ธันวาคม 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
บริจาคเลือดครั้งแรกในชีวิต
สืบเนื่องจากแฟนเราบริจาคเลือดเปนกิจวัตรอยู่แล้ว เราเลยสนใจมาสักพักแล้วว่าเราเองก็อยากบริจาคเลือดเหมือนกัน แต่ตอนแรกคิดว่าตัวเองไม่น่าไหว เพราะความดันต่ำ แล้วเปนคนที่หน้ามืดเปนลมง่าย แต่ก็อาศัยออกกำลังกายและนอนหลับให้เพียงพอ ค้นคว้าหาข้อมูลอีกนิดหน่อย 

คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต

          1. มีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป 

          2. อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์ ( ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรกต้องอายุไม่เกิน 55 ปี) 

          3. มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่อยู่ระหว่างไม่สบายหรือรับประทานยาใดๆ 

          4. ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือติดยาเสพติด 

          5. สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์หรือ ให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อเนื่อง ในเวลาปกติคืนก่อนวันบริจาค 

 รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กเพิ่ม 

รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้ 

 ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน 

งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาค 

งดสูบบุหรี่ ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี


ขณะบริจาคโลหิต 

สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว 

เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ที่สามารถให้โลหิตไหลลงถุงได้ดี ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า 

ทำตัวตามสบาย อย่ากลัว หรือวิตกกังวล 

ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต 

ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที 

หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อย ห้ามลุกทันที ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงลุกไปดื่มน้ำ และรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง

หลังบริจาคโลหิต

ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1-2 วัน 

หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ รวมถึงการหิ้วของหนักๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ภายหลังการบริจาคโลหิต 

ถ้ามีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบนั่งก้มศีรษะต่ำระหว่างเข่า หรือนอนราบยกเท้าสูงจนกระทั่งมีอาการปกติจึงลุกขึ้น และเดินทางกลับ ป้องกันอุบัติเหตุจากการล้ม 

ถ้ามีโลหิตซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล อย่าตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อส กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิตเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล 

ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน 

รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละอย่างน้อย 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก


ขอบคุณข้อมูลจาก kapook icare


และแล้วก็มีโครงการบริจาดเลือดBBAส่งmailมาชวนไปบริจาคเลือด เราก็ไม่รอช้าสมัครเข้าไปทันที จริงๆอยากมีเพื่อนเวลาบริจาคด้วยแหละ แต่ก็ลากพี่สาวและพี่เขยไปให้กำลังใจอยู่ดี 555


ศูนย์บริจาคโลหิตสภากาชาดอยู่ตรงข้ามคณะทันต จุฬา ขับรถเข้ามาจอดได้เลย สถานที่จอดมากมายก่ายกอง พอเราเดินเข้าตึกมา 


เราก็ไปกรอกข้อมูลที่เบอร์1ก่อน เค้าก็จะถามว่าเคยเปนนู่นนี่ก่อนหรือเปล่า แล้วก็ดื่มน้ำ3แก้ว ที่ต้องดื่มน้ำเพราะเดี๋ยวเราเสียเลือด จะshockกันเปล่าๆ แล้วเราก็ไปวัดความดัน เครื่องมันก็จะprintกระดาษออกมา 


ถือไปต่อคิวเบอร์2 เข้าไปเค้าจะสอบถามว่าเราทานอะไรมาบ้าง อาหารเช้าทานเข้ามาหรือยัง อาหารที่ทานมีไขมันสูงหรือไม่ พวกข้าวมันไก่ แกงไก่ ข้าวขาหมู ขนมพวกกะทิเนี่ยไม่ได้เลยนะ พอเสร็จเค้าก็จะเจาะเลือดเพื่อtest group ดูเลือดลอยจม เหมือนโดนแม๊กยิงนิ้ว เราโดนหมอดุว่าก่อนบริจาคควรนอนก่อนเที่ยงคืน


ต่อด้วยเบอร์3 เค้าจะprint stickerออกมา พวกนี่เค้าจะเอาไปแปะที่ถุงเลือดและหลอดเลือดเล็กๆ เอาไว้testว่าเลือดเราสะอาดปลอดภัยดีไหม เรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปชั้น2เตรียมพร้อมกันเลย


ชั้น2 กดบัตรคิวอีกครั้ง เข้าห้องไป แบ่งว่าจะเอาแขนซ้าย ขวา เราก็ส่งซ้ายให้ แป่ว หาเส้นไม่เจอ ลงจากเตียงไปต่อแขนขวา อยากบอกว่าเตียงนอนสบายมาก relaxสุดๆ พยาบาลก็ใจดีมาก อธิบายนู่นนี่ตลอดเลย เหมือนเค้ารู้ว่าเรากลัวด้วยแหละ เค้าก็จะรัดแขน ดีดข้อพับ แล้วก็ทาalcoholและยาชา เจาะจึก!!! อยากบอกว่า ไม่เจ็บเลย โดนแม๊กยิงเจ็บกว่าอีก แล้วเราก็บีบๆที่บีบของเค้า เลือดมันก็ไหลไปเรื่อยๆ เล่นfacebookไปด้วย จะได้ไม่เครียด 555 เสร็จและ แป๊บเดียวเอง เค้าจะให้เรานอนพักอีกแป๊บ กลัวเราเซ เสร็จแล้วลุกไปห้องอาหาร มีโอวันติน น้ำ biscuitให้ทาน มองไปรอบๆ คือแบบทุกคนหน้าตาอิ่มบุญสุด happyมาก


หลังบริจาคจะหิวสุดโหดหน่อยนะ ต้องกินยาเพิ่มธาตุเล็กที่เค้าให้มา กลัวโลหิตจาง ส่วนตัวเราวันรุ่งขึ้นวิงเวียนเล็กน้อย เวลาไปเดินห้าง คนเยอะๆจะมึนหัวนิดหน่อย ทานน้ำเยอะๆ นอนพักช่วยได้มาก




Create Date : 23 ธันวาคม 2555
Last Update : 23 ธันวาคม 2555 18:46:02 น.
Counter : 1610 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ขนมโมจิ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]