การขอกรีนการ์ดด้วยตัวเอง เเบบอะบิ้วส์



เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับเราเพียงคนเดียว เเต่ทุกปัญหาล้วนเกิดขึ้นกับคนอื่นมาเเล้วทั้งสิ้น เมื่อคุณพบปัญหา ให้คุณระลึกใว้เสมอว่า มีคนประสพปัญหาร่วมชะตาชีวิตเช่นเดียวกับคุณมาก่อนหน้านี้เเล้ว ขอให้คุณเสาะหาความช่วยเหลือ อย่ามัวมานั่งโทษดวงชะตาชีวิตของคุณเอง หรือปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรม บนโลกใบนี้ยังมีสิ่งสวยงามเเละน่าอยู่อีกเยอะ

เราเป็นคนหนึ่งที่ได้กรีนการ์ดจากการยื่นขอด้วยตัวเอง เเบบ abuse (อะบิวส์) ผ่านศูนย์ Violence Against Women Act เรียกย่อๆว่า วาว่า (VAWA) โดยไม่ได้จ้างทนาย ไม่มีใครช่วย อาศัยหาอ่านข้อมูลเอาเองจากอินเตอร์เนต เรามาจากไทยด้วยวีซ่าคู่สมรส เมื่อมาถึงสหรัฐอเมริกาเเล้ว สามีไม่ทำกรีนการ์ดให้ หากคุณประสพปัญหาชีวิตร่วมชะตากรรมเดียวกับเรา ให้คุณถามตัวเองก่อนว่าพร้อมจะสู้ หรือจะถอย คำตอบมันขึ้นอยู่ที่ตัวคุณ

หากคุณจะมาบอกว่า "สามีขู่จะส่งกลับประเทศ"," สามีขู่จะไม่ทำกรีนการ์ดให้", "สามียื่นเรื่องทำกรีนการ์ดเเล้วไม่ยอมไปสัมภาษณ์" หรืออะไรทำนองนี้  น้ำหนักจะน้อย เป็นการกล่าวหาเขาฝ่ายเดียว การที่คุณจะไปปรักปรำหรือกล่าวหาคนอื่น คุณควรมีหลักฐาน พยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด หากคุณตัดสินใจที่จะยื่นขอกรีนการ์ดด้วยตัวเอง มันจะทำให้เคสของคุณมีความน่าเชื่อถือ มีน้ำหนักมากขึ้น เเละจะผ่านขั้นตอนขบวนการพิจารณาในที่สุด



ใครบ้างที่สามารถขอกรีนการ์ดด้วยตัวเองเเบบ abuse (อะบิวส์) ได้ คำตอบคือ ใครก็ตามที่เเต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น/หรือผู้ถือกรีนการ์ด ไม่ว่าจะเป็นภรรยาชาวต่างชาติที่เเต่งงานกับสามีชิติเซ่น/ผู้ถือกรีนการ์ด หรือสามีชาวต่างชาติที่เเต่งงานกับภรรยาซิติเซ่น/ผู้ถือกรีนการ์ด

คุณจดทะเบียนสมรสที่ไหนไม่สำคัญ ประเด็นคือให้คุณเเปลเอกสารหรือใบทะเบียนสมรสเป็นภาษาอังกฤษ (รับรองการเเปลด้วย)ถ้าในกรณีที่คุณจดทะเบียนสมรสในไทย 

คุณจะเข้าสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าอะไรไม่สำคัญ ต่อเมื่อภายหลังคุณเเต่งงานจดทะเบียนกับสามีซิติเซ่น/หรือสามีถือกรีนการ์ด ต่อมาสามีปฏิเสธทำกรีนการ์ดให้ เคสนี้คุณก็ทำเรื่องขอไปทาง"วาว่า" ได้เช่นกัน ตราบใดที่คุณพิสูจน์ตัวเองได้ว่าคุณถูกทำร้ายจากสามี

มีคำถามว่า ในระหว่างที่คุณยื่นเอกสารส่งถึงวาว่าเพื่อขอทำใบเขียวด้วยตัวเองแบบอะบิวส์ เราต้องทนอยู่หรือหย่ากับสามีเเล้ว คำตอบคือ ไม่จำเป็น คุณจะอยู่หรือหย่า ไม่ใช่สาระสำคัญ คุณยังสามารถยื่นเรื่องให้ตนเองได้ สาระสำคัญคือคุณมีหลักฐานในการพิสูจน์ตัวเองให้"วาว่า"เห็นได้อย่างไรว่าคุณถูกคู่สมรถทำร้าย หรือหย่ากันเนื่องจากการ “อะบิวส์" ตัวเราเองทำเรื่องหย่าเละยื่นเรื่องไปที่วาว่าพร้อมๆกัน

สำหรับภรรยาที่ให้สามีทำใบเขียวและรอเรื่องอยู่เมืองไทย ต่อมาคุณถูกทำร้าย เเละสามีไม่ยอมทำเรื่องขอกรีนการ์ดไห้ คุณสามารถยื่นเคส VAWA ได้ผ่านทางสถานทูตได้เช่นกัน



เพจนี้เราเขียนให้หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวอเมริกันซิติเซ่น /หรือสามีถือผู้กรีนการ์ด ที่ตกอยู่ในอำนาจการทำร้าย,ควบคุม, ข่มขู่ และถูกทารุณจากสามีทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางร่างกายเเละจิตใจ โดยสามีถือว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า เนื่องจากคุณต้องพึ่งเขาเรื่องใบเขียว คุณมีทางออกที่จะยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ ถ้าสามีไม่ยอมทำให้ หรือไม่ร่วมมือ เรียกโดยรวมว่าเป็นการถูกทำร้าย (abuse อ่านว่า อะบิวส์) โดยฝ่ายภรรยาสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานเเละค่าธรรมเนียมไปที่ศูนย์คุ้มครองการใช้ความรุนเเรงต่อผู้หญิง ภาษาอังกฤษเรียกว่า  Violence Against Women Act   เรียกย่อๆว่า วาว่า (VAWA) เมื่อเคสคุณได้รับการอนุมัติ ทาง VAWA จะส่งใบอนุมัติมาให้ เเล้วให้นำใบอนุมัตินี้เเนบไปพร้อมเอกสารการขอกรีนการ์ดเเบบปรกติ

"วาว่า" คืออะไร
วาว่า หรือ Violence Against Women Act เรียกย่อๆว่า "วาว่า" (VAWA) คือพระราชบัญญัติความรุนแรงต่อสตรี ที่ครอบคลุมการใช้ความรุนแรงในครอบครัว การล่วงละเมิดทางเพศ เเละการทำร้ายทุกประเภท VAWA บริหารงานโดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งครอบคลุมถึงการให้บริการด้านสุขภาพและมนุษย์ชนใบรูปเเบบต่างๆ

ประเภทและสัญญาณของการทำร้าย/ละเมิด Types and Signs of Abuse มีการประเมินว่าประมาณสองในสามของผู้ทำร้ายคนที่อ่อนแอ คือสมาชิกในครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเด็กหรือคู่สมรสของเหยื่อ การวิจัยพบว่าในกรณีส่วนใหญ่ผู้กระทำความผิด มีปัญหาเกี่ยวกับแอลกอฮอล์, ยาเสพติด และปัญหาการเงิน



ชนิดของ Abuse
1. Physical abuse คือทำร้ายร่างกายโดยเจตนา ได้แก่ การตบ,บีบ,เตะ,ผลัก การบังคับให้ใช้ยา เป็นต้น สัญญาณของการทำร้ายร่างกายคือรอยฟกช้ำ, มีแผลฉีกขาด,รอยเชือก,กระดูกหัก, แผลเปิด, บาดแผล, การบาดเจ็บที่ไม่ได้รับการรักษาในระยะต่าง, ถูกลงโทษหรือถูกกักขัง, ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติ มีการบ่งบอกของการใช้ยาเกินขนาด รวมถึงการที่ไม่ยอมให้เพื่อนฝูงหรือญาติผู้ใหญ่มาเยี่ยม

2.  Sexual abuse คือการล่วงละเมิดทางเพศ, การรมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ยินยอม, การข่มขืน การถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นที่ไม่ใช่คู่สมรสของตน, สวิงกิ้ง สัญญาณของการล่วงละเมิดทางเพศได้เเก่ รอยฟกช้ำบริเวณหน้าอกหรือบริเวณอวัยวะเพศ, กามโรคหรือการติดเชื้อที่อวัยวะเพศ, เลือดออกทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก

3. Mental mistreatment or emotional abuse คือการทารุณกรรมทางจิตใจหรือการล่วงละเมิดทางอารมณ์ เป็นการจงใจทำให้เกิดความเจ็บปวดทางจิตใจหรือทางอารมณ์ ตัวอย่าง ได้แก่ การข่มขู่ การบีบบังคับ การเยาะเย้ย การล่วงละเมิด การปฏิบัติต่อผู้ใหญ่เหมือนเด็ก การแยกผู้ใหญ่ออกจากครอบครัว เพื่อนฝูง หรือกิจกรรมตามปกติ การใช้ความเงียบเพื่อควบคุมพฤติกรรม และการตะโกนหรือสบถ ซึ่งส่งผลให้เกิดความทุกข์ทางจิตใจ สัญญาณของการล่วงละเมิดทางอารมณ์ เป็นต้นว่าอารมณ์เสียหรือกระวนกระวายใจ, ความประหม่า เป็นต้น 

4. Exploitation abuse คือการเอารัดเอาเปรียบเพื่อเเสวงผลกำไรจากผู้ที่ถูกทำร้าย เป็นต้นว่าการถอนเงินออกจากบัญชีของบุคคลอื่นอย่างผิดกฎหมาย การปลอมเช็ค หรือการขโมยสิ่งของ สัญญาณของการเอารัดเอาเปรียบ เป็นต้นว่าการเปลี่ยนแปลงบัญชีธนาคารหรือการธนาคารอย่างกะทันหัน รวมถึงการถอนเงินจำนวนมากโดยไม่ทราบสาเหตุ, การเพิ่มชื่อบนบัตรลายเซ็นธนาคาร, ถอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยใช้บัตร ATM, การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในพินัยกรรมหรือเอกสารทางการเงินอื่น ๆ, การหายตัวไปของเงินทุนหรือทรัพย์สินมีค่าโดยไม่ทราบสาเหตุ, ตั๋วเงินค้างชำระทั้งๆ ที่มีเงินพร้อมจ่าย, การปลอมลายเซ็นธุรกรรมทางการเงินหรือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน, การปรากฏตัวของญาติที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้โดยฉับพลันโดยอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สิน, การโอนทรัพย์สินอย่างกะทันหันโดยไม่ได้อธิบายให้สมาชิกในครอบครัวทราบ

5. Neglect  abuse คือการละเลย หรือการที่ขาดการดูเเลทั้งสภาพร่างกายเเละจิตใจ รวมถึงการไม่ให้สิ่งของพื้นฐาน เช่น อาหาร น้ำ เสื้อผ้า สถานที่ปลอดภัย ยารักษาโรค หรือการดูแลสุขภาพ สัญญาณของการละเลย เป็นต้นว่าให้คุณอยู่อาศัยอยู่ในสภาพความเป็นอยู่ที่อันตราย ไม่ปลอดภัย หรือไม่ถูกสุขอนามัย หรือมีอาหารหรือน้ำไม่เพียงพอจนเกิดสัญญาณของภาวะขาดน้ำ ภาวะทุพโภชนาการ แผลกดทับที่ไม่ได้รับการรักษา และสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ไม่ดี พาไปอยู่ในที่ที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่เป็นอันตราย ไม่ปลอดภัย (เช่น การเดินสายไฟที่ไม่เหมาะสม ไม่มีความร้อนหรือน้ำไม่ไหล) มีความเป็นอยู่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะและไม่สะอาด (เช่น สิ่งสกปรก หมัด เหา ผ้าปูที่นอนที่เปื้อนสกปรก กลิ่นอุจจาระ/ปัสสาวะ การไร้ที่อยู่อาศัย รวมถึงการรักษาพยาบาลไม่เพียงพอ ไม่ได้รับยาตามใบสั่งแพทย์อย่างเหมาะสม

6. Abandonment abuse คือการละทิ้ง โดยไม่ได้รับอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่พักพิง หรือการดูแลสุขภาพที่จำเป็น ตัวอย่างได้แก่ การทิ้งคุณไว้ที่บ้านโดยไม่ได้รับสิ่งจำเป็นในชีวิตขั้นพื้นฐาน

8. Financial abuse คือพฤติกรรมใดๆที่ใช้อำนาจและการควบคุมการเงิน ถือเป็นการละเมิดทางการเงิน ตัวอย่างรวมถึงการทำให้คุณตกงานด้วยวิธีการทางตรงและทางอ้อมด้วยวิธีการต่างๆ

7. Immigration abuse คือ การข่มขู่จะรายงานต่ออิมมิเกรชั่นหรือตำรวจว่าคุณไม่มีเอกสารการเข้าเมืองที่ถูกกฏหมาย, การเพิกถอนหรือขู่ว่าจะเพิกถอนใบเขียว, ยื่นฟ้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่ถูกต้องว่าคุณมีที่อยู่ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เเละพยายามส่งตัวเขา/เธอกลับประเทศ, ทำลายเอกสารสำคัญของคุณ เช่นหนังสือเดินทาง บัตรประกันสุขภาพ ใบขับขี่ รวมทั้งโกหกว่าคุณจะถูกเนรเทศ, หรือการทำให้คุณถูกไล่ออกจากงานโดยบอกนายจ้างว่าคุณไม่มีเอกสาร เป็นต้น



โดยทั่วไป ขั้นตอนการย้ายถิ่นฐานตามครอบครัว กำหนดให้ซิติเซ่น/ผู้ถือกรีนการ์ด ต้องยื่นคำร้องให้คุณ สามีบางคนอาจใช้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองในทางที่ผิด เพื่อทำร้ายคุณ เเละสมาชิกในครอบครัวที่ยังไม่ได้กรีนการ์ด โดยขู่ว่าจะระงับหรือถอนคำร้องเพื่อต้องการควบคุม บังคับ และข่มขู่

ด้วยการผ่านของพระราชบัญญัติความรุนแรงต่อสตรี พ.ศ. 2537 (VAWA) สภาคองเกรสได้ให้ผู้ที่ยังไม่ได้กรีนการ์ด เเต่ถูกทารุณกรรมโดยสามีซิติเซ่น/กรีนการ์ด คุณสามารถยื่นคำร้องขอกรีนการ์ดได้ด้วยตนเอง 

คู่สมรสและบุตรของสามีซิติเซ่น/กรีนการ์ด ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเองต่อ VAWA การขอความช่วยเหลือและการสนับสนุนสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวผ่านสายด่วนความรุนแรงในครอบครัวแห่งชาติ ที่หมายเลข 800-799-SAFE (7233) หรือ 800-787-3224 (TTY) สายด่วนให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนในทันที และเว็บไซต์มีข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลในท้องถิ่น ที่พักพิง บริการทางการแพทย์และสุขภาพจิต ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และความช่วยเหลือประเภทอื่นๆ อีกมากมาย

ผู้ที่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอกรีนการ์ดได้ด้วยตนเอง ต่อ VAWA  มีดังต่อไปนี้
- คู่สมรส: คุณอาจยื่นฟ้องด้วยตัวเอง หากคุณเป็นคู่สมรสที่ถูกทำร้านโดยซิติเซ่น/ผู้ถือกรีนการ์ด เเละหากคุณมีบุตร บุตรของคุณถูกทำร้านด้วยเช่นกัน คุณอาจรวมคำร้องของคุณกับลูกที่ยังไม่แต่งงานซึ่งอายุต่ำกว่า 21 ปีไปพร้อมกันคราวเดียวกันได้ 
- ผู้ปกครอง: คุณสามารถยื่นฟ้องได้หากคุณเป็นผู้ปกครองของพลเมืองสหรัฐฯ และคุณถูกทารุณกรรมโดยลูกชายหรือลูกสาวที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ ของคุณ
-  ผู้ที่มีอายุ 21 ปี แต่ไม่เกินอายุ 25 ปี ที่ถูกทำร้าย คุณสามารถยื่นคำร้องขอกรีนการ์ดได้ด้วยตนเอง ต่อ VAWA  ให้พวกเขาได้เช่นกัน

ในยื่นคำร้องขอกรีนการ์ดได้ด้วยตนเอง ต่อ VAWA   คุณต้องทำการกรอกแบบฟอร์ม I-360 พร้อมค่าธรรมเนียม 435 ดอลล์ เเละเอกสาร และหลักฐานต่างๆ หากเคสของคุณได้รับการอนุมัติ ทาง VAWA  จะออกหนังสือที่เรียกว่า  Prima Facie Case (NPFC) ให้กับคุณ คุณสามารถไปรับความช่วยเหลือสวัสดิการจากรัฐในด้านต่างๆ หลังจากนั้นให้นำใบเเอพพรูฟที่ทางวาว่าส่งมาให้ ไปขอทำกรีนการ์ดเเบบปรกติ (เเนบใบเเอพพรูฟไปพร้อมกับเอกสารอื่นๆ)

อาจใช้เวลา 6 เดือน ถึง 2ปี ในขั้นตอนการดำเนินการยื่นคำร้องผ่าน VAWA 



การยื่นขอใบเขียวด้วยตนเอง
ถ้าคุณตกเข้าข่ายการทำร้ายข้างต้นนี้ข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อรวมกัน คุณมีทางออกโดยยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเอง โดยสามีไม่ต้องเซ็น เรียก VAWA self petitioning ถ้าคุณมีปัญหาระหว่างยื่นเรื่องขอใบเขียวสองปี และคุณยื่นเรื่องภายใต้ VAWA เมื่อเรื่องแอ็พพรูฟ คุณจะได้ใบเขียวถาวรหรือใบเขียว 10 ปีเลย 

หลักฐานประกอบการยื่นขอใบเขียวด้วยตนเอง
 VAWA เป็นเคสที่ละเอียดมาก ต้องอาศัยหลักฐานประกอบ กรณีเคสที่คุณถูกตบตี จะมีหลักฐานประกอบแน่นแฟ้นขึ้น เช่น อาจมีการแจ้งตำรวจ มีรูปถ่ายรอยฟกช้ำดำเขียว มีคนเห็นรอยฟกช้ำดำเขียว มีใบสั่งตำรวจหรือหมายศาล ใบเสร็จบิลโรงแรมวันคุณต้องหอบเสื้อผ้าหนีไปอยู่นอกบ้าน หรือสถานที่พักหญิงถูกทารุณ (Women Shelter) แต่เคสที่ไม่มีหลักฐานประกอบเลย จำเป็นต้องเอาข้อมูลละเอียดจากปากคำของคุณเอง และอาจมีพยานจากผู้อื่นที่รู้เรื่องของคุณ รวมทั้งเพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน เป็นต้น 

ใครยื่นเรื่องภายใต้ VAWA ได้
ผู้ที่จะยื่นเรื่องภายใต้ VAWA ได้นอกจากจะถูกทารุณตามข้างต้นแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติอื่นๆดังนี้
1.  หลักฐานที่แสดงว่าคุณเข้าสู่การแต่งงานโดยสุจริต หรือ Good faith marriage  เช่น กรมธรรม์ประกันภัยที่แสดงว่าคู่สมรสรายหนึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์ของอีกฝ่ายหนึ่ง สัญญาเช่าทรัพย์สินร่วมกัน แบบฟอร์มภาษีเงินได้ หรือใบแจ้งยอดจากธนาคาร หลักฐานการเกี้ยวพาราสี พิธีแต่งงาน การอยู่ร่วมกัน และประสบการณ์ร่วมกันอื่นๆคือมีเจตนาที่จะอยู่กินฉันสามีภรรยา  กรณีที่คุณแต่งงานจริง แต่จดทะเบียนซ้อน โดยที่คุณเป็นฝ่ายบริสุทธิ์ไม่รู้ว่าสามีเคยมีภรรยามาก่อนแล้ว และยังไม่ได้หย่า คุณสามารถยื่นเรื่องได้เช่นกัน
2.  ลูกที่แอ็พพลายใบเขียวพร้อมคุณ จากพ่อเลี้ยงซิติเซ่นหรือพ่อเลี้ยงถือใบเขียว
3. พ่อหรือแม่ ที่ถูกลูกซิติเซ่นข่มขู่และ “อะบิ๊วส์” หรือลูกแท้ๆที่ถูกพ่อหรือแม่ข่มขู่และ “อะบิ๊วส์”


 
ข้อแนะนำ
ข้อแนะนำสำหรับหญิงที่ถูกข่มขู่ทารุณ กฎหมายอเมริกันจะปกป้องคุ้มครองคุณ ผู้ชายที่ทารุณผู้หญิง ถือเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับคนติดเหล้า ติดการพนัน และจะมีแบบแผนเหมือนกันหมดคือ เมื่อข่มขู่ทารุณเมียซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอเสร็จ พอสร่างก็จะกลับมาง้องอนคืนดี และจะดีใจหาย จนเมียใจอ่อน สงสารและทนอยู่ต่อ หรือไม่ยอมเรียกตำรวจ หรือไม่ยอมให้การในศาล ขอให้คุณใจแข็ง ตั้งสติขอให้สู้กับโชคชะตา ช่วยตัวเองก่อนที่จะให้คนอื่นช่วย 

หลักฐานที่ต้องส่งไปให้  VAWA มี 2อย่างคือ 
1.หลักฐานการเเสดงความสัมพันธุ์ทางครอบครัว เป็นต้นว่า
-ทะเบียนสมรส คำสั่งหย่า หรือสูติบัตร
หลักฐานที่แสดงว่าคุณและคู่สมรสอาศัยอยู่ร่วมกัน /หรือเคยอาศัยอยู่ร่วมกันในอดีต เช่น สัญญาเช่า โฉนด จำนอง ใบแจ้งหนี้ค่าสาธารณูปโภค ใบแจ้งยอดจากธนาคาร หรือเอกสารทางการเงินที่ระบุชื่อเเละที่อยู่ร่วมกัน บันทึกของโรงเรียนระบุชื่อเเละที่อยู่ของผู้ปกครอง เวชระเบียน ประกัน การยื่นภาษีเงินได้ หรือคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร
2. หลักฐานการเเสดงให้วาว่าเห็นถึงการถูกทำร้ายจากคู่สมรส
-.รายงานของตำรวจ, คำให้การของตำรวจ ,บันทึกการจับกุม หากคุณเคยโทรแจ้งตำรวจ คุณสามารถขอสำเนาได้ บันทึกการโทรฉุกเฉิน 911 หรือหมายเลขบ้านพักฉุกเฉิน
-คำสั่งศาล (restraining, stay away, or protection)  หากคุณได้รับคำสั่งศาลที่ระบุว่าให้ผู้กระทำความผิดต้องอยู่ห่างจากคุณ นี่เป็นหลักฐานที่ดีของการล่วงละเมิด 
-.บันทึกของแพทย์หรือโรงพยาบาล หากคุณได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บอันเนื่องมาจากการถูกทำร้าย, บันทึกทางจิตเวชหรือการรักษา หากคุณพบจิตแพทย์ นักบำบัดโรค ผู้ให้คำปรึกษา หรือสุขภาพจิตอื่นๆ บันทึกเหล่านี้จะเป็นประโยชน์มากเช่นกัน
-บันทึกที่พักพิง Shelter records.นักสังคมสงเคราะห์ หากคุณเคยไปเยี่ยม ปรึกษา หรือไปหลบอยู่ในสถานพักพิงสำหรับสตรี, บันทึกโทรศัพ, บันทึกของโรงเรียน, ภาพถ่ายที่ แสดงรอยฟกช้ำหรืออาการบาดเจ็บอื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็นหลักฐานอย่างดี อย่าลืมใส่คำอธิบายว่ารูปภาพถูกถ่ายเมื่อใดและเพราะเหตุใด และการละเมิดประเภทใดที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ
-อีเมลที่เขาเขียนมาข่มขู่  รวมถึงเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน และคนรู้จัก ใครก็ตามที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ สามารถเขียนอธิบายเรื่องนี้เพื่อเป็นพยานให้เราได้

ในระหว่างที่คุณยื่นคำร้องถึงวาว่า คุณสามารถใช้ที่อยู่ของญาติ หรือผู้ที่ใว้ใจได้ในการติดต่อกับทาง "วาว่า" เพื่อป้องกันไม่ให้สามีรู้ความถึงเคลื่อนไหวของคุณ

เคสคุณจะผ่านการพิจารณาโดยง่าย หากคุณมีลูกกับสามี หลังจากเคสคุณอนุมัติจาก"วาว่า" คุณจะได้รับสิทธิพิเศษจากรัฐฯ ในเรื่องการช่วยหลือทางสังคมเช่น Food stamp, Goverment apartment,Goverment health care, Day care asistant, Cash asistance, Mobil asistance, Job asistance เเละอื่นๆ เหมือนที่เราเคยได้รับมาเเล้ว

เริ่มต้น -การยื่นคำร้องการขอกรีนการ์ดด้วยตนเองเเบบอะบิ้วส์ ให้กรอกรายละเอียดใบเเบบฟอร์ม เเบบฟอร์ม I- 360 ส่งไปที่อยู่ที่ระบุในเเบบฟอร์ม พร้อมค่าธรรมเนียม 435 ดอลล์ล่า เเละเรื่องราวที่คุณถูกทำร้าย พร้อมหลักฐาน โดยดาวโหลดเเบบฟอร์ม ที่นี่ https://www.uscis.gov/sites/default/files/document/forms/i-360.pdf



เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องของคุณ เขาจะส่งเอกสารมาบอกเราว่า เขาได้รับคำร้องของคุณเเล้ว ดังภาพด้านล่าง (Receipt notice)



หลังจากนั้นเราได้รับจดหมายจากเจ้าหน้าที่อีกหลายฉบับ (ดังภาพสีฟ้าด้านล่าง) ขอให้เราส่งข้อมูลเเละหลักฐานเพิ่มเติม ไม่เก่งภาษาอังกฤษไม่ใช่อุปสรรค ใช้วิธีเเปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยก่อน เพื่อความเข้าใจในภาษาของเรา เราเเปลจดหมายที่เจ้าหน้าที่ส่งมาให้เป็นภาษาไทยเต็มพรึดไปหมด

การเล่าเรื่องที่สามีทำร้าย ให้ระบุเป็นข้อๆให้ชัดเจนว่าสามีเราทำร้ายเราเรื่องอะไรบ้าง พร้อมเเนบหลักฐาน ควรเขียนให้กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ไม่เล่าเเบบนิยาย



เมื่อเจ้าหน้าพิจารณาเคสเของเราเป็นที่เรียบร้อย เขาจะส่งจดหมายมาบอกว่าเคสของเราได้รับการอณุมัติ (เเอพพรูฟ) หน้าตาจดหมายที่ส่งมาให้เราเป็นเเบบในภาพ เรียก Appoval notice





ให้เรานำใบเเอพพฟรูพนี้ ส่งไปพร้อมกับเอกสารอื่นๆในการทำเรื่องยื่นขอกรีนการ์ดเเบบปรกติ พร้อมกันนี้เราก็ได้รับจดหมายอีกหนึ่งฉบับ คือ Establishment of prima facie case พร้อมกับบอกให้เรายื่นเรื่องทำ work permit 

"Establishment of prima facie case" เป็นจดหมายที่เเจ้งให้เราไปขอรับความช่วยเหลือจากรัฐ เป็นต้นว่า Food stamp, Government apartment, Government health care, Daycare assistant, Cash assistance, Mobil assistance, Job assistance 

ใบ "Establishment of prima facie" หน้าตาเป็นเเบบภาพด้านล่าง







เราทำเรื่องที่รัฐจอร์เจีย ต่อมาย้ายไปอยู่ชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ปัจจุบันเราโอนสัญชาติเป็นอเมริกันซิติเซ่นแล้ว เเละครองตัวเป็นซิงเกิ้ลมัมมาจนถึงทุกวันนี้

เขียนโดย ต้อย กฤษณา
ประสพการณ์ตรงจากการเป็นผู้ขอกรีนการ์ดด้วยตนเอง เเบบอะบิ้วส์
https://www.uscis.gov/i-360





ขอบคุณทุกท่านที่เเวะมาอ่านนะคะ


Create Date : 13 เมษายน 2565
Last Update : 14 เมษายน 2565 5:11:17 น. 2 comments
Counter : 792 Pageviews.

 
สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่แชร์มา

ผมแต่งงาน จดทะเบียนกับภรรยาคนไทยที่อเมริกา ปี 58
ผมสถานะอยู่เกิน ภรรยาเป็นซิติเซน มีลูกด้วยกันเกิดที่อเมริกา

ตอนอยู่ด้วยกันภรรยาไม่ยอมยื่นขอกรีนการ์ดให้
จนผมตัดสินใจกลับประเทศไทย ปี 60

ผ่านมาปี 63 ภรรยายอมยื่นเรื่องกรีนการ์ดให้ โดยมีเงื่อนไขให้ผมต้องจ่ายเงินให้เค้าประมาณ 30,000 เหรียญ

ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ uscis. มีจดหมายตอบรับเคสแล้ว

ปัจจุบันภรรยาบอกจะยกเลิกเรื่อง เพราะไม่อยากทำให้แล้ว

ผมจะดำเนินการอย่างไรได้บ้างครับ คิดถึงลูกสาวมาก ไปหาไม่ได้ เค้าไม่ยอมพากลับมาเยี่ยมที่ไทยด้วย ใจร้ายมาก

ขอคำแนะนำด้วยครับ หรือใครพอจะช่วยเหลือได้บ้างครับ


โดย: พีรพล IP: 171.7.3.202 วันที่: 22 กรกฎาคม 2565 เวลา:15:02:35 น.  

 
ขอโทษที่ตอบช้านะคะ อัพบล็อกเเล้วไม่ได้เข้ามาอ่าน

อ่านมาถึงตรองว่า "ปัจจุบันภรรยาบอกจะยกเลิกเรื่อง เพราะไม่อยากทำให้แล้ว" ค่อยๆพูดจานะคะ อย่าใช้อารมณ์ ดิฉันเชื่อว่าภรรยาคุณต้องการให้ลูกมีพ่อ เเต่เธออาจติดขัดหรือมีปัญหาบางอย่าง

กรณีของคุณพีรพล สามารถขอกรีนการ์ดด้วยตัวเองเเบบอะบิ้วส์ เเบบที่ดิฉันขอไปนี่เเหละค่ะ ตอนดิฉันขอไป เอกสารต่างๆหมดอายุไปเรียบร้อยเเล้ว เเต่คุณจะเสียเปรียบตรงที่ว่าคุณอยู่ทางเมืองไทย การยื่นเรื่อง หรือเอกสารต่างๆบางครั้งต้องผ่านสถาณทูตอเมริกาในไทย เเละใช้เงินมากประมาณหนึ่ง

การยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดด้วยตัวเองเเบบอะบิ้วส์ เขาไม่คำนึงถึงสถานะที่คุณอยู่เกินค่ะ

ขอเอาใจช่วยนะคะ


โดย: สมาชิก 3661152 (สมาชิกหมายเลข 3661152 ) วันที่: 25 สิงหาคม 2565 เวลา:23:08:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 3661152
Location :
ชิคาโก United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Single Mom in USA.
ไดอารี่ออนไลน์ของ"ซิงเกิ้ลมัม"ในสหรัฐอเมริกา
ปี 2003 อยู่เมือง Rex รัฐจอร์เจีย
ปี 2010 ย้ายไปอยู่เมือง Elon รัฐนอร์ทแคโรไลนา
ปี 2012 ย้ายไปอยู่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ จนถึงปัจจุบัน
ปี 2020 เขียนไดอารี่ออนไลน์ bloggang



Group Blog
 
<<
เมษายน 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
13 เมษายน 2565
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3661152's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.