เมื่อสามีปฎิเสธทำกรีนการ์ดให้....ตอนจบ

เขียนต่อจากตอนที่ 1 (คุณผู้อ่านควรอ่านตอน1ก่อนค่ะ เพื่อความใจ หากข้ามมาอ่านตอนนี้เลยจะงง)

ใอ- 360 คืออะไร? มันคือชื่อแบบฟอมน์ในการยื่นขอกรีนการ์ดด้วยตัวเอง

คุณสมบัติของผู้ที่สามรถกรอกแบบฟอมน์ชนิดนี้ใด้ก็มีหลายประเภท หนึ่งในนั้นคือ "ผู้ที่ถูกทำร้าย"

เรานั่งเสริจหาข้อมูลอยู่เป็นเดือนๆ ใช้คอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง จนครั้งหลังสุด สามียกเลิกโทรศัพท์เเละอินเตอร์เนต เพียงเพื่อไม่ต้องการให้เราติดต่อกับใคร เขาเคยพูดอยู่เสมอว่า ถ้าปราศจากความช่วยเหลือของเขาเเล้ว เราจะอยู่ที่นี่ไม่ใด้ เขาทราบว่าเรากำลังหาข้อมูลเรื่องราวเกียวกับการขอกรีนการ์ดด้วยตัวเองอยู่

เมื่อมีโอกาศเราก็มักจะไปใช้อินเตอร์เนตที่ห้องสมุดเสมอๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไป เราจึงทำเรื่องขอหย่ากับสามี

ปีใหม่ 2007 ผ่านเข้ามาแล้ว เราจะรออะไรอยู่เล่า? เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ให้กับชีวิตดีกว่า ฤกษ์ดีแล้วนะ

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2007 เราก็พริ้นแบบฟอมน์ ใอ -360 มาจากห้องสมุด หลังจากอ่านรายละเอียดแล้วก็ลงมือกรอกแบบฟอมน์ พร้อมกับเล่าเรื่องของเราตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วส่งไปพร้อมกับเเบบฟอมน์ ที่วาว่า ศูนย์เวอม้อน ตามที่เอกสารระบุ พร้อมเงินค่าธรรมเนียม 190 ดอลล์



วันที่ 17 มกราคม 2007 ใด้รับจดหมายจากวาว่าตอบกลับมาว่า คำร้องของเราอยู่ในระหว่างการพิจารณาเบื้องต้น ภาษากฎหมายเรียกว่า prima facie พร้อมกันนี้ก็แจ้งมาด้วยว่า เราสามารถไปขอรับความช่วยเหลือจากสถานบริการต่างๆของรัฐใด้ โดยนำจดหมายนี้ไปเเสดง ซึ่งจดหมายฉบับนี้ มีอายุ 6 เดือน



วันที่ 26 มกราคม 2007 ใด้รับโนตี๊ตจากวาว่า มีทั้งหมด 3 หน้า



เเปลเองโดยย่อ ใจความพอสรุปใด้ว่า “คุณมีเวลา 60 วันในการส่งเอกสารที่ทางเราขอเพื่มเติม หากพ้น 60 วันไปแล้ว ให้เขียนไปขอเพิ่มเวลาใด้ แต่ไม่กิน 120 วัน และหลังจากที่วาว่าใด้รับเอกสารจากทางเราส่งไปให้เเล้ว จะรีบดำเนินการภายใน 14 วันทำการ เอกสารที่ทางวาว่าต้องการเพิ่มเติมคือ

1.ใบหย่า ทั้งของเราและภรรยาคนก่อน หากหาไม่ใด้ ให้เขียนเป็นหนังสือ พร้อมทั้งหาหลักฐานแสดงให้เห็นถึงการแต่งงานใด้สิ้นสุดลง

2. คุณสมบัติของการเป็นผู้มีศีลธรรมอันดี (Good Moral Character) อันใด้แก่การไปสอบประวัติและการพิมพ์ลายนิ้วมือ ที่วาว่ากำหนด ส่งที่อยู่มาให้คือที่นี่



3. ให้หาหลักฐาน ที่แสดงให้เห็นว่าเราถูกอะบิ้วซ์ จดหมายที่เราเล่าเรื่องเหมือนนิยายที่เเนบมาด้วยนั้น ใช้ไม่ใด้... โดยทางวาว่าบอกเเนวมาให้ว่าเราควรจะเขียนเเบบใด? อย่างไร? เเละอะไรบ้าง?

4. ให้หาพยานที่นอกเหนือจากตัวเรา 3 คน ที่รับรู้ถึงการอะบิวซ์ของเรา พร้อมทั้งหลักฐาน เขียนเป็นหนังสือพร้อมทั้งคำสาบานว่าเป็นเรื่องจริง

5. ใบเกิดลูก(น้องออม)

เอกสารทุกอย่างต้องเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งหมด 5 ข้อนี้ เราต้องทำให้ทันภายใน 60 วัน หลังจากนั้น วันรุ่งขึ้น เราไปสอบประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือเเละหาข้อมูลเรื่องอะบิวซ์ อะบิวซ์คืออะไร? มีกี่ชนิด? อะไรบ้าง? แต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไร? เรื่องของเราเข้าข่ายชนิดไหน หลังจากนั้นเราก็เริ่มลงมือเขียนเรื่องของตัวเองใหม่ ตามเเนวที่ทางวาว่าให้มา...ตามนั้น

สำหรับเรื่องพยาน เราใด้ชาวอเมริกัน 3 คนเขียนเป็นหนังสือให้ หลังจากรวบรวมเอกสารครบเรียบร้อยแล้ว เราจึงส่งกลับไปที่ วาว่า

วันที่ 18 เมษายน 2007 เราใด้รับจดหมายจากวาว่า เครสเราแอพพรู๊พ



เราถูกจัดให้อยู่ในสถาณะ“deferred action” ซึ่งช่วยคุ้มครองไม่ให้ถูกดำเนินการส่งตัวกลับประเทศ (removal procedings) พร้อมกันนี้ก็ให้ทำการยื่นคำร้องขอทำเวิกเปอร์มิตโดยส่งกลับไปที่วาว่า ศูนย์เวอม้อน ที่เดิม และให้ดำเนินการยื่นคำร้องขอทำกรีนการ์ดด้วยตัวเองพร้อมกับแนบจดหมายฉบับนี้ ส่งไปพร้อมกับเอกสารสำคัญต่างๆ



หลังอ่านจดหมายจบ วันถัดมาเราก็กรอกแบบฟอมน์ในการขอกรีนการ์ดด้วยตัวเอง ส่งไปที่อิมิเกรชั่น ไม่กี่วันต่อมา เราใด้รับเอกสารทั้งปึกของเรากลับคืนมา เมื่อเกะอ่านดูแล้ว อิมิเกรชั่นแจ้งมาว่า ให้เราดำเนินการขอกรีนการ์ดให้น้องออมด้วยแล้วทำการส่งไปพร้อมกันทั้ง2คนใหม่

วันที่ 14 พฤษภาคม 2008 ยื่นคำร้องขอทำกรีนการ์ดของตัวเรา พร้อมค่า ธรรมเนียม 1,010 ดอลล์



ของน้องออม ค่าธรรมเนียม 930 ดอลล์



วันที่ 6 มิถุนายน 08 ฟริ้งเกอร์พริ้น กรีนการ์ด



หลังจากไปทำฟริ้งเกอร์พริ้นกรีนการ์ดกลับมาเเล้ว เราไม่ทราบว่าอีกนานเเค่ไหน ถึงจะใด้กรีนการ์ด เเละก็ไม่เเน่ใจด้วยว่าจะผ่านสัมภาษณ์อีกหรือเปล่า เลยตัดสินใจทำเวิกเปอร์มิต

วันที่ 14 มกราคม 2009 ส่งเอกสารเรื่องไปขอเวิกเปอร์มิตเสียค่าธรรมเนียม 340 ดอลล์ (เนื่องจากใบเก่าหมดอายุ เเละต้องใช้ต่ออายุใบขับขี่)



หลังจากนั้นไม่นาน ก็ถูกเรียกไปทำฟริ้งเกอร์พริ้น อีกไม่นานก็ใด้รับเวิกเปอร์มิต

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2009 ไปสัมภาษณ์กรีนการ์ดมา



เเต่คนละแห่งกันกับที่ไปสัมภาษณ์ครั้งแรก





ในวันสัมภาษณ์พบว่า เราต้องกลับไปตรวจสุขภาพใหม่ อันเก่าหมดอายุไปเเล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ส่งผลตรวจมาทางไปรษณีย์

วันที่ 3 มีนาคม 2009 วันไปตรวจสุขภาพ เสียเงินค่าตรวจ 420 ดอลล์ (2คนกับน้องออม)



16เมษายน 2009 ใด้รับเวลคั่มโนตี๊ต



25 เมษายน 2009 ใด้รับกรีนการ์ดใบเเรก มีอายุ10 ปี

ความคิดเห็นส่วนตัวเรื่องเปเปอร์เวิกค์

1. เอกสารเเละเเบบฟอมน์ต่างๆของอิมิเกรชั่น มีระยะอายุเวลา สังเกตุที่มุมกระดาษ จะบอกวันหมดอายุใว้ หากเราใช้เอกสารที่หมดอายุส่งไป ทางเจ้าหน้าที่จะส่งเอกสารกลับมาทั้งปึก พร้อมกับเเจ้งเราให้ทราบ จะเสียเวลาในการรอคอยค่ะ

2. เวิกค์เปอร์มิต มีอายุเพียง 1 ปี หากต้องการจะต่ออายุ ต้องเสียค่าธรรมเนียมใหม่ เวิกค์เปอร์มิตหาย,ต่ออายุ,ทำใหม่ เหล่านี้ต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมค่ะ

3. การดำเนินเรื่อง เเละการติตต่อกับอิมิเกรชั่น ในรายละเอียดของเเต่ ละรายการ เข้าจะเเจ้งใว้ว่า หากเคสเราไม่สมบูรณ์ เขาจะบอกเหตุผลเราว่าเพราะอะไร ยกตัวอย่างเช่นเราเป็นต้น ติดต่อกับเจ้าหน้าที่เเบบไม่ทราบขั้นตอนมาก่อน (หลายเรื่องพอสมควร) เจ้าหน้าที่ก็จะมีจดหมายมาบอก ว่าเราควรจะทำอย่างไรต่อไป?

"How do I File an Appeal if My Application is Denied?
If your application is denied, the denial letter will tell you how to appeal. "

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ



Create Date : 03 สิงหาคม 2552
Last Update : 6 กรกฎาคม 2559 9:34:50 น. 0 comments
Counter : 1848 Pageviews.

Quel
Location :
ชิคาโก้ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 163 คน [?]




ไดอารี่บันทึกเรื่องยุ่งๆชีวิตวุ่นๆ ของซิงเกิ้ลมัมลูก2 อพยบไปอยู่อเมริกาเมื่อปี 2003 อาศัยอยู่รัฐจอร์เจียเป็นระยะเวลา8ปี ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่ชิคาโก้ค่ะ

เริ่มเขียนบล็อกเมื่อ 01 กุมภาพันธ์ 2552 เขียนตามประสพการณ์ชีวิต เเละเรื่องอื่นๆที่ได้เจอมาค่ะ


บล็อกอัพเดท
1.เเม่น้ำสีเขียว

2.กลับเมืองไทย

Please visit my FaceBook คลิ๊กที่นี่

วิวทะเลสาบมิชิเเกน ที่ชิคาโก

The Bean ยามค่ำคืนที่สวนสาธารณะมิลลิเนี่ยม พาร์ค
เเบบจำลองเมืองชิคาโก
ขบวนวงโยธวาธิต ของนักเรียนมัธยมปลาย ที่ชิคาโก ปี2016
วันสดใส มีเเดดออก หลังหิมะตก
360ชิคาโก ตึกJohn Hancock
พาเเหลดวันขอบคุณพระเจ้า/ขบวนวงโยธวาธิต
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Quel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.