The love is not to give ... Love is to share...
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2559
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 

HIM ร้ายนัก ก็รักได้





ห่างหายจากการอัพบล็อกไปนานหลายปี วันนี้มีผลงานที่เขียนเองมาแนะนำ กว่าจะได้เป็นเล่มใช้เวลาเขียนและรวบรวมข้อมูลนานมากค่ะ แลกมาด้วยประสบการณ์ชีวิตของตัวเองกว่า 70 % เลยทีเดียวเชียวนะเนี่ย

ฝากตัวอย่างมาให้อ่านกัน ก่อนหนังสือจะวางแผง เร็วๆ นี้


 HIM ร้ายนักก็รักได้
 โดย... เปมี่

นิยามคุ้นหูที่ใครต่อใครมักใช้พาดพิงถึงเพศหญิงก็คือคำว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่เข้าใจยาก เยอะ เอาแต่ใจ ใช้อารมณ์ ไม่มีเหตุผลสารพัดสารพันเรื่องร้ายกาจของสาวๆ จะถูกใครวิจารณ์ไปไม่ได้ นอกจากเพศตรงข้ามของเรานั่นเอง

.....แล้วผู้ชายล่ะจริงๆ แล้วเรื่องน้อยอย่างนั้นหรือ

ผู้ชายกับผู้หญิงยังไงชาตินี้ก็หนีกันไปไม่พ้นหรอกค่ะ นอกเสียจากว่าจะหนีไปเป็นเพศที่สาม เพศที่สี่นั่นก็อีกเรื่องหนึ่งแต่ถ้ายังเป็นชายจริงหญิงแท้แล้วละก็ คงต้องเจอกันอีกหลายยก

ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่หนังสือที่เขียนขึ้นมาเพื่อด่าว่า ตำหนิเพศชายไปตามอารมณ์หากแต่เป็นหนังสือที่จะชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ชายจากการสังเกตการณ์ ของผู้หญิง ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ฝ่ายชายเองไม่ได้สังเกตตัวเองเลยก็เป็นได้

อันว่าเรื่องของความรักระหว่างหญิงชายมันมีความซับซ้อนวุ่นวายไม่รู้จบ แรกๆ ก็หวานซึ้ง นานเข้าก็เริ่มขื่นขม เธอไม่ดีอย่างนั้น ฉันไม่ดีอย่างนี้แต่ก็ขาดกันไม่ได้ ฉะนั้นแล้ว เมื่ออยู่ๆ ไป แล้วเห็นข้อบกพร่องสิ่งที่ควรทำคือแก้ไข เติมเต็ม ปรับตัว เพื่อให้อะไรๆ มันอร่อยลงตัว ได้รสอูมามิไม่ใช่ตำหนิ ด่าว่า ฟาดฟันกัน บางคู่ตางคนต่างไม่ยอมปรับตัว สุดท้ายก็จบไม่สวย

ข้อมูลจากหนังสือเล่มนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าถูกหรือผิดกี่เปอร์เซ็น แต่เชื่อว่าคงทำให้หลายๆ คนเข้าใจความรักได้มากขึ้นมากว่า70%อย่างแน่นอน เป้าหมายสำคัญของเราคืออยากให้ทุกคนยอมรับปรับตัวได้กับความรักที่เป็นอยู่หรือดูให้ดีก่อนที่จะตกลงปลงใจกับใครสักคน

...รู้เขา รู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

...รู้เขารู้เรา รักร้อยครั้ง ชนะสักครั้งเดียวก็เกินพอ

.......................................................................................................................................................................

หนุ่มขี้โม้ -คุยไปสิบ ต้องหารสาม

ขี้โม้... ขี้โอ่... ขี้คุย... คำเหล่านี้ มักไม่ใช่คำที่ใช้จิก ใช้ว่าผู้หญิงสักเท่าไหร่ แน่นอนว่า เรามักเจอนิสัยเหล่านี้ในผู้ชายเสียเป็นส่วนใหญ่ และผู้ชายมากกว่าครึ่งก็จะมีนิสัยแบบนี้เสียด้วยสิ

หากถามว่า...ทำไมผู้ชายเขาถึงต้อง ขี้โม้ ขี้โอ่ ขี้คุย กันด้วยล่ะ คงตอบได้เพียงว่ามันเป็นสัญชาตญาณของพวกเขา ผู้ชายเขามีสัญชาตญาณแห่งความเป็นผู้นำ ผู้แข็งแกร่ง ผู้ล่า ผู้ยิ่งใหญ่ มีความทะเยอทะยานที่จะอยู่เหนือใครๆ อะไรของเขานั่นแหละ เขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะ ต้องเก่งกว่า ต้องดีกว่า ต้องเจ๋งกว่า ถึงจะถือว่าเหนือ มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

สมัยก่อนพวกผู้ชายเขาต้องแก่งแย่งชิงอำนาจ  ใช้กำลังสู้รบกันเพื่อให้ได้สิ่งต่างๆ มาครอบครอง ทั้งอำนาจ เงินทอง และผู้หญิง  เวลาล่วงเลยไป ความเก่งกว่าเหนือกว่าของผู้ชายเขาไม่ได้ลดลง แต่เมื่อโลกมีวิวัฒนาการ มนุษย์มีสติปัญญามากขึ้น การก่อสงครามเพื่อแย่งชิง จึงเปลี่ยนรูปแบบจากการใช้กำลังต่อสู้กัน เป็น “สงครามน้ำลาย” เสียเป็นส่วนใหญ่

“เรื่องกีฬาน่ะเหรอ ผมไม่เคยเป็นรองใครหรอกนะ ไม่ว่าจะเล่นกีฬาอะไร ก็ได้เป็นตัวจริงตลอด แล้วก็ไม่เคยแพ้ง่ายๆ โดยเฉพาะฟุตบอล ผมเป็นตัวสำคัญของทีมเลยล่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าห่วงเรียน ตอนนั้นคงได้ติดทีมชาติไปแล้ว มีแต่คนอยากสนับสนุน แต่ผมไม่เอาเอง ไม่อย่างนั้นป่านนี้น่ะเหรอ บอลไทยไปบอลโลกนานแล้ว”

นี่คือคำสาธยายที่มักได้ยินมาจากปากผู้ชายขี้โม้  เมื่อมีคนพยายามคุยกับเขาเรื่องกีฬา  ในความเป็นจริงอาจสรุปใจความสั้นๆ หารด้วยสามได้ว่า ชายผู้นี้ อาจจะเคยเล่นกีฬามาบ้างสมัยเรียน อาจจะแค่อย่างเดียว และอาจจะเป็นแค่ตัวสำรองด้วยซ้ำไป

...แต่ทำไมต้องพูดให้มันโอเวอร์กว่าความจริง ขนาดนั้นด้วย?

อ้าว!...ก็เขาเป็นผู้ชายที่เราจัดประเภทไว้ในหมวด ขี้โม้สุดๆ ไงคะ

แล้วจะสังเกตได้อย่างไร ว่าหนุ่มๆ คนไหน มีนิสัยขี้โม้แบบนี้?

ไม่ใช่เรื่องยากหรอกค่ะ ...คนขี้โม้ เขาก็ต้องใช้ปากคุยโว โอ้อวด ก็สังเกตที่คำพูดของเขานั่นแหละ คนประเภทนี้มักชอบพูดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ค่อยสนใจเรื่องของคนอื่นนัก และชอบพูดมากกว่าที่จะฟัง หรือถ้าหากเราพูดเรื่องอะไรขึ้นมาสักเรื่อง เขาจะต้องสอดเสริมขึ้นมาอย่างเก่งกาจ  เขาจะรู้มาก จะเคยเป็น เคยทำ เคยผ่านทุกเรื่องราวที่เราพูดถึงน่ะแหละ ไม่มีซะละ ที่ชายขี้โม้จะพูดว่า

“เอ่อ... เรื่องนี้ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเลยแฮะ”

คนขี้คุย ขี้โม้ ไม่ชอบถ่อมตัวอยู่แล้ว หรือถ้าแสดงอาการถ่อมตัว ก็ยังมีข่มคนอื่นอยู่เป็นนัยๆ เช่น

“ผมไม่รวยหรอกครับ แค่พอมีพอกิน มีบ้านอยู่  มีรถขับ มีเงินใช้จ่ายไม่ขาดมือ แค่นั้นเอง”

หรือ “ที่ไม่มีแฟนนี่ไม่ใช่หาไม่ได้นะครับ มีผู้หญิงเข้ามาให้เลือกตั้งเยอะแยะ แต่ผมยังไม่อยากมีภาระ อยู่เป็นโสดสบายกว่าเป็นไหนๆ”

เขาก็จะพูดจาอะไรทำนองนี้นั่นแหละค่ะ นี่คือสไตล์ของเขา คือฟังๆ เหมือนจะดูดี แต่ก็ยังแอบคุย แอบอวดสักนิดไม่ได้

คนขี้โม้ ก็มีหลายระดับนะคะ ถ้าอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไป ก็คงไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรกับคุณผู้หญิงมากนัก  เพราะมันเป็นความสุขของคุณผู้ชายทั้งหลายอยู่แล้วที่ได้คุย ได้อวดสรรพคุณของตัวเอง ถ้าเอามาเปรียบเทียบกับพฤติกรรมของผู้หญิงแล้วล่ะก็ ผู้ชายขี้โม้ก็เหมือนผู้หญิงแต่งตัวเก่งนั่นแหละค่ะ มันเป็นวิธีการข่มคู่ต่อสู้เหมือนกัน แต่ที่เหตุของการ แสดงออกต่างกันก็เพราะ

ผู้หญิงมักตกหลุมรักทางหู

ส่วนผู้ชายมักตกหลุมรักทางสายตา

ผู้หญิงจึงแต่งหน้า... ส่วนผู้ชายก็แต่งเรื่อง...

เอ๊ะ! คุ้นๆ นะวลีนี้ ไม่รู้ใครสักคนเขาว่าไว้ แต่เราก็คงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ 

อย่างที่กล่าวไป ข้างต้นว่า ผู้ชายขี้โม้ระดับธรรมดา ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ถ้าเลเวลสูง โม้ขั้นเทพ จนถึงขั้นอันตรายนั่น ก็เข้าข่ายเป็นจอมลวงโลก ไม่ควรเข้าใกล้สักเท่าไหร่เพราะการขี้โม้ขนาดเสกสรรปั้นแต่งเรื่องเกินจริงมากนัก แสดงว่าเขาผู้นั้นอาจจะมีเจตนาไม่ดี หวังมาหลวกลวง ไม่ได้หวังที่จะมาเป็นคู่รักของเราแล้วล่ะค่ะ เพราะคนเราจะรักกัน ความจริงใจที่มีต่อกันนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าอะไรทั้งหมด

เรื่องความขี้โม้นี่ คุณผู้หญิงทั้งหลาย รีบสังเกตไว้แต่เนิ่นๆ ที่เขาเข้ามาจีบ และเริ่มพูดคุยกับเขาได้เลยค่ะ ถ้าคุณผู้ชายท่านนั้น มักพูดจาข่มคนอื่น หรือมักเล่าถึงเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง โดยที่เราไม่ได้ถาม ฟันธงได้เลยว่า เขาไม่ใช่แค่คนคุยเก่ง แต่เป็นผู้ชายขี้โม้ ขี้โอ่ ระดับนึงเลยเชียวล่ะ

โดยธรรมชาติ ผู้ชายที่จีบผู้หญิง ก็ต้องให้ความสำคัญกับผู้หญิงจริงไหมคะ ต้องใส่ใจเรา ชวนเราคุย ถามไถ่เรื่องของเราบ้าง รอให้เราถามเรื่องของเขาแล้วเขาจึงตอบ นั่นคือการสนทนากับคนทั่วไป แต่ถ้าชายขี้โอ่เขาจะพูดถึงแต่เรื่องของตัวเองโดยเฉพาะเรื่องในอดีต เรื่องสมัยเรียน เรื่องสมัยเด็กๆ

ถามว่าทำไมจำเพาะเจาะจงต้องพูดแต่เรื่องในอดีต นั่นก็เพราะอดีตเป็นเรื่องที่คุณไม่มีทางรู้ และคงไม่มีใครสืบสาวเท้าความไปถึงได้ เขาก็เลยยกเอาเรื่องราวความเป็นคนเก่ง คนกล้า ในอดีตมาเล่าให้สาวๆ ฟังเพื่อสร้างความประทับใจเอาไว้ก่อน

...เรื่องผู้ชายขี้โม้นี้ เป็นประสบการณ์ตรง เจอมากับตัวจังๆ เลยค่ะ สมมติว่า เขาชื่อ “เอก” แล้วกันนะคะ

ตอนแรกๆ ฉันก็คิดว่าเอกเป็นผู้ชายที่ร่าเริงดี คุยเก่ง มาจีบ มาชวนคุย ไอ้เราก็หลงคารมเขาไปซะมาก แหม! ก็ชายหนุ่มประเภทนี้เขาแสนรู้ เอ้ย! รอบรู้ไปหมดทุกเรื่อง เก่งทุกทาง  แถมฐานะทางบ้านก็ดี ดนตรีก็เล่นได้ กีฬาก็เก่งทุกประเภท อู้ยยยยย! เลอเลิศจริงๆ เลยอ่ะค่ะ...

ไอ้แรกๆ ฉันก็ฟังไปปลื้มไป จินตนาการวาดฝันไปตามนั้น จนตกลงคบหาดูใจกันเป็นแฟน พอคบไปๆ ก็รู้แจ้งเห็นจริงไปทีละเรื่องสองเรื่อง ว่าไอ้ที่คุยๆ ไว้นั้นโม้ทั้งเพ ใครกันคะ มันจะเพอร์เฟคขนาดนั้น ไม่มีซะล่ะ แล้วไอ้ที่น่าเคืองที่สุดสำหรับผู้หญิงเนี่ยนะคะ ก็ไม่พ้นเรื่องที่ว่า ทำไมต้องมาคุยอวดร่ำอวดรวยกันแต่แรก ทั้งที่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่...มันน่าเซ็งมั้ยล่ะคะ

คนสมัยนี้คิดว่ามีเงินแล้วจะจีบหญิงได้ค่ะ แรกๆ ผู้ชายจึงวางมาดร่ำรวย จ่ายนู่นจ่ายนี่ให้เรา พึงระวังไว้สักอย่างหนึ่งว่า ถ้าเขาไม่ใช่คนรวยจริงๆ อย่างที่เขาคุย เงินทองที่เขาทุ่มไปนั้น ถือเป็นการลงทุน แล้วสักวันเขาจะทวงคืนอย่างสาสมเลยทีเดียว

...คือไม่ได้แนะนำให้มองกันที่ฐานะหรอกนะคะ แต่ก็ไม่ควรหลอกลวงกันว่ามั่งมี รวยล้น แต่แท้ที่จริงยังแบมือขอเงินบุพการีอยู่ อย่างนี้ก็ไม่ไหว บอกกันไปตามตรง ทำตัวตามอัตภาพ จะได้ไม่คาดหวังกันทั้งสองฝ่าย

มาถึงจอมขี้โม้กันต่อ ถามว่ายังคบต่อไหมกับผู้ชายลักษณะนี้ ก็คบต่อได้ค่ะ เขาแค่ขี้โม้ มันก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้เรา เมื่อเรารู้แล้ว ว่าเขาเป็นอะไร ยังไง มันอยู่ที่เราจะยินยอมและยอมรับสภาพของเขาไหม แต่จะคบต่อไม่ได้เลย ถ้าคุณผู้หญิงไม่ถูกชะตากับผู้ชายแบบนี้ แล้วพอเราทนคบกับเขาไปเรื่อยๆ วันหนึ่ง เราจะเริ่มขัดคอเขา เหมือนที่ฉันเองก็เคยเป็นมาแล้วแบบไม่รู้ตัว

เช่นวันหนึ่ง เขาชวนเพื่อนมาดื่มเหล้าที่ร้านอาหาร ซึ่งฉันเองก็ไปด้วยเราดื่มกันจนได้ที่ เขาก็สนทนากับเพื่อนไปเรื่อยตามประสาคนขี้โม้

“ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่วะเอก” เพื่อนเปิดฉากถามเรื่องการงาน

“อ๋อ...ตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวน่ะ รับติดผ้าม่าน มู่ลี่ บานเกร็ด ถ้าสนใจก็บอกได้นะ”

อืม...ธุรกิจส่วนตัว ฟังดูดี ฉันคิดในใจ

“แหม! นี่เป็นเถ้าแก่เองเลยเหรอวะ อย่างนี้ก็รวยแย่สิ มิน่าล่ะ ดูสิมีทองหยองใส่เต็มตัว”

“ก็นิดหน่อยว่ะเพื่อน พอมีกำไร ลงทุนไม่มาก กำไรงาม ก็เลยพออยู่พอกิน นี่ก็ว่าจะออกรถใหม่สักคัน เอาไว้ตระเวนรับของเอง...” เขาโวไปเรื่อยตามประสา

.....

“เถ้าก่งเถ้าแก่อะไรกั๊น แค่เป็นคนรับจ้างติดผ้าม่าน ทองนี่น่ะ ฉันซื้อให้ต่างหากล่ะ” จู่ๆ วงสนทนาก็เงียบงัน เมื่อเสียงของฉันแปร๋นออกไปขัดจังหวะการโม้ของเขา

ฉันเองก็ไม่รู้ตัวว่าพูดแบบนั้นออกไปทำไม อาจเป็นเพราะลึกๆ แล้ว เรารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร พอได้ยินเขาคุยเกินจริงแล้วมันขัดหู ขัดใจ เกิดนึกอยากจะฉีกหน้าเขาขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้ ณ เวลานั้น ก็ยังไม่ได้มีปัญหาอะไร คุณชายจอมขี้โม้ก็ได้แต่หัวเราะแหะๆ

แต่พอเพื่อนฝูงกลับไปหมดแล้วน่ะสิคะ สงครามย่อยๆ ก็เกิดขึ้นระหว่างฉันกับเขาทันที...

ขอละไว้ ไม่สาธยายถึงสถานการณ์วันนั้น เอาเป็นว่าเราทะเลาะกัน ด้วยเรื่องที่หาว่าฉันไปหักหน้าเขาต่อหน้าเพื่อนฝูง หาว่าฉันอวดเก่งไม่ไว้หน้าเขา หาว่าฉันไปลำเลิกบุญคุณเขา หาว่าฉันไม่รักเขา หาว่าฉัน.....อีกมากมายต่างๆ นานา ความรักของฉันกับเขาเกือบจะย่อยยับ เพราะหมั่นไส้ในความขี้โม้ของเขาเท่านั้นเอง

 นี่คือสถานการณ์ตัวอย่าง ที่มันเคยเกิดขึ้นจริงกับชีวิตคู่ ถ้าจะถามหาว่าใครผิดใครถูก ก็คงเอาคำตอบอะไรไม่ได้กับความรัก ต้องถามว่า เมื่อเจอผู้ชายประเภทนี้ หรือ เมื่อคนที่เรารักเป็นคนประเภทนี้แล้วล่ะก็ เรารับได้ไหม

แน่นอน ความรักคือการปรับตัวเข้าหากัน แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไปปรับเปลี่ยนคนๆ นึง ให้ไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเองเอาซะเลย วันนี้เขาอาจทำได้ เพราะความรักมันล้นอก แต่วันต่อๆ ไป เมื่อรักเสมอตัว (ไม่ขอใช้คำว่าจืดจาง) ความเป็นตัวตนของเขาก็จะผุดโผล่ขึ้นมาอีก เพราะตอนแรกเขาเพียงบดบังไว้เพื่อเอาใจคุณ

ทางที่ดีที่สุด ถ้าคุณไม่ชอบผู้ชายขี้โม้ ขี้คุย เอามากๆ เมื่อคุณสัมผัสได้ว่าเขาเป็นคนแบบนั้น ก็ควรถอยห่างจากเขาแต่แรก เพื่อที่คุณเองจะได้ไม่ต้องมาอดทนกับสิ่งที่ไม่ชอบ เขาเรียกว่าตัดไฟแต่ต้นลมไปเสียเลย แต่ถ้า...คนที่คุณรักเขาไปแล้วปานดวงใจ เขากลับมีนิสัยแบบนี้ ถึงบางครั้งคุณอาจจะไม่ชอบ แต่ก็ไม่อาจพรากจากเขาไปได้เพียงเพราะเรื่องเท่านี้

คำแนะนำของเราคือ....ทำใจยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น

อย่างที่บอกแต่แรกว่า ผู้ชายขี้คุยก็เหมือนผู้หญิงแต่งตัวเก่ง ต่างคนต่างอยากอวด คิดเสียเท่านั้น เขาพูดเราฟัง เรารู้แล้วว่าเขาโม้ เราก็นิ่งเสีย เขาพูดให้คนอื่นฟัง เราได้ยินแล้วว่าเขาโม้ เรานิ่งเสีย เชื่อเถอะค่ะ ว่าคนอื่นเขาก็ฟังรู้ว่าแฟนเราน่ะขี้โม้ ฉะนั้น อย่าไปขัด อย่าไปฉีกหน้าเขา ปล่อยให้เขาพูดไป ปล่อยให้คนรอบข้างแยกแยะเอาเอง เราทำหน้าที่แฟนที่ดี เราอย่าหักหน้าผู้ชายในสังคมของเขา เพราะมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตระดับชาติขึ้นมาทันที

ถ้าเราคิดเสียว่าเขาเป็นคนที่เราจะรัก เป็นคนที่เราจะคบ ก็จงยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น ถ้าจะพูดจะเตือนอะไรกัน ก็ขอให้ไปพูดกันในที่ส่วนตัว อย่าไปสกัดดาวรุ่งต่อหน้าเพื่อนฝูง ในเมื่อคุณรักเขา คุณจะไปทำร้ายเขาให้อับอายและน่าสงสารขนาดนั้นทำไมเล่า จริงไหมคะ

อีกวิธีหนึ่งที่สำคัญ เราควรมองคนๆ หนึ่งในหลายๆ มุม ในมุมหนึ่ง เราอาจไม่เข้าใจ ว่าจะโม้อะไรนักหนา ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นสักนิด พูดไปให้อายเขาเปล่าๆ ทำตัวน่ารังเกียจจริงๆ

แต่ถ้าเปิดใจลองมองอีกมุมหนึ่ง จริงๆ แล้ว ผู้ชายที่ขี้อวด ขี้คุยมากๆ นั้นน่าสงสารนะคะ เขามีปมด้อย คุณรู้ไหม?

เพราะเขาไม่มีเขาจึงพูดว่าตัวเองมี มันเป็นความอยากทัดเทียมคนอื่น ซึ่งถ้าเป็นผู้หญิง เราเรียกสิ่งนี้ว่า ....ความอิจฉาริษยา

เมื่ออิจฉา เมื่ออยากมีอยากได้เหมือนคนอื่นเขา แต่ไม่มี ผู้ชายจะใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการพูดข่ม คุยโว เกทับ ในเรื่องที่ตัวเองเหนือกว่า เพื่อกลบปมด้อยของเขา หรืออาจจะโม้ โกหก ในเรื่องที่คนอื่นไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเขา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ดีๆ มาฉาบไว้ ให้คนอื่นอิจฉาเขาเหมือนกัน

...แต่สำหรับผู้หญิง ถ้าหากอยู่ในอาการอิจฉาริษยามากเข้าล่ะก็ พวกหล่อนจะบ่อนทำลาย หรือไม่ก็แย่งสิ่งที่คนนั้นมีมาอย่างเลือดเย็น พอแย่งมาได้ แล้วค่อยเอามาอวดทีหลังค่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า 

...เห็นไหมคะ ว่าพวกเรา ร้ายกว่าเขาอีก อ้าว! เผลอหันมาแขวะกันเองซะอย่างนั้น

ก็อย่างนี้แหละค่ะ ผู้หญิงกับผู้ชาย สองเพศที่มีลักษณะนิสัยทับซ้อนกันอยู่ อย่าถือว่าตัวเองเป็นผู้หญิง จึงไม่ยอมเข้าใจผู้ชาย อย่าถือว่าตัวเองเป็นผู้ชาย แล้วจะเข้าไม่ถึงความเป็นผู้หญิง เราเรียนรู้กันได้ เพราะเราเกิดมาคู่กัน

จุดสังเกตหนึ่ง ที่คุณผู้หญิงควรรู้ไว้ สำหรับผู้ชายขี้โม้ คือคุณไม่ต้องกังวลอะไรมากไป ถ้าคุณคิดว่าคุณรู้จักเขาดีแล้ว เพราะไม่ใช่แฟนคุณคนเดียวแน่ๆ ที่ขี้โม้ โอ้อวด เพราะหนุ่มๆ ที่ร่วมวงสนทนากับเขาอยู่นั่น ก็โม้ไม่แพ้กันหรอกค่ะ ก็เลยคุยกันรู้เรื่องยังไงเล่าคะ...หรือไม่จริง...

สรุปว่านิสัยขี้โม้นั้น จะมีอยู่ในตัวคุณผู้ชายอย่างประปราย ถ้าคนไหนมีมากเกินไป เราจะสังเกตได้ว่ามันน่ารำคาญ  ใครไม่ชอบก็ถอยไป แต่ถ้าใครชอบผู้ชายคุยเก่ง แบบน้ำไหลไฟดับ จริงบ้างโม้บ้าง ชอบอะไรแบบจินตนาการล้ำลึก แนะนำ ให้วิ่งเข้าใส่ผู้ชายประเภทนี้ได้เลย อาจจะเป็นเรื่องสนุกสำหรับคุณผู้หญิงบางคนก็ได้ เพราะคนขี้โม้นี่เขาก็มีเสน่ห์ของเขาเหมือนกัน นั่นอาจเป็นเพียงข้อเสียของเขาเพียงข้อหนึ่ง แต่ลึกๆ แล้ว เขาอาจจะมีข้อดีอื่นๆ อีกมากก็เป็นได้

ข้อสำคัญ...ขอเตือนหนุ่มๆ ทั้งหลาย ที่อาจจะมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ไว้ก่อนเลยว่า คุณผู้ชายจะโม้เรื่องอะไรกับผู้หญิงก็เชิญโม้ไป แต่อย่ามาคุยโม้โอ้อวดเรื่องผู้หญิงคนอื่นๆ ของคุณให้เราฟัง มิฉะนั้น...ศพคุณไม่สวยแน่ๆ ค่ะ 

ไม่ได้โม้....

Trickเด็ด มัดใจหนุ่มขี้โม้

1. ชมเขาบ่อยๆ เถอะค่ะ เขาบ้ายอแน่นอน

2. นิ่งเสียเถอะ เวลาเขาคุยกับเพื่อนอย่างออกรส

3. ถ้าเขาคุยเรื่องไหนมากนัก ก็ท้าให้เขาทำซะเลยถ้าเขาทำไม่ได้เดี๋ยวก็เลิกโม้ไปเอง

4. อย่าพูดคำว่า “ไอ้ขี้โม้” ใส่หน้าเขาเด็ดขาดเลยทีเดียวเชียว

5. จงสนุกสนานกับคำพูดเขา เพราะคนขี้โม้นี่มักเล่าเรื่องสนุกตลกขบขันเก่งนะคะ

6. หาประโยชน์จากความขี้โม้ของเขาซะเลยเช่น เอาเรื่องโม้ๆ ของเขาไปทำเป็นพล็อตเรื่องงานเขียน (แหม! ก็เขาแต่งเรื่องเก่งนัก)

 “ผู้ชายขี้คุยก็เหมือนผู้หญิงชอบแต่งตัว คุณอวดว่าสวย เขาก็คุยว่าเก่ง” 


............................................................................

ผู้ชายขี้หึง–ถ้าหวงขนาดนี้สิงกันเลยมั้ย

อาการ “หึง”เกิดได้กับทุกเพศไม่ว่าชายหรือหญิง หรือแม้แต่เพศที่นอกเหนือจากนี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับคนที่กำลังมีความรัก

ความหึงมันเกิดจากความรู้สึกหวง ไม่อยากให้ใครมารู้สึกกับเขาเหมือนที่เรารู้สึกและไม่อยากให้เขารักหรือรู้สึกดีกับใครนอกจากเรา มันเป็นปรากฏการณ์ร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นกับความรักเลยทีเดียวเชียวค่ะแต่สำหรับความขี้หึงของผู้หญิงนั้น ให้มากมายร้ายกาจยังไงก็ยังดูน่ารักอยู่บ้างใช่ไหมคะ แต่กับผู้ชาย ถ้าเป็นประเภทขี้หึงเกินกว่าเหตุอันสมควรแล้วล่ะก็ คงต้องคิดกันหนัก เพราะสิ่งที่อาจจะตามมามันไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่

ถ้าใครได้ติดตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็จะพบเห็นกันบ่อยเลยทีเดียว กับคดีที่เกิดจากความหึงหวง และส่วนใหญ่แล้วเหตุการณ์รุนแรงมักเกิดจากความหึงของผู้ชาย หึงขนาดฆ่ากันตายเลยก็มี

ฉันเคยอิจฉาคู่รักประเภทที่ว่าแฟนให้อยู่บ้าน ทำงานบ้าน ไม่ต้องออกไปทำงานที่ไหน ถึงเวลา แฟนจะหาเงินให้ใช้เองแต่เบื้องลึกเบื้องหลัง เกิดจากความขี้หึงของแฟนหนุ่ม เหมือนกับจะขังแฟนไว้ที่บ้านไม่ให้พบปะผู้คน กลัวว่าจะไปเจอคนใหม่อะไรประมาณนี้

หึงขนาดไหนที่เรียกว่าเกินพอดี...

หญิงชายคู่หนึ่งเพิ่งคบเป็นแฟนกันได้ไม่นานสมมติว่าผู้หญิงชื่อเอ ผู้ชายชื่อบี บังเอิญผู้ชายมีอาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์ผู้หญิงเป็นนักเขียน เขาใช้ความรู้ความสามารถของเขา แฮ็กข้อมูลทุกอย่างของฝ่ายหญิงไม่ว่าจะป็น อีเมล เฟสบุ๊ก ไลน์ เพื่อเข้าไปอ่านว่าผู้หญิงคุยกับใครบ้างในแต่ละวัน แล้วสุดท้ายก็เจอตอ

หนุ่มบี :เย็นนี้นัดใครไปกินข้าวล่ะ(ดักคอแต่เช้า)

สาวเอ :ใครบอกอะไรมาอีกล่ะ

หนุ่มบี :ทำอะไรอย่าคิดว่าเค้าไม่รู้นะ เค้ารู้หมดแหละ ว่าตัวเองร้ายขนาดไหน อย่าลืมว่าเค้าเป็นโปรแกรมเมอร์(ว่าเข้าไปนั่น)

สาวเอ :งั้นตัวเองก็คงลืมไปว่าเค้าเป็นนักเขียน เค้าจะใช้ตัวอักษรสื่อความหมายให้ใครเข้าใจยังไงก็ได้ในโลกออนไลน์ แต่เค้าไม่มีวันแสดงตัวตนที่แท้จริงในนั้น

หนุ่มบี :อย่ามาพูดให้งงดีกว่าวันนี้ตัวเองนัดผู้ชายคนอื่นไปกินข้าว นี่ไงหลักฐาน

บีพูดพลางเปิดหน้าเฟสที่แคปหน้าจอไว้มาให้ดูเอเหลือบมองนิดนึง...

สาวเอ :ถ้าใช่แล้วยังไง ก็แค่กินข้าว นั่นมันเพื่อนเค้า พอดีมีเรื่องงานจะคุยกัน

หนุ่มบี :เค้าไม่ให้ไป

สาวเอ :นี่หึงเหรอ...

หนุ่มบี :เปล๊า!(เสียงสูงมาก) เค้าแค่เป็นห่วง ทำไมต้องไปกับเพื่อนผู้ชายทำไมไม่คบแต่เพื่อนผู้หญิง เค้าจะแน่ใจได้ยังไงว่าแค่เพื่อนจริงๆ สมัยนี้ผู้หญิงกับผู้ชายน่ะเหรอจะเป็นเพื่อนกันอย่างจริงใจ ใครจะไปเชื่อถ้าผู้ชายไม่ได้คิดอะไรกับตัวเอง ตัวเองก็ต้องคิดอะไรกับผู้ชายคนนั้นไม่งั้นคงไม่ชวนเค้าออกไปไหนกันสองคนหรอก จริงมั้ย...

สาวเอ :นี่เค้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเค้ามีแฟนเป็นโปรแกรมเมอร์หรือนักเขียนเหมือนกัน

หนุ่มบี :ทำไม?

สาวเอ :ก็ตัวเองมโนเก่งกว่าเค้าเยอะเลยนะ เค้าว่า...

หนุ่มบี :ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ไม่ให้ไปนะ ถ้าไป เป็นเรื่องแน่

สาวเอ : ถ้าเค้าบอกว่าเพื่อนเค้าเป็นเกย์ล่ะ ไปได้มั้ย

หนุ่มบี :เกย์ก็ไม่ได้ ใครจะไปรู้ว่าเกย์จริงหรือไม่จริงถ้าเกิดเขาเป็นพวกที่ได้ทั้งชายทั้งหญิงล่ะ ตัวเองจะไว้ใจได้ไง

สาวเอ :เฮ้ย! เค้าว่าตัวเองเยอะไปละนะ ถ้าไม่ไว้ใจเค้าขนาดนั้น ก็ตามไปสิงเค้าเลยมั้ย

หนุ่มบี :โอเค...ถ้าตัวเองอยากไปมากนักงั้นเค้าไปด้วย จะไปดูซิ ว่าเกย์ หรือกิ๊กกันแน่...

สาวเอ :นี่เค้าพูดประชดนะโอ้ย!...จะขี้หึงอะไรขนาดนี้เนี่ย...

หนุ่มบี :บอกแล้วไงว่าไม่ได้หึง!

สาวเอ :?!?!?!?!?!?!?!

……….

นี่คือตัวอย่างบทสนทนาจริงและสาวๆ หลายคนก็คงเชื่อพันเปอร์เซนต์ ว่ามันเกิดขึ้นจริงเพราะเคยเจอกับตัวกันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย แล้วคุณคิดว่าจากบทสนทนานี้หนุ่มบีเขาขี้หึงเกินกว่าเหตุหรือไม่ …

ความจริงยังตอบไม่ได้หรอกค่ะว่าเขาทำเกินกว่าเหตุไหม เพราะต้องดูฝ่ายหญิงด้วยว่าทำอะไรให้เขาไม่ไว้วางใจหรือเปล่า แต่สำหรับสาวเอคนนี้บอกได้เลยว่าเป็นคนเข้าสังคม เพื่อนฝูงมากมาย แต่ไม่ใช่คนเจ้าชู้หรือคิดจะมีกิ๊กกั๊กอะไรเลยสักนิดแต่เมื่อมาเจอหนุ่มบีที่ขี้หึงปานจะสิงร่างเธอไปทุกที่แบบนี้ก็คงจะอึดอัดเป็นธรรมดา

ลางเนื้อ ชอบลางยา เคยได้ยินไหมคะคนสองประเภทนี้ แม้ไม่ชอบนิสัยของกันและกันแต่ก็มักโคจรมาเจอกันวันยังค่ำผู้ชายขี้หึง มักตกหลุมรักหญิงเจ้าสังคม เช่นเดียวกันกับหนุ่มลั้ลลาก็มักได้แฟนสาวขี้หึง จอมจิกเหมือนกันนั่นแหละ โลกสร้างให้เรามาคู่กันเพราะอะไรน่ะหรือคะ ก็ถ้าสาวเจ้าสังคม มาเจอหนุ่มรักอิสระ ก็ต่างคนต่างลั้ลลากันไปจะมาบรรจบเป็นคู่ครองกันเห็นทีจะยาก และถ้าหนุ่มจอมขี้หึงมาเจอสาวจอมขี้หึงเหมือนกันก็คงรวมร่างกันอยู่ที่บ้านไม่ต้องออกไปพบปะผู้คนที่ไหนกันพอดีมันก็ไม่มีเรื่องสนุกๆ น่ะสิคะ

นี่แหละ... โชคชะตาถึงชอบนำความต่างมาผสมกันมันถึงอร่อย

กลับมาเข้าเรื่องสาวเอและหนุ่มบีกันต่อสิ่งที่หนุ่มบีทำ เขาเรียกว่าหึง แต่ผู้ชายมักปฏิเสธคำนี้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันมันเหมือนหยามศักดิ์ศรีเขาหรือยังไงไม่ทราบ ที่จะยอมรับว่าตัวเองหึงหวงมันเหมือนกับการยอมรับว่า ผมรักคุณมาก... อย่างที่บอกว่าความหึงเกิดขึ้นได้แต่พฤติกรรมที่แสดงออกนั้น อย่าให้มันมากมายเกินไปจนคนรักของคุณรำคาญและรู้สึกว่าถูกจับผิดอยู่ตลอดเวลา

อย่างหนุ่มบีนี่ ก็เกินไปตรงที่ไปแฮ็กข้อมูลเขาทุกอย่างโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตมันเหมือนไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ปล่อยให้เขาได้มีชีวิตส่วนตัวบ้างซึ่งสาวเอ ไม่เคยทำแบบนั้น ไม่ใช่ไม่รัก หรือไม่หึงหวงฝ่ายชาย แต่สาวเอเธอให้เกียรติและรู้ดีว่า ผู้ชายไม่ชอบแน่ๆ ถ้าหากเธอทำอย่างที่เขาทำ

เวลาผู้ชายเขาเกิดขี้หึงขึ้นมาจริงจังมันน่าหนักใจจริงๆ นะคะ เพราะเขาจะไม่ฟังเหตุผลอะไรทั้งหลายแหล่ของคุณทั้งสิ้น มิหนำซ้ำเขาอาจจะใช้อารมณ์ และอาจจะลามไปถึงการใช้กำลังสำหรับผู้ชายหน้ามืดบางรายดังอีกตัวอย่างหนึ่ง

...น้องซี เป็นสาวสวย น่ารักคุยเก่ง หนุ่มๆ มารุมจีบเธอเยอะแยะมากมาย แต่เธอก็มาคบกับบอย หนุ่มหล่อ นิ่ง สุขุมด้วยความที่บอยเป็นคนที่เงียบๆ นิ่งๆน้องซีเธอก็คิดว่าแฟนหนุ่มของเธอไม่มีพิษมีภัยอะไร จะทำอะไรก็ตามใจเธอทุกอย่างแต่ก็อีกนั่นแหละ...พอเขาตามใจ จะทำอะไรก็ไม่ว่า จะไปกับใครก็ไม่ถามมันก็เลยทำให้สาวเจ้าเกิดอาการตะขิดตะขวงใจ ว่า

เอ๊ะ! ทำไมไม่หึง ไม่หวง ไม่ห่วงกันบ้างเลย หรือว่าไม่รัก...

เมื่อคิดได้อย่างนั้นน้องซีจอมเริงร่าก็เริ่มทดสอบความรักที่หนุ่มบอยมีต่อเธอด้วยการ “ยั่วให้หึง”คือการชวนแฟนของเธอไปปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อนแต่เธอกลับแสดงที่ท่าสนใจชายอื่นมากกว่าแฟนของตัวเองตลอดงานด้วยลีลาการเช็คเรตติ้งของน้องซีคนสวย ทำให้หนุ่มบอยผู้เคยนิ่ง เริ่มจะไม่นิ่งเสียแล้วแต่สิ่งที่น้องซีทำมันได้ผลเกินคาด

วันนั้นหนุ่มบอยเห็นแฟนสาวระรี้ระริกกับเพื่อนชายก็เลยเก็บความหึงหวงเอาไว้ แล้วนั่งกระดกเหล้าแทบนับแก้วไม่ทันจนที่สุดหนุ่มบอยก็ทนไม่ไหวเดินไปกระชากแขนแฟนสาวที่กำลังแดนซ์อย่างเมามันอยู่ในวงหนุ่มๆ แล้วลากเธอกลับบ้านทันที

เกิดอะไรขึ้นบ้างไม่มีใครรู้แต่วันต่อมา ฉันพบน้องซีในสภาพเหมือนไปกัดกะหมามายังไงยังงั้น ปากเจ่อ ตาช้ำจนฉันอดถามไม่ได้

“ไปโดนอะไรมาน่ะน้องซี”

“ผัวตบน่ะสิเจ๊”

“ห๊า! ไอ้บอยเนี่ยนะ ทำร้ายเธอ พี่ว่ามันไม่น่าเป็นคนแบบนั้นเลยนะ”

“หนูคงยั่วโมโหเขามากไปหน่อยมั้งเห็นนิ่งๆ เหมือนไม่หึงไม่หวงน่ะพี่ ที่ไหนได้ พอระเบิดมาที เค้าเก็บมาทุกเม็ดละเอียดยิบ บางทีเราแก้ตัวไม่ทันเลย กว่าจะเคลียร์กันรู้เรื่องก็โดนไปหลายตุ๊บเลย...อูยยยยย”

.....

นี่เป็นอีกตัวอย่างของผู้ชายขี้หึงหากใครจะพิสูจน์ความรัก ด้วยการยั่วให้ผู้ชายหึงล่ะก็ คิดให้ดีเสียก่อนคนบางคนรักแรงเกลียดแรง เขาไม่แสดงออกมากเท่าผู้หญิง แต่ไม่ใช่เขาไม่คิด เผลอๆแค่การลองใจ อาจนำพาไปสู่การเลิกราได้ ถ้าสุดท้ายแล้วคุยกันไม่รู้เรื่องหรือไม่ก็เจ็บตัวอย่างน้องซีคนนี้ นี่ก็ไม่ไหว

มาถึงอีกตัวอย่างของผู้ชายขี้หึงประเภทนี้เรียกว่าแรงเสมอต้นเสมอปลาย จิตใจหวาดระแวงเราอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะมีกิ๊ก มีชู้ นอกใจ ทำอะไรนอกลู่นอกทาง ประเภทนี้เจอมากับตัวทุกครั้งที่โทรมา เขาจะถามว่า อยู่ที่ไหน อยู่กับใครนั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นห่วง เพราะเราฟังออกจากน้ำเสียง มันคือการจับผิด...

แล้วมีอยู่วันหนึ่ง ฉันไม่สบายนอนพักอยู่ที่บ้าน ชาร์ตแบทโทรศัพท์ไว้ข้างนอกห้องแล้วตัวเองดันเข้าไปนอนหลับในห้อง เผลอหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้รู้แต่พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็รีบไปดูโทรศัพท์

7 misscall 2 การแจ้งเตือนในเฟสบุ๊ก

และ 3 ประโยคในไลน์ว่า...

อยู่กับใคร? ทำไมไม่รับสาย

คงอยู่กับคนใหม่สินะ...

เค้าเข้าใจหมดทุกอย่างแล้ว...

ไอ้ประโยคที่ว่าเค้าเข้าใจหมดทุกอย่างแล้ว...นี่น่ากลัวมากค่ะ ทำให้ฉันต้องรีบโทรกลับไปทันทีกว่าจะอธิบายจนเข้าใจได้ มันแสนเหนื่อย ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็รู้สึกเหมือนเป็นคนผิดยังไงไม่รู้แฮะ

แล้วคนๆ นี้จะเป็นอย่างนี้ตลอดถ้าวันไหนรับสายไม่ทัน รับแล้วคุยน้อย หรือรับแล้วบอกว่าติดธุระพ่อเจ้าประคุณทูนหัวของดิฉัน เค้าจะมโนภาพไปไกลกว่าความจริงลิบลับ ดูเอาเถอะค่ะใครว่ามีแต่ผู้หญิงที่ขี้หึง ขี้หวง งี่เง่าไร้สาระ ผู้ชายประเภทนี้ก็มีไม่น้อยเลยเหมือนกัน

แล้วเราจะทำยังไงเมื่อเจอผู้ชายขี้หึง!

อันดับแรกขอแนะนำให้หาสาเหตุความขี้หึงในตัวเขากันก่อน ว่าที่หึงขนาดนี้น่ะมันมีเหตุมาจากอะไรกันแน่

ขอสรุปง่ายๆว่าผู้ชายขี้หึงมีอยู่ 2 สาเหตุ

1. เขารักและหวงคุณมาก

2. เขากลัวเวรกรรมจะตามทัน!

ประเด็นแรกคงเข้าใจได้ไม่ยากที่หึงก็เพราะรัก เพราะหวง ไม่อยากให้คนรักไปสนใจคนอื่นไม่อยากให้คนอื่นมาสนใจคนรักของเราอันนั้นเป็นความรู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่อาจจะมีมากเกินไปของเขาถ้าเป็นสาเหตุนี้ คุณผู้หญิงก็พอจะยืดอกภาคภูมิใจได้ ว่าแฟนเราขี้หึงเพราะรักเรามาก วิธีรับมือก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอกค่ะเพียงแค่พยายามกรอกหูเขาอยู่เสมอว่า

“ฉันรักคุณคนเดียวนะ”

เวลามีเรื่องหึงหวงไม่เข้าใจกันต่อให้คุณอธิบายอะไรไปมากมายแค่ไหนมันก็ฟังเหมือนคำแก้ตัว แค่ประโยคนี้เท่านั้นที่จะสยบผู้ชายขี้หึงให้อยู่หมัด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือให้คุณรักเขาคนเดียว คงจะไม่ใช่เรื่องยากเย็น ที่จะหมั่นบอกรักกัน อย่างน้อยๆมันก็ทำให้คนฟังมีความสุข แล้วก็ช่วยลดปัญหาความไม่เข้าใจกันได้

ส่วนสาเหตุการหึงของผู้ชายประเด็นที่สองนั้นเกิดจากความกลัวกลัวอะไรน่ะหรือ ก็กลัวว่าคุณจะทำอย่างที่เขาทำบ้างอย่างไรล่ะ

คนพวกนี้เป็นประเภท วัวสันหลังหวะเขามีความผิด จึงคิดหวาดระแวง เขาอาจนอกใจคุณจึงกลัวคุณจะมีคนอื่นบ้างหรือเขาอาจจะเคยนอกใจผู้หญิงคนเก่าๆ ของเขา แล้วเขากลัวว่าพอมาถึงคนที่เขารักจริงๆทุ่มเทจริงๆ เขาจะเจอเวรกรรมเล่นงาน ก็คือโดนผู้หญิงทำให้เจ็บบ้างนั่นเองฉะนั้นชีวิตของผู้ชายพวกนี้จึงอยู่กับความหวาดระแวง ขี้หึง ขี้หวง อย่างที่เห็น

สำหรับวิธีมัดใจคนขี้หึงด้วยสาเหตุนี้น่ะหรือคะบอกตรงๆ ว่าคงจะยากเพราะถ้าความหึงหวงของเขาเกิดจากความที่เขาเป็นคนเจ้าชู้แล้วละก็ มันก็เป็นเรื่องที่เขาต้องจัดการตัวเองก็เขาขี้หึงเพราะตัวเองเคยทำไม่ดีไว้ อันนี้จะมาให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายแก้ไขก็ไม่ได้เรื่องนี้อาจจะต้องพูดคุยกัน ถามเจ้าตัวไปเลยว่า ไอ้ที่หึงน่ะเพราะว่ารักหรือหึงเพราะว่ากลัวกันแน่

...แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ชายที่เรากำลังจะคบด้วย มีดีกรีความหึงมากน้อยแค่ไหนเพราะเรื่องนี้หลายคนคิดว่า กว่าจะรู้ตัวว่าเขาขี้หึงมาก ก็คบกันเป็นแฟนไปแล้วอย่างนี้จะถอนตัวอย่างไรทัน

ความจริงมันสังเกตกันได้ตั้งแต่เริ่มพูดคุยกันนั่นแหละค่ะ ผู้ชายขี้หึงเขาจะมีลักษณะเฉพาะตัวอยู่เหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นคนขี้หึงมากๆ จนเกินพอดีความเกินพอดีของเขานั่นเองที่จะโผล่มาให้เราเห็นตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกันด้วยซ้ำ

เวลาคนโทรมาคุย โทรมาจีบก็มักจะเริ่มต้นด้วยการถามว่า “ว่างมั้ย คุยได้หรือเปล่า”หรือถ้าคุยกันบ่อยแล้วก็อาจจะถามว่า “ทำอะไรอยู่” “กินข้าหรือยัง” “วันนี้ทำอะไรบ้าง”

...แต่เป็นชายขี้หึงหวงมักจะมีคำถามว่า“อยู่กับใคร?” เผลอหลุดออกมาถามคุณจนติดปากเลยล่ะแล้วก็มักจะพูดจาในทำนองที่ว่าเขารู้ทันเราตลอด พยายามจะโชว์ความเหนือกว่าว่าเขาไม่ได้โง่กว่าคุณ อย่ามาหลอกเขาเชียวทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่ได้รู้อะไรเลย แถมยังมโนไปเองตลอดเวลา

ถ้าผู้หญิงคนไหนไปอยู่ในวังวนของผู้ชายประเภท“ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ” อย่างพวกเขาเข้าไปแล้ว คุณก็ต้องวัดใจแล้วล่ะว่าความหึงหวงที่เขามีมากเกินพอดีจนคุณอึดอัดไปหรือเปล่าหรือว่าพอจะคุยกันได้รู้เรื่อง อย่าลืมว่าความหึงหวงมันก็เกิดจากความรักที่เขามีให้คุณเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของคู่รักทั่วไป

จะหาคนที่ไม่หึงไม่หวงเลยนั้น มันก็มีอยู่ทั่วไป คือ ผู้ชายที่เขาไม่ได้รักเราไงคะ

ฉะนั้น ถ้าความหึงของหนุ่มๆไม่ถึงขั้นรุนแรง ขนาดพาลทะเลาะเบาะแว้งกันทุกวันหรือถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันแล้วล่ะก็ หันหน้ามาพูดคุยกันหมั่นทำความรักให้หวานชื่นดีกว่าค่ะ คนเราถ้าคิดจะคบกัน คิดจะรักกันมันก็ต้องเปิดใจ ต้องยอมรับในตัวตนของกันและกัน อะไรที่ไม่ชอบใจอะไรที่คิดว่าไม่พอดี ก็ลองหยิบยกมาคุยกันเพื่อปรับปรุงแก้ไข

เรื่องไหนที่ดูแล้วเขาคงปรับไม่ได้เราก็ต้องมาถามตัวเองว่ารับได้ไหม

มันก็เท่านั้นแหละค่ะ “ความรัก”

ถ้าคุณพบว่า...แฟนคุณเป็นคนขี้หึงมากแต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะไม่รักเขาคุณก็คงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนนิสัยแบบนี้ ถ้าเรารู้ว่าเขาขี้หึงก็อย่าทำอะไรที่มันจะทำให้เขาหึง แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเรารักเขา อย่าไปทำตัวรักอิสระจนเกินงามอาทิ แต่งตัวโป๊ๆ ไปเที่ยวเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนผู้ชายหรือโกหกเขาเวลาจะไปไหนกับใคร เพราะยิ่งถ้าคุณโกหก แล้ววันนึงเขารู้ขึ้นมาเขาก็จะยิ่งหวาดระแวงมากขึ้นอีก สาวๆ ต้องทำใจนะคะ ถ้าคุณรักอิสระเสียเหลือเกินยังอยากลั้ลลา กับเพื่อนฝูง หรือไปไหนมาไหนแบบไม่มีใครมาจิกมาตามแล้วล่ะก็คำแนะนำง่ายๆ คืออย่าเพิ่งมีแฟน เพราะถ้ามีแฟน คุณก็ต้องยอมรับว่าชีวิตคุณจำต้องมีคนอีกคนมาเกี่ยวข้องเกี่ยวพันด้วยอยู่ตลอดเวลาและทำอะไรก็ต้องนึกถึงคนๆ นั้นด้วย ไม่ใช่คิดเพียงความสุขของตัวเอง

หลายคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ! นี่เรากำลังพูดถึงนิสัยแย่ๆ ของผู้ชายไม่ใช่หรือ?แล้วทำไมมีแต่คำแนะนำให้ผู้หญิงปรับตัว ทำไมไม่โทษผู้ชาย ทำไมไม่ว่าผู้ชาย

คำตอบก็คือ...เราพูดถึงเขาได้รู้ว่าเขาดีไม่ดีตรงไหน แต่เราเปลี่ยนเขาไม่ได้ตามที่เราต้องการหรอกค่ะ ฉะนั้นถามตัวเองจนแน่ใจ ว่าผู้ชายที่คุณคบหา มีนิสัยแย่ๆ แบบนี้ไหม ถ้ามีแล้วคุณยังรับได้ไหม ยังอยากจะอยู่กับเขาไหม ถ้าเขาคือคนที่ใช่ คุณขาดเขาไม่ได้นั่นก็เป็นหน้าที่ของคุณแล้วล่ะ ที่จะประคับประคองความรักให้เดินหน้าต่อไป

แต่ถ้าคุณรับไม่ได้เลยกับนิสัยบางอย่างของเขา และไม่อยากทนกับคนประเภทนี้ ก็ตัดสินใจออกห่างมาเสียแต่เนิ่นๆอย่าปล่อยให้ถลำลึกไปจนกลายเป็นรักต้องทนเลยนะคะ ยุคสมัยนี้บอกตามตรงเลยว่าผู้หญิงก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นฝ่ายเลือกเช่นกันนะคะคุณผู้ชาย

และสุดท้ายก็ฝากเตือนคุณผู้ชายที่ขี้หึงจนเกินงามว่า... ยิ่งห้ามก็ยิ่งยุยิ่งบังคับผู้หญิงก็ยิ่งอึดอัด เลิกกันสักทีเถอะค่ะไอ้การแสดงความรักความหวงแบบโหดๆ เนี่ย มันไม่ได้ทำให้สาวๆ เขารักคุณขึ้นมาหรอกนะบอกได้เลยว่าผู้หญิงจะอยู่กับคุณเพราะขากลัวคุณก็เท่านั้นเอง ถ้าอยากให้ผู้หญิงรักก็จงทำดีกับเขา ไม่ใช่ทำตัวเป็นเจ้าชีวิต ...จบนะคะ...


Trick เด็ด มัดใจผู้ชายขี้หึง

1.จะไปไหนกับใครต้องรายงาน ถ้าคิดว่าโกหกแล้วไม่เนียนอย่าพยายามโกหกเขา

2. อย่าอยู่ในโลกส่วนตัวหรือสังคมออนไล์มากเกินไป สนใจคนข้างกายให้มากหน่อย

3. ไม่ชมชายอื่นต่อหน้าแฟน หรือว่าเปรียบเทียบว่าคนอื่นดีกว่า ถึงแม้จะเป็นดาราก็ห้าม!

4. เวลาเขาหึง เขาระแวง หรือเขาจับผิด อย่าเถียง อย่าเดินหนี ให้เดินเข้าไปหา กอด หอมแก้ม พูดจาหวานๆ ออดอ้อนไปเถอะ เดี๋ยวก็ลืม

5. เวลาจะไปไหนกับเพื่อน ให้ชวนเขาทุกครั้ง แม้จะไม่อยากให้ไปก็เถอะ ถือว่าเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ

6. หมั่นบอกว่า “รักเขาคนเดียว” เท่านี้แหละที่เขาต้องการ


“ถ้าคุณพบว่า...แฟนคุณเป็นคนขี้หึงมากแต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะไม่รักเขา

คุณก็คงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนนิสัยแบบนี้...”


ติดตามอ่านต่อกันได้ ในฉบับเต็ม ตามร้านหนังสือทั่วไป เร็วๆ นี้ค่ะ   มี 2 เล่มคู่กันนะคะ อีกเล่มจะเป็นฝ่ายชายเขียนถึงสาวๆ มาดูกันซิว่าจะมันหยดขนาดไหน

.....^^ เปมี่







 

Create Date : 07 สิงหาคม 2559
0 comments
Last Update : 7 สิงหาคม 2559 12:35:22 น.
Counter : 527 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


poomcommon
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Free TextEditor
Friends' blogs
[Add poomcommon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.