เลยนะคะ ไม่ต้องมาแบ่งตอนเหมือนขามาค่ะ และก็เช่นเคย จองผ่านเว็บจ่ายด้วยบัตรได้ลด 10% ค่ะ


สรุปปิดท้ายวันด้วยกราฟแสดงสเต็ปและระยะทางการเดินตะลอนป่า (และหลงทาง) ในอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ หรือ ไท่ลู่เก๋อค่ะ เดินไปเยอะมากพอดูเลย (แต่ยังแพ้วันที่ปีนเขาช้างค่ะ ฮาๆ)



วันนั้นเป็นอีกวันที่แสนจะยาวนานค่ะ เพราะเคโกะมีเพื่อนไต้หวันที่รอเคโกะอยู่ที่ไทเปแล้วค่ะ เรามีนัดไปเดินตลาดกลางคืนและกินกันต่ออีก ^^" ซึ่งจะกลับมาในตอนต่อไปนะคะ

รู้สึกตอนนี้เขียนยาวมาก ๆ .. ลากันสั้น ๆ ละกันเนอะ
晚安 ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


Create Date : 07 มกราคม 2559
Last Update : 7 มกราคม 2559 0:26:25 น. 5 comments
Counter : 1614 Pageviews.

 
13 โลลลลลลลลล 555

เวลาพี่พาทัวร์ไปก็ราวๆ นี้แหละ แต่น้อยกว่าหน่อยหนึ่ง แหะๆ

อควาเรียมตัวนี้เพิ่งเปิดได้สองสามปีนะ

ที่เคโกะไปมันอันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ป่าวจ๊ะ?

วันนี้โหวตท่องเที่ยวไปแล้วง่ะ พรุ่งนี้มาโหวตให้เน้อ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 7 มกราคม 2559 เวลา:9:08:02 น.  

 
โหวตจ้า


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 มกราคม 2559 เวลา:8:40:14 น.  

 
สวัสดีอีกรอบจ้าา

จริง มันไม่เรียลเวียดนาม แต่ก็จริงอีกที่ถ้าเป็นเรียลเวียดนามก็คงขยไม่ได้ 555

พี่ว่ามันคุ้มราคา ไม่ใช่เพราะรสชาติอะจ้ะ แต่พี่ว่าตัวเลือกมันเยอะดี และถ้าตั้งใจไปกินบุฟเฟท์ ราคานี้พี่ว่าคุ้มนา (ถ้ากินได้เยอะ) พี่เทียบกับเวลาไปกินตามร้านอาหารเวียดนาม พี่ก็จ่ายราวๆ นี้ แต่ได้กินน้อยกว่า (แต่อร่อยกว่า ฮา)

เพราะงั้นพี่ว่าคุ้มในความเป็นบุฟเฟท์น่ะ แต่รสชาติก็อยู่ระดับโอเค ไม่ได้ดีน่ะนะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 มกราคม 2559 เวลา:8:45:31 น.  

 
เค็มนี่ตัดยากอ่ะคะ นอกจากจะตัดใจไม่กิน ครั้นจะไม่กิน ณ เวลานั้นคงหิวมากนะคะ จะจำไว้ค่ะ ถ้ามีโอกาสไปไต้หวันจจะไม่แวะร้านนี้ 555 ปล. สะพานเมืองนอกสวยมากอ่ะคะ ที่ไทยเราสะพานไม่ค่อยสวย และไม่ทนด้วยค่ะ 555


โดย: mariabamboo วันที่: 9 มกราคม 2559 เวลา:17:06:57 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 12 มกราคม 2559 เวลา:2:33:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.