Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
วิจัยมังคุด ต้มสุก ด้วยตัวเอง เพื่อได้ประโยชน์มากขึ้น

มังคุดราชินีแห่งผลไม้ ของไทยเรานี้น เปลือกสีม่วงมีคุณค่าประโยชน์ต่อร่างกายมาก ๆ ชวนมาทำการวิจัยเล็กๆ ได้เอง จากเปลือกที่ปกติเราทิ้งไร้ประโยชน์นั้น จริงๆแล้ว มีสารมหัศจรรย์ ที่เรียกว่า "แซนโทน" อยู่ในนั้น สินค้าผลิตภัณฑ์ ที่ทำจากเปลือกหรือเนื้อมังคุด แพงทั้งนั้น เรามาทดลองทำกันนะคะ จะทราบว่าไม่อยากเลยที่เราจะได้สาร "แซนโทน" จากเปลือกมังคุด



การใช้ประโยชน์จากมังคุด


1.เปลือกผลมังคุด


เหลือทิ้งจากการรับประทานผลสด ผลมังคุดสดหลังรับประทานเนื้อในแล้วให้นำเปลือกผลร้อยด้วยเชือก แบบร้อยพวงมาลัย จากนั้นนำไปแชวนผึ่งลมให้แห้ง คล้ายๆเหมือนตากกระเทียม และควรร้อยขณะที่เปลือกยังคงนิ่มอยู่ จะร้อยได้ง่าย เพราะถ้าแห้งแล้วจะแข็งมาก และเมื่อแห้งแล้วสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานต่อเนื่องจนถึงฤดูกาลที่ผลผลิตใหม่ออกมา

วิธีการนำมาใช้ประโยชน์


1.1) เปลือกผลมังคุดแห้งฝนหรือต้มกับน้ำปูนใส ดื่มแก้อาการ ท้องเสีย บิด มูกเลือด ทาแก้แผลพุพอง แผลเน่าเปื่อย ถ้ารับประทานเด็ก ½ ช้อนชาทุกๆ 4 ชม. ส่วนผู้ใหญ่ 4 ช้อนโต๊ะทุก 4 ชม.จนกว่าจะหายเป็นปกติ


1.2) เปลือกผลมังคุดแห้ง นำมาทุบให้เป็นชิ้นเล็กๆหนัก 1 ขีด แล้วดองกับเหล้าขาว 1 ขวด 7 วัน นำมาใช้ได้อย่างเดียวกับข้อ (1.1) ข้างต้น แต่ถ้าต้องรับประทานเพื่อรักษา แค่เพียง 1-2 ช้อนชา ครั้งเดียวพอ ข้อนี้ดีที่ไม่ต้องทำบ่อยๆ


1.3) เปลือกผลมังคุดแห้ง ทุบเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ขีด หมักกับแอลกอฮอล์ ล้างแผล70% 1 ขวด (450 วี.ซี.) 7 วัน กรองเอาแต่น้ำใสเก็บไว้ใช้ สำหรับฉีดพ่นป้องกันกำจัดเชื้อราโรคพืช อัตรา1-2 ซี.ซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ล้างน้ำฝน ล้าหมอก ทั้งใช้กำจัดสาหร่าย ดะไคร่น้ำ โรคยางไหล ตามกิ่ง ลำต้นพืชได้ดีมาก โดยอาจผสมกับสารสกัดสมุนไพร จุลินทรีย์หน่อกล้วย จุลินทรีย์ปรามโรค ฮอร์โมนไข่ ฮอร์โมนไส้กล้วย ไคโตซาน ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ หรือปุ๋ยเคมีน้ำทางใบ ฉีดพ่นไปพร้อมกันได้ด้วย ใช้ทารักษาผิวภายนอกเหมือนอย่างข้อที่ (1.2)ได้ แต่ห้ามรับประทานเด็ดขาด


นอกจากนั้นถ้านำสารสกัดเปลือกผลมังคุดชนิดนี้ ไปรวมกับสารสกัดจากผงขมิ้นชัน(ผงขมิ้นชัน 1 ขีด+ แอลกอฮอล์ ล้างแผล 70% 1 ขวด (450 ซี.ซี.)+น้ำยาจับใบ 20 ซี.ซี หมัก 7วัน กรองเอาแต่น้ำใสๆเช่นกัน) จะได้วัคซีนสำหรับฉีดพ่นกระตุ้นภูมิต้านทานให้แก่ต้นข้าว ช่วงข้าวอายุ 15 วัน ทั้งยังใช้สำหรับป้องกันกำจัดโรคและแมลงได้ดีอีกด้วย


1.4) เปลือกผลมังคุดแห้ง ทุบเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ขีด หมักกับน้ำขี้เถ้า 10 % 1 ลิตร(น้ำ 1 ลิตร ขี้เถ้าสีชาวร่อนสะอาด 1 ขีด ) 7 วัน แล้วกรองเอาแต่น้ำใสๆ สำหรับฉีดพ่นป้องกันกำจัดโรคพืชอัตรา 1020 ซี.ซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยต้องฉีดพ่นเดี่ยวๆเท่านั้น ห้ามผสมร่วมกับสารอื่นเด็ดขาด ใช้หลังฝนหยุดตกใหม่ๆจะให้ผลดีที่สุด นอกจากนั้นอาจะใส่ผลขมิ้นชัน 1 ขีด โดยเพิ่มขึ้เถ้าอีก 1 ขีด และน้ำอีก 1 ลิตร หมักไปพร้อมกัน จะให้ผลดีกว่าการใช้เปลือกมังคุดอย่างเดียว ฉีดพ่นหลังฝนตกใหม่ๆโดยเฉพาะ ฝนที่ตกลงครั้งแรก หรือ หลังฝนที่หยุดตก หลังพืชผ่านช่วงอากาศแห้ง มาแล้ว 3 วัน



2. ผลมังคุดสดต้มสุก


ผลมังคุดสด ล้างสะอาดทั้งขั้ว 1 กก. +น้ำ1.5 ลิตร ใส่ในหม้อมีฝาปิดขนาด 2 ลิตร ต้มด้วยไฟกลางให้เดือดนาน 10 นาที หรือ นานพอจนกว่าเนื้อในผลมังคุดจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดง จึงยกลงจากเตา รินน้ำต้มผลมังคุดเก็บไว้ นำผลมังคุดที่ต้มสุกออกมาวางไว้ให้ขั้วตั้งขึ้น รอให้เย็นจึงจะนำมาใช้ประโยชน์ซึ่งถ้าต้องการจะต้มผลมังคุดจำนาวมากกว่านี้ให้เพิ่มตามส่วนเอาเอง


วิธีการนำมาใช้ประโยชน์


2.1) น้ำต้มผลมังคุด นำไปใช้แทนน้ำตามข้อที่(1.4) ถ้าไม่ครบลิตรให้เติมน้ำลงไป ถ้ามีมากเกินก็ให้เพิ่มส่วนอื่นตามอัตราเช่น ได้น้ำต้มผลมา 800 วี.ซี. ก็เติมน้ำลงไป 200 ซี.ซี.เท่ากับรวมเป็น 1ลิตร แต่ถ้าได้น้ำต้มผลมังคุดมา 1.4ลิตร (1,400 ซี.ซี ) ก็ต้องใช้เปลือกผลมังคุดแห้ง 1.4 ลิตร นั้นด้วยน้ำอีก 600 ซี.ซี. รวมเป็น 2 ลิตร หรือ 2,000 ซี.ซี. ใส่เปลือกผลมังคุดแห้งลงไป 2 ขีด+ขี้เถ้า 2 ขีด แล้วแต่สะดวกหมักไว้ 7 วัน นำมาใช้ประโยชน์ เช่น เดียวกับข้อที่(1.4)


2.2) ผลมังคุดต้มสุก เหตุผลของการที่ต้องต้มผลมังคุด เนื่องจากสารประกอบ แซนโทนหลากหลายชนิดในผลมังคุดมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งให้ประโยชน์ในการเยียวยาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนเราได้มากมายเช่น ลดอาการอักเสบจากแผล ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ ต้านเชื้อ แบคทีเรีย รักษาสิว ยับยั้งเชื้อวัณโรค ลำไส้ติดเชื้อ ต้านเชื้อราโรคผิวหนัง โรคสะเก็ดเงิน โรคภูมิแพ้ อาการแพ้ต่างๆ ต้านอนุมูลอิสระ โรคข้ออักเสบ เข่าเสื่อม ต้านไวรัส เอดส์ เป็นต้น ไม่เป็นสักโรคจะดีที่สุด


การที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมากนั่นเอง ก็ย่อมจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำย่อย โพลีฟินอลออกซิเดส ในผลมังคุด เป็นตัวเร่ง เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นทำให้เปลือกมังคุดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล สูญเสียคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่ดีไป การต้มทำให้น้ำย่อยดังกล่าวหมดฤทธิ์ ดังนั้น เปลือกผลมังคุดที่ต้มแล้วเมื่อนำไปตากให้แห้ง ก็ยังคงมีสีม่วงแดงสดไม่เปลี่ยนสี รักษาสารกลุ่มแซนโทนให้คงอยู่ ได้ใช้ประโยชน์สมคุณค่า

ปัญหาต่อมาก็คือ ผลมังคุด ไม่ได้มีแค่สารกลุ่มแซนโทน ที่ให้ประโยชน์อย่างเดียว แต่มีสารแทนนิน ที่มีรสฝาดรวมอยู่ด้วยในปริมาณมาก หากบริโภคมากเกินไปจะทำให้ท้องผูก และเป็นพาต่อตับ ทั้งมีผลกระทบต่อการดูดซับแร่ธาตุสารอาหารในกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากแร่ธาตุสารอาหารนั้นได้ไม่เต็มที่



บรรดาสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่มีอะไรเลยที่ดีโดยส่วนเดียว ล้วนในดีมีเสีย ในเสียมีดี มีแล้วไม่มี ไม่มีแล้วกลับมี เมื่อปรากฏมีขึ้นแล้ว ก็มีแต่เสื่อมลงไปเรื่อยๆ เกิดขึ้นเองไม่ได้ แต่ผลมาจากเหตุ อาศัยปัจจัยร่วมกับสิ่งอื่นเกิดขึ้นจะไม่ปรากฏอิสระโดดเดี่ยวลำพัง ทั้งพึงเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ดำรงตนอยู่ได้ ด้วยอาหาร และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมเท่านั้น มาช่วยค้นหาดีที่พอดีกัน


2.2.1) ผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวข้างต้น รับประทานเฉพาะเนื้อในมังคุดต้มสุกวันละ 1 ผล โดยรับประทานหลังอาหาร ส่วนผลที่เหลือ เก็บในตู้เย็นไว้รับประทานในวันต่อๆไป ลองดูสัก 3 วันถ้ารู้สึกดีขึ้น ก็รับประทานต่อ จนกว่าอาการโรตจะหาย แต่ถ้ามีอาการท้องผูกให้หยุดรับประทานทันที คนที่ไม่ป่วยไม่ควรรับประทาน


2.2.2) น้ำผลมังคุดต้มสุก ถ้าไม่มีปัญหาเร่งด่วนเรื่องสุขภาพ ผลมังคุดที่ต้มสุกแล้วรอให้เย็นตามข้อ(2)นั้น ให้ใช้มีดคมๆ ฝานผ่าเปลือกกลางผลโดยรอบเพื่อเปิดผล จับขั้วดึงเปลือกผลผ่าด้านบนมีเนื้อในผลสีแดงติดมาด้วย เก็บไว้ต่างหากเพื่อนำมาใช้ในข้อ(2.2.3) เก็บน้ำผลมังคุดต้มสุกสีม่วงสดใสสวยสดในเปลือกผลฝาด้านล่างจากผลมังคุดที่ต้มทั้งหมด รวมใส่ขวดพลาสติกหรือขวดแก้วเล็กๆเก็บไว้ในตู้เย็น สำหรับแต้มรักษาสิวอักเสบ หรือ ใช้น้ำผลมังคุดต้มสุก 1-2 หยดผสมน้ำ 1 ช้อนชา ชโลมใบหน้าให้ทั่ว ก่อนออกไปทำงานนอกบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดด


2.2.3) เนื้อของผลมังคุดต้มสุกจากข้อ (2.2.2) แคะเอาเมล็ดแข็งๆข้างในออก นำเอาเนื้อผลล้วนๆ มาปั่นด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้ รับประทาน 1 ช้อนโต๊ะ หลังอาหาร หากต้องการเก็บไว้รับประทานนานวัน ควรแบ่งใส่ขวดพลาสติกใส่อาหารชนิดที่ทนเย็นเก็บไว้ช่องแช่แข็ง นำออกมารับประทานทีละขวด เก็บไว้ในตู้เย็นช่องแช่ผัก หมดเมื่อใดก็นำขวดใหม่จากช่องแช่แข็งออกมา อาจปั่นผลไม้อื่นรวมไปพร้อมกันก็ได้ ทั้งนี้เพื่อใช้ในการรักษาโรคอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อหายดีแล้วควรหยุดรับประทาน ยาก็คือยา รับประทานเพื่อรักษาโรคไม่ใช่ขนมของกินเล่นๆ


2.2.4) น้ำหมักมังคุดเพื่อสุขภาพ เนื้อในผลมังคุดต้มสุกสีแดง 3 ขีด+น้ำตาลทรายแดง 1 ขีด +น้ำ1ลิตร หมักในโหลแก้วมีฝาปิด 3 เดือนขึ้นไป นำมาบริโภคได้ ถ้าจะให้ดีต้อง 1ปี นี้เป็นน้ำหมักผลไม้เพื่อสุขภาพไม่ป่วย ก็รับประทานได้ 1 ช้อนโต๊ะหลังอาหาร


2.2.5) เปลือกผลมังคุดต้มสุกหลังนำเนื้อในผลออกไปแล้ว เอาก้านขั้วออก แล้วผ่า สี่ทั้งสองซีก ใช้ช้อนคว้านตัก เอาเนื้อด้านในเปลือกผลให้ติดผิว จะได้ 8 ชิ้น นำมาแช่ในน้ำเกลือ1%(น้ำ 1 ลิตร+ เกลือแกง 10 กรัม) วางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปตาดแห้ง วันไหนไม่มีแดดก็เก็บใส่ถุงพลาสติกรัดปากถุงด้วยหนังสติ๊กไว้ในตู้เย็น พอมีแดดค่อยนำออกมาตากใหม่จนกว่าจะแห้ง


2.2.6 ) เปลือกผลมังคุดต้มสุก ส่วนของผิว ตากแดดให้แห้ง ถ้าไม่มีแดดก็ผึ่งลมตากไว้เฉยๆไม่มีปัญหา เพราะชิ้นบางแห้งเร็วอยู่แล้ว นำไปสกัดด้วยน้ำขึ้เถ้า ตามข้อที่(1.4)



หัวใจของการเรียนรู้ : สังเกต จดจำ เปรียบเทียบ

ธรรมชาติจริงแท้ไม่แปรผัน เข้าถึงได้ทุกคนเหมือนกันหมด

คนแม้ต่างชาติต่างภาษา แต่ก็ยิ้มหัวเราะร้องไห้ไม่ต่างกัน

มองเขามองเรา เหลือเพียงเมตตาที่มีให้ต่อกันเท่านั้น


สุวัฒน์ ทรัพยะประภา

ขอบคุณ ข้อมูลจากอาจารย์ สุวัฒน์ ทรัพยะประภา นักวิจัยเท้าเปล่า จากม.มหิดล ....... โครงการนักวิจัยอาสา ตู้ปณ. 106 ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160



































หมายเหตุ จากประสบการณ์ของผู้เขียน

เวลาต้มไม่ควรใช้ไฟแรง หรือนานเกินไปเพื่อไม่ให้ลูกมังคุดแตกและน้ำต้มเข้าไป เนื้อมังคุด ตักจากลูกก็กินได้เลยหอมอร่อยค่ะ หรือนำไปปั่นทำไอติม โดย ใช้ หัวกะทิสด +เนื้อมังคุดต้ม + น้ำผึ้ง + เกลือนิดๆ + น้ำมะนาว ปั่น เทใส่ภาชนะ แล้วแช่ช่องแข็ง พอแข็งแล้ว นำออกมาให้คลายความแข็งสักนิดแล้วค่อยตัก หอมหวานเย็นเปรี้ยวหวานอร่อยมากค่ะ เนื้อไอติมจะเป็นสีน้ำตาล


ส่วนเปลือกนั้น เมื่อต้มสุกแล้ว จะแบ่งส่วนหนึ่งทำน้ำหมักเอนไซม์ก็ได้โดยใช้ เนื้อส่วนเปลือกด้านในผิวนอก (ผิวนอกบางๆนั้นไม่ควรใช้เพราะมีสารแทนนินมาก หากนำไปผสมกับผลิคภัญฑ์บำรุงผิวจะคล้ำ ) ใช้ เปลือกเนื้อในผิวนิ่มๆรวมกับ เนื้อมังคุด 3 ส่วน + น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้ง 1 ส่วน + น้ำสะอาด 10 ส่วน หมักไว้นาน 1 ปี ยิ่งนานยิ่งดี น้ำจะสีแดงสวยงามกว่าใช้มังคุดดิบ


น้ำเอนไซม์ ผสมพร้อมดื่ม คือ น้ำเอนไซม์ 1 ส่วน + น้ำผึ้ง 1 ส่วน +น้ำ 10 ส่วน ใส่ขวดแช่เย็น ดื่มได้แล้วค่ะ ส่วนแผ่นวุ้นที่เกิดจากการหมักเอนไซม์ นำมาตัดชิ้นเล็กๆกินได้วันละนิดละหน่อยได้เลยค่ะ
ดีต่อสุขภาพค่ะ

หรือหากไม่ดื่มเพื่อสุขภาพ ก็นำมาผสมทำผลิตภัณฑ์ต่างๆได้หมด เช่น ทำสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน เช้ดถูพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์ พื้นบ้าน ผสมน้ำรดต้นไม้ ฯลฯ สารพัดประโยชน์ค่ะ ลองทำดูนะคะ


ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสมมณี (kandanalike)


Create Date : 28 พฤษภาคม 2554
Last Update : 28 พฤษภาคม 2554 14:26:44 น. 4 comments
Counter : 16679 Pageviews.

 
ลูกสาวเคยส่งน้ำมังคุดเป็นขวดขนาด 1ลิตรมาให้ แพงมาก เลยบอกว่า อย่าส่งมาอีกเลย เสียดายเงิน สู้ทานของสดที่บ้านเราดีกว่า

เห็นบล๊อกนี้แนะนำว่าทำอย่างไร ก็ยิ่งดีใหญ่
ขอบคุณมากค่ะ
เรามีของดีๆ มากมายในบ้านเรา
ทำเองได้แบบนี้ น่าจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะเราได้ของสดจริง

ขอบคุณสำหรับความรู้นี้นะคะ


โดย: ธารน้อย วันที่: 29 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:02:33 น.  

 
//www.Sanookbet.com เรามีคาสิโนไว้บริการท่านมากมายเช่น GClub, Royal1688, Ruby888, Holiday-Palace,Genting Crown,Reddragon88,Princess Crown ซึ่งแต่ละคาสิโนออนไลน์
ได้รับความเชื่อถือด้านความซื่อตรง มั่นคงเรื่องระบบ รูปแบบเกมส์เพลิดเพลิน ตื่นเต้น เร้าใจ ทำให้ท่านได้ลุ้นระทึกทุกเกมส์การเล่นเสมือนได้เข้าไปนั่งเล่นจริงที่คาสิโนโดยท่านไม่ต้องเสียเวลา
เดินทางให้เหน็ดเหนื่อย เล่นได้โทรมาขอถอนเงินสดกับเราได้ทันที เรามีทีมงาน Call Center มืออาชีพไว้คอยบริการท่านตลอด 24 ชม.นอกจากนี้แล้วเรายังมีบริการ SportBook ออนไลน์จากหลายค่าย
ยอดนิยมไว้บริการท่าน เช่น SBOBET , IBCBET , STSBET , WINNINGFT
สนใจติดต่อเราที่ 080-7977773-6
www.sanookbet@gmail.com
//www.Sanookbet.com
Sanookbet.com


โดย: Sanookbet.com IP: 202.58.99.182 วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:11:54:45 น.  

 
ฝากสำหรับผู้ที่ต้องการใช้น้ำมังคุดครับ (ไม่แนะนำให้รับประทานเพราะยังไม่มีผลรับรองในทางแพทย์ )เพื่อนทำขาย ขวดละ 500 (600 CM) เบอร์ติดต่อดูในเฟสครับ 0897530610


โดย: yakusa IP: 180.180.215.251 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:46:52 น.  

 
ผมขอแนะนำให้ลองดูอันนี้นะครับผมว่าสีแดงๆของมังคุดน่าจะอันตรายถ้ากินระยะนานๆ

https://www.facebook.com/Dr.Pichaet/posts/650706381746292:0


โดย: คนผ่านมา IP: 110.168.232.3 วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:17:04:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kandanalike
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]




Friends' blogs
[Add kandanalike's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.