ตุลาคม 2562
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
13 ตุลาคม 2562

:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 238 ::



:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 238 ::


โจทย์ --- ในความทรงจำ

ผู้คิดโจทย์ --- toor36










:: วันก่อนเก่า ::

เรื่องและภาพ : กะว่าก๋า









1. ความทรงจำในวัยเด็กของผมมีน้อยเหลือเกิน
จำได้แค่ว่าเกิดกรุงเทพฯ เรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพฯจนถึงชั้นประถมปีที่ 5
จากนั้นครอบครัวก็ย้ายไปอยู่จังหวัดเลยสองปี แล้วค่อยย้ายมาอยู่เชียงใหม่จนถึงปัจจุบัน



2. ผมเป็นเด็กซึ่งเรียนหนังสือไม่เก่งเลย เคยสอบได้ที่ 30 กว่าจากเด็ก 40 คน
ชอบนั่งหลังห้อง วาดภาพการ์ตูนญี่ปุ่นลงไปในสมุดเรียนเต็มไปหมดทั้งเล่ม
มีเพื่อนสองคนในห้องก็เป็นตัวแสบประจำห้อง ชอบแซวเพื่อนผู้หญิง แกล้งเพื่อนตลอดเวลา



3. จนวันหนึ่งพ่อบอกว่าเราต้องย้ายบ้านแล้วนะ ตอนนั้นธุรกิจของครอบครัวประสบภาวะขาดทุน
พ่อเคยทำเครื่องหนังส่งออกต่างประเทศ จู่ ๆ ก็ถูกโกงจนหมดเงินไปเป็นจำนวนมาก
เท่ากับต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นเรื่องลำบาก หรือเป็นความทรงจำที่แย่
เพราะพ่อกับแม่เลี้ยงดูมาโดยไม่ให้ลูก ๆ รับรู้อะไรมาก และพี่น้องทั้งสี่คนก็ยังเด็กอยู่
มีหน้าที่เรียนหนังสืออย่างเดียว เรียนเสร็จก็เล่นไปวัน ๆ



4. ผมยังจำบรรยากาศตอนนั่งรถสิบล้อออกจากกรุงเทพ ผมนั่งอยู่ด้านท้ายรถ
ข้าวของเครื่องใช้เต็มรถ นั่งมองดูท้องฟ้ายามค่ำคืน ลมตีหน้าไปตลอดทาง
รู้สึกสนุกและไม่เศร้าเลยที่ต้องจากเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนโดยไม่ทันได้ร่ำลา
ชีวิตสองปีที่จังหวัดเลยมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผมในเรื่องศิลปะ
ผมได้เข้าค่ายศิลปะของโรงเรียน ฝึกวาดภาพอย่างจริงจังทุกวันแม้กระทั่งช่วงปิดเทอม
ในยุคนั้นโรงเรียนสองแห่งของจังหวัดเลยมีชื่อเสียงระดับประเทศและระดับโลกด้านการประกวดวาดภาพ
สิ่งที่น่าแปลกใจคือ จากเด็กท้ายห้องซึ่งเรียนไม่เก่ง ผมกลับกลายเป็นเด็กเรียนดี
สอบได้ที่ 1 ได้เป็นตัวแทนโรงเรียนทำหน้าที่แสดงการรำการเต้น
ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วผมเป็นเด็กขี้อายมาก



5. พอย้ายมาอยู่เชียงใหม่ เริ่มเรียนมัธยม 2 ครูถามว่าผมมีความสามารถอะไรบ้าง
ผมเลยบอกว่าพอวาดรูปเป็นครับ ตั้งแต่นั้นผมก็กลายเป็นตัวแทนโรงเรียนในการประกวดวาดภาพ
กระเป๋านักเรียนของผมจะมีสีเตรียมไว้เสมอ บางวันไปโรงเรียนแต่ไม่ได้เรียน
ครูจะแจ้งว่าต้องเป็นตัวแทนไปประกวดวาดภาพที่นั่นที่นี่ ได้รางวัลบ้าง ไม่ได้รางวัลบ้าง
พอเรียนจบระดับมัธยม 3 ผมตั้งใจเลือกเรียนสายอาชีพ ตอนแรกอยากเข้าเรียนคณะศิลปกรรม
แต่พ่อบอกว่าไม่เรียนได้ไหม ? ศิลปินไส้แห้งจะตาย
ผมจึงเปลี่ยนไปเลือกเรียนสถาปัตยกรรมแทน แล้วก็สอบได้อย่างที่ตั้งใจ
5 ปีที่เรียนอยู่ที่นี่ ผมกลายเป็นหัวหน้าห้อง ประธานแผนก และเป็นประธานนักศึกษา
ประสบการณ์ที่นี่เป็นสิ่งที่ผมประทับใจมาก ทำให้ผมอยากเป็นครู
ผมตั้งใจเรียน และชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงวัยนี้การเรียนกับกิจกรรมเป็นสองอย่าง
ซึ่งผมให้เวลากับมันมากที่สุด รวมถึงสิ่งหนึ่งที่ชอบมาก ๆ นั่นคือ การอ่านหนังสือ



6. ผมอ่านหนังสือทุกแนว ว่างเมื่อไหร่ก็เข้าห้องสมุด ทุกอาทิตย์จะเก็บเงินค่าขนมเอาไว้
โดยแทบไม่กินขนมอะไรเลย เพื่อนำเงินเก็บไปซื้อหนังสือที่ร้านหนังสือมือสองมาอ่าน
ถ้ามีเวลาว่างก็ซ้อมกีตาร์ โดยเรียนรู้เอง ฝึกเอง เล่นเองทุกวัน



7. หลังเรียนจบปริญญาตรี ผมกลับมาเป็นสถาปนิกได้หนึ่งเดือน
พ่อบอกให้ไปลาออกเพื่อมาช่วยงานที่ร้าน พ่อจะเปิดร้านเครื่องหนังอีกครั้ง
ผมกับพ่อเริ่มต้นจากติดลบ เพราะพ่อเป็นหนี้ก้อนโต
ซึ่งเกิดจากการส่งเครื่องหนังให้เพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านขาย
พอเพื่อนเจ๊ง พ่อก็ต้องแบกรับหนี้ตามไปด้วย สุดท้ายพ่อจึงตกลงกับเพื่อนว่า
ขอเช่าร้านเดิมมาเปิดใหม่เป็นร้านเครื่องหนังของตัวเอง โดยเปิดร้านทั้ง ๆ ที่ไม่มีทุนและมีหนี้ก้อนโต
ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาทำร้านเครื่องหนังเลย ความตั้งใจจริงคือ อยากเป็นสถาปนิก
แล้วจะไปเป็นครูสอนเด็ก อยากทำงานศิลปะ อยากเล่นดนตรี
ผมใช้เวลาเรียนวิชาสถาปัตยกรรมทั้งหมด 7 ปี ทำงานเป็นสถาปนิก 1 เดือน
ก็กลายสภาพมาเป็นพ่อค้า.... วันที่เดินไปขอลาออกกับเจ้านาย
ท่านยังตกใจ ถามว่ามีอะไรรึเปล่า ผมบอกเจ้านายว่า
เปล่าครับ...พอดีพ่ออยากให้ไปช่วยงานที่ร้าน ตอนนั้นพี่ชายผมไปเปิดร้านถ่ายรูปของตัวเอง
น้องสาวอีกสองคนก็เรียนอยู่ จึงไม่มีใครช่วยพ่อ เจ้านายจึงเข้าใจและอวยพรให้ผม
ในชีวิตนี้ผมจึงมีเจ้านายคนเดียว อีกคนคือพ่อตัวเอง



8. ห้าปีแรกซึ่งทำงานที่ร้าน ผมไม่มีความสุขในชีวิตเลย มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยพบเจอ
วิธีทำงานที่แตกต่าง การทำงานในระบบครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย
ไหนจะลูกน้องจำนวนมาก วัน ๆ เต็มไปด้วยปัญหา ความเครียด
คนร้อยพ่อพันแม่ หลากนิสัย ตั้งแต่ดีสุด ๆ ไปจนเห็นแก่ตัวแบบสุด ๆ
ผมทำงานด้วยความทุกข์ เหนื่อยมาก เพราะเรายังมีหนี้ก้อนโตต้องชดใช้คืน



9. จุดเปลี่ยนของชีวิตเกิดขึ้นเมื่อผมเดินทางไปเที่ยวที่เมืองกุ้ยโจว ประเทศจีน
ไปกับทัวร์ และได้เห็นภูเขาอันยิ่งใหญ่ซับซ้อนตระการตา
วินาทีหนึ่งผมเห็นตัวเองเหมือนฝุ่นผง
ความทุกข์ที่เคยรู้สึกว่ามันกดทับในใจหายไป ผมได้ค้นพบคำตอบอะไรบางอย่างกับตัวเอง
เมื่อกลับมาทำงานอีกครั้ง ผมพบว่าเมื่อเราเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยนได้ในทันที
การงานซึ่งเคยน่าเบื่อหน่าย กลายเป็นขุมทรัพย์แห่งการเรียนรู้
ผู้คนซึ่งผมเคยชิงชัง รังเกียจ กลายเป็นครูผู้สอนสั่งบทเรียนที่ดีให้กับความคิดได้มากมาย
ผมกล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่ผมรัก ผมเคยคิดว่าอยากอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต
แต่เมื่อเปลี่ยนความคิด ผมก็ได้พบผู้หญิงที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิต
แฟนคนแรกที่คบหาและเดินไปขอทำความรู้จัก
กลายเป็นรักแรกพบ และคู่ชีวิตในช่วงที่ผมมีอายุ 28 ปี



10. หลังจากไม่นานนั้นผมก็มีลูก การมีลูกคือความทรงจำซึ่งงดงามที่สุดในชีวิตอีกเรื่องหนึ่ง
ผมไม่เคยมั่นใจเลยว่าตัวเองจะเป็นพ่อที่ดี สมัยเป็นเด็กผมมีโลกส่วนตัวสูงมาก
จนพี่น้องยังเคยบอกว่า บางช่วงเวลาของชีวิตทุกคนในบ้านไม่ค่อยรู้สึกถึงการมีอยู่ของผมเลย
ด้วยเพราะผมเป็นคนเงียบ ๆ ชอบอ่านหนังสือ ชอบฟังเพลง เล่นกีตาร์อยู่คนเดียวในห้อง
ไปเรียนกลับมาก็เดินเข้าห้องทันที ช่วงทำงานก็เหมือนกัน ทำงานเสร็จก็เดินเข้าห้อง
ไม่ออกไปไหนเลย ไม่เดินห้าง ไม่ดูหนัง ไม่เที่ยว ผมใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองมากเหลือเกิน
แต่การมีลูกเปลี่ยนมุมมองทุกสิ่ง เปลี่ยนตารางชีวิตทุกอย่าง
เปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนวิธีมองโลก เปลี่ยนนิสัยของตัวเอง
ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายเหลือเกินจากความเป็นพ่อ
และผมคิดว่ามันคือการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากของชีวิตอย่างแท้จริง



11. ในความทรงจำ วัยเด็กของผมเหมือนสูญหายไป
อาจเพราะผมใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่รู้สึกว่าตัวเองจนหรือรวย
ไม่รู้ว่าตัวเองเก่งหรือโง่เขลา ไม่รู้สึกว่าตัวเองสบายหรือลำบากกว่าใคร
ผมใช้ชีวิตอยู่ในความเงียบสงบของตัวเอง
ใช้ชีวิตง่าย ๆ จนบางครั้งเกือบจะไม่มีอะไรน่าจดจำ

พอโตขึ้นมาจึงเริ่มมีวีรกรรมแสบ ๆ บ้าง ในตอนที่เป็นวัยรุ่น
ไม่ได้เกเร แต่ออกแนวดื้อเงียบโดยเฉพาะกับครูและอาจารย์
หากเห็นว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ถูกใจ ผมไม่เคยยอมรามือง่าย ๆ
นิสัยใจร้อนไม่ยอมคนจึงติดตัวมาจนถึงช่วงทำงาน
ผมเคยเป็นเจ้านายที่ไม่น่ารัก อารมณ์เสียทีเหมือนระเบิดลง
ด่าลูกน้องกระเจิดกระเจิง เป็นแบบนี้อยู่นาน

รวมทั้งช่วงแรก ๆ ที่สอนลูก ก็สอนลูกด้วยความเด็ดขาดเกรี้ยวกราด
แต่ผมเตือนตัวเองตลอด พยายามปรับปรุงแก้ไขตนเองตลอด
ผมไม่ชอบตัวเองตอนโกรธ ไม่ชอบตอนที่ขาดสติ และใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล
ทุกอย่างต้องเรียนรู้ และผมพร้อมที่จะตรวจสอบตนเองอยู่เสมอ
เพื่อขัดเกลาตนเองให้เป็นพ่อที่ดีกว่าเดิม



12. ช่วงหลังผมเขียนหนังสือทุกวัน มันเป็นการสำรวจตรวจสอบตัวเองที่ดี
หลายครั้งข้อความซึ่งเขียนลงไปในสมุด ช่วยดึงรั้งสติ ช่วยเตือนใจ สอนใจ
ให้ผมฉุกคิดถึงวิธีการคิด วิธีการใช้ชีวิตของตัวเอง ว่าถูกต้องเหมาะสมแล้วหรือยัง












“ความทรงจำ” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย
ผมคิดว่ามันเป็นครูที่ดี ให้ประสบการณ์ ให้บทเรียน
ทำให้เราได้มองเห็นตัวเองอย่างที่เป็น มองโลกอย่างที่เป็น มองคนอื่นอย่างที่เป็น
ไม่ใช่คอยใช้ความเชื่อ ความคิด ความต้องการของเรา
ไปเรียกร้องตัดสินให้ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็นอย่างที่เราต้องการ
การทำแบบนั้นมีแต่สร้างความทุกข์ สร้างคอกคุกขังความสุขในใจตน


“ในความทรงจำ” ของผม
ทุกอย่างคือ รอยประทับที่แนบลงไปในหัวใจ
คือ ความหมายที่ขีดเขียนไว้ในความคิด
และทั้งหมด คือ
“ชีวิต” ของผมที่ผ่านมา
และกำลังจะผ่านไป






















 



Create Date : 13 ตุลาคม 2562
Last Update : 13 ตุลาคม 2562 6:19:36 น. 15 comments
Counter : 782 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณmultiple, คุณเริงฤดีนะ, คุณRananrin, คุณJinnyTent, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณtuk-tuk@korat, คุณtoor36, คุณNior Heavens Five, คุณmcayenne94, คุณhaiku, คุณALDI, คุณSai Eeuu


 
อ่านจบ แต่ภาพไม่ชึ้น เน็ตทาก
เป็นข้อเขียนบรรยายที่แจ่มชัด ดีมาก
ได้รู้จักคุณก๋ามากขึ้นค่ะ

ตะพาบนี้ของพี่คงต้องส่งวันอังคาร



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:6:32:29 น.  

 
หน้าคุณก๋า ตอนเด็กนี่ ทั้งท่ากินไอติม แถมทัดดอกไม้
แถมนุ่งโสร่ง รำขวานอีก ถ้าไม่บอก อ.เต๊ะ ติดว่า ต้องใช่ แหงๆ อิอิ

คุณก๋า บอก เหรอ ทีเอ็งตอนเด็กๆ ชอบใส่ส้นสูง แต่งหน้า ทาปากแดงแป๊ด ข้ายังไม่ว่าเอ็ง ซักคำ เย้ย 555

ตอนเด็กๆนี่ อ.เต๊ะ ก็ชอบวาดรูปมากเหมือนกัน
เส้นทางการเรียน ถึงมาเป็นศิษย์ สถาบันเดียวกันได้นะครับนี่

แต่หน้าคุณก๋าตอนวัยสะรุ่นนี่ หน้าเรียกหาอาวุธมากเลยนะครับ 555

นึกถึงสมัยที่ นศ.ชอบตีกันนี่ ทั้งวิศวะ ถาปัตย์ ครุ
ถ้า อ.เต๊ะ วิ่งไปเจอคุณก๋าละก็ ต้องเปิดก่อน แหงๆ หน้าหยั่งงี้ ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด 555

ส่วนเส้นทางการทำงานนี่ กลับกัน คุณก๋าอยากเป็นครู
แต่กลับมาทำ ธุรกิจ

แต่อ.เต๊ะ ไม่อยากเป็นครูเล้ยยย เค้าบอกเกลียดอะไร จะได้อย่างนั้น สุดท้ายก็มาเป็นครู มากกว่าเป็นสถาปนิก ซะอีกแน่ะ 555

ชีวิตไม่มีเรื่องที่ตรงไปตรงมา มักจะมีเงื่อนไขหลายอย่าง ต่างกรรม ต่างวาระ ต่างหน้าที่ และบทบาท

สำคัญที่ เราจะทำหน้าที่ของเรา ในช่วงชีวิตนั้นๆให้ดีที่สุด อ.เต๊ะ เชื่อว่า ถ้าคุณก๋า ได้เป็นครูก็น่าจะเป็นครูที่ดีคนนึง

และถึงแม้จะไม่ได้เป็นครูอย่างที่ตั้งใจ แต่ก็น่าภูมิใจในเรื่อง ที่เป็น ลูกที่ดี ช่วยเหลือกิจการและเลี้ยงดูพ่อแม่ ผู้มีพระคุณ

เป็นเจ้านายที่ดี กับลูกน้อง และเป็นพ่อดีให้กับลูกชาย
เป็นสามีที่ดี ให้กับภรรยา

ทั้งหมด ทั้งปวงที่ อ.เต๊ะ พูดมานี่ ก็หวังไว้ว่า คุณก๋า จะใจอ่อน ให้ อ.เต๊ะ ยืมสตางค์10ล้าน ซักวันนะครับ เย้ย 555



โดย: multiple วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:7:49:22 น.  

 
*ชีวิต คือ การต่อสู้
*เป้าหมาย มีไว้พุ่งชน
*ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันไป
*ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
*ท้อได้ แต่อย่าถอย..

ทั้งหมดทั้งมวล รวมอยู่ในตัว จขบ.คนนี้



หล่้อเชียวนะคะ คุณสมัย วัย สะ รุ่น

เป็นตัวอย่างแบบอย่างที่ดี ...เชียวค่ะ
สำหรับน้องๆหลายๆคนที่เข้ามาอ่านบล็อก



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:7:53:16 น.  

 
สวัสดีวันอาทิตย์นะคะพี่ก๋า ^^
ประสบการณ์ชีวิตสอนอะไรเราได้มากจริงๆ นะคะ
ตอนเป็นเด็กเราก็ยังไม่รู้ โตมาถึงค่อยๆ เข้าใจ
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวชีวิตของพี่ก๋าค่ะ


โดย: Rananrin วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:9:22:58 น.  

 
อ่านชีวิตคุณก๋าแล้ว
เหมือนธรรมดา แต่บะธรรมดาเลยเจ้า
มีจุดที่สุดของแต่ละช่วงชีวิตตลอด
แล้วคุณก๋าก่อผ่านมันมาได้ตลอด
และเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านั้น
พัฒนาตัวเองหื้อดีขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ

เกยอ่านวีระกรรมในสมัยเรียน และที่ทำงานผ่อง
ในบล็อกคุณก๋าที่เคยเล่า บะประติดประต่อหลายครั้ง
ดูเหมือนกันเป็นคนสุดโต่ง อารมณ์ร้อน กล้าได้กล้าเสีย
ซึ่งผิดกับตัวตนที่เขียนผ่านบล็อกในปัจจุบันที่เฮาได้ฮู้จักกันมา

ซึ่งกะดีละเจ้าที่ฮู้จักกันตอนนี้
บะเหมือนตะก่อน 5555555++

เป็นชีวิตที่มีความน่าสนใจตรงที่
การเปลี่ยนแนวความคิด ชีวิตปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
การคิดที่เปลี่ยน เปลี่ยนชีวิตทุกครั้ง
น่าชื่นชมเจ้า

คุณก๋าในปัจจุบัน เป็นคนที่น่าชื่นชมคนหนึ่ง
ในการวางตัวในสังคม ผ่านเฟชบุ๊ค ผ่านบล็อก
และต่อหน้าผู้คนที่ไปพบเจอทีร้าน
หวังว่าเฮาจะเป็นเพื่อนบล็อกที่ดีของกันตลอดไปเน้อเจ้า
ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้ง อิอิ





โดย: JinnyTent วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:11:30:07 น.  

 
คุณก๋าเป็นนักต่อสู้ ต่อสู้กับจิตตนเอง ต่อสู้กับอาชีพการงาน
เยี่ยมเลยครับ..

ภาพทัดดอกไม้ น่ารักครับ 555 เวสป้ารุ่นเดียวที่ผมซื้อเลย

การคิดนอกกรอบ แล้วกลับมาพิจารณาว่าสิ่งใดที่เหมาะสมแล้วค่อย
ปรับเข้าสู่สังคมผมว่าดีนะครับ



โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:13:07:18 น.  

 
ดีเนาะได้ค้นพบตัวตนของตั๋วเก่า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:18:00:29 น.  

 
ศิลปินไส้แห้ง ผมนึกถึงอาจารย์เฉลิมชัยเลยครับ ด่าเสียจนเรียกสติออกมาได้เลย "ไอ้กระจอกไง"

ชีวิตคนเราต้องจุดเปลี่ยน เพียงแต่มันจะเป็นเมื่อไหร่ และเปลี่ยนอย่างไรเท่านั้นเอง

ความทรงจำที่ผ่านมาไม่ว่ามันจะดีหรือร้าย มันก็เป็นสิ่งที่หล่อหลอมให่เราเป็นเราอย่างทุกวันนี้


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:18:19:23 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่ก๋า
ลองทำดูนะคะ ^^


โดย: Rananrin วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:19:28:04 น.  

 
เป็นความทรงจำทุกช่วงของชีวิตที่อ่านแล้วเห็นภาพตามไปด้วยจริงๆ

ค่ะคุณก๋า ยังดีที่มีคุณพ่อปูทางแล้วสานต่อถือว่ามีต้นทุนชีวิตที่ดีค่ะ

อุปสรรคเรื่องด้านทางการค้า อยู่ช่วงจังหวะจริงๆค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:19:35:36 น.  

 
พี่อ้อก็ว่าคุณก๋าดื้อเงียบค่ะ
ไม่ดื้อไม่มาถึงวันนี้ดอก..
ไม่ดื้ออยู่กับคนเดียว
คือ มาดาม..
อ้อ ..แถม หมิง หมิง อีก คน


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:20:05:20 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับพี่ก๋า
ทุกความทรงจำไม่ว่าดีหรือร้ายล้วนแต่เป็นครูสอนให้เราใช้ชีวิตต่อไปในวันข้างหน้า ผมเชื่อว่าเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของพี่ก๋าจะเป็นไอดอลของผมและอีกหลายๆคนที่กำลังสู้ชีวตต่อไปครับ
โหวตครับ


โดย: Nior Heavens Five วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:21:18:54 น.  

 
ตอนเด็กๆน่ารักดีค่ะ
รูปโทรศัพท์ คล้ายเด็กผู้หญิง
ตู้โชว์สมัยนั้นมีทุกบ้าน
ตุ๊กตาชาวเขาในตู้เหมือนที่บ้านเลยค่ะ

บางทีชีวิตก็เลือกทางเดินเองไม่ได้
ถ้าไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำอยากเป็นมันเป็นสิ่งที่นึกแล้วเสียใจหรือเสียดาย แต่มันก็ผ่านมานานแล้ว

มันไม่สำคัญจะเป็นอะไร ทำอะไร
ถ้าชีวิตหนึ่งได้เติบโตก้าวเดินทางจิตวิญญาณ
นั่นก็คุ้มค่าแล้วสำหรับชีวิตหนึ่ง
จะมีประโยชน์อะไร ถ้าสมปรารถนา สุขตลอดชีวิต
แต่จิตวิญญาณไม่พัฒนา. ปัญญาเท่าเดิม
ตายแล้วเกิดแล้วเกิดอีกไปอีกชาติก็เท่าเดิมค่ะ

คุณก๋าควรขอบคุณเรื่องราวใน ชีวิตทั้งหมด
ที่ทำให้เกิดผลมาวันนี้



โดย: mcayenne94 วันที่: 13 ตุลาคม 2562 เวลา:23:14:06 น.  

 
วันก่อนเก่าของคุณก๋า น่ารักดีค่ะ
ชีวิตคือการต่อสู้จริง ๆ นะคะ
จนกว่าจะพบตัวตนของเราเอง


โดย: ALDI วันที่: 14 ตุลาคม 2562 เวลา:0:20:50 น.  

 
ถ้าทุกรูปเป็นของคุณน้องก๋า อยากบอกว่า หมิงหมิง ถอดพ่อมาเป๊ะเลย

ถ้าทุกคนอ่านจบ จะรู้ว่า ชีวิตคุณน้อง เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาดีแท้ๆ แต่กลับโชคดีในเรื่องความรักค่ะ

และการเขียนเรื่องราวครั้งนี้ ถ้าทุกคนอ่านจบ จะได้ข้อคิดอะไรหลายๆ อย่างเลยค่ะ

เป็นคนที่เขียนเรื่องราวได้เก่งมากค่ะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 14 ตุลาคม 2562 เวลา:1:06:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 360 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]