กรกฏาคม 2564
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
16 กรกฏาคม 2564

: ก๋าราณีตอบคำถามน้อง Piyapong :


: ก๋าราณีตอบคำถามน้อง Piyapong :


ในมุมมองของพี่ การศึกษาแบบทางโลก
วิชาการ ปรัชญา หรือศาสตร์ทางโลกทั่วไป
เพื่อเป็นการเติมเต็มความรู้ของตนเอง
กับการศึกษาทางธรรมอย่างพุทธที่เรารู้จักกัน
มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไรไหมครับ

โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบคำพูดหนึ่งไม่แน่ใจว่าฟังมาจากท่านใด
ท่านเคยเปรียบเทียบว่า


"การศึกษาทางโลกเป็นการศึกษาไม่รู้จบ
แต่การศึกษาทางธรรมนั้นรู้จบ"



คำถามโดย : Piyapong Nimkulrat









พี่ก๋ามีคำพูดคำหนึ่งที่บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า



“ชีวิตคือการค้นพบ ไม่ใช่การค้นหา”


การศึกษาทางโลกกับทางธรรมต่างกันไหม ?
ก่อนจะดูว่ามันต่างกันตรงไหน
พี่กลับคิดถึงการศึกษาสองแบบที่เคยศึกษามาในชีวิต



แบบที่หนึ่ง – ศึกษาจากสิ่งต่าง ๆ นอกตัว
แบบที่สอง – ศึกษาจากสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวเอง




1.ศึกษาจากสิ่งต่าง ๆ นอกตัว คือ การค้นหา
เราแสวงหาคำตอบจากความสงสัยในทุกเรื่อง
การศึกษาในระบบก็เป็นแบบนี้ ตั้งคำถาม หาวิธีหาคำตอบ พบคำตอบ
ข้อสงสัยหนึ่งจบไป ข้อสงสัยใหม่ก็เพิ่มเติมเข้ามา
จบจากเรื่องนี้ ก็ไปเรื่องนั้น สงสัยไปเรื่อย ๆ
บางครั้งรู้มาก เรียนมาก ไม่ได้แปลว่ารู้จริง
หากความรู้นั้นเป็นเพียงการจำแล้วนำไปเก็บไว้เป็นข้อมูลในสมอง
หลาย ๆ ความคิดที่เรารู้ เป็นความรู้ที่คนอื่นคิดให้ หรือคิดไว้นานแล้ว
เราแค่หามันเจอ จดจำ แล้วเก็บมาเป็นความรู้ของเรา




2.ศึกษาจากสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวเอง คือ การค้นพบ
ค้นพบความจริงของชีวิต ว่าชีวิตคืออะไร
เราเกิดมาทำไม เวลาเกิดสิ่งที่ไม่ต้องการ เช่น การเจ็บป่วย ความสูญเสีย
หรือความตาย ความพลัดพราก เราทำอย่างไรกับมัน
วางท่าทีในการคิดอย่างไรที่จะไม่ทำให้ตัวเองจมทุกข์จนทำอะไรไม่ได้
สิ่งนี้จึงหาจากข้างนอกไม่ได้ ต้องย้อนมาสำรวจตรวจสอบความคิดของตนเอง
ด้วยตนเอง เพราะใครก็ทำให้เรารู้ไม่ได้ ทำแทนเราไม่ได้
ความรู้แบบนี้จะเรียกว่าธรรมะ หรือ เรียกว่าอะไรก็ได้
ทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตนี้ได้ รู้แจ้งได้ด้วยตนเอง
จะโดยวิธีใดก็ได้ นับถือศาสนาใดก็ได้ เพราะ “ความจริงแห่งชีวิต” ที่รอการค้นพบอยู่นั้น
ไม่มีอะไรต่างกันเลย




การศึกษาโลกนอกตัวจึงไม่มีวันจบสิ้น
เหมือนที่เขาบอกว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นตั้งแต่เกิดจนตาย
แต่การศึกษาโลกในตัวนั้น
หากค้นพบเจอได้ เราก็ตายไปแล้วก่อนที่จะตายจริง ๆ (ตายก่อนตาย)
คือ ตายจากความรู้นอกตัวที่ไม่ได้เป็นสัจธรรม
เพราะเมื่อคน ๆ หนึ่งไม่ถูกความทุกข์ ไม่ถูกความหลงผิดครอบงำจิตใจ
เขาก็ได้อยู่เหนือพ้นไปจากการเกิดการตายแล้วนั่นเอง

การเรียนรู้ที่แท้จริง จึงต้องเรียนไปแบบควบคู่กัน
ทั้งทางโลก และ ทางธรรม
แม้ความรู้ทางโลกจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ วิวัฒน์ไปเรื่อย ๆ
แต่ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องทิ้งความรู้ทางโลก
เพื่อมุ่งไปสู่ความรู้ทางธรรมเพียงอย่างเดียว


สุดท้ายแล้ว ความรู้ทางโลกหรือทางธรรม
ก็เป็นทางเดียวกัน นั่นคือ “หมื่นรู้ มิสู้ปล่อยวาง”
มีแต่คนที่รู้ --- แล้ววางสิ่งที่ตนรู้ได้ทั้งหมดเท่านั้น
จึงจะเรียกว่า
“ผู้รู้ที่แท้จริง”




















 



Create Date : 16 กรกฎาคม 2564
Last Update : 16 กรกฎาคม 2564 6:30:59 น. 15 comments
Counter : 525 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณหอมกร, คุณทนายอ้วน, คุณkae+aoe, คุณThe Kop Civil, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณเริงฤดีนะ, คุณโอพีย์, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณblue_medsai, คุณตะลีกีปัส, คุณtuk-tuk@korat, คุณmultiple, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณสองแผ่นดิน


 
แหมภาพประกอบดูลึกซึ้งแม้วิทยาศาสตร์เจริญแค่ไหน
แต่ก็ต้องมุ่งแสวงหาความเจริญในจิตใจด้วยนะคุณก๋า



โดย: หอมกร วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:7:46:51 น.  

 
การศึกษาทางธรรมจบที่นิพพานหรือเปล่าครับ สงสัยๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:8:10:16 น.  

 
หายากนะคะผู้รู้ที่แท้จริง
มีแต่คนที่คิดว่าตนเป็นผู้รู้


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:9:47:59 น.  

 
อ่านของคุณก๋าวันนี้แล้วมานั่งคิดได้ว่าเรายังไม่รู้จริงเหมือนกันครับ เกิดจากการท่องจำยังไม่ฝังลึกลงในสมอง มีแค่บางเรื่องเท่านั้นที่สามารถลงมือทำได้เลย เหมือนเป็นความชำนาญส่วนตัว
ผู้รู้ที่แท้จริงนี่ระดับสุดยอดเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:10:00:10 น.  

 
ชอบแบบนี้จังเลยค่ะ

มีถาม มีตอบ ได้อ่านแนวคิดดีๆ ค่ะ



โดย: Love Memoirist (blue_medsai ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:14:38:48 น.  

 
การศึกษาไม่มีวันสิ้นสุดอ่ะนะครับ พี่ก๋า
แต่สิ่งที่จำเป็นคือกระบวนการเรียนรู้
บางคนต้องการเรียนรู้ แต่ กระบวนการ มันไม่อำนวยให้เค้าได้เข้าถึง ทำให้เค้าต้องหยุด Lifelong Learning ไปอย่างน่าเสียดาย


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:14:40:55 น.  

 
จากบล๊อก
ป้าขายเก่งแหละครับ 55555 จ้องจะขายน้ำ 4 แก้ว แหม่......

ทำงานค้างาน อัธยาศัยกับความใส่ใจลูกค้านี่สำคัญเนอะครับพี่
บางทีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นมิตรได้
แต่ป้าบอกมุกทุกวันที่เดินผ่านนี่เขินเลยพี่
ป้าคงคิดว่า เดินอยู่นั่นแหละ เอ้งไม่เข้ามากินซักที!!! 555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:15:04:15 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

วันนี้เป็นก้อนหิน ไม่ซึมซับอะไรเลยค่ะ
มันมึนๆตื้อๆ ไม่อยากรับรู้อะไร
ง่วงอย่างเดียวเลย
ค้นหา ค้นพบคู่กันไปค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:15:55:15 น.  

 
ศึกษาไปศึกษามาจะพบว่าเรานี่มันไม่รู้อะไรเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:16:13:47 น.  

 
ต๋อนนี้ต้องวางโควิดไว้ก่อนเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:16:36:53 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า

เมื่อคืนไม่ทันได้อ่าน แต่ขออ่านของใหม่วันนี้ก่อน
ชอบคอลัมน์ก๋าราณี (ผมทันคอลัมน์นั้นเหมือนกันครับ อิอิ)
มีไปอีกนานๆ นะครับ
เห็นด้วยที่ว่า
การเรียนรู้ที่แท้จริงต้องเรียนไปคู่กันทั้งทางโลกและทางธรรม
เพราะทั้งสองอย่างเอื้อหนุนกันครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:17:21:45 น.  

 
ทางโลกนี่ การศึกษา ไม่รู้จบจริงๆ
อ.เต๊ะ หนวดหงอกแล้ว ยังต้องเรียนรู้เรื่องใหม่ๆอยู่ตลอด

แต่ทางธรรม ก็เหมือนเป็นปริศนา ถ้าเข้าถึงได้ ก็น่าจะพบคำตอบทั้งหมดนะครับ

ปล.วันนี้ งานเข้าอีกแล้วครับ แท๊งน้ำล้น วาล์วลูกลอยเสีย
น้ำล้นไหลนองเลย เดาๆขนาดไปซื้อ ดันซื้อถูกซะอีกแน่ะ เอาเข้าไป จัดการเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ช่างเต๊ะ ทำได้อีกแล้วครับ 555



โดย: multiple วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:17:32:02 น.  

 
สวัสดี ยามเย็นจ้ะ น้องก๋า

บล็อกวันนี้ เธอตอบคำถามและอธิบายคำถามได้แจ่มแจ้ง ชัดเจน
การค้นพบ สำคัญกว่าการค้นหาแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม การค้นหา
เป็นฐานของการนำไปสู่การค้นพบจ้ะถ้าไม่ค้นหา การค้นพบก็ยากนะ
เพียงแต่การค้นหาอยู่ภายนอกเห็นได้ชัดเจนกว่าการค้นหาภายในจิต
ของเรามากที่เดียว เพราะคนเรามักเข้าข้างตัวเองไม่ค่อยได้ใช้จิตใน
การพิจารณาจิตตัวเอง จึงเป็นทุกข์ เพราะไม่ปล่อยวาง

"การเรียนรู้ที่แท้จริง จึงต้องเรียนไปแบบควบคู่กัน
ทั้งทางโลก และ ทางธรรม
แม้ความรู้ทางโลกจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ วิวัฒน์ไปเรื่อย ๆ
แต่ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องทิ้งความรู้ทางโลก
เพื่อมุ่งไปสู่ความรู้ทางธรรมเพียงอย่างเดียว"

"สุดท้ายแล้ว ความรู้ทางโลกหรือทางธรรม
ก็เป็นทางเดียวกัน นั่นคือ “หมื่นรู้ มิสู้ปล่อยวาง”
มีแต่คนที่รู้ --- แล้ววางสิ่งที่ตนรู้ได้ทั้งหมดเท่านั้น
จึงจะเรียกว่า “ผู้รู้ที่แท้จริง” "

ชอบบทสรุปตอนจบของเธอ เลยคัดมาชม จ้ะ

โหวดหมวด งานเขียนฯ



โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:18:25:20 น.  

 
จากบล๊อก
ถ้าคนขายหน้างอ คอหัก งี้ผมก็เซ็งนะครับ
แต่ถ้าเป็นร้านโปรดมาดาม ยังไงก็ต่องแวะนะครับพี่ก๋า
แม่ค้าหน้างอไม่เท่าไหร่ แต่บอสใหญ่หน้างอไม่ได้~~~ 5555

ถ้าผมเจออาการนี้ผมจะ…..ออกอาการกวนเท้าทันที
แบบห้ามตัวเองไม่ได้เลย 555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:22:03:03 น.  

 
รู้ทางโลก มีแต่ทำลายโลก ล้างโลก
รู้ทางธรรม หลุดพ้นไปจากโลกนี้

ค่ำๆฝนตกหนัก แล้วก็ตกพรำๆจนถึงเวลานี้ครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:23:47:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 378 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]