ทริปเที่ยวกระบี่... 3 วัน 2 คืน.. ช่วงหน้าฝน…ลุ้นสุดตัวกลัวไม่ได้ลงทะเล... ผลเป็นยังไงเดี๋ยวเล่าให้ฟ









สวัสดีค่ะ... เที่ยวกระบี่ทริปนี้.. เกิดขึ้นได้เพราะพวกเราเพื่อนซี้มารวมตัวกันครบสี่คน...พออยู่กันครบจะคุยเรื่องอะไรกันได้ล่ะ..
นอกจากเรื่องชวนกันเที่ยว^^ ไปไหนกันดีล่ะ??  ..พวกเราเป็นเด็กภาคเหนือไม่เคยลงใต้.. ไม่เคยเที่ยวทะเลอันดามัน.. 
สรุป..ความเห็นตรงกัน..คือ..กระบี่.. ว่าแล้วก็เปิดดูตั๋วเครื่องบินช่วงไหนราคาถูกสุด..เอาช่วงนั้นแหละ!! ราคาตั๋วไป-กลับ 
ประมาณหนึ่งพันสี่ร้อยกว่าๆ จองผ่านแอฟ traveloka ได้ส่วนลดอีก 500 บาท^^  (ที่เลือกจอง traveloka เพราะเห็นราคาเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้นเลย)

...สอง สามอาทิตย์ผ่านไปหลังจากจองตั๋วเครื่องบินแล้ว... พึ่งรู้ตัวคร้า.. ว่าเป็น
ช่วงหน้ามรสุม.. เพราะเห็นจากข่าวน้ำท่วมภาคใต้บ้าง  Speed Boat ชนกันบ้าง 
คลื่นสูงงดออกเรือบ้าง  คลื่นซัดเด็กนักศึกษาเสียชีวิตบ้างล่ะ...@!#@ เครียดกัน
เลยค่ะ และก็ทำใจกันไว้แล้วว่าคงไม่ได้ลงทะเล..แผนที่ว่าไว้คงจะเปลี่ยน... แต่
ยังไงเราก็ต้องเสี่ยงไปเพราะเลื่อนหรือยกเลิกตั๋วไม่ได้..ก็จองตั๋วถูกไง.. บร่าๆ  ว่า
แล้วก็จัดการตามแผน.. เป็นไงเป็นกัน..เที่ยวไม่ได้ก็นอนอยู่โรงแรมล่ะว้า...

>> โปรแกรมเที่ยวของเรา...วันแรกเที่ยวบนบก  และวันที่สองลงทะเลเที่ยวเกาะ 
(ต้องดูจากสภาพอากาศวันต่อวัน..เราก็ลุ้นทุกวันแหละ..จะได้ไปมั้ยนะ) 
เป็นสองวันที่ใช้พลังงานเยอะมากกกก ทำเอาร่างกายหนุ่มสาวออฟฟิตอย่างเรา
อ่อนเปี้ยเพลียแรงกันเลยที่เดียว...

...เราบินไป Flight วันเสาร์ที่ 11 มิ.ย.59 เวลา 6.45 น.  โดยสายการบิน 
Thai lion air >> เราไปถึงสนามบินดอนเมือง 5.30 น. ... ท้องฟ้าปลอดโป่ง.. 
แจ่มใสดี...




...ถึงกระบี่ 8.00 น.  เย่! ...” กระบี่อากาศดีมาก”... ลงจากเครื่องรับกระเป๋าเสร็จ.. 
ก็ไปรับรถเช่าที่จองไว้ เราจองผ่านเว็บไซต์ Expedia แต่เป็นของบริษัท 
Thai rent a car  เพราะจองผ่าน Expedia ถูกว่าจองผ่านหน้าเว็บ Thai rent a 
car  เช่ารถ 2 วัน  ราคา 1,360 บาท  ตอนจองเป็นรถ Nissan March  แต่พอไป
รับรถได้รุ่น Nissan Almera ก็ดีน่ะซิ.. คันใหญ่กว่า  (เงื่อนไขการจองผู้จองจะต้อง
มีใบขับขี่ มีบัตรเคดิต และมีค่ามัดจำ จำนวน 5,000 THB จะถูกดึงไว้จากบัตร
เครดิตของคุณในช่วงเวลาเช่ารถชื่อของผู้ถือบัตรเครดิตจะต้องเป็นชื่อเดียวกับชื่อ
ของคนขับ รายละเอียดต่างๆ ดูตามลิ้ง https://rent-a-car.expedia.co.th/TH )






โปรแกรมวันนี้... เที่ยวบนบก.. Destination แรกของเรา...คือ.. วัดถ้ำเสือ.. 



Go..go... 



...มาถึงกระบี่ก็ต้องมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคลกับพวกเรา...




จุดเด่นของวัดคือ "พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว"   ตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว มีความสูง
เหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ 600 เมตร สามารถขึ้นไปสักการะได้โดย ขึ้นบันได 
1,237 ขั้น บนยอดเขาสามารถมองเห็น ทิวทัศน์ของเมืองกระบี่ได้รอบทิศ ทั้งยัง
เป็นที่ ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทจำลอง..



... highlight มันอยู่ที่ตอนขึ้นไปนี่แหละ...ขึ้นบันได 1,237 ขั้น.. เราคิดว่าจิ๊บๆ 
ไม่เท่าไหร่.. เดินขึ้นอย่างมั่นใจมาก โดยไม่ทันไปมองป้ายตัวหนังสือสีแดงทาง
ซ้ายมือเลย...  “โปรดนำน้ำดื่มไปด้วย”  .







จ๊ากกกก..... ยังขึ้นได้ไม่กี่ขั้นก็โดนลิงโจมตีซะแล้ว.. มันเห็นตุ๊กตาพวงกุญแจ
น่ารัก.. มันคงอยากได้..^^ แต่เพื่อนเราไม่ให้หรอก..ของรักของหวงเขา ฮ่าๆ...



ลิงขึ้นเขาเหนื่อย.. กระหายน้ำ...



เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง... ได้แค่สามร้อยกว่าขั้น.. เริ่มมีอาการล่ะ.. 




...เริ่มสูงขึ้นๆ  ขั้นบันไดก็ชันขึ้น... ขาก็เริ่มสั่น.... เหงื่อท่วมตัวแล้ว..




…เริ่มรู้สึก... หิวน้ำ....กระหายน้ำ... ร่างกายขาดน้ำ...ไม่ไหวแล้ว...นั่งพักก่อนนะ...




...พอถึงขั้นที่ประมาณเจ็ดร้อยกว่าๆ ก็เริ่มไม่ไหวแล้ว.. หัวใจเต้นแรงมากแทบจะ
หลุดออกมาข้างนอก...เริ่มถอดใจล่ะ.. “ตรูไม่ขึ้นไปล่ะนะ”... เห็นวิวแค่นี้ก็สวยล่ะ...

พอนั่งได้สักพักก็ขึ้นไปต่อได้..  ต่อได้อีกสี่สิบห้าสิบขั้นก็ไม่ไหวอีกละ... คือรู้สึก
ถอดใจจะไม่ขึ้นไปแล้วประมาณสามสี่รอบ... แต่พอเห็นเด็กน้อยยังขึ้นไปได้เหงื่อ
ไหลท่วมตัวยังสู้เลย... เราก็ต้องขึ้นได้ เราจะไม่ยอมแพ้... มันติดอยู่ที่ว่าเราไม่มี
น้ำดื่ม..หิวน้ำ.... อึดสสสสู้โว้ย....



ว้าว....ถึงแล้ว.... วิวสวยมาก... ใช้เวลาเดินตะเกียดตะกายขึ้นมาเกือบสองชั่วโมง 
... รวมเวลาพักแล้วนะ^^   …ข้างบนนี้มีน้ำกรองให้ดื่มด้วย.. ค่อยยังชั่ว...

















..ได้ดื่มน้ำ..นั่งพัก...หายเหนื่อย...ก็ตะลุยชอบวิว..ถ่ายภาพ...ไหว้พระพุทธรูป..
พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว..และสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาแห่งนี้...

...และก็ได้เวลาเดินลงกลับแล้วซินะ... เหนื่อยอีกรอบ... ตอนเดินลงไม่ค่อย
เหนื่อยมากเท่ากับขึ้น...แต่รู้สึกเกรงหน้าขามาก..รู้ตัวเลยว่าวันพรุ่งนี้ต้องปวดขา 
ปวดน่องมากแน่ๆ... เหมือนตอนเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายโดยไม่ได้วอมร่างกาย... 








…ลงกลับพวกเราใช้เวลาเดินแค่ 15 นาที ก็ถึง...แล้ว...ก็มุ่งหน้าไปยังร้านขายน้ำ
เลยคร้า... ขอสปอตเชอร์ขวดหนึ่ง... ร่างกายต้องการเกลือแร่จากการเสียเหงื่อ..


ดื่มน้ำ..ทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว... Next Destinations ของเราคือ  สระมรกต 
และน้ำตกร้อน...

.... ก่อนมุ่งหน้าไป สระมรกต เรามาแวะท่านมื้อกลางวันกันที่ร้านโกจ้อยขนมจีน
ไก่ทอด มีคนมารีวิวเยอะมาก...เลยลองมาซิมหน่อยซิ..อร่อยหรือป่าว  อยู่ไม่ไกล
จากวัดถ้ำเสือเท่าไหร่... จับ GPS ไปก็ได้...






... หร่อยจังหู้...  แต่เพื่อนจะสั่งขนมจีนน้ำเงี้ยวอ่ะ...มันใช่มั้ย... กลับไปกินที่บ้านค่ะ...ขับวน... 

ทานเสร็จ...เราก็มุ่งหน้าไปยัง สระมรกต....พวกเราขับรถไปโดยใช้แอฟ MAPS ในไอโฟนนำทางไป... 
ไม่หลงชัวร์...นอกจากจะขับเลย... 


..พอถึงแล้ว..ก็เอารถไปจอดเสียตัง 30 บาท  เดินเข้าไปสระมรกตเสียตังอีก
คนละ 20 คน (ราคาคนไทยนะ..ต่างชาติถ้าฟังไม่ผิดคนละ 200 บาท) ... ทาง
เข้าไปสระมรกตมีอยู่ 2 ทาง  ทางแรกเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะ 1,400 เมตร 
และอีกทางหนึ่งระยะ 800 เมตร.. 



เดินผ่านด่านซื้อตั๋ว ก็เจอเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะถึงก่อนเลี้ยวเข้าทางขวามือมีป้ายบอก 
เราก็เลี้ยวเข้าทางนี้เลยเดินยาวๆ อีก 1,400 เมตร...-_-!  ระหว่างทางก็ได้เห็น
ต้นไม้นานาพันธุ์ มีแหล่งน้ำลำธารไหลเป็นทาง.. แต่พวกนางไม่ค่อยสนใจต้นไม้
ใบหญ้าสักเท่าไหร่... สนใจแต่ถ่ายรูปหน้าตัวเองนี่แหละ..-v-



...เดินไปได้สักพัก...ก็เจอกับสระแก้ว... เป็นสระแก้วเหมือนกับชื่อเลยจริงๆ  
น้ำใสมาก...น้ำนิ่งมาก...ใต้น้ำมีตะไคร่น้ำที่มีรูปร่างแปลกมากเหมือนเป็นเมืองๆ 
หนึ่งอยู่ใต้น้ำเลย (นี่เป็นการจิตนาการของเราเองนะ...คนอื่นดูอาจจะจิตนาการ
เป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้)


เห็นของจริงสวยกว่านี้มาก....

...เดินต่อไปอีกนิดหนึ่งก็เจอสระมรกตแล้ว...  น้ำเป็นสีเขียวมรกตสมกับชื่อเลยจริงๆ  สวยมาก


มาถึงแล้วจะไม่ลงสระได้ไงล่ะ...มาเสียเที่ยวสิ.. ลงสิ..รอไร…



...หลังจากเล่นน้ำเย็นกันสนุกสนานแล้ว..ก็ขึ้น...ไปต่อด้วยแช่น้ำร้อนกันต่อ...ที่น้ำตกร้อน... ขับรถไปอีก 15 นาที...ก็ถึง...ที่นี่ก็เสียค่าเข้าอีกนะคนละ 20 บาทเหมือนกัน... ปิด 6 โมงเย็น... ทางเข้าน้ำตกเดินเข้าไปอีกประมาณ 700 เมตร...


เดินทางเข้าไปก็จะเป็นป่ารกๆ แบบนี้... เราไปถึงที่นั้นก็เวลาประมาณห้าโมงนิดๆ แล้ว... 
เงียบมาก... คนเขาคงกลับกันหมดแล้วล่ะ.... ระหว่างเดิน...พวกนางก็เดินไปบ่นไป  
“กุมาเที่ยวทะเล...ไหนล่ะทะเล... มาถึงกุยังไม่ได้กลิ่นทะเลเลย..พากุมาขึ้นเขา เดินทางป่าตลอด...”  



พอถึงที่หมายแล้ว...พวกนางก็เลิกบ่น.. แล้วตื่นเต้นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า... ว้าว...น้ำตกนี้เป็นของ
เรา... เงียบมาก..มีคนแค่ สอง สาม คน และก็กลุ่มพวกเรา... พวกเรามาถึงนี่เสียงดังป่าตื่นเลยที
เดียว... ปิ้ดสแตก...น้ำร้อนลวกตุด.. ฮ่าๆๆ




เจแปนก็เจแปนเถอะ... ออนเซ็นไทยแลนด์นี่แหละสุดยอดแล้ว...ฮ่าๆๆ   นี่คือน้ำตกร้อน เป็นสายน้ำแร่ 
ที่ไหลมาพร้อมๆ กับไออุ่น มีลักษณะ เป็นธารน้ำพุร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดินตามธรรมชาติ มีสาร
กำมะถันเจือจางเป็นส่วนประกอบ  มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศา สามารถลงแช่น้ำได้สบายๆ  
บริเวณธารน้ำตกร้อนขนาดเล็ก ที่ไหลลดหลั่นกันมาตามธรรมชาติ ในน้ำพุร้อนประกอบไปด้วยแร่
ธาตุต่างๆ ที่ช่วยให้ผ่อน คลายเชื่อว่าสามารถบำบัดอาการไขข้ออักเสบ ปวดหลัง และเกี่ยวกับ
ผิวหนังได้  (ป้ายคำเตือน!.. ไม่ควรจะแช่นานเกินกว่า 20 นาทีเพราะหากแช่นานกว่านี้จะทำให้
ร่างกายอ่อนเพลียเนื่องจากสูญเสียน้ำใน ร่างกายไปมากแถมยังไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพด้วย)  พวก
เราแช่ได้ประมาณ 15 นาที ก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทำธุระส่วนตัวกันอย่างเร่งรีด... เพราะใกล้จะ 6 โมง
แล้ว..และที่นั้นเงียบมากกก... ทำให้พวกเรารู้สึกกลัว... ก็รีบเดินกลับ...


...Next Destination คือ โรงแรมที่พักของเรา  ขับรถไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง...


….จองห้องพักผ่านแอฟ traveloka  เพราะเราคิดว่ามันถูกสุดแล้ว... หากใครมีที่ถูกกว่านี้ช่วยแนะนำ
เราได้นะคะ^^ ...  เราพักที่ >> Beach Terrace Hotel  จอง 2 คืน  2 ห้อง  ราคารวมทั้งหมด 
 2,936.14 บาท  (734 บาท/คืน/ห้อง)  ที่พักอยู่อ่าวนาง ติดทะเลเลย แต่ห้องพักเราไม่ได้ติดทะเลนะ 
และโรงแรมก็ไม่ได้ใหญ่โตหรูหราอะไร ก็ตามราคาอ่ะค่ะ พออยู่ได้ และที่สำคัญ..อยู่ติดทะเลให้
พวกเราเดินลงไปถ่ายรูปเล่นได้ง่ายๆ ก็โอเคล่ะ ^^ 




...ด้านหลังโรงแรมมีร้านอาหารติดชายหาด... ตากล้องชอบถ่ายแต่หน้าตัวเองอ่ะค่ะ...ฮ่าๆๆ 



ชายหาดอ่าวนาง... ด้านหลังโรงแรมที่พักเรา.... ถ่ายรูปเล่นหนุกหนาน...





…เช็คอิน.. ทำธุระส่วนตัวเสร็จ...ก็ถึงเวลามื้อเย็นล่ะ... เราก็ขับรถออกไปตะเวนหาร้านอาหาร... ร้าน
ที่ดูจากรีวิวมา.. คนเยอะมากกก.. เราก็เลยไม่เข้า.. เราต้องลองดูร้านที่ไม่ได้มีในรีวิวดู... ว่ารสชาต
มันจะโอเคมั้ย... ลองเสี่ยงเจอร้านไหนแวะเลย... ร้านที่เราเลือกคือร้าน ลักยิ้ม (LukYim) ไม่ได้ถ่าย
รูปหน้าร้านมา..อยู่แถวๆ ทางเข้าเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา กระบี่ หาดอ่าวนาง  เป็นร้าน
เล็กๆ อาหารก็รสชาตดีใช้ได้...


...ราคาก็ไม่ถูก..ไม่แพงมาก... ส่วนมากเมนูเกือบทุกอย่างจะราคา 150 บาท  ยกเว้นพวกต้ม หม้อไฟ 
อะไรพวกนั้นจะแพง... มื้อนี้เราสั่งไปประมาณ ห้า หก อย่าง...เช็คบิล..2,920 บาท…$฿$฿$  stun 
ไป 3 วิ... เปิดดูรายการอาหาร...ผิดโต๊ะหรือป่าวคะ...บร่าๆ จริงๆ โต๊ะเราหมดไปประมาณ 1,200 
ร้อยกว่าบาท  โดยรวมก็ถือว่าพอใช้ได้นะ..


พรุ่งนี้..เราจะไปเที่ยวทะเล.. แต่เรายังไม่ได้ซื้อทัวร์เลย.. อย่างที่บอกเราต้องดูสภาพอากาศวันต่อวัน..
ดูจากสภาพอากาศวันนี้แล้วน่าจะออกเรือไปเกาะได้... กินเสร็จ.. ก็ไปหาซื้อทัวร์ One day trip กัน... 
ถือว่าเราโชคดีมาก...ที่สภาพอากาศเป็นใจ... ขับรถหาดูไปเรื่อยๆ ก็เอาง่ายๆ ตรงรูปปั้นปลา หาดอ่าวนาง 
มีที่จอดรถ... ก็เลยเดินหาทัวร์แล้วนั้น...


...เดินดูไปเรื่อยๆ  อะไรโดนใจให้เข้ามาร้านนี้ก็ไม่รู้นะ...เข้าไปร้านแรกแล้วเอาเลย.. ถามราคา
แล้ว...อุ้ย! ถูกจัง... เราก็ซักถามรายละเอียดซะเยอะเลย... ราคาทัวร์สี่เกาะ 600 บาท  เกาะพีพี  
800 บาท... เงื่อนไขและโกรแกรมทัวร์ก็เหมือนๆ กันหมดนะ เท่าที่ได้ศึกษามา ก็ยังรังเรอยู่ว่าจะไป 
สี่เกาะ หรือเกาะพีพี... เจ้าหน้าที่ขายก็เชียร์ให้ไปเกาะพีพี บอกว่าสวยมากนะ.. มากระบี่ต้องไปเกาะพีพี... 
คือเราติดอยู่ที่ว่ากลัวตอนนั่ง Speed Boat นี่แหละ นั่งไปตั้ง 45 นาทีแน่... เขาก็บอกว่าอากาศดี 
ทะเลเรียบไม่น่ากลัวเลย.. ปลอดภัย 100 %.... ฮือ... จริงหรอ?? ประเด็นคือ..กลัว... โอเคก็ตัดสิน
ใจไปเกาะพีพี เพราะเราก็วางแผนกันไว้ว่าจะไปเกาะพีพีอยู่แล้ว..ไหนๆ ก็ ไหนๆ ล่ะ ไป ไป เกาะพีพี
ค่ะ.. ตกลงเซ็นสัญญาซื้อทัวร์...ซื้อแล้วเดินออกมาก็จิตตกกันอีก.. ทำไมถูกจังว่ะ... พรุ่งนี้เดี๋ยวก็รู้...-_-!  (ชื่อบริษัท อาร์.จี. ทัวร์ )

...เช้าวันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย. 2559... ก็มีรถมารับที่โรงแรมตอน 8.45 น. เพื่อไปลงเรือ.. ท่าเรือก็
อยู่แถวๆ บริษัทที่เราซื้อทัวร์เมื่อคืน... มีนักท่องเที่ยวร่วมทัวร์เดียวกับเราราวยี่สิบกว่าคนได้  มีคน
ไทยที่นอกเหนือจากพวกเราอยู่ 3 คน นอกนั้นก็เป็นฝรั่ง คนจีน คนอินเดีย... ไกด์เราชื่อนาเดีย..เป็น
คนตลกดีนะ...พลังเยอะมาก..แหกปากทีดังทั่วเกาะ..ฮ่าๆ   ส่วนใหญ่ไกด์จะอธิบายเป็นภาษา
อังกฤษ.. เหมือนเราไปทัวร์ต่างประเทศเลยแหละ...ฮ่าๆ

- โปรแกรมมีไป เกาะไม้ไผ่,  อ่าวโล๊ะซามะ นำท่านดำน้ำ ดูปะการัง,  อ่าวปิเละชมทะเลใน 
(Lagoon),อ่าวมาหยา, เกาะพีพีดอน จุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวของหมู่เกาะพีพี,  อ่าวรันตี ดำน้ำชม
ปะการัง และฝูงปลานานาชนิด กลับท่าเรืออ่าวนางเวลา 16.00 น. 


Let’s go… ไปขึ้น Speed Boat… ตื่นเต้น...ไม่เคยขึ้น Speed Boat...








ระหว่างทาง...ผ่านเกาะไก่ด้วย...สวยงาม..


...มุ่งหน้าสู่...เกาะไผ่ (Bamboo island)













...ได้เวลาไปต่อแล้ว...อ่าวโล๊ะซามะ นำท่านดำน้ำ ดูปะการัง... ไม่เห็นมีปะการัง...







...ดำพุดดำว่าย..หนุกหนาน... ได้เวลาไปต่อ...อ่าวปิเละชมทะเลใน (Lagoon)... นั่งอยู่บนเรือ...เรือ
ก็จะเรื่อยไปช้าๆ..ให้เราชมความสวยงามของทะเล...










...เรือขับออกไปอีก.. ก็จะเจอ...ถ้ำไวกิ้ง ( Viking Cave)....ในถ้ำเป็นแหล่งที่อยู่ของนกนางแอ่น... 
ทัวร์เราไม่ได้เข้าไปในถ้ำนะ..แค่ขับเรือผ่าน..ชมความงดความจากภายนอกเท่านั้น...






...ไปอีกนิดหนึ่ง...ก็จะเป็นอ่าวมาหยา...อันเลื่องชื่อ... ที่เป็นฉากสำคัญในภาพยนตร์เรื่องThe Beach... 
ไกด์บอก..ที่ลีโอดาโด ดีคาปีโอ... มาโดดหน้าผา...ฮ่าๆ 











...ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะเป็นเกาะพีพีดอน... เราจะมาพักท่านมื้อเที่ยงกันที่นี่... เป็นอาหารบุปเฟ่ที่ทางทัวร์จัดให้...อาหารอร่อยใช้ได้เลยแหละ... มีให้เหลือหลายอย่างด้วย...







หลังจากทานอาหาร...พักผ่อน...และเดินชมเกาะพีพีดอน...ได้สักพัก...ก็ถึงเวลา 2 pm. Time up ... 
ไกด์..ตะโกนเรียก...ดังมาก..


.... ขึ้น Speed Boat ...ไปยังอ่าวรันตี...ลงดำน้ำชมปะการัง และฝูงปลานานาชนิด...สวยๆ...










ภาพใต้น้ำสวยๆ...เราได้พบเพื่อนร่วมทัวร์ใจดีถ่ายให้.... แล้วเราก็ถ่ายให้เขาด้วย เพราะเขามาคนเดียว.... เที่ยวคนเดียว..เจ๋งป่ะล่ะ...เพื่อนเราถามว่าทำไมมาคนเดียว...นางบอก.."โดนผู้ชายทิ้ง"... แง่ว..เรื่องมันเศร้า..พวกเราก็เป็นให้กำลังใจนางนะ...-_-




... หัวมุนน้ำ...เอ้ย! ดำน้ำได้สักพัก...ไกด์ก็เรียกขึ้นเรือ....กลับท่าเรืออ่าวนาง...





ถึงท่าเรืออ่าวนาง เวลา 16.00 น. .....  โดยสวัสดิภาพ.... ท้องฟ้าแจ่มใส..ทะเลสวย...เรียบสงบ
เหมือนคนขายทัวร์บอกจริงๆ

โดยภาพรวมบริการทัวร์นี้ในราคาแค่ 800 บาท... เราก็ถือว่าดีเลยนะ... ยิ่งเราเป็นคนไทยเขายิ่ง 
Take care เราดี...แต่การไปทัวร์ร่วมกับคนหมู่มากเราก็ต้องรักษาเวลาด้วย... มันเป็นมารยาท...

...รถบริษัทก็ตะเวนส่งลูกทัวร์ตามโรงแรมต่างๆ... ถึงที่พักเราก็อาบน้ำพักผ่อนตามอัธยาศัย...แปปนึง... 
ก็ออกตะลอนทัวร์ต่อ...

>>> Next Destination คือ เขาขนาบน้ำ แต่ไปแค่เห็นเขาก็พอนะ..ถ้าจะไปเขาขนาบน้ำจริงๆ ต้อง
นั่งเรือเข้าไปอีก  เราไปแค่ถ่ายรูปเขากับรูปปั้นปูดำยักษ์ สัญลักษณ์ของเมืองกระบี่เท่านั้น  ตั้งอยู่ที่
ตัวเมืองกระบี่ ท่าเรือสวนปากน้ำ ถ.อุตรกิจ อยู่ระหว่าง ถ.หลวงพ่อ และซอยมหาราช 10 ถ้ามาจาก
ถนนเพชรเกษมจะเห็นรูปปั้นปูดำยักษ์ อยู่ทางซ้ายมือ สามารถจอดรถแล้วเดินลงมาถ่ายรูปได้เลย 





...วางแผนว่าจะไปเดินถนนคนเดินเมืองกระบี่ต่อ... แต่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาล่ะ... เราก็เลยเปลี่ยน
แผนกลับไปหาอะไรกินที่อ่าวนาง... ก็จะยังคง concept เดิม.. หาร้านใหม่ๆ กินดู ไม่ไปตามรีวิว... 
นั้นก็คือ “ร้านอ่าวนางกุ้งเผา” อยู่ข้าง ibis Hotel ร้านนี้ก็อร่อยดีนะ...ราคาก็ไม่ถูกไม่แพงเหมือน
กัน... สามารถไปเลือกกุ้ง หอย ปู ปลา สดๆ หน้าร้านมาชั่งกิโล ให้ทางร้านทำอาหารให้... เราเอา
ปลากระโพงเป็นๆ 1 ตัว 500 บาท... เพื่อนเราคนหนึ่งอยากกินปลานึ่งมะนาว คนเหนึ่งอยากกินปลาก
ระโพงทอดน้ำปลา... เราก็เลยให้เขาแบ่งครึ่งทำทั้ง 2 อย่างเลย... ตอบโจทย์ทุกคน...เริ่ด..เยี่ยม..ห
ร่อยจังหู้... มื้อนี้เราก็สั่งหลายอย่าง กุ้ง หอย ปู ปลา เอาหมด... เช็คบิล..1,129 บาท... เริ่ด..ถูกกว่า
ร้านเมื่อวานอีก... เจ้าของร้านใจดีด้วย... เพื่อนเราทำแก้วแตกก็ไม่ว่าอะไร..ไม่เก็บค่าเสียหาย..แต่
ชักสีหน้าเล็กน้อย..ฮ่าๆ 




…ออกจากร้านก็ขับรถไปหาร้านนั่งชิลๆ... "แกๆ...ฉันอยากดื่มไวน์..." ก็แวะเข้าร้านไวน์เลย... นั่งจิบ
ไวน์กันขวดหนึ่ง 1,630 บาท... เบาๆ  รสชาตเยี่ยม... แก้วหนึ่งรู้สึกมึนนิดหน่อย..






...เสร็จก็ไปต่อด้วย..Chang Bar… อยู่แถวรูปปั้นปลา หาดอ่าวนาง... ชาวต่างชาติทั้งร้าน... คงจะมี
แต่พวกเราที่เป็นคนไทย... เหมือนอยู่ต่างประเทศ... นั่งดื่ม...ฟังเพลง...ชมแสง..สี..ยามค่ำคืนที่อ่าว
นาง...ก็สนุกดี..




จะเที่ยงคืนล่ะ...กลับที่พักนอน... เพลียมาก...


>>> เช้าวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย. 2559...  ตื่น 6 โมง... พร้อมสภาพร่างกายที่เมื่อยล้ามาก.... เก็บของ
ไปสนามบิน... บินกลับ Flight 9.45 น. ...แต่ต้องไปคืนรถเช่าตอนแปดโมง...เช็คอิน..โหลด
กระเป๋า..เข้า gate.. รอขึ้นเครื่องขึ้น... !!@# เพื่อนเรานึกขึ้นได้ลืมกล้องไว้ในกระเป๋าที่โหลดไว้ใต้
เครื่อง...อ่าว..ซวยแล้ว... ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ thai lion air ให้เขาโทรประสานกับเจ้าหน้าที่โหลด
กระเป๋าให้... การประสานงานก็เป็นไปได้ด้วยดี.. เจอกระเป๋าต้นเหตุ..เอาออกมาว่างไว้ให้ตรงบันได
ขึ่นเครื่อง..ค่อยยังชั่วกลัวกล้องพัง...



บ๊าย...บาย...กระบี่...ฝนกระบี่..ไล่กลับกรุงเทพฯแล้ว... ท้องฟ้ามืดครึ้ม...


... ถึงกรุงเทพฯ  11.00 น. ... จบทริปกระบี่...ในช่วงเริ่มเข้าสู่หน้าฝน.... ถือว่า
พวกเราโชคดีมาก...วันที่เราไปสภาพอากาศแจ่มใส... และแดดแรงมาก...ได้ขึ้น
เขาไปถึงจุดสุดยอด...เหนื่อยแค่ไหนก็สู้... ได้ลงน้ำสระมรกตเย็นสบาย... ลงน้ำ
ร้อนผ่อนคลายสบายตัว.. ได้ไปเกาะพีพีเป็นทะเลอันดามันที่สวยมาก... ดำน้ำมุน
น้ำแบบสุด สุด ไปเลย...ประทับใจมาก.... >>> ผลวันรุ่งขึ้น... แต่ละคนนอน
เปื่อยเลยจ้า... คนหนึ่งท้องเสีย...คนหนึ่งเป็นไข้ลางานต่อ... คนหนึ่งเป็นไข้หวัด... 
คนหนึ่งปวดขามากกก... ฮ่าๆๆ ทำไรไม่เจือมสังขาร... แต่ก็สนุกสุดๆ... คราวหลัง
เราจะฟิตร่างกายให้พร้อมกว่านี้...แน่นอน....




.... ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้ของเรานะคะ.... มือใหม่..หัดเขียนค่ะ...ผิดพลาดอะไรขออภัยด้วยนะคะ...



Create Date : 23 มิถุนายน 2559
Last Update : 28 มิถุนายน 2559 18:23:04 น.
Counter : 455 Pageviews.

4 comments
  
โดย: สมาชิกหมายเลข 2868096 วันที่: 23 มิถุนายน 2559 เวลา:17:49:13 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 24 มิถุนายน 2559 เวลา:3:49:28 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 25 มิถุนายน 2559 เวลา:17:03:46 น.
  
ภาพสวยมากค่ะ
โดย: thanada555 IP: 122.154.24.5 วันที่: 29 มิถุนายน 2559 เวลา:9:52:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



Kannikar_Nai
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments
มิถุนายน 2559

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30