..สีสันของความหลากหลาย อาจทำให้ความหมายของชีวิตแปรเปลี่ยน แต่ความเป็นเพื่อนยังคงหมุนเวียน สับเปลี่ยนอยู่ในตำแหน่งของความผูกพัน..
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
29 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
แบกเป้เที่ยวแดนอาทิตย์อุทัย...วันที่ 4 (ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ - วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) เกียวโต)

หวัดดีกันอีกครั้งค่ะเพื่อนๆ นี่ก็เข้าวันที่ 4 แล้ว ที่มาท่องอยู่ในแดนปลาดิบ เช้านี้ที่เกียวโต อากาศดีสดชื่นมากๆ เลยทีเดียว เมื่อคืนเรานั่งรถ Willer Bus มาจากโตเกียว มาถึงเกียวโต สเตชั่น ก็เช้า พอดี 

หากไม่นับกรุงโรมอิตาลีแล้ว เกียวโตอดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นแห่งนี้จัดได้ว่าได้รับยกย่องว่าเป็นมรดกโลกมากกว่าที่อื่นๆของโลก เมืองที่มีประชากรถึง 1.5 ล้านคนแห่งนี้มีวัดและศาลเจ้าอันงดงามมากมาย

 


เกียวโต สเตชั่น เป็นสถานนีรถไฟที่ใหญ่เอามาก ๆ เพราะมีถึง 10 ชั้น หลังจากที่หาล๊อคเกอร์เก็บกระเป๋าสัมภาระที่สถานีเรียบร้อยแล้ว ทานอาหารเช้า ก็็ออกเที่ยวกันเลยค่ะโดยซื้อตั๋วรถบัสแบบ one day pass ราคา 500 เยนค่ะ แล้วก็ไปเข้าแถวรอขึ้นรถบัส  เพื่อไปที่  ศาลเจ้า ฟูชิมิ อินาริ 







ศาลเจ้า ฟูชิมิ อินาริ  หรือศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว

สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพเจ้าอินาริ ซึ่งเป็นเทพเจาแห่งการเพาะปลูกและอุตสาหกรรม ส่วนสุนัขจิ้งจอกนั้น ถือเป็นผู้นำสารขององค์เทพเจ้าอินาริ เพื่อให้พื้นที่บริเวณนี้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ปลูกข้าวได้มาก ผลผลิตดีมีคุณภาพ  จุดเด่นของวัดนี้ คือ การมีอุโมงค์เสาโทริอินับพันต้นเรียงรายอยู่บนเนินเขาภายในบริเวณวัดจนกลายเป็นอุโมงค์ ซึ่งมีหลากหลายขนาด ตั้งแยกกันไปหลายเส้นทาง ซึ่งรวมความยาวของอุโมงค์ทั้งหมด ประมาณ 4 กิโลเมตร  โดยตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นสมัยโบราณเชื่อกันว่า โทโรอิ(Toroii) เปรียบเหมือนประตูเข้าสู่สวรรค์

ขอบคุณข้อมูลจาก //www.oknation.net
















































































หลังจากที่ถ่ายรูปที่วัดอินาริ จนจุใจแล้ว เราก็ออกมายืนรอรถบัสสายเดิม เพื่อกลับไปที่เกียวโตสเตชั่น แต่รอแล้ว รอเล่า ผ่านไปเกือบครึ่ง ชม.ก็ไม่มีวี่แววว่ารถจะมา จนชักไม่แน่ใจว่า จะมีรถบัสสายนั้นมารึป่าว อากาศก็เริ่มร้อนแล้ว ก็เลยไปถามคนที่ยืนรอรถแถวๆ นั้น แล้วก็ไปเจอกับคุณพี่ผู้หญิงผู้ใจดีคนนี้ค่ะ  คุยกันคนละภาษา  (เราถามเป็นภาษาอังกฤษ คุณพี่ตอบมาเป็นภาษาญี่ปุ่น) แต่แปลกเนอะ เข้าใจกันดีแฮะ คุณพี่บอก จขบ.ว่า "เกียวโต สเตชั่น โซโซ" พร้อมกับตบไหล่ จขบ. ทำนองว่า เค้าก็ไปเกียวโต สเตชั่นเหมือนกัน พวกเรารอรถบัสกันนานมาก จนคุณพี่ผู้หญิงผู้ใจดีท่านนี้ เรียกแท๊กซี่ แล้วให้เราขึ้นมาด้วย พอไปถึง มิใยที่เราจะออกค่ารถ คุณพี่ก็ไม่ยอม เลยต้องอาริกาโต๊ะ โกซายมัส กันหลายหน และถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก  นี่แหล่ะค่ะ...น้ำใจที่ได้รับจากมิตรต่างแดน แม้จะคุยกันคนละภาษาก็ตาม...น่ารักจริงๆ 







วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple)

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) หรือ วัดพลับพลาทอง (Golden Pavilion) หรืออีกชื่อ วัดศาลาทอง เป็นวัดที่ดังเป็นที่รู้จักที่สุดวัดหนึ่งในญี่ปุ่น กล่าวคือหากมาเที่ยวโตเกียวแล้วไม่ได้มาที่วัดนี้ถือว่ายังไม่มาถึงโตเกียว สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1940 ศาลาสีทองที่เห็นในปัจจุบันเพิ่งได้รับการแปะผนังทองไปเมื่อปี พ.ศ.2530 ที่ผ่านมา จึงมองเห็นเหลืองอร่าามสะท้อนในสระน้ำอย่างสวยงาม

หากเดินทางไปทางทิศตะวันตกตามถนนคิตะโอจิโดริ จะผ่านสวนสาธารณะฟุนาโอกะยามะโคเอ็น เพื่อไปยังวัดคินคะคุจิ หรือวัดศาลาทอง ซึ่ง รู้จักกันดีที่สุดในเกียวโต วิหารสร้างในปี 1955 จำลองแบบจากของเดิมในศตวรรษที่ 15 และเพิ่งหุ้มทองคำครั้งหลังสุดในปี 1987 วิหารมี 3 ชั้น โดยชั้นแรกมีลักษณะเป็นพระราชวัง ชั้นที่สองเป็นแบบบ้านซามูไร

ส่วนชั้นที่สามเป็นแบบวัดเซน คินคะคุจิตั้งอยู่กลางทัศนียภาพอันเหมาะเจาะ ผืนน้ำในสระกว้างเบื้องหน้าสะท้อนประกายระยับกั้นโอบด้วยแมกไม้ สวนเดินเล่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นตั้งอยู่ในบริเวณคัต สึระริคิว หรือพระตำหนักแปรพระราชฐานคัตสึระ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของสถานีเกียวโตบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคัดสึระงาวะ สวนนี้มีเรือนน้ำชาชั้นดีหลายแห่งซึ่งมองออกไปแลเห็นสระน้ำกว้างตรงกลาง ความประณีตงามเรียบของพระตำหนักที่ชูงะคุอิง ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นอาคารสามชั้นนั้นดูเพริศไปด้วยจินตนาการมากกว่าหากเทียบกับพระตำหนักคัตสึระ

เพื่อนๆ อาจจะจำได้ การ์ตูนเรื่องอิคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา ก็จำลองเรื่องราวเหตุการณ์ของศาลาทองในวัดนี้ให้เป็นปราสาทของท่านโชกุน (โชกุนอาชิกางะ โยชิมิสึ ( Ashikaga Yoshimistsu)) และบุตรชายของเขาที่เป็นเจ้าของพลับพลาหลังนี้ ก่อนที่จะยกให้เป็นทรัพย์สมบัติของวัดโรกุนนอนจิ (Rokuonji : อีกชื่อของวัดนี้) ในเวลาต่อมา พลับพลาหลังนี้เคยถูกลอบวางเพลิงในปี พ.ศ.2493 โดยพระภิกษุที่บวชอยู่ในวัด พระรูปนี้บวชเข้ามาแล้วเกิดความหลงใหลในความงามของพระวิหารและคิดว่าการที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของความงานต้องเผาทำลายวัตถุแห่งความงามนั้นไปด้วย จึงได้มีการสร้างใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2498


ปีพ.ศ. 2537 วัดโระคุองรวมทั้งศาลาทอง ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นๆในเมืองเกียวโต ตัวศาลาทองทั้งหลังยกเว้นชั้นใต้ดิน ปิดคลุมด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและโบราณวัตถุมีค่าอื่นๆบนยอดหลังคาของศาลามีรูปหล่อทองคำรูปนกโฮโอ

ในปี พ.ศ. 2493 ศาลาทองถูกเผาทำลายโดยพระวิกลจริตศาลาที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2498

ขอบคุณข้อมูลจาก //www.dozojapan.com












ค่าเข้าชม  ผู้ใหญ่ 400 เยน  เด็ก 300 เยน









ไม่ว่าจะไปที่ไหน มักจะเห็นคุณครูพานักเรียนมาทัศนศึกษาเสมอ






ศาลาทอง ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหน ก็ดูสวยสง่า อลังการจริงๆ ค่ะ  เงาสะท้อนในสระน้ำของศาลาทอง ก็ทำให้ศาลาทองดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่งด้วยเช่นกัน






































วัดนี้มีตู้เสี่ยงเซียมซีแบบหยอดเหรียญด้วยค่ะ...ไฮเทคซ๊า










ก่อนทางออกจะมีการขอพรโดยการเขียนขอพรที่แผ่นไม้ “อิกคิว” โดยส่วนมากจะเขียนขอให้มีสติปัญญาหลักแหลม ฉลาดแบบอิกคิวซัง










จบการเดินเที่ยวเกียวโตในภาคเช้าค่ะ  บล๊อกหน้าจะพาไปเที่ยววัดคิโยมิซึ หรื่อวัดน้ำใสค่ะ



แล้วตามไปเที่ยวกันต่อนะค๊า....





















Create Date : 29 กรกฎาคม 2555
Last Update : 29 กรกฎาคม 2555 16:43:50 น. 26 comments
Counter : 1450 Pageviews.

 


เจิมค่ะ
โอกาศแบบนี้หายาก..



โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:17:51:56 น.  

 
ตามมาเที่ยวกันต่อเลย
พี่พาเที่ยวแบบใส่รายละเอียดดีจังค่ะ
งี้เป็น guideline ให้มือใหม่หัดแบกเป้ดีเลยค่ะ



น่าทึ่งอยู่อย่างที่บ้านเมืองเค้าต้นไม้ใหญ่เยอะมากนะคะ
แล้วก้อยังรักษาวัฒนธรรมเก่าๆ ดีมาก
วิวสวยค่ะ


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:17:58:22 น.  

 

ค่อยมีรูปคนไปเที่ยวเยอะหน่อยเนอะ


โดย: รุ่นป้าหน้าใส วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:18:30:31 น.  

 
โห...คุณป้า
นึกว่าจะไม่มาเที่ยวด้วยกันซะอีก
พาคุณป้าไปรำลึกถึงความหลังไง


โดย: kapeak วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:19:09:36 น.  

 
^^ มาเที่ยวด้วยคนค่ะ


โดย: ริมน้ำ_ขอบฟ้า (rimnam_kobfa ) วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:19:40:29 น.  

 
มาเที่ยวต่อค่ะ ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ
รูปทรงดูคล้ายๆวัดจีนนะคะ ทาสีแดงด้วย ยิ่งเหมือนมาก

อ่านมาถึงวัดในเรื่องอิคคิวซัง
ต้องรีบเลื่อนลงมาดูอย่างเร็ว เพราะติดเรื่องนี้มากค่ะ ชอบดู ซื้อแผ่นไว้เพียบเลย
ศาลาทอง สวย อลังการมาก
เห็นแล้วนึกถึงท่านโชกุนขึ้นมาทันที
ท่านชอบนั่งอยู่ในนี้ล่ะค่ะ
บรรยากาศรอบศาลา สวยมาก ดูสงบดีจัง




ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เทคโนโลยีไฮเทคมาก แต่เค้าก็มีวัดให้คนกราบไหว้มากเช่นกัน ชอบจังเลยค่ะ
ชอบความเรียบร้อยมีระเบียบ อัธยาศัยน่ารักของเค้าด้วย ชื่นชมจริงๆค่ะ




โดย: mambymam วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:21:36:05 น.  

 
ไหนๆก็มาเอาป่านนี้แล้ว
ส่งพี่เค้านอนด้วยเลย


ราตรีสวัสดิ์ค่า


โดย: mambymam วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:21:37:35 น.  

 
ไหนๆก็มาเอาป่านนี้แล้ว
ส่งพี่เข้านอนด้วยเลย


ราตรีสวัสดิ์ค่า


พี่เปี๊ยกลบอันบนให้ด้วยค่ะ
ผิดอีกแย้ว แหะๆ


โดย: mambymam วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:22:05:27 น.  

 
แวะมาเที่ยวเกียวโตก่อนนอนจ้าคุณเปี๊ยก


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:22:08:56 น.  

 
ชอบญี่ปุ่นมาก เป็นดินแดนแห่งความประทับใจ


โดย: Robert_N วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:23:51:35 น.  

 
ดูภาพปราสาทสีทอง ยังคิดว่า เป็นที่
เดียวกับที่ปรากฏในหนังการ์ตูน อิ๊กคิว
ซัง ดูสุดท้ายแล้ว ใช่จริง ๆ

ดูคุณเปี๊ยกแล้ว แหะ ๆ ยืนคู่หันหลัง
ให้ปราสาทแล้ว เข้ากันจริง ๆ แต่ถ้า
จะให้เหมาะ ต้องให้ อิ๊กคิวซัง หมอฟัน
แห่งปราจีนบุรีมาอีกคน


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:23:56:15 น.  

 

จันทร์เอ๋ย...เคยงามยามค่ำคืน
โปรดนำความสดชื่นมายื่นให้
พบความสุขสมหวังทั้งกาย-ใจ
จวบจนถึงวันใหม่...ขอบใจจันทร์

อรุณสวัสดิ์ กับเช้าวันจันทร์


โดย: พันคม วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:7:06:47 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าคร๊าคุณอา

แวะเสิร์ฟผัดมาม่าค่ะ
ฝีมือคุณน้ำค้างนะค่ะ แห่ะๆ
และแวะมาเที่ยวไปด้วย



โดย: ปอย (แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:7:15:37 น.  

 
คนนึงทำ คนนึงเสริฟ
คนนึงทำ อีกคนล้าง อิอิ
.
.
.
คนหนึ่งทำ คนหนึ่งเสิร์ฟ ถู๊กกก ต้องนะคร้าบบบบ
ส่วนคนหนึ่งทำ อีกคนล้าง ก็ถูกต้องนะคร้าบบบบ

คุณอาทานแล้วอย่าลืมล้างจานมาคืนด้วยเน้ออ พลีสสสสส
คนหนึ่งทำ คนหนึ่งล้างงัย กร๊ากกกก



โดย: ปอย (แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:8:19:19 น.  

 
แหมๆ
ได้ที สะจายเลยนิ
ไม่ล้างหรอก แล้วก็ไม่คืนจานด้วย


โดย: kapeak วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:8:24:53 น.  

 
ฝ่าสายฝนมาเที่ยวอีกค่ะ
ชอบดูศาลาทอง คิดถึงท่านโชกุน
กะอิ๊คคิวซัง นึกถึงตอนเวลาเถียงกันในศาลาแห่งนี้ นึกแล้วขำดีค่ะ


เอาบานชื่นมาฝากพี่ด้วย





มีความสุขทั้งวันนะคะ


โดย: mambymam วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:11:15:56 น.  

 
พาน้องดอกไม้มาขอบคุณที่ไปเจิมให้ครับ
เพิ่งได้เธอๆ มาเมื่อวาน จะให้เทียนก็นะ
สีเธอผิดสเป็ค








ดอกไม้ก็เดิมๆ คนให้ก็ยังเดิมๆ อิอิ




โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:11:21:42 น.  

 
มาช้าไปหน่อยแต่ก็ยังมาทันชมวัดสวย ๆ นะคะ
น้ำใจและมิตรภาพระหว่างการเดินทาง เป็นสิ่งที่น่าประทับใจค่ะ
ชอบบรรยากาศต้นไม้ทางเข้าทางจังค่ะ
ดูร่มรื่นดี ไม่เหมือนบางประเทศเนาะไม่ใกล้ไม่ไกลตัวเองเท่าไหร่ มานจ้องตัดแต่ต้นไม้ เฮ้อ..
ปล.เค้าได้หยุดเยอะกว่า เพราะลาพักผ่อนเลยได้หยุดยาวทั้งสัปดาห์เลยจ้ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:11:39:58 น.  

 
ได้เวลามาละเลียดอ่าน ฝากบอกคุณพี่เขย
ทำรายการเดินทางฝ่าแดนกิโมโนและแดนโสมนี้
แจกเข้าพรรษาได้ก่ อิอิ แบบว่า
จัดเก่งเหลือเชื่อ แค่หน้าเหมือนญี่ปุ่นเนี่ยนะ




โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:13:19 น.  

 
กลับมาปั่นเม้นท์
ดอกไม้นั้นก็ซัลเวียม่วงงัยขอรับ
ทำเป็งจำมะด้ายยยยย




โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:15:41 น.  

 
ตามมาดูต่อด้วยค่ะ

ตั๋วที่ซื้อตอนเข้าวัดทองที่ถือไว้ สามใบนั้น ทางวัดเขาให้เอากลับบ้านแล้วให้บูชาที่หิ้งพระด้วยนะคะ อย่าทิ้งนะคะ


ที่วัดทอง kinkaku ji นั้น ได้ลองโยนเหรียญเงินตรงนี้บ้างหรือเปล่าคะ




โดย: Katai_Akiko วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:59:39 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลของน้องกาต่ายด้วยค่ะ พี่ไม่ได้โยนเหรียญตรงนี้ค่ะ


โดย: kapeak วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:52:37 น.  

 
รู้แระ ทีหลังจะไปแถวนั้นอีก ต้องบอกคุณป้าต่าย
ขอข้อมูลเบื้องลึกนิ


ไอ้ปู่มันไม่ว่าหรอก มันว่าเหมือนนวดงัย
ซาบายมันเลยแหละ




โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:56:21 น.  

 
ตรงนี้เรียกว่า ojiso san ค่ะ

เห็นตรงกลางที่เป็นถ้วยหินใหมคะ อธิฐานขอในสิ่งที่เราปรารถนา แล้วโยนเหรียญให้เข้าหลุม ถ้าเข้าก็สมปรารถนาค่ะ แต่ถ้าไม่เข้า เหมือนที่เห็นเกลื่อนอยู่ข้างนอกก็ไม่สมปรารถนาค่ะ

น้องกาต่ายเคยเขียน blog เกี่ยวกับวัดนี้ไว้เมื่อ วันที่ 26/5 /2009 ค่ะ หัวข้อ เรื่องท่องเที่ยวต่างประเทศค่ะ วัด ทอง kinkaku ji

ขอเชิญลองเปิดชมดูนะคะ

ตอนหลังๆนี้น้องกาต่ายไปเที่ยวที่ใหนก็ไม่ค่อยจะเอามาลงแล้วละค่ะ เพราะเพื่อน blog ที่ไปเที่ยวกันมา เขียนได้สนุกมากกว่า เลยหยุดเขียนเดินตามอ่านเรื่องที่เพื่อนๆเขียนแทน เพราะมุมมองของเพื่อนๆแปลก และสนุกกว่าค่ะ


โดย: Katai_Akiko วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:16:29:52 น.  

 



มาเดินยืดเส้นยืดสายอีกหน่อยค่ะพี่
เซียมซีหยอดเหรียญนั่น
ไม่เร้าใจได้ลุ้นเหมือนของบ้านเราเลยเนอะ

แน่ะ ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากป้าต่ายอีกด้วย

นิคว่านิคเริ่มงงๆ ก่งก๊ง
กะการลำดับญาติแล้วละค่ะพี่เปี๊ยก



โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:17:12:11 น.  

 
พี่เปี๊ยกใช่ใหมค่ะ พี่เปี๊ยกไปช่วงคนไม่เยอะ ได้ถ่ายวิวสวยๆถ้ามาช่วงวันหยุดนะค่ะ โหคนนี้เยอะมากหาที่ถ่ายวิวดีๆไม่ได้เลยค่ะ ยิ่งถ้าช่วงเทศกาลด้วยแล้ว


โดย: Mitsubachi วันที่: 3 สิงหาคม 2555 เวลา:21:22:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




"ตั้งใจว่า...ทำบล๊อกนี้ขึ้นมาเพื่อบันทึกเรื่องราว ความทรงจำดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและอยากจะทำ และไม่เคยหวังผลตอบแทนใด ๆ ในทุกสิ่งที่ได้ทำ นอกจากรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มิตรภาพและความจริงใจจากเพื่อนๆ เท่านั้น"


"ถ้าเรายังรัก
ยังรู้สึกรักและเสียดายมิตรภาพ
หรือความสัมพันธ์ที่ดีที่เคยมี


ใครผิด-ใครถูก
ใครยอมก่อน ใครยอมรับผิด
ไม่ใช่ประเด็นสำคัญแล้ว


“ความคาดหวัง” ที่เราควรมีกับตัวเอง
คือ คนทุกคนไม่จำเป็นต้องทำแต่สิ่งที่เราพึงพอใจ

เช่นเดียวกัน อย่าไปคาดหวังว่าเราจะเป็นที่รักใคร่ของทุกคน

เราทำแบบนั้นไม่ได้
ใครชอบ ใครชัง
บางครั้งก็อยู่เหนือการควบคุมของเรา


เราแค่ยืนหยัดกับสิ่งที่เราเป็น
แต่พร้อมยอมรับปรับตน เรียนรู้ว่าคนอื่นต้องการอะไร
ไม่ใช่ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล
และคิดแต่ว่าคนอื่นต้องเข้าใจตัวเราอยู่ฝ่ายเดียว



และถ้าที่สุดแล้ว


แม้แต่คำขอโทษอย่างจริงใจ
ยังไม่อาจละลายใจให้อีกฝ่ายยกโทษหรือให้อภัยได้

เราคงต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า


“เราทำดีที่สุดแล้ว”


และก็ใช้ชีวิตของเราต่อไป"


กะว่าก๋า
14 พ.ย.55


"จะดี จะชั่ว อยู่ที่ตัวทำ"
"จะสูง จะต่ำ อยู่ที่ทำตัว"



# เริ่มทำบล๊อกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552 #


ไปหลังบ้านทางนี้เน้อ