กรกฏาคม 2562
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
10 กรกฏาคม 2562

:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต ::

 


:: ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต ::

เขียน : วีรพร นิติประภา









ผมซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะนั่งดูคลิป ๆ หนึ่งในยูทูป
เป็นคลิปที่คุณวีรพรพูดถึงการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของตนเอง
ผมชอบมุมมองในการเลี้ยงลูกของคุณวีรพร
พอทราบอยู่บ้างว่าเป็นนักเขียน แต่ไม่ได้ซื้อหนังสือของเธอมาอ่าน
เพราะผมไม่ค่อยอ่านนิยาย ตอนสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นหนังสือซึ่งได้รับรางวัลซีไรต์ ปี พ.ศ.2558
เพราะปกติผมไม่ค่อยอ่านหนังสือที่ได้รางวัลประกวด
จากที่เคยอ่านมาส่วนใหญ่จะอ่านยาก ไม่สนุก
ไม่ตรงกับจริตในการอ่านของตัวผมเอง

แต่ “ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต” เป็นข้อยกเว้น
หนังสือเล่มนี้อ่านสนุก มีสไตล์การเขียนที่โดดเด่น
ใช้คำ ใช้ภาษาที่สละสลวยสวยงาม
บางช่วงบางตอน คำที่เลือกใช้งดงามราวบทกวี
เป็นหนังสือที่ตั้งคำถามให้กับคนอ่าน
ว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นกับตัวละคร
เหตุการณ์นั้นนำไปสู่สถานการณ์ใดในชีวิต
แล้วตัวละครนั้นรับมือกับผลที่เกิดขึ้นอย่างไร


-----------------------------------------


คุณวีรพรมีความสามารถในการเล่าเรื่องสูงมาก
เปิดเปลือยความรู้สึกของคนอ่านทีละนิด ๆ
ค่อย ๆ ดึงคนอ่านให้ดื่มด่ำไปกับตัวอักษรที่ร้อยเรียง
เขียนบรรยายฉากหลังจนแทบจะเห็นสีสันต่าง ๆ ออกมาเหมือนดูภาพยนตร์สีฉูดฉาด
เรื่อง “รักสามเศร้า” ที่เรามักจะคุ้นเคยกับพล็อตแบบนี้ในนิยายรัก
ถูกนำมาแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ เปลี่ยนกลวิธีในการเล่า
เปลี่ยนลำดับเวลาในการเล่าเรื่องสลับไปสลับมา
แต่กลับยิ่งทำให้เรื่องเล่านี้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

แม้เรื่องราวในเล่มจะพูดถึงความรัก การเดินทาง การเติบโต ความฝัน
ซึ่งนำไปสู่โศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าของชีวิตตัวละคร
แต่หากอ่านลงไปให้ลึกกว่านั้น เรื่องราวรักสามเศร้า
กลับไม่ต่างอะไรกับโศกนาฏกรรมของบ้านเมืองซึ่งตกอยู่ในวังวนมืดดำนานนับสิบปี

“มายาคติ” เป็นประเด็นหลักที่คุณวีรพรอยากพูดถึงในหนังสือเล่มนี้
ความสงสัยนำไปสู่การตั้งคำถามว่า “ทำไม”
และคำถามที่ว่า “ทำไม” นำไปสู่การค้นหาคำตอบ
ผ่านการเติบโตทางความคิดของตัวละครแต่ละตัว
และสถานการณ์ที่นำไปสู่การแตกหักในแต่ละช่วงเวลา


------------------------------------------------


ก่อน “มายาคติ”
มันจะมีการเลือกฝั่งเลือกฝ่ายทางความคิด
ที่เราแบ่งเป็นฝั่ง “อุดมคติ” และฝั่ง “อคติ”

เราไม่ได้เกลียดกันเพราะอคติ
ไม่ได้เกลียดกันเพราะเธอเป็นเสื้อแดง ฉันเป็นเสื้อเหลือง
ฉันรักเผด็จการ เธอเลือกประชาธิปไตย ฯลฯ
แต่เกลียดกันเพราะฉันเชื่อว่าการปกครองด้วยระบอบนี้ดีกว่าระบอบนั้น
บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ดีกว่าเป็นแบบเก่า
นักการเมืองที่ดีต้องเป็นแบบนี้ ผิดจากรูปแบบนี้คือชั่วและเลว
นี่คือ การสร้างอุดมคติหรืออุมการณ์
เพื่อผลักอีกฝ่ายที่เห็นต่างให้กลายเป็นศัตรูคู่ขนานที่ไม่อาจเดินร่วมทางกัน

เหมือนการสร้างอุดมคติทางความรัก
ฉันรักเธอเพราะเธอเป็นคนที่ฉันรัก
แต่ถ้าเธอไม่รักฉัน เธอเป็นคนไม่ดี
หรือถ้าเธอนอกใจฉัน เธอเป็นคนไม่ดี
โดยไม่เคยหันมองกลับมาที่ตนเองแล้วตั้งคำถาม
ว่าตัวเราเป็นคนรักที่ดีแล้วหรือยัง
และทำไมคนที่เรารักจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธความรักของเรา

สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในความรัก
อาจไม่ใช่การถูกปฏิเสธ
แต่คือการได้รู้ว่าเขาไม่เคยรักเราเลยมาตั้งแต่ต้น


---------------------------------------------


มายาคติของความรักอาจไม่ได้มีอะไรต่างกันเลยกับมายาคติทางการเมือง
ท่ามกลางความขัดแย้งทางความคิด
เราไล่ด่าทอและเหยียดความคิดของคนที่เห็นต่างทางการเมือง
เพียงแค่รู้ว่าเขามีรสนิยมทางการเมืองแบบไหน
ก็แทบจะคัดกรองคน ๆ นั้นเป็นเพื่อนหรือศัตรูได้อย่างง่ายดาย
โดยไม่คิดเลยว่าเขาอาจเป็นเสื้อเหลืองที่ใจบุญ
เขาอาจเป็นเสื้อแดงที่รักครอบครัว เขาอาจเป็นทหารที่ไม่ฝักใฝ่การรัฐประหาร
เขาอาจเป็นเศรษฐีซึ่งบริจาคเงินเงียบ ๆ เพื่อช่วยเหลือคนจน ฯลฯ

วาทกรรมจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นมาในรอบหลายปี
แบ่งแยกและกีดกั้นคนออกเป็นกลุ่ม ๆ
โดยไม่มองถึงรายละเอียดในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง
ว่ามีมิติที่ลึกล้ำและหลากหลายกว่าภาพที่ใช้ชี้วัดและพิพากษาตัดสินคน


“ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต” แค่ชื่อหนังสือ
ก็แทบจะทำให้เราหมดหวังกับสิ่งที่มองเห็น
อยู่ในดินว่ามืดดำแล้ว ยังตาบอด และหลงวนอยู่ในเขาวงกตอีก

“มายาคติ” ไม่ว่าจะเรื่องรัก การใช้ชีวิต หรือการเมือง
อาจทำให้เราเฉไฉและเข้าใจผิด
คิดว่าเรื่องลวงกลายเป็นเรื่องจริง เรื่องจริงกลายเป็นเรื่องโกหก
เพราะการรับรู้ข่าวสารข้อมูลที่ไม่รอบด้าน เพราะอคติในใจ
หรือแม้แต่อุดมคติที่ตั้งไว้จนกลายเป็นเครื่องมือในการใช้ตัดสินคนอื่น

ตัวละครในเรื่องของคุณวีรพร
เติบโตผ่านมายาคติของตนเอง อยู่ในโลกที่ตนเองปรารถนา
แต่เมื่อก้าวข้ามไปแตะต้องโลกของตัวละครอื่น เดินผ่านความฝันของตัวละครอื่น
กลับทำให้ชะตาชีวิตของตนพลิกผันจนกลายเป็นความปวดร้าวสิ้นหวังอย่างถึงขีดสุด


-------------------------------------------------


หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนความรู้สึกของผมอย่างสิ้นเชิงหลังอ่านจบ
หนังสือได้รับรางวัลไม่ได้อ่านยากอย่างที่คิด
นิยายบางเล่มหากเขียนได้ดี ก็เป็นนิยายที่สนุกและทิ้งอะไรบางอย่างไว้ในใจคนอ่าน
ให้ได้ครุ่นคิด ท้าทายเพื่อหาคำตอบในประเด็นที่คนเขียนต้องการถาม
ส่วนคำตอบที่ได้รับหลังจากอ่านจบจะเป็นอย่างไร
ผมเชื่อว่าคำตอบที่ได้รับก็คงแตกต่างหลากหลายกันไป
เหมือน “มายาคติ” ทั้งหลายทั้งปวงที่ยังอบอวลอยู่ในความคิด
อยู่ในความรู้สึกของคนในประเทศไทย
ที่คล้ายว่ายังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ทั้งในเรื่องการเมืองและการใช้ชีวิต






 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2562
20 comments
Last Update : 10 กรกฎาคม 2562 6:16:42 น.
Counter : 1019 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณหอมกร, คุณสองแผ่นดิน, คุณkae+aoe, คุณTui Laksi, คุณอุ้มสี, คุณThe Kop Civil, คุณmcayenne94, คุณmultiple, คุณSai Eeuu, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณตะลีกีปัส, คุณRinsa Yoyolive, คุณhaiku, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณtoor36, คุณสมาชิกหมายเลข 4365762

 

เห็นชื่อหนังสือ แล้วคิด....ว่าไม่เห็นแล้วเดินวนอยู่นั่น..
จะไปได้อะไร..เหมือนคนหลงผิด ให้อยู่ในดินตัังนาน เอ้ย
อยู่ตามถนน 555

นักเขียนที่เป็นนักเล่า มีวิธีการเล่าแบบเรื่อย ๆ ง่าย ๆ แต่
มีวิธีทำให้ชวนติดตาม แบบนี้ซิ ทำให้อยากอ่านต่อ

เมื่อก่อนผมก็ติดหนังสือ ชนิดไม่ไปไหน ง้มหน้าอ่าน เมื่อย
นักก็นอนอ่าน ง่วงจนหนังสือหล่นใส่หน้า 555

ปัจจุบันคงเป็นด้วย ชอบอ่านสั้น ๆ แหะ ๆ ยังกะคนสมัย
ใหม่ หรือว่ายัง พอใช่มั้ง..

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 10 กรกฎาคม 2562 6:28:20 น.  

 

กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
เล่มนี้อ่านแล้วก็ลืมแล้วหละคุณก๋า
เหมือนตอนจบตัวเอกจะตายอะไรนี่แหละ

 

โดย: หอมกร 10 กรกฎาคม 2562 7:50:33 น.  

 

ได้ดูคลิป ดีจังค่ะ

 

โดย: kae+aoe 10 กรกฎาคม 2562 8:13:22 น.  

 

พุธสวัสดีครับ คุณก๋า
หนังสือเรื่องนี้ คุณก๋ารีวิว จนอยากซื้ออีกเล่มครับ
on writing ซื้อมาแล้วครับ แต่อ่านไปได้นิดหน่อยครับ
สนใจ สิ้นแสงฉาน ที่คุณจินรีวิวอีก
ผมไม่มีลูก เลยไม่รู้เค้าเลี้ยงลูกกันอย่างไรครับ
เลี้ยงแต่หลาน แต่ก็ไม่เคยตามใจ อยากเรียนอะไรก็ตามใจ
ชีวิตคนเรามีโลกของตัวเอง โลกของคนอื่นอีกหลายๆคน
อยู่ในสังคมก็ต้องเกี่ยวข้องกับคนอื่น ต้องอยู่ได้
อยู่ไม่ได้ ถ้าคิดบวกก็ดี ถ้าคิดลบ


ค่ำวานฝนตกครับ แต่ไม่หนักมาก

 

โดย: สองแผ่นดิน 10 กรกฎาคม 2562 8:24:14 น.  

 

สสวัสดีค่ะคุณก๋า แค่เห็นชื่อเรื่อง ยังชมเลยว่าคิดได้เก่งนิ

มีตรารางวัลซีไรต์ รับประกันด้วย ต้องน่าอ่านแน่ๆ
คุณก๋าสปอยส์เกริ่นไว้ได้ดีจนอยากอ่านตามอีกละ !!!

เจอประโยคที่ถูกใจอีก... "สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในความรัก
อาจไม่ใช่การถูกปฏิเสธ
แต่คือการได้รู้ว่าเขาไม่เคยรักเราเลยมาตั้งแต่ต้น"

"มายาคติ"


เป็นหนังสือสื่อทางความคิดร่วมสมัย ด้วยเลยนะคะ
น่าสนใจ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: Tui Laksi 10 กรกฎาคม 2562 8:27:46 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
sawkitty Travel Blog ดู Blog
Turtle Came to See Me Diarist ดู Blog
พันคม Literature Blog ดู Blog
วลีลักษณา Literature Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog

แค่ชื่อเรื่องก็ชวนให้ต้องหยิบมาอ่าน
น่าสนใจมากเลยเนาะน้องก๋า

 

โดย: อุ้มสี 10 กรกฎาคม 2562 8:42:55 น.  

 

เขาใช้ภาษาได้สวยจริงๆค่ะคุณก๋า

 

โดย: โอน่าจอมซ่าส์ 10 กรกฎาคม 2562 9:12:26 น.  

 

เห็นชื่อเรื่องก็อยากอ่านเลยครับ

 

โดย: The Kop Civil 10 กรกฎาคม 2562 11:38:13 น.  

 

อ่านชื่อเรื่องดูไม่น่าเป็นไปได้
แต่ในโลกนี้ไม่มีอะไร 0% หรือ 100%
ในความไม่มีโอกาสก็มีโอกาส
และในความที่ดูเป็นไปได้แน่ๆก็ยังอาจไม่แน่
ชื่อไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต
เหมือน ที่พระพุทธเจ้า
เปรียบการเกิดเป็นมนุษย์ว่าเกิดได้ยาก
เหมือน เต่าตาบอดกับแอกไม้ไผ่
เต่าตาบอดกับแอกไม้ไผ่ ถึงแม้จะยากยิ่งก็ยังเป็นไปได้
ถึงได้มาหน้าสลอนกันมากมายค่ะ

"ข้อความในสังยุตตนิกาย มหาวารรรค ปฐมฉิคฬวรรคสูตรที่ ๗ แสดงว่าการเกิดเป็นมนุษย์ยาก อุปมาเหมือนคนโยนแอกซึ่งมีช่องเดียวลงไปในมหาสมุทร เต่าตาบอดที่อยู่ในมหาสมุทรนั้นล่วง ๑๐๐ ปี ถึงจะโผล่ขึ้นคราวหนึ่ง แล้วเมื่อล่วง ๑๐๐ ๆ ปีจึงจะโผล่ขึ้นมาคราวหนึ่งนั้น การที่เต่าจะสอดคอให้เข้าไปในแอกซึ่งมีช่องเดียวนั้นได้บ้าง ก็เฉพาะในบางครั้งบางคราวเท่านั้น นี่คือความยากของการเกิดเป็นมนุษย์

ส่วนข้อความในทุติยฉิคฬสูตรที่ ๘ ยิ่งแสดงความยากกว่านั้น โดยอุปมาว่าไม่ใช่แต่มหาสมุทรเท่านั้น แต่มหาปฐพี คือ แผ่นดินระหว่างจักรวาลก็ยังมีน้ำเต็มหมด เมื่อโยนแอกซึ่งมีช่องเดียวลงแล้ว ลมทิศตะวันออกยังพัดแอกนั้นไปทางทิศตะวันตก ลมทิศ ตะวันตกก็พัดแอกนั้นไปทางทิศตะวันออก ส่วนลมทิศเหนือก็พัดแอกนั้นไปทางทิศใต้ และลมทิศใต้ก็พัดแอกนั้นไปทางทิศเหนือ ล่วงร้อยๆ ปี เต่าถึงจะโผล่ขึ้นมาคราวหนึ่ง ถ้าแอกนั้นยังไม่เน่าและน้ำในทะเลยังไม่แห้ง การที่เต่านั้นจะโผล่ขึ้นมาสอดคอเข้าไปในแอกซึ่งมีช่องเดียวได้นั้น เป็นการยากยิ่ง"

 

โดย: mcayenne94 10 กรกฎาคม 2562 12:13:49 น.  

 

ชอบการวิเคราะห์ประโยคนี้จัง

"คิดว่าเรื่องลวงกลายเป็นเรื่องจริง เรื่องจริงกลายเป็นเรื่องโกหก
เพราะการรับรู้ข่าวสารข้อมูลที่ไม่รอบด้าน เพราะอคติในใจ
หรือแม้แต่อุดมคติที่ตั้งไว้จนกลายเป็นเครื่องมือในการใช้ตัดสินคนอื่น"

ซึ่งมันจริงเสียยิ่งกว่าจริงอีกค่ะ โดยเฉพาะกับสังคมเสฟสื่อออนไลน์ทุกวันนี้

 

โดย: Sai Eeuu 10 กรกฎาคม 2562 13:59:16 น.  

 

อ.เต๊ะ เดี๋ยวนี้ไม่อ่านหนังสือเล่มแล้วครับ เลยมาดูวีดีโอแทน555

ดูแล้วก็ นึกในใจว่า จะหา พ่อแม่ ที่มีวิธีคิด และเข้าใจโลก เข้าใจลูกแบบนี้ ซักกี่คนน้า สังคมไทยปลูกฝัง วิธีคิดแบบเก่ามานมนาน คงต้องค่อยๆเปลี่ยนไปทีละ รุ่น นะครับนี่
เอาใจช่วย พ่อแม่ รุ่นใหม่ทุกคนครับ

แล้วก็ดูวิธีพูดของผู้แต่งแล้ว ความคิด การวิเคราะห์ไม่ธรรมดา เขียนหนังสือ ก็คงจะเหมือนที่เธอพูด สรุปว่าเยี่ยมครับ

 

โดย: multiple 10 กรกฎาคม 2562 17:17:22 น.  

 

เราอ่านหนังสือของคุณวีรพรสองเล่ม ชอบมากทั้งสองเล่มค่ะ

อีกเล่มคือพุทธศักราชอัสดงฯ ลองหามาอ่านดูนะคะคุณก๋า

สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในความรัก
อาจไม่ใช่การถูกปฏิเสธ
แต่คือการได้รู้ว่าเขาไม่เคยรักเราเลยมาตั้งแต่ต้น

อันนี้เห็นค้าน สำหรับเรา ไม่เคยรักมาตั้งแต่ต้น เจ็บปวดน้อยกว่า รักแต่ไม่รักอีกแล้วค่ะ 555


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 10 กรกฎาคม 2562 17:17:34 น.  

 

เพิ่งรู้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นนิยายค่ะ

ความเข้าใจของแม่ผู้ไร้กรอบเกณฑ์...น่าสนใจค่ะ เดี๋ยวพี่ไปหาดู

*** พี่ยืนดูก่อน ถ้าคนขายกวนมาก (หลายเจ้า) พี่ไม่ซื้อเลยค่ะ หายอยากเลย 555

 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 10 กรกฎาคม 2562 19:03:41 น.  

 

สวัสดีมีสุขค่ะ

ตาบอดแล้วยังต้องคลำหาทางออก
ที่วกวนไร้ทิศทาง...โห...น่าปวดหัวค่ะ
'
"รักสามเศร้า" หรือ "รักสามเส้า" คะ
ความหมายมันผิดกันอยู่

 

โดย: ตะลีกีปัส 10 กรกฎาคม 2562 20:33:10 น.  

 

สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

วันนี้ อ่านหนังสือที่เธอ รีวิว สนใจตั้งแต่ ชื่อเรื่องแล้ว จ้ะ
"ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต" คนเขียนตั้งชื่่อเรื่อง ได้เหมาะสม
กับเนื้อหาดีเนาะ ตัวละครในเรื่อง เปรียบเหมือนไส้เดือน ซึ่งต่าง
ก็รู้กันว่า ไส้เดือนไมมีตา เหมือนตาบอด นั่นเอง ทุกคนทราบดี
ว่า เป็นเขาที่คดเคี้ยวมากขนาดไหน เข้าไปแล้วก็อาจหลงทางกัน
ได้โดยง่าย ครูจึงสรุปว่า เขาตั้งชื่อเรื่องได้ดี จ้ะ

"คิดว่าเรื่องลวงกลายเป็นเรื่องจริง เรื่องจริงกลายเป็นเรื่อง
โกหกเพราะการรับรู้ข่าวสารข้อมูลที่ไม่รอบด้าน เพราะอคติในใจ
หรือแม้แต่อุดมคติที่ตั้งไว้จนกลายเป็นเครื่องมือในการใช้ตัดสิน
คนอื่น" เธอวิเคราะห์เหตุการณ์ในสังคมที่ยุ่งเหยิงได้ดีนะ
เพราะ เพราะมายาคติ (ทางแห่งการหลอกลวง) อคติ เป็น
ตัวการสำคัญของความไม่ยุติธรรม ได้เป็นอย่างดี สังคมจึงมี
ความวุ่นวายไม่รู้จบสิ้น นั่นเอง

โหวดหมวด รีวิวหนังสือ

ใช่จ้ะ สถาปัตยกรรมของเวียดนาม ได้รับอิทธิพลจาก
จีนมากทีเดียว เพราะเวียดนามอยู่ในการปกครองของจีนเป็นเวลา
ยางนานเป็นร้อยปี จ้ะ แต่อยู่ในปกครองของฝรั่งเศสไม่นานเท่า
จีน จ้ะ
เวียดนาม เป็นประเทศน่าเที่ยว ราคาทัวร์ไม่แพง ของ
ก็ไม่แพง นัก จ้ะ
มีโอกาส ก๋า ก็พาครอบครัวไปเที่ยวได้เลยเนาะ




 

โดย: อาจารย์สุวิมล 10 กรกฎาคม 2562 21:04:24 น.  

 

บางทีคนเราก็จะแอนตี้หนังสือทีได้รางวัลจากการประกวดเจ้า
เพราะบางเล่ม บางคนแต่งก็อานยาก เข้าใจยากจริงๆ
ทำให้เราแอนตี้ มองไปเล่มอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า 555

แต่พอได้อ่านได้เปลียนมุมมองคนเขียนเปิดแนวคิด ความรุ้สึกมาทีละนิด
เราจะเข้าใจได้มากขึ้น จริงๆ อะไรที่เข้าใจยากรินก็ไม่อยากอ่าน จะวางทันที
แต่หากเจอเล่มที่วางไม่ลงดึกแค่ไหนก็อ่านต่อเนื่องเลยเจ้า

 

โดย: Rinsa Yoyolive 10 กรกฎาคม 2562 21:49:17 น.  

 

สวัสดีอีกรอบค่าคุณก๋า

555 เราไม่ค่อยมีปัญหากับซีไรต์ค่ะ นิยายทุกเล่มที่ได้รางวัลเราชอบหมด เรื่องสั้นก็อ่านได้ทุกเล่ม จะอ่านได้น้อยก็ปีกวีนิพนธ์มากกว่าค่ะ

รออ่านรีวิวอีกเล่มของคุณวีรพรนะคะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 10 กรกฎาคม 2562 23:08:22 น.  

 

ตาบอดแล้วยังอยู่ในเขาวงกต แบบนี้คงยากที่จะหาทางออก

มายาคติทางการเมือง ก็เราก็จะได้เห็นจากดาราเยอะแยะ ผมรับได้กับทุกฝ่ายนะครับ ตราบเท่าที่ไม่พูดหยาบ หรือพูดไม่ตรงประเด็น เช่นพูดเรื่องนโยบายอยู่ดีๆ ก็ไปด่าว่า อ้วน มือสั้น หรือประชดว่าการศึกษาต่ำ แบบนี้มันไม่ใช่แล้ว

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 11 กรกฎาคม 2562 0:06:50 น.  

 

ครับผม สวัสดีครับคุณกะว่าก๋า
ลุงแอ็ดเคยอ่านงานเขียนของคุณวีรพร แบบฟังทางยูทูป
เธอเป็นนักเขียนที่ทันสมัยมั๊กๆมาก.

สังคมคนฯลฯหรือสังคมการเมืองของประเทศแห่งนี้
คงจะต้องให้เวลามันได้พัฒนากันต่อไปอีกกะมังครับ
ผมเองก็ไม่ไช่ผู้มีองค์ความรู้ในศาสตร์การเมืองแต่อย่างใด?
แต่ได้รับรู้จากประสบการณ์ตรงๆ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาส
เข้าสัมผัสกลับแวดวงการเมืองที่นับว่าใกล้ศูนย์แห่งกลางอำนาจ มากที่สุดครั้งหนึ่ง
แต่ด้วยที่สังคมในประเทศแห่งนี้ ยังมีอาหาร ฯลฯ อยู่มากมาย อีกทั้งยังมีผู้คนไม่มากจนล้นประเทศ เพียงแต่การพัฒนาในทางการเมืองมันยังอยู่ในมือของชนชั้นนำ ฯลฯ อยู่มาก มันจึงคงจะต้องให้ระยะเวลาได้พัฒนากันต่อๆไป.

การศึกษาหาความรู้ เพื่อชีวิต"การเรียนเพื่อจะรู้นอกห้องเรียน"ยังมีความจำเป็นที่สุด ในทุกๆคน ในทุกๆเพศวัย ของสังคมคนในประเทศแห่งนี้ครับ.

มีสุขสนุกกับชีวิตครับ คุณกะว่าก๋า

 

โดย: ลุงแอ็ดคิดถึงอดีตที่ผ่านมา (สมาชิกหมายเลข 4365762 ) 11 กรกฎาคม 2562 4:25:41 น.  

 

แวะมาทักทายครับ

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 5408749 17 กรกฎาคม 2562 4:34:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#15


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 360 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]