กุมภาพันธ์ 2564
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
14 กุมภาพันธ์ 2564

:: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - จดหมายถึงแซม ::


:: จดหมายถึงแซม ::

เขียน : Daniel Gottlieb
แปล : ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ











คุณตาแดเนียล กอตต์ลีบ เป็นนักจิตวิทยาและนักครอบครัวบำบัด
เป็นนักเขียนและนักจัดรายการวิทยุ
คุณตาเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ตลอดชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
เมื่อวันที่ทราบข่าวว่าตัวเองกำลังเป็นคุณตา (ขณะนั้นเขามีอายุ 53 ปี)
เนื่องจากลูกสาวได้ให้กำเนิดหลานชายคนแรก
คุณตาคิดเขียนจดหมายถึงหลานชายตัวน้อยที่ชื่อ “แซม”
เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะอยู่ดูโลกนี้ได้อีกนานแค่ไหนเนื่องจากปัญหาสุขภาพ
คุณตาเริ่มเขียนจดหมายถึงแซมตั้งแต่เด็กน้อยยังอ่านหนังสือไม่ออก
( นับถึงปี 2021 หลานชาย มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์พอดี ส่วนคุณตาอายุ 74 ปี )


แซมเป็นเด็กที่มีอาการออทิซึม
ซึ่งเป็นความบกพร่องทางสมอง มีปัญหาในการรับรู้ เรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
คุณตาแดเนียลจึงอยากมอบคำสอนที่ตัวเองเคยเรียนรู้มาในชีวิต
ส่งต่อให้หลานชายได้อ่านเมื่อเขาเติบโตขึ้น
คุณตาค่อย ๆ เขียนเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเอง ตั้งแต่วัยเด็ก วัยหนุ่ม
จนถึงวันที่ตัดสินใจแต่งงานมีครอบครัว และจบลงด้วยการหย่าร้าง
รวมทั้งอุบัติเหตุครั้งรุนแรงซึ่งทำให้ต้องเป็นอัมพาตตลอดชีวิต
ทุกเหตุการณ์ในชีวิต เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า
และให้บทเรียนอะไรบางอย่างกลับมาเสมอ
คุณตาบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นให้แซมฟังในเนื้อความของจดหมาย
ขณะเดียวกันก็พูดถึงอาการป่วยที่แซมต้องรับมือเมื่อเขาเติบโตขึ้น
เหมือนคุณตาจะรู้ดีว่าอาการป่วยของหลานชายจะต้องนำแซมไปพบกับปัญหามากมายในชีวิต



ผมชอบเรื่องราวตอนที่คุณตาพูดกับเพื่อนคนหนึ่งซึ่งกำลังต่อว่าโชคชะตา
ว่าทำไมเธอจึงต้องพบกับความยากลำบากมากมายในชีวิต
คุณตาบอกว่า ให้เพื่อนคนนี้ออกไปหาป้ายรถประจำทางและนั่งรออยู่ที่นั่น
เพื่อนฟังก็ยิ่งรู้สึกโกรธ คุณตาจึงอธิบายว่า
“อารมณ์” ของคนเราเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราวเหมือน “รถประจำทาง”
เราจะรออย่างโกรธแค้น ผิดหวัง เบื่อหน่าย หรือระทมทุกข์แค่ไหนก็ได้
แต่มันไม่ได้ช่วยให้รถประจำทางมาเร็วขึ้น
หรือหากแม้จะนั่งรอรถอย่างอดทน อดกลั้น ผ่อนคลาย
ก็ไม่ได้ทำให้รถประจำทางมาเร็วขึ้นอีกเช่นกัน !
“รถประจำทางทุกคัน” ก็เป็นแบบนี้ มันจะมาถึงก็ต่อเมื่อมันมา
จะมาถึงก็ต่อเมื่อถึงเวลา



จดหมายทั้ง 32 ฉบับที่คุณตาแดเนียลเขียนถึงแซมหลานรัก
จึงบรรจุไปด้วยความรัก ความห่วงใย ความหวังและกำลังใจ
ที่คุณตาตั้งใจมอบให้หลานชายคนนี้ได้อ่านเมื่อเขาเติบโตขึ้น


หนังสือเล่มนี้อ่านสนุก ได้แง่คิด
มีทั้งมุมที่ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับคุณตา
เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปมากมายและรวดเร็ว
โลกในวันก่อนไม่เหมือนโลกในวันนี้
ผมไม่รู้ว่าเมื่อแซมอ่านจดหมายเหล่านี้เขาจะรู้สึกอย่างไร
แต่อย่างหนึ่งที่เขาน่าจะรู้สึกได้เหมือนในขณะที่ผมอ่านจดหมาย
ก็คือ คนเราทุกคนเป็นคนธรรมดา มีรัก มีผิดหวัง มีสมหวัง มีจากลา
เรามีเวลาจำกัดในการใช้ชีวิต และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะจากกันไปในวินาทีไหน
อย่ารอที่จะรักกัน อย่ารอที่จะบอกว่ารัก
อย่ารอที่จะขอโทษและให้อภัย


ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
คือ ประสบการณ์ที่สำคัญ
และทิ้งอะไรบางอย่างเอาไว้ให้เราเรียนรู้เสมอ






























 




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2564
25 comments
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2564 5:58:57 น.
Counter : 428 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณหอมกร, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเริงฤดีนะ, คุณTui Laksi, คุณmultiple, คุณSweet_pills, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtuk-tuk@korat, คุณThe Kop Civil, คุณcomicclubs, คุณSleepless Sea, คุณทนายอ้วน, คุณhaiku, คุณชีริว, คุณสองแผ่นดิน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnewyorknurse

 

แนวคิดอีกแบบ เขามีความมุ่งมั่นในการเขียนจริงเลย

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 14 กุมภาพันธ์ 2564 6:16:04 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณก๋า...

ยังไม่เข้าใจว่า..

คนเราเกิดเป็นสี่เหลี่ยม แต่ตายเป็นแบบทรงกลม

 

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) 14 กุมภาพันธ์ 2564 6:22:51 น.  

 

เป็นหนังสือที่ดีเล่มนึงหละคุณก๋า
เพราะประสบการณ์ที่เขาเรียนรู้มาทั้งชีวิตมันมีค่ามาก

 

โดย: หอมกร 14 กุมภาพันธ์ 2564 6:42:27 น.  

 

 

โดย: นาฬิกาสีชมพู 14 กุมภาพันธ์ 2564 6:54:08 น.  

 

การถ่ายทอดความรักจากตาถึงหลาน
เป็นตัวหนังสือที่ให้ข้อคิดดีๆมากมาย

 

โดย: เริงฤดีนะ 14 กุมภาพันธ์ 2564 7:39:35 น.  

 

สวัสดียามเช้าค่ะคุณก๋า
อ่านรีวิวแล้วชอบมากค่ะ เราชอบฟังผู้ใหญ่ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต
และให้แง่คิดถึงความต่างระหว่างเวลาในยุคนั้นกับยุคปัจจุบัน
บทสรุป 3 บรรทัดสุดท้ายนั่นใช่เลยค่ะ เราเห็นด้วยมากๆ

และเราชอบต.ย.อันสุดท้ายมากสุดค่ะ
"ความตายไม่ใช่ปัญหา การไม่ใช้ชีวิตต่างหากที่เป็นปัญหา"

ปล.เกมเมือคืน เราว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกแร๊ะ !!!
เราเข้าใจละว่า JK พยายามปรับเปลี่ยน...
แต่ยังออกมาในรูปแบบไม่ดีขึ้น
คงต้องใช้เวลาปรับให้เร็วที่สุด ก่อนทีมจะตกอันดับลงไปลึก
แฟนๆหงส์ฯ คงไม่ต้องถึงขับไล่โค้ชเหมือนทีมใหญ่อื่นๆหรอกน๊ะ
แง ๆ ไม่ได้เสียใจเหมือนครั้งก่อน แต่ผลทำให้แค่ไม่สบายใจเล๊ย !!!

 

โดย: Tui Laksi 14 กุมภาพันธ์ 2564 8:41:17 น.  

 

อ๋อ..มัวมีรมณ์กับผลเกมทีมรัก ลืมไปว่าจะถามค่ะ
เรายังไม่เก็ต กับต.ย. อันหนึ่งที่บอกว่า
"เราเกิดเป็นสี่เหลี่ยม แต่ตายแบบทรงกลม"
ไม่แน่ใจว่าเราเข้าใจถูกต้องป่ะ
ขอรบกวนคุณก๋าอธิบายเพิ่มเติมให้ด้วยคร้า
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: Tui Laksi 14 กุมภาพันธ์ 2564 8:46:27 น.  

 

เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 



สวัสดีวันแห่งความรักครับ

ผลบอลเมื่อคืน นำอยู่ดีดี แพ้ซะงั้น

 

โดย: เซียน_กีตาร์ 14 กุมภาพันธ์ 2564 9:06:38 น.  

 

"เรามีเวลาจำกัดในการใช้ชีวิตและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะจากกันไปในวินาทีไหน"

หนังสือสื่อสายสัมพันธ์ที่อบอุ่นมากระหว่างคุณตากับหลานชายค่ะคุณก๋า
ประสบการณ์ของคุณตาที่ถ่ายทอดลงในจดหมายทั้ง 32 ฉบับ ให้ข้อคิดดีๆ มีค่ามาก
แม้โลกจะเปลี่ยนแต่คำสอนของคุณตาก็มีประโยชน์และนำมาประยุกต์ใช้ได้นะคะ

ปล.คุณขวัญเก่งหลายด้าน ขอบคุณคุณก๋าสำหรับข้อมูลค่ะ

 

โดย: Sweet_pills 14 กุมภาพันธ์ 2564 9:18:23 น.  

 

การสูญเสีย มักจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้เสมอ
เหมือนชีวิต คนเรา ถ้าไม่มีการผิดพลาด เราก็จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร เคยทำไงก็ทำงั้น

ผู้สูญเสีย มักจะเข้มแข็ง และทนทรหดกว่า
เชื่อว่าทั้งคุณตา และหลาน ถ้าฟันฝ่าอุปสรรคในชีวิตเหล่านี้ได้ ย่อมอยู่ในสังคมได้อย่างเข็้มแข็งและน่าภูมิใจแน่นอนครับ

ปล.วันวาเลนไทน์ คุณก๋า อย่าลืมกอดใครซักคนนะครับ 555

 

โดย: multiple 14 กุมภาพันธ์ 2564 10:05:28 น.  

 

เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 



จากบล็อก -

 

โดย: เซียน_กีตาร์ 14 กุมภาพันธ์ 2564 11:19:22 น.  

 

คำโปรยบอกว่าหนังสือน่าอ่านเจ้า

 

โดย: tuk-tuk@korat 14 กุมภาพันธ์ 2564 13:05:18 น.  

 

สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

"จดหมายถึงแซม" เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่น่าจะเป็นการ
บันทึกประสบการณ์ชีวิตของตนไว้ ที่จะให้อนุชนรุ่นหลังหรือผู้อ่าน
ได้อ่านและเก็บเกี่ยวประสบการณที่ได้จากการบันทึกของคนเขียน
ครูเชื่อว่า แต่ละคน ย่อมมีประสบการณ์และการแก้ปัญหาต่าง ๆ
ในชีวิตของเขา และเมื่อนำมาเขียนเผยแพร่ ต้องได้ข้อคิดและ
นำข้อคิดนั้น ๆ ไปประยุกต์ใช้ได้บ้างแหละน่ะ
จากความเชื่อเช่นนี้ ครูก็ดีใจและภูมิใจนะว่า ชั่วชีวิตหนึ่ง
ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ของตัวเองและเขียนเป็นหนังสือของตัวเอง
พิมพ์เอง ขายเอง ถึงจะเหลือมากมาย ก็ไม่เสียใจ อย่างน้อย
ก็ได้ฝากหนังสือของตัวเองสักชุดไว้ในบรรณพิภพไง อิอิ

หนังสือรวมคำสอนของพระอาจารย์ดัง ๆ ที่ก๋าบอกว่ามี
จำนวนหน้าถึง 500 หน้า ยังน้อยกว่าของครูนะ ของครูหนาตั้ง
1535 หน้า ( 1 ชุด 2 เล่ม) อิอิ

"ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
คือ ประสบการณ์ที่สำคัญ
และทิ้งอะไรบางอย่างเอาไว้ให้เราเรียนรู้เสมอ"

ข้อความที่เธอสรุปตอนท้ายของเรื่อง ตรงกับสิ่งที่ครู
ต้องการเขียนหนังสือ เลยชอบบทสรุปนี้ จ้ะ

โหวดหมวด รีวิวหนังสือ

 

โดย: อาจารย์สุวิมล 14 กุมภาพันธ์ 2564 13:12:47 น.  

 

ผมหาหนังสือ ผมเพียงแต่จะบอกว่าได้แล้วนะครับคุณก๋า รอเค้าส่งมา 555 เมื่อคืนเสียดายลิเวอร์พูลเหมือนกันนะครับ เล่นดี 80 นาที พอพลาดถึงขั้นแพ้เลยครับ นาทีนี้ลุ้นอันดับ 4 ยาวไปเลยครับ

 

โดย: The Kop Civil 14 กุมภาพันธ์ 2564 13:37:47 น.  

 

สุขสันต์วันแห่งความรักคะ...

ขอบคุณสำหรับคำขยายของการเกิดคะ..

 

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) 14 กุมภาพันธ์ 2564 14:48:40 น.  

 

ชอบประโยคนี้ค่ะ...


ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
คือ ประสบการณ์ที่สำคัญ
และทิ้งอะไรบางอย่างเอาไว้ให้เราเรียนรู้เสมอ

 

โดย: comicclubs 14 กุมภาพันธ์ 2564 15:55:25 น.  

 

สวัสดีครับ

มาอ่านรีวิวหนังสือดีๆด้วยนะครับ
มีคำความหมายดีๆที่เป็นแง่มุมของชีวิตหลายคำเลยครับ

 

โดย: Sleepless Sea 14 กุมภาพันธ์ 2564 17:12:59 น.  

 

ขอบคุณในคำตอบด้วยค่ะคุณก๋า
ที่เราก็ยังไม่เข้าใจเคลียร์อยู่ดี อุปมาอุปมัยว่าเหมือนสี่เหลี่ยมกับวงกลม
มันคืออย่างไรหนอ...ทีแรกเราคิดว่า เกิดมาอยู่ในกรอบที่กำหนด
แต่ตายแบบสูญเปล่าไม่มีอะไรเหลือเป็นศูนย์...

เราเลยงงคำเปรียบเทียบนี้ค่ะ

ปล.เกมหงส์ฯ ทีมรัก มันเหมือนแพ้ซิตี้ เลยอ่ะค่ะ
ดีนะที่ไม่โดนเยอะกว่านี้ โห...ไม่อยากจะเชื่อเล๊ย

 

โดย: Tui Laksi 14 กุมภาพันธ์ 2564 17:56:12 น.  

 

สวัสดีครับน้องแตง

ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือร้าย
พี่ก๋าคิดว่าเราเรียนรู้จากมันได้เสมอจริงๆครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 14 กุมภาพันธ์ 2564 18:39:55 น.  

 

เป็นเด็กที่มีอาการออทิซึม ที่ ส.ส. ของประเทศด้วยพัฒนาแห่งหนึ่งเหยียดหยามนี่เอง

โลกมันเปลี่ยนแปลงไปไว จะเห็นได้ว่าช่วงอายุที่ระบุนั้นประมาณ 20 ปี 20 ปี ทุกอย่างเปลี่ยนไปเยอะ เยอะจนคุณจิตนาการไม่ออกเลยแหละว่ามันเป็นไปได้ยังไง แต่มันเป็นไปแล้ว

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 14 กุมภาพันธ์ 2564 20:48:18 น.  

 

อ่านแล้วจะร้องไห้ครับ คุณตาเข้มแข็งมาก

 

โดย: ทนายอ้วน 14 กุมภาพันธ์ 2564 21:15:46 น.  

 

แม้จะเป็นอัมพาตก็ยังไม่เสียโอกาสที่จะแบ่งปันความรักความห่วงใยให้ผู้อื่นนะครับ
หลายครอบครัวที่ลูกหลานผิดปกติ แทนที่จะท้อ แต่พลังใจของครอบครัวพวกนี้ดีมากๆเลย
เวลาได้อ่านเรื่องราวดีๆ มันก็เสริมพลังบวกด้วยนะครับ
เลยชอบตามเพจอย่าง poetry of bitch หรือ I'm from Andromedra

ป้ายรถประจำทางให้ข้อคิดดีนะครับ บางอย่างมันจะมาเมื่อมันถึงเวลา เราเร่งไปก็ทำอะไรไม่ได้

 

โดย: ชีริว 14 กุมภาพันธ์ 2564 21:27:23 น.  

 

อยากอ่านบ้างครับ ตาสอนหลาน
มุมมองของเป็นนักจิตบำบัดในการสอนเด็กออทิสติก
อยากรู้เหมือนกันครับว่า แซมอ่านจดหมายแล้วเป็นยังไงบ้าง



 

โดย: สองแผ่นดิน 14 กุมภาพันธ์ 2564 23:08:08 น.  

 

สวัสดีครับคุณก๋า

ประทับใจประโยคที่ว่า
สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเกลียดชัง คือความเจ็บปวดของมนุษย์ที่เราต่างมีร่วมกัน ครับ
เชื่อว่าหากช่วยกันลดความเกลียดชังลงได้ แม้ทีละน้อยๆ สังคมจะน่าอยู่มากขึ้นครับ

 

โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา 14 กุมภาพันธ์ 2564 23:33:04 น.  

 


สวัสดีค่ะน้องก๋า

 

โดย: newyorknurse 15 กุมภาพันธ์ 2564 2:27:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 375 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]