7 เรื่องไม่ลับที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับราชวงศ์หมิง






เจ็ดสิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับราชวงศ์หมิง

(แปลมาจาก 7 ThingsYou May Not Know About the Ming Dynastyเว็บไซต์ HISTORY)

ราชวงศ์หมิงทำให้จีนมาถึงจุดสูงสุดจนกลายเป็นมหาอำนาจของโลกเป็นที่รู้จักกันดีทางด้านการค้าโลกวัฒนธรรมและอิทธิพล ก้าวผ่านเวลามายาวนานกว่าสามร้อยปีจากยุคตกต่ำราชวงศ์หยวนของมองโกลในค.ศ.1368ถึงการเข้ามาปกครองของแมนจูในค.ศ.1644และนี่คือเรื่องราวเจ็ดสิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับราชวงศ์หมิง

ผู้สถาปนาราชวงศ์เติบโตมากับความยากจน

จูหยวนจางเกิดในปีค.ศ.1328และเป็นกำพร้าเมื่ออายุได้สิบหกปีวางรากฐานราชวงศ์หมิงพระองค์นี้ทรงมีชีวิตอยู่รอดมาได้โดยการเป็นขอทานวณิพกก่อนที่จะไปบวชเป็นสามเณรอยู่ในวัดพุทธศาสนา ต่อมา 2-3 ปีวัดที่จูหยวนจางจำวัดอยู่นั้นถูกเผาลงด้วยทหารฝ่ายราชวงศ์เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเกิดความขัดแย้งระหว่างทหารราชวงศ์หยวนกับกบฎชาวพุทธนิกายที่โพกผ้าแดงจูหยวนจางเองก็เข้าร่วมกับกลุ่มกบฏนี้ด้วย กลุ่มกบฎนั้นมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งจูหยวนจางได้รับยศตำแหน่งที่สูงขึ้นและแต่งงานกับลูกสาวของผู้บังคับบัญชาของกบฎโดยเวลานั้นเขาสามารถเข้ายึดครองนครหนานจิงจากราชวงศ์หยวนของมองโกลได้เมื่ออายุได้สี่สิบปี หนทางของจูหยวนจางจากกบฏเป็นจักรพรรดิไม่ง่ายเลยยังมีความรู้ที่ได้รับการฝึกจากลัทธิประหลาดที่บูชาไฟ(ศาสนาที่บูชาไฟในเปอร์เซีย)ถึงแม้ว่าความหมายของราชวงศ์หมิงจะหมายถึงแสงสว่างก็จริง บางที่อาจหมายถึงพระเจ้าผู้ประทานแสงสว่างซึ่งเพื่อนมิตรสหายเก่าของจูหยวนจากให้การเคารพนับถือด้วยก็ได้(นึกถึงดาบมังกรหยก กระบี่อิงฟ้า)



ปักกิ่งมหานครของราชวงศ์และความจริงอันซับซ้อนของพระราชต้องห้าม

ต้นศตวรรษที่ 15 พระราชโอรสของจักรพรรดิหงอู่(จูหยวนจาง)ทรงมีพระนามว่า พระจักรพรรดิหย่งเล่อทรงกำกับการโยกย้ายเมืองหลวงของราชอาณาจักรจากหนานจิงสู่เมืองใหม่นั้นก็คือกรุงปักกิ่ง550 ไมล์ทางตอนเหนือถัดจากเมือง Dabuเมืองหลวงเก่าของราชวงศ์หยวนซึ่งสร้างโดยกุบไลข่านตั้งแต่ปี ค.ศ.1264 เมืองหลวงใหม่ของจักรพรรดิหมิงถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองยาว15 ไมล์ สูง 40 ฟิต เป็นศูนย์รวมเกี่ยวกับการปกครองสำนักราชการขุนนาง มีพระราชวังที่ถูกจำกัดไปด้วยซับซ้อน มีห้องเกือบหนึ่งหมื่นห้องมีที่จะเข้ามาอยู่ได้จะต้องได้รับพระบรมราชานุญาตเสียก่อนจึงจะเข้ามาอยู่ได้ รู้จักกันในนามว่าพระราชวังต้องห้าม ชาวจีนเรียกว่า “ZijinCheng”มีความหมายว่าเมืองต้องห้ามสีม่วง จื่อจิ้น เฉิง ซึ่งแปลตามตัวอักษรได้ว่า "เมืองต้องห้ามสีเลือดหมู"ด้วยเหตุที่ว่า ห้ามสามัญชนเข้าไปในบริเวณวังหลวงโดยเด็ดขาดและสีเลือดหมูนั้นเป็นสีอาคารและหลังคาโดยทั่วไป ความเสน่ห์ที่กล่าวถึงนี้มิได้หมายถึงเมืองที่มีกำแพงล้อมแต่หมายถึงดาวฤกษ์สีม่วงมีดาวเหนือเป็นศูนย์กลางthe heart of Beijingตามหลักดาราศาสตร์ของจีนโบราณ ซึ่งจักรพรรดิทรงหวังว่าเมืองหลวงใหม่ของพระองค์บนโลกมนุษย์มีความรุ่งเรืองราวดาวนำทางบนท้องฟ้ายามค่ำคืน



กำแพงเมืองจีนรูปลักษณ์ที่คุ้นเคยนี้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง

ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของกำแพงนี้มีความยาวราว4,500 ไมล์ ย้อนกลับไปหลายพันปีก่อนผู้ปกครองจีนคนแรกสร้างป้อมปราการไว้ให้กองทัพทางตอนเหนือ ระหว่าง 204-201ปีก่อนคริสตกาลมหากำแพงนี้ถูกสร้างโดยผู้คนนับร้อยนับพันที่ถูกเกณฑ์มาเพื่อตอบสนองความต้องการต่อการคุกคามจากกลุ่มอนารยชนทางตอนเหนือ

ปลายค.ศ.1500 จักรพรรดิราชวงศ์หมิงเริ่มก่อสร้างกำแพงใหม่ใช้เวลากว่า80 ปีสร้างใหม่จากหินแกรนิตทำให้แข็งแรงหนาแน่นด้วยอิฐและใช้ความเหนียวของข้าวลักษณะกำแพงยาวมีหอสังเกตการณ์ค่ายทหาร โกดังเก็บของที่ยึดได้จากทะเลปั๋วไห่ทางตะวันออกจนถึงด่านเจียยฺวี่(โอเอซิสสำคัญบนเส้นทางสายไหมอยู่ในมณฑลกานซู)

ด่านเจียยฺวี่ มณฑลกานซู

นี่เป็นเพียงสามข้อที่อาจจะรู้แล้วหรือยังไม่รู้ก็ตามแต่มันทำให้ผู้อ่านคนนี้ได้รับความรู้อะไรหลายอย่างเพิ่มขึ้นมาบ้างจากที่รู้อยู่แล้ว(รู้แบบงูๆปลาๆ) ส่วนอีกสี่ข้อจะเป็นอะไรนั้นต้องมาติดตามกันต่อไป




Create Date : 18 สิงหาคม 2559
Last Update : 18 สิงหาคม 2559 22:16:43 น.
Counter : 5585 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 1532163
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สิงหาคม 2559

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
16
17
19
20
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog