Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
25 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 

Trip ที่หนึ่ง : วงกลมแม่ฮ่องสอน - เชียงใหม่ ตอนที่ 2

วันที่ 3 : แม่ฮ่องสอน - ปาย

เช้าวันที่ 3 หลังจากตื่นเช้ามารับบรรยากาศสดชื่นในรีสอร์ทแล้ว เราก็เตรียมตัวเที่ยวกันต่อ โดยขับรถย้อนไปในเมืองแม่ฮ่องสอนเพื่อไปรับประกาศนียบัตร "ผู้พิชิตพันโค้ง" ที่หอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนก่อน (เสียค่าปริ๊นบัตรคนละ 20 บ.) จากนั้นก็ไปไหว้อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองคนแรกที่ปกครองแม่ฮ่องสอน จากบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชานี้จะสามารถมองเห็นองค์พระธาตุดอยกองมูที่อยู่บนยอดเขา


"พระยาสิงหนาทราชา"

ออกจากเมืองแม่ฮ่องสอน เราเดินทางต่อตามทางหลวง 1095 (แม่ฮ่องสอน-ปาย) สู่พระตำหนักปางตอง ทางขึ้นพระตำหนักเป็นถนนลาดยางแต่ชันมากๆควรขับด้วยความระมัดระวัง เมื่อขึ้นไปถึงจะมีทหารคอยตวรจตรงทางเข้า การเที่ยวชมพระตำหนักปางตองนี้ใช้วิธีขับรถวนเป็นวงกลม อยากจอดแวะตรงไหนก็แวะได้ เมื่อผ่านเข้ามาในเขตพระตำหนักก็จะเจอศาลมหาราช ซึ่งมีรูปหล่อของรัชกาลที่ 5 ไว้ให้สักการะอยู่ด้ายซ้าย ส่วนด้านขวาจะเป็นศาลทหารเสือ


"ศาลมหาราช และ ศาลทหารเสือ ตั้งอยู่คนละฝั่งถนนกัน"

ถ้าขับรถมาเรื่อยๆจะผ่านลำห้วยปางตอง (น่าจะเป็นที่มาของชื่อพระตำหนัก) ก็จะเจอศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง ตามพระราชดำริ ซึ่งมีสักษณะเป็นโดมปลูกต้นไม้ มีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ให้ชม แต่ส่วนมากจะเป็นเฟิร์นชนิดต่างๆ ภายในโดมมีร้านกาแฟสดปางตองไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย


"ห้วยปางตอง"


"ภายในศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง ตามพระราชดำริ"

ต่อจากศูนย์บริการ ขับมาเรื่อยๆก็จะเห็นแปลงปลูกผัก สมุนไพร และดอกไม้เมืองหนาวหลายแปลง แต่ที่เป็นไฮไลท์และทำให้เราอยากมาเที่ยวพระตำหนักปางตองก็คือน้องแกะที่ถูกเลี้ยงอยู่บริเวณทุ่งกว้าง เราตื่นเต้นนะ เพิ่งเคยเห็นแกะตัวแป็นๆก็วันนี้แหละ 555 ถึงแม้ขนมันจะดูมอมๆหน่อย แต่ก็น่ารักมากกกก

นอกจากน้องแกะในทุ่งนี้แล้ว บริเวณส่วนบริการนักท่องเที่ยวเค้ายังมีน้องแกะตัวเล็กๆอายุไม่กี่เดือนไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป และอุ้มเล่นได้ (ตัวเล็กนี่ ขนขาว น่ารักสุดๆ)


"น้องแกะในทุ่ง มีหลายตัวเลย"


"น้องแกะๆ ยิ้มหน่อยจิ"

ต่อจากน้องแกะ ขับต่อไปก็ไม่มีอะไรแล้วมีแต่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เราเลยออกจากพระตำหนักไปน้ำตกผาเสื่อกันต่อ (อยู่ทางเดียวกับพระตำหนักแต่ถึงก่อน)

น้ำตกผาเสื่อ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อ เป็นน้ำตกขนากกลางที่ไหลลงมาจากน้ำตกแม่สะงาในพม่า ช่วงฤดูฝนสายน้ำจะตกลงมาเต็มหน้าผาหินกว้างลักษณะคล้ายเสื่อปูลาด ช่วงที่เหมาะสมจะไปเที่ยวคือเดือนกรกฎาคม-กันยายน แต่เราไปเดือนธันวาคมน้ำเลยน้อยไม่ตกมาเป็นเสื่อเลย



"น้ำตกผาเสื่อ เดือนธันวาคม"

จากผาเสื่อเราไปต่อกันที่ถ้ำปลา ซึ่งต้องขับย้อนมาเส้นทาง 1095 (จากแม่ฮ่องสอนไปปายจะผ่าน) ถ้ำปลา ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาตลอดเวลา ภายในแอ่งมีปลามุงหรือปลาคัง ซึ่งเป็นปลามีเกล็ดขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก



"ปลาคัง หรือชาวบ้านเรียกว่าเป็นปลาเจ้า จึงไม่มีใครกล้าจับ"


"แย่งกันว่ายเข้าถ้ำใหญ่เลย"


"บรรยากาศบริเวณถ้ำปลา ร่มรื่นดีจัง"

ออกจากถ้ำปลาก็บ่ายแล้ว เราเดินทางตามเส้นทาง 1095 ต่อเพื่อไปปาย เส้นทางก็โค้งไปโค้งมาได้ใจจริงๆจนเราต้องพึ่งยาแก้เมารถ ไม่งั้นอ้วกแตกแน่ๆ 55 วิวทิวทัศน์ 2 ข้างทางก็สวยจริง เราแวะพักกันที่จุดชมวิวในอำเภอปางมะผ้า วิวสวยมากๆบริเวณนั้นยังมีสินค้าจากชาวเขามาให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้ออีกด้วย


"จุดชมวิว บริเวณ อ. ปางมะผ้า"

ละแล้วเราก็มาถึง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนตอนเย็นพอดี (จากเมืองแม่ฮ่องสอน-ปาย ระยะทาง 111 กม. ใช้เวลาเดินทางเกือบๆ 3 ชม.) เราจึงเข้าไปเช็คอินที่รีสอร์ทก่อน ก่อนจะไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินเมืองปาย

คืนนี้เราพักที่บุหลันบุรี รีสอร์ท ที่เราจองไว้ตั้งแต่งานเที่ยวไทย ตอนแรกก็ได้ข่าวมาว่าคนที่ไปพักมาก่อนไม่ค่อยประทับใจ เราก็เลยลุ้นๆว่าเราจะเป็นยังไงนะ พอไปถึงจริงๆก็ไม่มีอะไร ห้องพักก็ดูสะอาดดี เพียงแต่ว่าบรรยากาศรอบๆรีสอร์ทอาจจะดูไม่สวยเท่าไร อาจเนื่องมาจากรีสอร์ทนี้เจอน้ำท่วมมาก่อน และกำลังค่อยๆฟื้นฟูอยู่ก็เป็นได้ แต่เราประทับใจอาหารเช้านะ ไม่ได้เป็นแบบบุฟเฟต์ แต่อร่อย มีนมกับน้ำส้มคั้นสดๆด้วย ชอบๆ


"บุหลันบุรี รีสอร์ท ติดแม่น้ำปาย ทางเข้าเป็นอุโมงค์ต้นไผ่"


"ห้องพักแบบ cottage ราคา 1,500 บ. พร้อมอาหารเช้า เตียงเสริม 500 บ."


"ล๊อบบี้ กับ ห้องอาหาร ที่เดียวกัน"

หลักจากเช็คห้องเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปถนนคนเดินกันต่อ และก็เหมือนเดิมคนเยอะรถเยอะมากๆ แต่ที่ปายนี้ดีมีที่รับฝากรถอยู่หลายแห่งใกล้ๆถนนคนเดินจึงไม่ต้องวนรถหาที่จอดนาน วันนั้นที่เราไป (7 ธ.ค.) มีงานเทศกาลหนังเมืองปายพอดีคนเลยเยอะ ถนนคนเดินที่ปายไม่เหมือนที่แม่ฮ่องสอน ที่แม่ฮ่องสอนขายสินค้าพื้นเมืองเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่ปายขายสินค้าอาร์ตๆ แฮนด์เมด ถูกใจเด็กแนวมากๆ 55 และร้านค้าส่วนใหญ่ก็จัดตกแต่งร้านได้น่ารัก น่าเข้าไปหมด อย่างร้านดังๆก็ร้านมิตรไทย ขายโปสเตอร์ ร้านกาแฟน่ารักๆก็มีหลายร้าน บางร้านจัดตกแต่งเป็นที่สำหรับถ่ายรูปก็มี ร้าน black canyon ยังมาเปิดที่นี่เลยนะ


"ร้าน black canyon ที่ปาน ชื่อ 'ปายหนาว' "

วันที่ 4 : ปาย - เชียงใหม่

วันนี้มีโปรแกรมเที่ยวเมืองปายก่อนเข้าไปนอนที่เชียงใหม๋เพื่อกลับกรุงเทพวันต่อมา หลังจากเช็คเอ๊าท์ออกจากรีสอร์ทแล้วเราก็ไปหมู่บ้านสันติชลกันก่อนเป็นที่แรก

หมู่บ้านสันติชล หรือ ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน บ้านสันติชล เป็นหมู่บ้านที่มีชาวเขาเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ ด้านหน้าจะพบก้อนหินขนาดใหญ่สลักชื่อภาษาจีนตั้งอยู่ เดินเลยเข้าไปเป็นร้านอาหารจีนยูนาน และร้านขายของที่ระลึก ถ้าเดินลึกเข้าไปภายในศูนย์จะพบบ้านดินแบบยูนานให้ชม และมีส่วนที่เป็นห้องพักไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย


"ก้อนหินสลักอักษรจีนขนาดใหญ่หน้าศูนย์"


"บ้านดินแบบจีนยูนาน"

จากนั้นเราไปต่อที่ วัดน้ำฮู ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน 'พระอุ่นเมือง' พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นพระพุทธสิงห์สาม (ศิลปะล้านนา) อายุประมาณ 500 ปี เชื่อกันมาสร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นพระราชกุศลถวายพระพี่นาง พระนางสุพรรณกัลยา


"วัดน้ำฮู"


"หน้าอุบาสถ"


"พระอุ่นเมือง ปางมารวิชัย ลักษณะพิเศษคือ พระเศียรกลวง พระโมฬีปิดเปิดได้และมีน้ำซึมออกเสมอ"

จากนั้นเราขับรถเข้าไปในเมืองปาย ที่เป็นถนนคนเดินเมื่อคืนนี้อีกครั้ง เพื่อไปชิม 'บานอฟฟี่' ของร้าน 'all about coffee' สักหน่อย อิ่มแล้วก็เดินถ่ายรูปตามร้านต่างๆอีกครั้ง ก่อนจะออกนอกเมืองไปตามเส้นทาง 1095 เพื่อไปเชียงใหม่


"กาแฟหอมๆ กับ บานอฟฟี่ และ บราวนี่อร่อยๆ"

ก่อนออกจากปายจะผ่านสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย เราก็แวะถ่ายรูปนิดหน่อย เด๋วจะหาว่ามาไม่ถึงปาย 55 จากประวัติสะพานนี้สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพลและอาวุธสู่พม่า


"สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย แอบทำรูปให้ดูย้อนยุคนิดนึง"

ถัดจากสะพานมาไม่ไกล เรามาเจอร้านกาแฟสุดฮิต ชื่อ 'coffee in love' เลยแวะอุดหนุนกาแฟแก้วนึงกับเค็กอีก 2 ชิ้น เพื่อแลกกับการถ่ายรูปอย่างเมามัน เค้าจัดร้านได้น่ารักมาก วิวก็สวย มีที่ให้คนบ้ากล้องอย่างเราถ่ายเพียบ


"coffee in love"


"มุมถ่ายรูปเยอะจริงๆ สวยๆทั้งน้าน"

จาก coffee in love ขับมาตามเส้นทาง 1095 จะผ่านอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังด้วย แต่เราไม่ได้แวะกลัวว่าจะถึงเชียงใหม่ค่ำเกินไป เส้นทางจากปายจนถึงแยกแม่มาลัย เชียงใหม่ ก็โค้งไปโค้งมาเหมือนเดิม แต่รู้สึกว่าโค้งหักศอกจะเยอะกว่าทางจากแม่ฮ่องสอนมาปาย ระหว่างทางเราแวะชิมกาแฟอีกแล้ว คราวนี้ร้าน 'coffee hill' ถ้าจำไม่ผิดอยู่แถวบ้านป่าแป๋นะ ในร้านมีโต๊ะให้นั่งกิน นอกจากกาแฟแล้วมีขนมปังปิ้ง มาม่า ให้รองท้องด้วย ถ้าจะเข้าห้องน้ำก็มีไว้บริการค่ะ


"coffee hill"

และแล้วเราก็มาถึงเชียงใหม่ตอนเย็นๆ คืนนี้เราพักที่ The Empress Hotel จริงๆเราไม่ได้จองที่นี่ไว้ แต่เราจองที่ The small hotel โรงแรมที่กำลังจะเปิดใหม่ ซึ่งตอนที่เราจองในงานเที่ยวไทยเค้าก็ยืนยันว่าโรมแรมเสร็จทัน แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ทันเค้าเลยจองโรงแรมใหม่ให้เรา ซึ่งเราก็ประทับใจ


"The Empress Hotel"


"ภายในห้องพัก ห้องนี้ราคา 2,200 บ."


"อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้อง"


"ห้องน้ำ"

จริงๆก่อนเข้าพักในโรงแรมเราไปเที่ยวสถานที่จัดงาน 'ราชพฤกษ์ 2549' มาด้วย แต่มันตอนเย็นมากแล้ว ถ่ายรูปไม่ค่อยสวยเท่าไร เลยไม่มีให้ชมนะคะ


"Royal Flora"


"ร่มคันใหญ่"

วันที่ 5 : เชียงใหม่ - กรุงเทพ

วันนี้มีโปรแกรมซื้อของฝากที่ตลาดวโรรส ก่อนกลับกรุงเทพ

สรุปแล้ว ทริปนี้สนุกมาก ไม่รีบร้อนอะไร อยากเที่ยวที่ไหนก็แวะ ถ้าเหนื่อยก็จอดพัก

ทริปแม่ฮ่องสอนครั้งนี้เรามีเวลาไม่มากจึงเที่ยวเฉพาะที่เด่นๆ ยังมีบางแห่งที่พลาดไม่ได้ไปเหมือนกัน เช่น ถ้ำแก้วโกมล วัดจองคำ จองกลางในเมืองแม่ฮ่องสอน ภูโคลนคันทรีคลับ ปางอุ๋ง ถ้ำน้ำลอด พระธาตุแม่เย็น และที่อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งคราวหน้าเราคงไม่พลาดแน่นอน

การเดินทางในแม่ฮ่องสอนเนื่องจากเป็นภูเขา ถนนจึงคดเคี้ยวไปมา ทำให้ใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าปกติ ดังนั้นการเที่ยวแต่ละแห่งจึงต้องเผื่อเวลาไว้บ้างค่ะ




 

Create Date : 25 ตุลาคม 2552
4 comments
Last Update : 26 ตุลาคม 2552 15:32:46 น.
Counter : 2678 Pageviews.

 

ไปเมื่อไหร่ครับอยากไปเที่ยวเหมือนกัน แต่กลางเดือน พ.ย.จะไปนอนรับอากาศหนาวในป่าที่ อ.นาแห้ว จ.เลย ก่อนครับ.

 

โดย: ลิงลม (ลิงลม สามยอด ) 25 ตุลาคม 2552 23:03:55 น.  

 

แวะมาชมค่ะ

 

โดย: นู๋ที 29 ตุลาคม 2552 8:22:42 น.  

 

แวะมาอิจฉานิดๆ เพราะไม่ได้ไป กลางเดือน พ.ย ไปนอนป่าที่นาแห้ว 4-6 ธ.ค.ไปนอนป่าที่เมืองกาญจน์ไม่มีโอกาสเที่ยวในเมืองที่เจริญหูเจริญตา เหมือนใครเขาเลยน่าสงสารตัวเองจริง ..จริ๊งงงงงง...

 

โดย: ลิงลม (ลิงลม สามยอด ) 31 ตุลาคม 2552 20:43:30 น.  

 

รีวิวน่ารักมาก มีประโยชน์ด้วย ตามรอยค่ะ

 

โดย: Find_Story (Find_Story ) 16 พฤศจิกายน 2553 18:26:07 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Roseate
Location :
พิจิตร Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คุณแม่น้องชมพู^^
Friends' blogs
[Add Roseate's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.