Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
9 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
อบเชยเพื่อสุขภาพผู้ป่วยยโรคเบาหวาน

อบเชยลดน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวาน




อบเชย เป็นไม้ยืนต้นมีหลายพันธุ์เช่น อบเชยจีน อบเชยญวน อบเชยชวา ฯ

สำหรับประเทศไทยของเรานั้น แหล่งที่ปลูกมากคือที่พิษณุโลก



สารสำคัญที่พบ ในอบเชย พบว่าใช้บำบัดเบาหวานคือ เมธิลไอดรอกซี่ ซาลโคน โพลิเมอร์ ( Methylhydroxy chalcone polymer หรือ MHCP) ซึ่งเป็นสารโคนชนิดแรกที่พบในอบเชยอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า โพลีพินอล( Polyphenol หรือ ฟลาโวนอยด์ ( Flavonoid) นอกจากนี้ยังมีสารอื่นๆ เช่น terpinene ; vanillin ;terpinnene; coumarin ; linalool ;ocimene ; cinnamaldehyde ,cinnamic acid



สรรพคุณ อบเชบช่วยทำให้ร่างกายของคนเรามีความสามารถในการใช้อินซูลิน ( Insulin) เพื่อการสันดาบกลูโคสได้ดีขึ้นซึ่งมีรายงานผลการวิจัยนี้ใน Cinnamon Extracts Boots Insulin Sensitivity ลงตีพิมพ์ในวารสารของ USDAชื่อ Agricultura Research ฉบับเดือนกรกฏาคม 2002 อบเชยสามารถลดการดื้ออินซูลิน ทำให้เซลล์ต่างๆ นำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานให้หมดไปไม่ค้างอยู่ในเลือด อบเชยเหมาะสมกับเบาหวานชนิดที่ 2



ส่วนที่ใช้เป็นยา เปลือกของกิ่ง



ขนาดและวิธีใช้ สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวน ให้ใช้อบเชยวันละ 1 ช้อนชา หรือประมาณ 1200 มิลิกรัม ดดยแบ่งออกเป็น 4 มื้อ ซึ่งจะได้อบเชยผง ปริมาณ 300 มิลลิกรัม หรือมีขนาดเท่ากับ แคปซูลเบอรื 1 สำหรับผู้ไม่เป็นเบาหวานสามารถกินวันละ 500-600 มิลลิกรัม หรือ 2 เม็ดต่อวัน



สรรพคุณอื่นของอบเชย ใช้ปรุงเป็นยาหอม ยานัตถุ์ ทำให้สดชื่น แก้อ่อนเพลีย แก้อาการแน่นท้อง จุกเสียด ต้านมะเร็งได้ดี เพราะมีสารคลีเซอไรซินเข้มข้น รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องร่วง ขับปัสสาวะ ย่อยสลายไขมัน



พันธุ์อบเชยมี่ใช้ได้ดี อบเชยมีหลายพันธุ์ พันธุ์ที่มีชื่อเสียงคุณภาพดี ราคาแพงสุด เป็นสายพันธุ์จากศรีลังกา สายพันธุ์จากจีนอ่อนสุด อบเชยไทยไม่ค่อยนิยม เพราะเปลือกหนาไม่หอม ไทยจึงนำเข้าอบเชยสายพันธุ์จากประเทศอินโดนีเซีย



รายงานผลการทดลอง

รศ.ดร.วีณา มหาวิทยาลับมหิดลเล่าให้ฟังว่า ที่มาของงานวิจัยอบเชยกับเบาหวานไว้ว่า ดร.ริชาร์ด แอนเดอรืสัน แห่งศูนย์ค้นคว้าวิจัยทางโภชนาการ เบลท์สวิลล์ ( Beltsvillc Human Nutrition on Research Centers) ในเมืองเบลท์สวิลล์ ( belsville)มลรัฐ แมรีแลนด์ ( Meryland) สหรัฐอเมริกา สังกัดกระทรวงเกษตร สหรัฐอเมริกา ( U.S. Department of Agriculture หรือ USDA) หัวหน้าโครงการ รายงานผลการวิจัยนี้ในหัวข้อที่ว่า " Cinnamon Extracts Boots insulin Sensitivity" และได้นำลงตีพิมพ์ในวารสารของ USDA ชื่อ " Agricultura Research " ฉบับเดือนกรกฏาคม 2002

เป็นการต้นพบโดยบังเอิญ ขณะที่เขาและคณะกำลังศึกษาบทบาทของสารโครเมียม และอาหารชนิดต่างๆ ที่มีผลกับระดับฮอร์โมน อินซูลินอยู่ ซึ่งได้พบว่าของหวานจานหนึ่งคือ พายแอปเปิ้ล มีผลกระทบต่ออินซูลินอย่างมาก เป็นเหตุให้เขาตั้งใจค้นคว้าเกี่ยวกับอาหารจานนี้อย่างละเอียดและพบว่า อบเชย นั่นเอง ทำให้เกิดผลกระทบดังกล่าวและ เครื่องเทศชนิดอื่นๆที่มีผลคล้ายคลึงกับอบเชย อย่างเช่น กานพลู ใบเบย์ ขมิ้นชัน และยีสต์ ไม่มีชนิดใดเลยที่จะได้ผลเทียบเท่ากับอบเชย ซึ่งอบเชยยังไม่พบอันตรายแต่อย่างใดในการบริโภค



ข้อสังเกต/ข้อควรระวัง

1. ใบของต้นอบเชยบางชนิดที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องแกงนิยมเรียกกันว่า ใบกระวาน

2. ผู้ที่ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขัด เป็นโรคริดสีดวงทวาร อุจจาระแห้ง และหญิงมีครรภ์ไม่ควรรับประทานอบเชย



( ขอบคุณสรรพคุณ อบเชยฯ จากหนังสือสมุนไพรบำบัดเบาหวาน เรียบเรียงโดย ภญ.จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก เภสัชกร 8 วช.สูนย์บริการสาธาณสุข 53 ทุงสองห้อง กทม. )

อบเชยบดป่นเป็นผง หรือที่เป็นเปลือก มีขายที่ร้านขายยาสมุนไพร และร้านขายของแห้งของชำบางร้าน เพราะปกติอบเชยจะขายเป็นชุดเครื่องทำพะโล้อยู่แล้ว จะลองนำมาตำบดเองก็ได้แล้วร่อนกรองก็จะได้ผงละเอียด ซื้อแคปซูลมาใส่จะได้กินง่ายขึ้น การนำสมุนไพรที่เป็นผงใส่แคปซูล ทำไม่ยากทำเองได้ เช่น ในช่วงเวลาที่นั่งดูโทรทัศน์ สมุนไพรเป็นผงใส่ถ้วย ดึงฝาแคปซูลออกนำส่วนที่ยาวกว่าฝาคว่ำลงในผงยาสมุนไพรให้เต็มแล้วก็ปิด ค่อยๆทำเดี่ยวก็ได้มาก หมดแล้วก็ใส่ใหม่อีกได้เรื่อยๆ ใส่ขวดไว้ หรือถ้าทำมากก็ไปจ้างร้านที่ขายยาสมุนไพรก็ได้



ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี




Create Date : 09 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2556 19:21:27 น. 0 comments
Counter : 1894 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kandanalike
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add kandanalike's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.