Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
9 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
ความรัก กับ บุพเพสันนิวาสและเนื้อคู่




พระพุทธเจ้ายังเคยตรัสว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเหตุสองประการ ประการแรกคือ
เคยอยู่ร่วมกันมาในอดีตชาติ ……. ประการที่สองคือชาตินี้ได้เกื้อกูลกัน นั่นแหละความรักอย่างลึกซึ้ง
ถึงจะเกิดได้  ......คู่หญิงชายนั้นมีหลายแบบ หากหันมาใส่ใจกับคำว่า ‘คู่บุญ’ และ ‘คู่บาป’ แทน
เพราะคนเราทำบุญทำบาปสลับกันได้... ไม่มีใครทำบุญทำบาปร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตลอดไป  ..... 
    


คู่บุญ  อาจมายถึงคู่ที่ร่วมทำบุญกันมา  มากกว่าร่วมทำบาป ……ส่วนคู่บาปก็อาจหมายถึง
คู่ที่ร่วมทำบาปกันมากกว่าร่วมทำบุญ ...... ถ้าต้องตาเมื่อเห็น  ……   ถ้าเย็นใจเมื่อใกล้ .....อันนั้นก็เป็น
คะแนนทางความรู้สึกด้านดีชั้นแรก ……  ต่อเมื่อมีความผูกพันผ่านเหตุการณ์ดีร้าย หรือที่เรียกง่ายๆว่าร่วมทุกข์
ร่วมสุขด้วยกันตรงนั้นค่อยเป็นคะแนนสะสมในชั้นต่อๆมา กระทั่งปักใจเชื่อได้ว่าเป็นคู่บุญกันจริงๆ  …….

ความรู้สึกด้านดีชั้นแรกในระยะแรกพบสบตานั้น เป็นผลบุญจากการอยู่ร่วมกันมาก่อนในอดีตชาติ
ส่วนการร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านเหตุการณ์ดีร้ายต่างๆมาด้วยกัน เป็นบุญใหม่ที่เกิดจากการเกื้อกูลในปัจจุบันชาติ  
พระพุทธเจ้าตรัสว่าความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน
(  เหตุปัจจุบันน่าจะมีความสำคัญมากกว่าและก็เป็นเหตุให้ต้องแยกจากกันไป  มีให้เห็นมากมาย)
(ไม่ว่าจะเป็นของเก่าหรือของใหม่ บุญที่สร้าง ‘คู่บุญ’ ขึ้นมาจะเหมือนๆกัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้ได้แก่

๑) มี ศรัทธา ไปในแนวทางเดียวกัน เช่นถือศาสดาองค์เดียวกัน เชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบากด้วยกัน
เชื่อว่าโลกกลมหรือโลกแบนเหมือนๆกัน ....เชื่อแนวทางในการดำรงชีวิตรูปแบบเดียวกัน เป็นต้น
เมื่อศรัทธาไม่ตรงกัน ....ก็คุยเรื่องไม่ตรงกัน เมื่อคุยเรื่องไม่ตรงกันก็คุยกันได้ไม่นาน เมื่อคุยกันได้ไม่นานก็เบื่อกันเร็ว
อันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับทุกรูปนาม ไม่จำเพาะเฉพาะคู่รักเท่านั้น  ..... ขนาดเพื่อนกันแต่เชื่อไม่เหมือนกัน
ยังยากที่จะเป็นเพื่อนสนิทเลยครับ  ....ศรัทธาที่ร่วมกันปลูกฝังให้มั่นคงย่อมทำหน้าที่สร้างสายตาที่มอง
ไปในทิศเดียวกัน .....ไม่ก่อความรู้สึกเป็นอื่นจากกัน

๒) มี ศีล อันเป็นเครื่องหอมทางใจเสมอกัน คือมีความคิดงดเว้นข้อประพฤติผิดแบบเดียวกัน.... เป็นเหตุให้
ไม่รังเกียจหรือหมั่นไส้กัน..... พรานหนุ่มกับ  พรานสาว   ทนกลิ่นอายฆ่าฟันของกันและกันได้ .....
แต่ให้หมอศัลย์ที่มีรังสีช่วยชีวิตมาเป็นคู่ผัวตัวเมียกับมือปืนร้อยศพที่ทะมึนด้วยรังสีเอาชีวิต   อย่างไรก็คงทน
กลิ่นอายที่เป็นตรงข้ามของกันและกันไม่ไหวและนั่นก็เช่นเดียวกัน ...ถ้าฝ่ายหนึ่งเจ้าชู้ ...ร้อยลิ้นกะลาวน ...
สำส่อนไปเรื่อยโดยไม่สนใจความสกปรกหมกมุ่น ...ย่อมน่ารังเกียจยิ่งสำหรับคนใจซื่อถือความสะอาด
ผัวเดียวเมียเดียว..... ศีลที่ร่วมรักษาให้บริสุทธิ์ดีแล้วย่อมทำหน้าที่  สร้างความอบอุ่นเชื่อมั่น
ในกันและกัน .....สนิทใจ ไว้วางใจกันเป็นมั่นเหมาะ  

๓) มี จาคะ อันเป็นวิธีคิดแบ่งปันเสมอกัน อย่างน้อยต้องเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกัน
ในทางใดทางหนึ่ง  ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายหนึ่งคิดอยู่ข้างเดียว อีกฝ่ายเอาเปรียบตลอด เช่นอีกฝ่ายสละเงินให้ใช้
อีกฝ่ายสละแรงปรนนิบัติ เป็นต้น การเอารัดเอาเปรียบเกิดจากจาคะที่ไม่เสมอกันเป็นมูล ยิ่งหากต่างฝ่าย
ต่างคิดเจือจานคนอื่น เห็นข้าวของอะไรไม่ใช้แล้วก็คิดตรงกันว่าน่าบริจาคแก่คนที่เขาไม่มี ...

อย่างนี้ยิ่งไปกันได้ มีโอกาสร่วมบุญกันบ่อยๆ    ยิ่งให้คนอื่นมากก็ยิ่งได้ความสุขในการสละมา
เสริมใยแก้วร้อยสัมพันธ์ให้กันแน่นแฟ้นขึ้น จาคะที่ร่วมกันยินดีโดยพร้อมเพรียงย่อมก่อความรู้สึกซึ้งใจ
อย่างใหญ่ เหมือนอยู่ด้วยกันจะเป็นที่พึ่งให้กัน ปลอดภัยร่วมกัน ประคับประคองกัน ไม่มีวันล้มพร้อมกัน .....

๔) มี ปัญญา เสมอกัน กล่าวทางโลกคือคุยกันรู้เรื่อง กล่าวทางธรรมคือมีระดับการเห็นตามจริง
ใกล้เคียงกัน หรืออย่างน้อยเป็นไปไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่พูดคนละภาษา ฝ่ายหนึ่งทำก่อนคิด
อีกฝ่ายคิดก่อนทำ หรือฝ่ายหนึ่งเอาอารมณ์พูด อีกฝ่ายพูดด้วยสติปัญญา หรือฝ่ายหนึ่งเห็นชัดว่า
อะไรๆไม่เที่ยง ความยึดมั่นถือมั่นเหลือน้อย มั่นเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ก็คงนึก ปัญญาที่ร่วม
เสริมส่งกันและกันย่อมทำหน้าที่สร้างความร่าเริงในการสนทนา  ……..

หากอดีตกาลคุณเคยครองเรือนกับผู้มีบุญเสมอกันทั้ง ๔ ข้อ (อาจหย่อนนิดหย่อนหน่อยได้)
ขอเพียงได้มาพบกันในชาตินี้ …… ก็จะเกิดแรงดึงดูดที่ก่อความรู้สึกแสนดีอย่างประหลาด   เหมือนเข้ากัน
ได้ทุกอย่าง เหมือนเห็นกันได้ทุกแง่มุมด้วยความเข้าใจกระจ่าง และขอเพียงเกื้อกูลกันนิดๆหน่อยๆ

เช่น  ……. ฝ่ายหนึ่งมาถามทาง อีกฝ่ายบอกทางให้ท่านี้ก็จะเกิดแรงปฏิพัทธ์ขึ้นอย่างรุนแรง
ชนิดที่ฝ่ายชาย (ซึ่งมีธรรมชาติเป็นรุก) อาจยื่นข้อเสนอเดินพาไปส่ง และฝ่ายหญิงก็ตกลงรับข้อเสนอ
อย่างยินดีเต็มใจทันที แล้วการตกลงร่วมทางกันไปจนกว่าจะตายก็ติดตามมาอย่างรวดเร็ว  …….

จากที่พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัส.... ว่าหญิงชายจะพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า ก็เพราะมีเหตุ
คือต่างฝ่ายต่างมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน คำว่า "เสมอกัน".... นั้น อย่างน้อยที่สุดคือ
ร่วมยินดีไปในแนวความเชื่อเดียวกัน   ......มีใจปรารถนาจะรักษาศีล ....มีใจอยากสละให้
และอย่างน้อยพูดภาษาเดียวกันรู้เรื่อง..... ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งเสนอ..... อีกฝ่ายนอกจากไม่สนองแล้ว
ยังเอาแต่ขัดๆๆ 



มาจาก FF .Mail






Free TextEditor


Create Date : 09 กันยายน 2553
Last Update : 9 กันยายน 2553 22:47:28 น. 0 comments
Counter : 299 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
karnguy
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





เป็นความสุขเล็กๆ ของเราค่ะ ที่ชอบทำอะไรแบบนี้ ก็จะแอบเล่นเนตตอนลูกหลับ ประมาณนั้น
;}
Friends' blogs
[Add karnguy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.