Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
29 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
ฟักข้าว ยอด ลูกอ่อน มีประโยชน์ ลดน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยโรคเบาหวาน

  ยอดอ่อนฟักข้าว ทำอาหารได้อร่อยมากสดๆกลิ่นเหมือนยอด-ใบมะระดุเหมือนไม่น่าจะอร่อย แต่เมื่อสุกไม่ว่าจะลวกหรือต้มจิ้มน้ำพริก ยำ ผัดไฟแดง แกงเลียง คั่วแค แกงส้ม ฯลฯอร่อยมากผักบางชนิดที่ว่าอร่อยแล้วยังสู้ไม่ได้

ดอกของฟักข้าวเท่าที่เคบพบ มี 2 ลักษณะ ซึ่งอาจจะมีมากกว่า 2 แบบดอกฟักข้าวที่มีปลายกลีบแหลม ดอกของต้นตัวผู้  ส่วนดอกฟักข้าวปลายกลีบมน  ดอกของต้นตัวเมีย ( ดอกฟักข้าว 2ลักษณะนี้ผู้เขียนยังไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้องหรือไม่ ว่าแตกต่างกันอย่างไรแน่ ตอนแรกเข้าใจว่า ดอกปลายกลีบแหลมผลใหญ่ ใบไม่หยัก และดอกปลายมนกลม เป็นผลเล็ก ใบหยักต้นทั้งใบหยักและไม่หยัก มีลูกเหมือนกัน )

ต้นฟักข้าวเป็นไม้เถาเลื้อย ชอบแดด เลื้อยได้ทั้งบนพื้นบนต้นไม้อื่น บนหลังคา รั้วเตี้ยรั้วสูง ฯลฯขอให้มีที่มือเกาะ(ผู้เขียนจะเรียกหนวด)ได้ เลื้อยไปได้หมด

โคนต้นใหญ่ หากปลูกลงดินได้ดินดี  ฟักข้าวมีลูกตั้งแต่ต้นเล็กเมื่อออกดอก ออกลูก เมื่อใบวายก็จะแตกยอดใบใหม่ ให้ได้เก็บ ยอด ใบลูกอ่อน ลูกแก่ ได้ตลอด

ผลอ่อนของฟักข้าว นำมาทำอาหารได้หลายอย่าง เช่นต้มหรือนึ่งจิ้มน้ำพริก  ใส่แกงต่างๆลักษณะคล้ายเนื้อของมะละกอดิบแต่เนียนและแน่นกว่า

ผลฟักข้าวเมื่อเริ่มแก่ผิวเปลือกจะสีเหลืองพอแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีแสด-แดง ไม่ว่าจะอยู่บนต้นหรืออยู่ในภาชนะดูสวยงาม ซึ่งบางบ้านที่ปลูกบางทีมีปัญหามีเแมลง นก กระรอก ฯมากินก่อนที่ลูกจะแก่จัดโดยเฉพาะหากเป็นแมลงเจาะแล้วในลูกก็จะมีหนอนอยู่เต็มลูกซึ่งถ้าห่อตอนลูกเล็กๆก็คงปลอดภัยจากแมลงได้  เท่าที่ทราบมาเมื่อลูกแก่ก็จะเก็บลงมาบ่มให้สุกก่อนที่จะใช้ส่วนด้านในลูก

ฟักข้าวด้านในลูกเมื่อแก่ เนื้อจะเป็นสีเหลืองเยื่อกลางผลที่หุ้มเมล็ดเป็นสีแดง เมล็ดแก่สีน้ำตาลเข้มเวลาผ่าลูกแก่ถ้าต้องการเมล็ดไปปลูกต้องระวังมีดโดนเมล็ดด้านในเมล็ดเนื้อสีขาว เมล็ดของฟักข้าวไม่ว่าจะสุกหรือดิบ(สดยังไม่ตากแห้ง) ผิวเปลือกจะกรอบมาก  ต้องทำให้สุกโดยคั่วหรือต้ม เมล็ดดิบมีพิษ

เมล็ดฟักข้าวแก่ ถ้านำไปปลูกต้องได้จากลูกฟักข้าวที่แก่จริงๆซึ่งตามที่กล่าวบางครั้งต้องนำลงมาจากต้นก่อนมาบ่มนั้นบางลูกยังไม่แก่มากก็สุกได้เมื่อนำเมล็ดมาเพาะจึงไม่ขึ้นต้น  

เมล็ดฟักข้าวมหาวิทยาลัยมหิดล วิจัยพบโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็งจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว


สรรพคุณประโยชน์ของฟักข้าวตามตำราแพทย์แผนไทย


ฟักข้าว   ผักข้าว(เหนือ). ขี้กาเครือ(ปัตตานี) .พุกู้ต๊ะ(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) 

ใบ   รสขมเย็น   แก้ไข้ตัวร้อน ถอนพิษอักเสบ  ตำพอกแก้ปวดหลัง แก้กระดูกเดาะ แก้ฝีแก้พิษ

เมล็ด  รสมันเมาเย็น  ดิบเป็นพิษคั่วให้กรอบรับประทานบำรุงปอด แก้ฝีในปอด แก้ไอ ขับปัสสาวะแก้ท่อน้ำดีอุดตัน ใช้แทนเมล็ดแสลงใจ(โกฐละกลิ้ง)ได้

ราก   รสเบื่อเย็นต้มดื่มถอนพิษทั้งปวง  ถอนพิษไข้ ขับเสมหะ แก้เข้าข้อ ปวดตามข้อแช่น้ำสระผม แก้ผมร่วง ฆ่าเหา


( ขอบคุณสรรพคุณฟักข้่าว จากหนังสือเภสัชกรรมไทยโดย วุฒิวุฒิธรรมเวช )



ฟักข้าว ลดน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวานได้


ราก       ถอนพิษทั้งปวง

ใบ          ดับพิษแก้หูด ฝีมะม่วง ริดสีดวง

ผลอ่อน ใบอ่อน  ลดน้ำตาลในเลือด

วิธีใช้   นำผลอ่อน ใบอ่อน ยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหาร นำมาลวก ทำให้สุกรับประทานกับน้ำพริกหรือทำเป็นแกงแค

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ต้านมะเร็ง ไวรัสยับยั้งน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีน 

รายงานผลการทดลอง  ในปี ค.ศ.1986ประเทศบังกลาเทศ ทำการทดลองพบสาร glycoides ในฟักข้าวให้ผลในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้


( ขอบคุณสรรพคุณฟักข้าวจากหนังสือสมุนไพรบำบัดเบาหวานรวบรวมเรียบเรียงโดย เภสัชกรหญิงจุไรรัตน์เกิดดอนแฝก )


สรรพคุณประโยชน์ของฟักข้าวนั้นมีมากๆ ผลการวิจัยในประเทศไทย เช่น จากม.มหิดล   ม.เชียงใหม่  ม.พายัพ  ม.แม่ฟ้าหลวง และต่างประเทศเช่น ประเทศเวียตนาม จีน ญี่ปุ่นมีการเผยแพร่ให้ทราบกันในอินเตอร์เน็ตแล้ว คลิกอ่านชมกันได้นะคะข้อมูลที่ผู้เขียนทราบนั้นได้รับความกรุณาจากอาจารย์สุวัฒน์ทรัพยประภา ส่งเป็นเอกสารมาให้ทราบส่วนหนึ่งและได้จากผู้ขายผลิตภัณฑ์ฟักข้าวและประสบการณ์ทำใช้และทดลองด้วยตนเอง


ด้วยความปรารถนาดี  กานดาแสนมณี










Create Date : 29 กันยายน 2555
Last Update : 27 เมษายน 2556 21:55:20 น. 0 comments
Counter : 1529 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kandanalike
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add kandanalike's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.