++ เก็บความรู้เอามาเล่า เก็บความรักเอามาฝาก ++

กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีการเผยแพร่

Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
26 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
มะรุม พืชสมุนไพรชุบชีวิต


เมื่อตอนเช้าของวันที่ 26 มีนาคม 53 ได้มีการจัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเรื่อง มะรุม พืชสมุนไพรที่ไม่ใหม่แต่มาแรงมากในตอนนี้ขึ้น ที่กรมส่งเสริมการเกษตร

เพราะสรรพคุณอันเหลือเฟือของมะรุมนั่นเอง

วิทยากรในวันนี้ คือ คุณวิไลวรรณ อนุสารสุนทร ซึ่งเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องของมะรุมมาเป็นเวลายาวนาน
อีกทั้งยังเป็นผู้เขียนหนังสือ นาฬิกาชีวิต ตอน 2 มะรุม ไม้เพื่อชีวิต และ รู้ลึกเรื่องมะรุม

โดยคุณวิไลวรรณเล่าว่า วารสารลอสแอนเจอลิสไทม์ ได้ลงบทความชื่อมะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์ โดยมาริค พิส บรรยายถึงเด็กชายชาวเอธิโอเปียอายุ 5 เดือน ซึ่งขาดสารอาหารรุนแรงจนแพทย์หมดหวังในการรักษา ต่อมาเมื่อแม่ของเด็กได้รับการแนะนำโดยหมอสอนศาสนาให้นำใบมะรุมแห้งบดละเอียดมาทำอาหาร เพื่อให้ลูกได้รับสารจากมะรุมผ่านทางน้ำนมแม่ เด็กชายผู้นั้นก็รอดชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์

อย่างไรก็ตาม คุณวิไลวรรณ ย้ำว่า มะรุมไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นพืชอาหารซึ่งมีสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการเกือบครบทุกชนิด โดยเฉพาะอะมิโนแอซิด กลูตาไธโอน และธาตุเหล็ก

มะรุมเป็นพืชปลูกง่าย ปลูกได้ทั้งการเพาะเมล็ดและใช้กิ่งชำ
โตเร็ว สามารถปลูกลงดินหรือในกระถางก็ได้

สำหรับการใช้มะรุมเพื่อบำรุงร่างกาย หรือรักษาอาการเจ็บปวดนั้น สามารถรับประทานได้ทั้งใบสด ใบแห้ง และเมล็ด

โดยอาจนำมาทำเป็นอาหาร (คุณค่าทางยาส่วนหนึ่งจะหายไปเนื่องจากความร้อนในการปรุงอาหาร) หรือรับประทานโดยทำเป็นแคปซูล

ซึ่งมีวิธีการทำไม่ยุ่งยาก เพียงแต่นำกิ่งมะรุมมาล้างให้สะอาด
รูดเฉพาะใบ ตากแห้ง (พยายามตากให้แห้งภายในแดดเดียวจะได้คุณค่ามากที่สุด) จากนั้นนำไปปั่น แล้วบรรจุแคปซูล หรือหากไม่ต้องการรับประทานเป็นแคปซูล ก็สามารถนำไปผสมน้ำทานเป็นน้ำชา (ไม่ควรผสมน้ำร้อน) หรือ นำไปโรยในอาหาร ขนมต่างๆ เช่น ไอศครีม แทนผงชาเขียวได้

ส่วนเมล็ดมะรุม (แกะเปลือกเอาแต่เมล็ดสีขาวข้างใน) มีคุณสมบัติในการรักษาอาการอักเสบ เป็นเสมือนยาปฏิชีวนะ แต่ไม่ควรใช้รับประทานเป็นประจำ ควรรับประทานเมื่อมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ท้องเสีย ปวดฟัน และเมื่ออาการทุเลา ควรหยุดการรับประทาน และควรงดรับประทานใบมะรุมในช่วงที่รับประทานเมล็ดมะรุม

สำหรับดอกของมะรุม สามารถรับประทานเป็นยาระบายได้ แต่ต้องทำให้สุกเสียก่อน เพื่อกำจัดสารพิษที่อยู่ในดอก โดยอาจนำมาทำอาหาร เช่น ชุบไข่ทอด ทำแกงส้ม ฯลฯ

ที่สำคัญคือ ส่วนรากของมะรุม มีสารพิษจำพวกไซยาไนด์ ไม่ควรนำมารับประทานเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม การรับประทานมะรุม ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการแพ้ คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะได้ เนื่องจากมะรุมมีธาตุเหล็กในปริมาณที่สูงมาก

เกษตรกรที่สนใจปลูกมะรุมเพื่อการจำหน่าย หรือผลิตไว้ใช้ในชุมชน คุณวิไลวรรณยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมะรุมพันธุ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับภูมิอากาศของบ้านเรา
ติดต่อคุณวิไลวรรณได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 085-099-7220 (งดรับโทรศัพท์วันอาทิตย์)

หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากทางเว็บไซด์ //www.anochalife.com
อีเมล์ anocha.oil@gmail.com

หรือสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากมะรุม ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ กลุ่มสมุนไพรบ้านไทย 66 //maroomthai.com



Create Date : 26 มีนาคม 2553
Last Update : 31 มีนาคม 2553 9:24:31 น. 0 comments
Counter : 1024 Pageviews.

เก็บมาบอก
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เก็บมาบอก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.