เมษายน 2562
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
13 เมษายน 2562

:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - บทเรียน ::



:: บทเรียน ::

เขียน : Hermann Hesse
แปล : สดใส










นวนิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1906
นับถึงปีนี้ก็ 100 กว่าปีแล้ว
แต่เมื่ออ่านเนื้อหาภายในเล่ม กลับพบว่า “แก่นแกน” ของเรื่อง
ไม่เคยตกยุคตกสมัยเลย มันยังคงตีแผ่ความจริงอันแสนเจ็บปวด
ของเหล่าเด็กเรียนผู้เก่งกาจแต่ปราศจากความสุขในชีวิตได้อย่างแจ่มชัด


ปัญหาในวัยเด็กยังคงสาดสะท้อนปัญหาให้สืบเนื่องไปจนโต
กลายเป็นบาดแผลทางจิตวิญญาณ เป็นหลุมดำในความรู้สึก
สร้างคนที่ขาดความสุขให้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความสับสนในตัวเอง



“โรคซึมเศร้า”
หลายปีที่ผ่านมา...เราได้ยินคำนี้มากขึ้น ๆ
มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าตกใจ
ไม่เว้นแม้แต่เด็กน้อยที่ควรจะมีความสุขในชีวิต


ฮันส์ กีเบนราธ ตัวเอกของเรื่อง คือ เด็กหนุ่มผู้ปราดเปรื่อง
เป็นความหวังหนึ่งเดียวอันสูงสุดของพ่อ
เป็นอัจฉริยะที่เก่งกาจของครูในโรงเรียน
เป็นแสงอันเจิดจ้าของโบสถ์เล็ก ๆ ในชนบทของเยอรมัน

ฮันส์แบกรับความคาดหวังทั้งปวงของทุกคน
ไว้บนบ่าของตน ชีวิตที่ควรเต็มไปด้วยการเล่นของเด็ก
จึงถูกจำกัดวงให้เหลือเพียงการท่องจำเนื้อหาวิชา
ทำแบบฝึกหัด เรียน เรียน เรียน และเรียน
ยิ่งเรียนรู้เนื้อหาวิชายากยิ่งขึ้นไปมากเท่าไหร่
หมายความว่าเขาเก่งมากขึ้นเท่านั้น

และจุดหมายปลายทางของเด็กที่เก่งที่สุดฉลาดที่สุดในยุคนั้น
คือ การสอบเข้าศาสนวิทยาลัยโปรแตสแตนต์
จากนั้นเขาจะจบออกมาเป็นพระนักบวช
หรือไม่ก็ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย


ฮันส์สอบผ่านได้ในครั้งแรก
เขาจากบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อไปเป็นนักเรียนประจำที่ศาสนวิทยาลัยแห่งนี้
พร้อมเพื่อนใหม่ ชีวิตใหม่ แนวคิดใหม่
แต่ความคาดหวัง ความกดดันจากการเรียน
กลายไปเป็นความทุกข์ ความเศร้า ความหน่ายเนือย
เพื่อนของเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ทุกคนมีปัญหาของตน
ตัวเขาเองก็มีปัญหา

การเรียนกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายฮันส์
ความคาดหวังจากคนรอบข้างทำให้เขาไม่เคยมีความสุข
การเรียนการสอน กฎระเบียบในวิทยาลัยทำให้เขาเป็นทุกข์
ความรักของชายรักชายทำให้เขาเก็บซ่อนรักนี้ด้วยความเจ็บปวด

สุดท้าย...ฮันส์กลายเป็นผู้พ่ายแพ้ต่อระบบการศึกษา
เขากลายเป็นผู้ป่วยโรคประสาทที่ต้องออกจากสถานศึกษาแบบคนหมดไฟ


การกลับบ้านเพื่อเผชิญสายตาและถ้อยคำแห่งความคาดหวัง
ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวด การไม่อาจรักผู้หญิงในแบบที่ควรจะเป็น
ทำให้เขากลัว ทำให้เขาสับสน ทำให้เขามองไม่เห็นความงามในชีวิตอีกต่อไป
ที่สุดของปลายทางคนเก่ง กลับเป็นความตายอันเย็นเยียบและเหน็บหนาว

หลายครอบครัวกำลังเลี้ยงลูกด้วยความคาดหวังอันสูงลิบ
ตารางเวลาของเด็กเต็มไปด้วยการเรียน การเตรียมสอบ การติวเข้ม
ผลการเรียนของลูกในแต่ละเทอมราวกับคำพิพากษาตัดสินคดีนักโทษ
เกรดคือตัวบ่งบอกคุณภาพของลูก ไม่ใช่รอยยิ้มและความสุข
เด็กเครียด เด็กเบื่อหน่ายการเรียน เด็กหมดความสุข
แต่พ่อแม่บอกว่า ถ้าแค่นี้ไม่สู้ จะเอาตัวรอดได้ยังไง
ถ้าเรียนไม่เก่งจะมีชีวิตที่ดีได้ยังไง
ถ้าไม่ตั้งใจเรียนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้อย่างไร


ทุกอย่างถูกขมวดปมไว้เพื่อตอบคำถามเรื่องความสำเร็จ ชื่อเสียง เงินทอง
ทุกสิ่งที่แบกรับไว้บนบ่าอันหนักอึ้งของเด็ก
มีแต่คำว่า ลูกต้องตั้งใจ ต้องพยายามให้มากกว่านี้
ต้องชนะเพื่อให้ได้ ต้องสอบให้ได้ที่หนึ่ง ต้องทำให้ได้คะแนนเต็ม
ต้องทำให้ดีกว่านี้ ต้องได้ดีกว่าทุกคน ฯลฯ

ฮันส์ในเรื่องอาจตายไปแล้วในหน้าวรรณกรรมเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว
แต่ฮันส์ในสังคมไทยจะยังคงมีอยู่ต่อไป คนแล้วคนเล่า
คนแล้วคนเล่าจากระบบการศึกษาอันเคร่งเครียด
จากพ่อแม่ผู้คาดหวังผลลัพธ์อันสมบูรณ์แบบ
ซึ่งไม่เคยสร้างความสุขอะไรใดใดให้กับเด็ก ๆ เลย















 



Create Date : 13 เมษายน 2562
Last Update : 13 เมษายน 2562 6:22:04 น. 12 comments
Counter : 1912 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtuk-tuk@korat, คุณญามี่, คุณmcayenne94, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณThe Kop Civil, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 
ที่แท้เป็นหนังสือ กำเนิด ชายรักชาย เอ๊ะหรือ กำเนิด โรคซึมเศร้า นี่เอง เย้ย ไม่น่าใช่ อิอิ

คุณก๋าบอก เอ็งนะซิ ชายรักชาย เอ็งใช่ ใช่มั้ย สารภาพมาซะดีๆ ไอ้บร้า 555

ประเด็นอื่น ดีๆ เอ็งดันไม่สนใจ เอ็งมันเหลือเกิน จริงๆ นะตัวเอง เย้ย ดูซิ พาเอาข้าเคลิ้มไปด้วย 555

เอาแบบ คนดีๆมั่ง เอ๊ย แบบเป็นการเป็นงานมั่งนะครับ
จริงๆไม่น่าเชื่อเลยว่า ปัญหาแบบนี้ มีมาแต่ยุคโบราณ
ตั้งแต่ ความเชื่อ วิธีคิด ศาสนา ใครหลุดจาก วงจรนี้มาได้ ชีวิตก็จะมีความสุขได้ในโลกใบนี้นะครับ

หรือตะเอง ว่าไงละจ๊ะ เย้ย เค้าเผลอตัว อีกแย้ว 555



โดย: multiple วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:7:39:03 น.  

 
พี่ก็เป็นฮันส์อยู่กว่า 20 ปี เพื่อวิ่งตามความฝันของพ่อ
ที่อยากได้ลูกชายที่เรียนเก่งมากๆ แต่จะว่าไป การที่พ่อ
เคร่งเครียดกับวิธีการนี้ก็ทำให้พี่กระเดียดไปทางแข็งๆ
แบบผู้ชายไม่น้อย และอาจเป็นต้นแบบของพี่หนูหล่อก็ได้
ทำให้เมื่อพี่หลุดออกมาจากกรอบของพ่อ ก็กลายมา
เป็นผู้หญิงที่ผ่านการสู้รบกับชตากรรมมาแบบสู้ยิบตา
ไม่ได้มีปมใดเลย ถือเป็นโชคด้วยซ้ำไป แต่ก็เชื่อว่า
ยากที่คนอื่นจะมีโชคเช่นนี้ พี่คงต้องขอบคุณคุณแม่
ที่บ่มเพาะธรรมะให้พี่มาแต่วัยเยาว์

พี่เคยอ่านต้นฉบับของเรื่องนี้ อ่านเผินๆก็จะได้เนื้อหา
ดีมากระดับหนึ่ง แต่ความคิดและภาษาของ
Hermann Hesse ลึกล้ำมากจนไม่อยากแปลเพราะ
จะทำไม่ได้ดีเท่าต้นฉบับ เก็บเขาขึ้นหิ้งไว้เลยค่ะ
เป็นวรรณกรรมที่ไร้กาลเวลาจริงๆ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:9:00:13 น.  

 

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะคุณก๋า

ป.ล.โรคซึมเศร้าเราขอห่าง ตอนนี้ขอเป็นโรคร่าเริงบันเทิงจิตค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:11:26:45 น.  

 
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ..คุณก๋า..

พ่อแม่ที่คาดหวังขีดเส้นทางให้เด็กเดิน
ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้..ถ้าเด็กชอบก็มีความสุข
ในเส้นทางที่พ่อแม่เลือกให้..แต่ในทางตรงกันข้ามเด็กไม่ชอบฝืนความต้องการ(ที่ปฏิเสธไม่ได้)..จะมีความสุขได้อย่างไร...

“อยากเห็นรอยยิ้มสดใสของเด็กๆมากกว่าค่ะ”
เป็นต้นไม้ยืนต้นที่เติบโตแตกกิ่งก้านตามธรรมชาติ


.................


ตั้งใจว่าจะเขียนบทกลอนไปจนหมดลมหายใจค่ะ...อิอิ



โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:12:24:31 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

อ่านเรื่อง "บทเรียน" ที่เธอรีวิว วันนี้ ใจประหวัดไปถึง
ละคร ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่กำลังฉายอยู่ที่ช่อง 3 ตอนนี้เลยจ้ะ
"วัยแสบสาแหรกขาด" ละคร เรื่องนี้ ตีแผ่เรื่องการคาดหวังของ
ผู้ปกครองได้เป็นอย่างดีเด็กที่พ่อแม่คาดหวังและอ่อนแอเกินกว่าที่
จะคัดค้านความหวังของพ่อแม่ ก็จะเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคอื่น ๆ
ได้เสมอ
สมัยครูยังสอนหนังสืออยู่ ก็มีตัวอย่างการคาดหวังของพ่อแม่
การชอบเอาลูกตัวเองไปเปรียบกับลูกของเพื่อน ทำให้เกิดความ
เศร้าสลดในชีวิต ซึ่งแกก็มาปรึกษาครูอยู่บ้าง ก็ได้แต่ปลอบประโลมใจกันไป เพราะเขาเป็นลูกครูในโรงเรียน จึงไม่สามารถ
จะเชิญพ่อแม่มาให้คำแนะนำได้ เฮ้อ ! คิดในทางธรรม ก็คง
เป็นกรรมเก่าของแก น่ะนะ

โหวดหมวด รีวิวหนังสือ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:13:42:54 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ไทยครับคุณก๋า

ขอให้มีความสุข ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรงครับ

เดี๋ยวกลับมาอีกครั้งครับ


โดย: สีเมจิก (สมาชิกหมายเลข 5106714 ) วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:13:46:58 น.  

 
แอบหนีผู้ปกครองไปเที่ยวมาครึ่งค่อนวัน
กรุงเทพฯเงียบๆดี เราสองคนก็เลยสนุกกันมาก

ผู้หญิงยุคพี่ถ้าดื้อก็ต้องดื้อเงียบทุกคนละ คุณก๋า
โจ่งแจ้งนักอาจโดนกักบริเวณ 555 แต่ในความเงียบนั้น
ถ้าคนมีสมองสักหน่อยก็คงต้องพยายามเข้าใจความ
เข้มงวดของผู้ใหญ่แล้วลดความดื้อลงไปเรื่อย พี่ก็อยู่
ในประเภทนี้ จึงคิดว่าตัวเองโชคดีที่ดื้อแต่ไม่รั้น

ส่วนก้าวร้าว เราคงเข้าใจต่างกัน เพราะตามวิธีคิด
อิงพจนานุกรมของพี่ ก้าวร้าวคือเกะกะระรานด้วยกิริยา
และวาจาที่กระด้างหยาบคายและล่วงเกินผู้อื่น
เนอะ คุณก๋าคงไม่ได้คิดเช่นนี้ ถ้าคิดละแย่เลยพี่ แหะๆ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:16:54:02 น.  

 
A = B
B = C
C = A

ความรักของพ่อแม่ = ปัญหาของลูก
ปัญหาของลูก = ปัญหาของพ่อแม่
ปัญหาของพ่อแม่ = ความรักของพ่อแม่

เอา logic ตรงๆ แบบนี้มาคิด ก็เหนื่อยนิดนึง
แต่ถ้าดูกันจริงๆ ปัญหาก็อาจมาจากพ่อแม่นี่แหละครับ


โดย: สีเมจิก (สมาชิกหมายเลข 5106714 ) วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:21:50:47 น.  

 
สมัยก่อนความรักในลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ แม้แต่ในสมัยนี้ก็ยังไม่ค่อยยอมรับกันเลย ความกดดันถ้ามีบางมันจะเป็นแรงผลักดัน แต่ถ้ามากเกิน มันจะทับคนที่แบกมันจนล้มและลุกขึ้นมาไม่ไหวอีกเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:22:02:12 น.  

 
เรื่องนี้ที่ Hermann เขียนไม่เคยตกยุคเลยนะคะ
เด็กที่ต้องแบกรับความคาดหวังของพ่อแม่โดยไม่มีความสุขกับภาระนี้น่าเห็นใจอย่างที่สุด
อยากให้บทสรุปของเรื่องสะท้อนให้พ่อแม่ฉุกคิดและ
เข้าใจลูกมากขึ้นแม้สักนิดก็ยังดีค่ะคุณก๋า

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:23:20:50 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ไทยครับ คุณก๋า
แค่ชื่อหนังสือ ก็อยากอ่านแล้วครับ
พ่อแม่ ยุค 1906 กับ ยุค 2019 ไม่ต่างกันเลย
อยากให้ลูกเรียนเก่ง เป็นเจ้าคนนายคน
พ่อผม แค่อยากให้ลูกรับราชการครับ แต่ไม่เคยติวเตอร์อะไร
ดูโฆษณาบริษัทประกันชีวิตบริษัทหนึ่ง ผู้หญิงขอผู้ชายแต่งงาน
สังคมไทย อนาคตจะเป็นแบบนี้หรือ

สงกรานต์เชียงใหม่สาดน้ำกันชุ่มฉ่ำ ฝุ่นควันคงจางลงแล้วนะครับ

หลับฝันดีครับ





โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 13 เมษายน 2562 เวลา:23:42:35 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องก๋า


โดย: newyorknurse วันที่: 20 เมษายน 2562 เวลา:1:06:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 360 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]