Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

+•+•+•+ [ กำปงพิราพาไป : ทริปกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ] +•+•+•+




กำปงหายหน้าหายตาไปนานเลย ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนค่ะ ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วย ทำงานอย่างเดียวเลย มาครั้งนี้โชคดีจัง เจ้านายให้ติดสอยห้อยตามไปกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษด้วย ดีใจมากๆ ค่ะ


เลยได้โอกาสนำภาพบางส่วนและเรื่องราวที่ไปทริปมาฝากกัน เกรงว่านานไปจะลืมกันไปเสียก่อนค่ะ ฮี่ฮี่






เราไปทั้งหมด 8 วันค่ะ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง และเนื่องจากทริปนี้ เป็นทริปพิเศษของเจ้านายของกำปง รวมทั้งเป็นทริปส่วนตัวมากๆ ด้วย ในเรื่องเล่าครั้งนี้ จึงขอไม่ได้กล่าวถึงผู้ร่วมทริปและกิจกรรมบางอย่างเหมือนเคยนะเจ้าคะ แห่ะๆๆ ไม่งั๊นเดี๋ยวครั้งหน้าอดไปอีก ฮ่าๆๆ


เราเดินทางกันด้วยสายการบินไทย ใช้เวลาบนเครื่อง 12 ชั่วโมง ขาไปมีที่นั่งว่างบนเครื่อง 200 ที่นั่ง แต่ละคนเลยไปจับจองเก้าอี้คนละ 4 ตัวเหมาแถวนอนยาวกันเลยค่ะ สบายยิ่งกว่านั่ง First Class อีก คิกๆๆๆ






ทริปกรุงลอนดอนครั้งนี้ จะต่างจากที่เคยไปทัวร์ทั่วๆ ไปอยู่สักหน่อยค่ะ คือทุกวัน เราจะเริ่มล้อหมุนกัน 11 โมง (แทนที่จะเป็น 7-8-9 เหมือนทัวร์ทั่วไป) อิอิ นอนกันสบายไปเลย


กับอีกอย่างหนึ่งก็คือ ให้บริษัททัวร์จัดการแค่เรื่องเครื่องบิน – ห้องพักโรงแรม – นำชมบางสถานที่ – และรถโค้ชเดินทางในลอนดอนเท่านั้นค่ะ ส่วนเรื่องอาหาร มี F&B ของเจ้านายเป็นผู้เลือกพาคณะไปทานในแต่ละมื้ออ่ะ ไฮโซโก้เก๋มั่กๆ


ภาพนี้ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ HTC – HD นะคะ ส่วนใหญ่เวลาไปทานอาหาร ไม่ได้เอากล้องใหญ่ไปขึ้นโต๊ะด้วยอ่ะค่ะ






นี่เป็นการมาเที่ยวลอนดอนครั้งแรกในชีวิตของเรานะคะ ตื่นเต้นมั่กๆ อากาศดีสุดๆ สิบกว่าองศา กำลังแต่งตัวสวยเลย ขนเสื้อผ้ามาชนิดที่เรียกว่า ลืมเรื่องน้ำหนักขากลับ (หลังจากช๊อปปิ้งแล้ว) ไปเลยอ่ะ






ชอบนะคะ เมืองสวย ตึกเก่าๆ สวยดี อากาศดี สวนสาธารณะเยอะ ปราสาทราชวังเยอะ คนแต่งตัวกันเก่งๆ เริ่ดๆ ทั้งนั้น ใส่แบรนด์เนมเดินกันมั่นใจจริงๆ เห็นบางคนใส่ชุดเก๋ๆ ถือกระเป๋า Hermes รุ่นเบอร์กิ้นใบละ 5 แสนบาท แล้วเอาหนังสือพิมพ์ม้วนๆ กับขวดน้ำดื่มเสียบเข้าไปในกระเป๋า ปลายขวดโผล่มา แล้วสะพายบ่าเดินฉับๆๆ อลังการจริงๆ ไม่ต้องมาหิ้วหลวมๆ จับแผ่วๆ กลัวกระเป๋าจะเจ๊งเหมือนคุณนายเศรษฐีใหม่ขายที่ดินบ้านเราเนอะ


ปกติข้าพเจ้าไม่เคยชอบหนุ่มฝรั่งนะคะ นิยมแต่ตาชั้นเดียวแบบเอเซีย แต่อยู่นานไปเข้า ชักจะมองหนุ่มลอนดอนหล่อเหลาเอาการอยู่ สูงยาวเข่าดีเชียว ฮิฮิ


จะมีข้อไม่ชอบหน่อยก็ตรงของแพงมากๆ เลยอ่ะ จะหยิบจะจับอะไรเห็นราคาแล้วรีบวางแทบไม่ทันเลย จะซื้อของฝากคน ต้องคิดแล้วคิดอีกกับราคามัน (ไม่เหมือนไปซื้อของก๊อปปี้ที่จูไห่ หรือเสิ่นเจิ้นเนอะ 555+) เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงมั่กๆ






โรงแรมที่คณะไปพักอยู่ตลอด 8 วัน คือโรงแรม Radisson Portman Hotel ค่ะ ก็อยู่กลางเมือง เดินนิดเดียวก็ถึงถนนอ๊อกฟอร์ด สตรีทแล้ว สะดวกแก่การช๊อปปิ้งเป็นอย่างยิ่งค่ะ


ภาพนี้ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ HTC – HD ค่ะ จริงๆ ทริปนี้แทบจะใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายจำนวนภาพมากกว่ากล้องใหญ่ซะอีก ภาพไหนมีรูปโทรศัพท์มือถือแปะตรงตัวอักษรด้านล่างของภาพ ก็คือใช้มือถือถ่ายนะคะ






วันนี้อากาศดีจัง แดดออก ฟ้าใส ลมเย็น คณะเรารวมตัวกันได้ไว เลยขี้เกียจรอรถโค้ชที่จะต้องมารับตามนัดคือ 11 โมง คณะเลยพากันใช้บริการรถไฟใต้ดิน London Underground กันค่ะ พอถึงที่หมายโผล่ขึ้นมาก็เจอนาฬิกา BIGBEN และอาคารรัฐสภาที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอนนี่เลย เริ่ด






ก่อนมาลอนดอน ในที่ประชุมที่ทำงาน มีพี่คนหนึ่งบอกเราหน้าตาเฉยว่า พอไปถึงลอนดอน เห็นนาฬิกา BIGBEN แล้วให้ยกมือไหว้ขอพรด้วยนะ กลับมาจะได้ค้าขายกิจการเจริญรุ่งเรือง คิกๆๆ ดีนะไม่หลงเชื่อไปยืนไหว้นาฬิกา BIGBEN ให้ฝรั่งแตกตื่นเล่น 555+


นาฬิกา BIGBEN นี่ เห็นว่าพึ่งฉลองครบรอบ 150 ปีไปเร็วๆ นี้เองค่ะ






เสร็จธุระจากนาฬิกา BIGBEN แล้ว ก็เดินไปที่ LONDON EYE กันค่ะ เขาว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาวอังกฤษหนักหนา ทีแรกว่าจะตั้งไว้ฉลองปี 2000 กันปีเดียว ไปๆ มาๆ คนต่อคิวกันขึ้นอลังการล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสนคน จนล่วงเข้า 10 ปีนี่แล้วค่ะ






ตอนมายืนรอกันขึ้นใกล้ๆ มันใหญ่บึ้มมาก นั่งทีนึง 30 นาทีค่ะ มีทั้งหมด 32 กระเช้าในวงนี้ (แต่แอบเห็นมันโบ๋ไป 1 กระเช้า อิอิ) กระเช้านึงนั่งได้ 25 คนค่ะ


ตอนอยู่บนกระเช้า มองลงมาสวยดี เห็นไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตาค่ะ วันนี้อากาศดีด้วยไงโชคดีจริงๆ แต่ 30 นาทีก็นานเหมือนกันนะ มองโน่นมองนี่ ถ่ายรูปกันก็แล้วไม่มีอะไรทำ ก็เลยพากันนั่งควักแป้งควักลิปสติกขึ้นมาแต่งหน้ากันฆ่าเวลาซะงั๊น พอลงจากกระเช้าก็หน้าผ่องเด้งกันทุกคนเลย ฮ่าๆๆ






ตอนจะถึงจุดลง มันจะมีกล้องของกระเช้าถ่ายจากด้านนอกเข้ามาหาเรา คณะก็รีบทำหน้าเด้งไปยืนยิ้มรอริมกระเช้าเลย ปรากฎว่ารูปออกมาสวยทุกคน ต้องควักเงินซื้อรูปเขากลับบ้านกันหมดเลยอ่า


ตอนอยู่ข้างบน ชะโงกลงมาดูแม่น้ำเทมส์ ดำปี๋เลย เป็นตะกอนขุ่นๆ ดำๆ ข้นๆ ชัดเชียว


ภาพนี้ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ HTC – HD ค่ะ






อาหารค่ำของคืนหนึ่ง เราต้องแต่งตัวเต็มยศกันไปทานค่ะ ผู้ชายต้องใส่สูทผูกไทด์ ผู้หญิงต้องชุดเดรสดินเนอร์ และรองเท้าส้นสูง (เจ้านายสั่งให้เตรียมมาก่อนแล้วค่ะ) อาหารหรูหราไฮโซโบว์ใหญ่มั่กๆ แต่ตัวสถานที่ก็เป็นตึกเล็กๆ นะคะ แต่เขาว่าเก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1742 ขลังมลังมเลืองได้ใจดีจริงๆ


แต่ทานดินเนอร์เซ็ตแบบนี้ อลังการก็จริง แต่ใช้เวลามากเหลือเกินค่ะ กว่าจะเลื่อนของแกล้มไปเป็นของคาว กว่าจะเลื่อนของคาวไปเป็นของหวาน ระหว่างของคาวและของหวาน ต้องมีเชอเบทมากินล้างลิ้น เปลี่ยนจานชามช้อนส้อมแก้วไวน์แก้วน้ำกันทุกรอบ รวมๆ แล้วกว่าจะฉันคาว ฉันหวานจบยะถาสัพพี ก็ต้องใช้ภาชนะบนโต๊ะรวมทุกคนครบคอร์สไปเกือบๆ 800 ชิ้นเลยทีเดียว เริ่มทานสองทุ่ม ไปจบคอร์สเอาเที่ยงคืนพอดีค่ะ


แอบได้ยินตอนเช็คบิล เบ็ดเสร็จเฉพาะมื้อนี้ 2,100 ปอนด์ค่ะ เอาเงินไทย 56 บาทคูณดูเอง O_o






กระทู้ครั้งนี้ เราเล่าสลับไปสลับมานะคะ ไม่ได้ตรงกับการเรียงลำดับวันเวลาจริง เพราะเปลี่ยนโปรแกรมแทบทุกวัน เราเล่าไปตามภาพที่ทำมาแล้วกันนะคะ


วันนี้จะไปหอคอยแห่งลอนดอน ทางเข้าต้องผ่านมุมที่มองไปเห็นสะพาน Tower Bridge นี้ สวยจังค่ะ เสียดายไม่ได้มีโอกาสเข้าไปถ่ายใกล้ๆ


แรกๆ เราสับสนทุกทีระหว่าง London Bridge กับ Tower Bridge ที่นี่ เพราะชื่อมันน่าจะสลับกันเนอะ แต่ที่ไหนได้ สะพาน London Bridge ไม่ได้มีความงามเลยแม้แต่น้อยอ่ะ หน้าตาเป็นสะพานปูนๆ บ้านๆ มาก แต่อันที่สวยๆ ในภาพนี้ชื่อ Tower Bridge อ่ะ






ตรงถนน ริมแม่น้ำเทมส์ มีแผงขายหอยนางรมสดด้วย แกล้มไวน์ แต่เอาเถอะ ได้เจอแทบทุกมื้อค่ะอาหารทะเลกับการดินเนอร์แทบจะทุกคืนเลยในลอนดอนครั้งนี้


ในแผงนี้ขาย 6 ตัว เป็นเงินไทย 392.- บาท ไม่รู้แพงหรือถูก แต่กินหอยนางรมมากๆ เข้า ดึกๆ คึกซู่ซ่าส์ขึ้นมา หาที่ลงไม่ได้ ต้องตะกายข้างฝาโรงแรมเล่น 555+






เข้ามาด้านในหอคอยแห่งลอนดอนแล้ว คนไม่มากเท่าไร วันนี้มีไกด์ท้องถิ่นมาบรรยายให้เต็มวันด้วยค่ะ (ไป 8 วัน ใช้ไกด์ท้องถิ่นวันนี้วันเดียว) เป็นผู้หญิงคนไทยมีอายุแล้ว พูดเพราะ บรรยายสนุกดีค่ะ


หอคอยแห่งลอนดอน เก่าแก่โบราณเต็มทีนะคะ อายุ 927 ปีแล้ว ดูขลังดีค่ะ โดยเฉพาะที่ว่ามันใช้เป็นเรือนจำคุมขังนักโทษกิติมศักดิ์ทั้งหลาย รวมทั้งใช้เป็นที่ลงขวานตัดคอนักโทษมีศักดิ์เหล่านั้นด้วย วุ้ยยย ตื่นเต้ลลลเจ้าค่ะ


ซ้ายมือรูปประตูทางน้ำ ที่ต่อจากลำน้ำเทมส์ เพื่อนำนักโทษสูงศักดิ์มาขังที่หอคอยนี้โดยทางเรือ เพื่อกันการปล้นชิงตัวกลับ รูปขวา จุดประหารลงขวานบั่นคอนักโทษผู้มีชื่อเสียงหลายๆ คนในประวัติศาสตร์ค่ะ






ผ่านประตูเข้ามาอีกหน่อย เป็นตึกใหญ่ชื่อ White Tower ค่ะ ตอนนี้เห็นเขาจัดแสดงเสื้อเกราะของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 แต่คณะไม่ได้เข้าไปดูหรอกนะคะ เวลาไม่พอ แต่ไกด์ให้ลองเข้าไปดูเสื้อเกราะจำลองในร้านขายของที่ระลึก แล้วให้ดูว่าทำไมพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ถึงมีมเหสีเยอะ


ตอนไกด์พูดว่า “เสื้อเกราะ” เราไพล่ไปได้ยินว่าให้ไปดู “ไส้กรอก” ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 แทน คิกๆๆ พอไปดู เลยก้มลงไปมอง “ไส้กรอก” ของ “เสื้อเกราะ” ว๊ายยยยยยยยยย ตาเถร ถึงว่า ทำไมมีพระองค์ถึงเมียเยอะ คิกๆๆๆๆๆ 555+


ในหอคอยแห่งลอนดอนเขาว่าผีดุนักล่ะ โดยเฉพาะผีของแอนน์ โบลีน มารดาของราชินีอลิซาเบธ ที่เรียกกันว่าแอนน์หัวขาดอ่ะค่ะ เขาบอกทหารยามเจอบ่อย บรื๋อออส์!!!






ทีนี้เราจะได้เข้าไปชมเพชรใหญ่ยักษ์อลังการบานบุรีกันค่ะ ห้องเก็บเพชรในปราสาทนี้ เหมือนเราเดินเข้าไปในห้องเซฟใหญ่ๆ อ่ะค่ะ ประตูเหล็กแบบตู้เซฟหนาเป็นฟุตเลย ข้างในห้ามถ่ายรูปค่ะ


การเข้าชมเพชร ไม่ได้เดินเองนะคะ แต่ยืนบนรางเลื่อนอ่ะ ให้เรายืนนิ่งๆ ทำท่าสวยเหมือนหุ่นขี้ผึ้งในมาดามทูซโซ่ มันจะพาเราเลื่อนผ่านตู้กระจกที่เก็บมงกุฎของสำคัญนี่ไว้ใน 5 ตู้กระจก รางเลื่อนนี้เลื่อนเร็วพอสมควร ครั้งนี้คนน้อย เราเลยวนมาเลื่อนดูใหม่อีก 1 รอบให้จุใจค่ะ ใครจะวนดูกี่รอบก็ได้


เพชรบนมงกุฎ และเพชรบนคฑาคู่บัลลังก์ ใหญ่บึ้มสมราคาคุยจริงๆ ค่ะ ใหญ่จริงๆ ใหญ่เท่าไข่เป็ดไข่ห่านอย่างนั้นเลยทีเดียว อิอิ ใหญ่บึ้ม ใสปิ๊ง จนดูไม่เหมือนเพชรเลยอ่ะ ยิ่งเพชรบนหัวคฑานะ มันใหญ่สุด 530.2 กะรัต มองข้างหน้า ใสทะลุไปเห็นหน้าเพื่อนที่ดูอยู่ข้างหลังเลยล่ะ เหมือนคริสตันชวารอฟสกี้ก้อนใหญ่ๆ มากกว่า หรือเราตาไม่ถึง มีตาหามีแววไม่ อิอิ


เที่ยวหอคอยแห่งลอนดอนเสร็จ ไปล่องเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำเทมส์กันด้วยค่ะ






มาลอนดอนครั้งนี้ อย่างที่บอกว่ามีผู้เชี่ยวชาญอาหารมาด้วย จึงเลือกร้านอาหารให้หลากหลายกันไปค่ะ ทั้งอาหารฝรั่งครบคอร์ส อาหารจีนเต็มชุด หรือแม้แต่อาหารประจำชาติของอังกฤษคือ fish & chips ก็ได้ไปลอง


ถ้าเป็นอาหารฝรั่งครบคอร์ส ก็จะใช้เวลาในการทานนานหน่อยค่ะ ลองทั้งปลา - เนื้อ - แกะ – นกพิราบ บางร้านเนื้อจะบ่มนาน 29 วันเลยนะคะ กัดเข้าไปทีแทบน้ำตาไหลในความสุข ได้ลองอาหารฝรั่งเศสครบคอร์ส 8 ชนิด กินไปแล้วพอช่วงเปลี่ยนจานอาหาร ก็ออกไปสูบบุหรี่ไป บุหรี่แทบจะหมดซองค่ะกว่าจะกินครบหมด เพราะพิธีรีตองมากเหลือเกิน


ถ้าเป็นอาหารจีนก็จะเร็ว แถมยังได้ทานพวกหอยหลอดตัวใหญ่มากๆๆ (เท่าฝ่ามือคุณผู้ชาย) หอยเชลล์ยักษ์ขนาดเท่ากระเป๋าถือราตรีของคุณนายคุณหญิง กุ้งลอบสเตอร์เคี้ยวกรุบเด้งดึ๋ง ปลาอะไรสักอย่างที่ได้จากใต้ทะเลลึกสุดใจและแพงจับจิต และของที่พลาดไม่ได้ เป็ดย่างค่ะ กินกันหลายเจ้าหลายร้าน ทั้งร้านดังมากดังน้อย 8 วันจนเซ็งเป็ดกันไปข้างนึงเลย






มาลอนดอน ก็คงต้องไปชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของมาดามทุซโซ่นะคะ เมื่อก่อนได้ยินอย่างเดียว เราก็นึกว่าหุ่นนั้นผิวปั้นด้วยขี้ผึ้งจริงๆ จับไม่ได้ กดลงไปจะบุ๋ม ถ้าอุณหภูมิร้อนไปจะละลายย้อยลงไปตรงหน้าเหมือนหนังผีที่เราดูปารีส ฮิลตันแสดง อิอิ


แต่ในความเป็นจริง มันก็เป็นเหมือนหุ่นไฟเบอร์แข็งๆ หรือหุ่นโชว์ชุดตามห้างสรรพสินค้านั่นแหล่ะค่ะ จับต้องได้ จะโอบกอดจูบหอมแก้มเหนี่ยวรั้งทึ้งดึงอย่างไรไม่มีใครว่าค่ะ ได้ดู ได้ชม ได้ถ่ายรูปแบบใกล้ชิดมากๆๆ ไม่มีใครว่า ขออย่างเดียว อย่าถึงกับไปกระชากวิก ถอดชุด ดึงขนตาปลอมของหุ่นที่ติดไว้เล่น หรืออุ้มทั้งตัวกลับบ้าน เหมือนที่ใครสักคนอุ้มหุ่นตำรวจตะเบ๊ะตรงสี่แยกไฟแดงกลับบ้านในกรุงเทพฯ ก็แล้วกัน คิกๆๆ


บางหุ่นขี้ผึ้งที่สำคัญและดังๆ จะมีกล้องอย่างเป็นทางการของสถานที่ถ่ายเราให้ เพราะแสง และมุม จะสวยกว่าเราถ่ายเอง แล้วให้เราไปเลือกบนหน้าจอว่าถูกใจไหม ถ้าชอบก็สั่งพิมพ์ได้เลย เอามาเป็นที่ระลึกค่ะ ถ้าไม่ชอบก็ส่ายหน้าไป เขาก็ดีลีททิ้ง จบเรื่องกันเท่านั้นค่ะ






หุ่นเหล่านี้แบ่งกันเป็นโซนๆ โซนใครโซนมัน บางตัวก็ยืนสวยอยู่กลางห้องซะงั๊น ปนกับคนแน่นๆ ก็นึกว่ายัยนี่ไม่เดินไปสักที ขวางอยู่ได้ มองไปมองมา อ้าว หุ่นนี่หว่า ฮิๆๆ


มีช่วงหนึ่งเขาให้เลือกว่าจะเข้าหรือจะเลี่ยงไปก็ได้ เป็นเหมือนหุ่นในบ้านผีสิง เรากับน้องอีกคนเข้าด้วยกัน เพราะนึกว่าไม่น่ากลัวเท่าไร น้องก็เกาะแขนเราเข้า เพราะเราตัวใหญ่น่าจะคุ้มครองน้องได้ดีกว่า แต่ที่ไหนได้ ไปสักครึ่งทาง น้องก็ทิ้งเราขอไปเกาะแขนฝรั่งข้างหน้าแทน หันมาบอกเราแบบเชิ่ดใส่ว่า “นึกว่าจะอาศัยเกาะแขนเป็นที่พึ่งหน่อย เจือกร้องกรี๊ดดดหลับหูหลับตาเสียงดังจนผีตื่นยิ่งกว่าหนูอีก แหม๋ๆๆๆ” กร๊ากๆๆๆๆ คนมันกลัวนี่หว่า 555+






มีวันหนึ่งอากาศดีเช่นกัน คณะเลยได้ออกไปเที่ยวชมพระราชวังสำคัญนอกเมืองกัน ก็คือพระราชวังวินด์เซอร์ ค่ะ เป็นพระราชวังที่นับเป็นพระราชฐานเก่าแก่โบร่ำโบราณที่ยังมีผู้อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยค่ะ ใหญ่โตโอฬารมั่กๆ






เวลาเข้าชมด้านใน เขาห้ามถ่ายรูปนะคะ แต่จะมีหูฟังให้ รุปร่างเหมือนรีโมททีวีค่ะ มีสายห้อยคอ เวลาเราผ่านห้องไหน จะมีหมายเลขของห้องนั้นแปะไว้หน้าห้อง เราก็กดหมายเลขนั้นที่หูฟัง แล้วเอามาแนบหู เหมือนกำลังคุยโทรศัพท์น่ะค่ะ เขาจะบรรยายให้ฟังถึงประวัติศาสตร์ของห้องนั้นๆ อ่ะ มีหลากหลายภาษา เสียดายไม่มีภาษาไทยค่ะ






ในบางห้อง ถ้ามีของแต่งห้องแปลกๆ เช่นนาฬิกาโบราณสวยๆ หรือกล่องดนตรีสวยๆ ที่มีตุ๊กตาเต้นรำ เขาก็จะมีเลขให้กดในหูฟังนั้นด้วย กดแล้วจะได้ยินเสียงปลุกของนาฬิกา หรือเสียงของเครื่องเล่นกล่องดนตรีนั้นๆ ให้ฟังจริงๆ เริ่ดค่ะเริ่ด


ข้าวของห้องหับในพระราชวังนี้ ยิ่งใหญ่อลังการมั่กๆ ค่ะ สวยเริ่ด รับรู้ได้เลยทีเดียวว่าในอดีต พระราชาหรือราชินี ยิ่งใหญ่มากจริงๆ ถึงเป็นเจ้าของครอบครองของดีๆ ที่ล้ำค่าควรเมืองแบบนี้ได้ ชาวบ้านทั่วไปไม่มีทางได้สัมผัสแม้แต่จะฝันเลยค่ะ






เวลาเราไปเที่ยวชมพระราชวังต่างๆ จะเห็นว่าทุกวังจะมีสวนที่แต่งไว้สวยมากๆ แต่จะเป็นแนวสวนที่ไม่รก ไม่มีต้นไม้ใหญ่ ไม่ใช่แนวสวนป่าน่ะ ส่วนใหญ่เป็นสวนหิน สวนหญ้า มีแปลงดอกไม้เตี้ยๆ มีน้ำพุบางจุดกับประติมากรรมอลังการ เวลาเดินในสวนนั้น เราก็เคยนึกว่ามันจะสบายหรือ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มแบบบ้านเรา มีแต่ของเตี้ยๆ






ที่ไหนได้ เรามาเห็นความจริงจากพระราชวังวินด์เซอร์นี้ค่ะ มีอยู่ห้องหนึ่งเป็นเหมือนห้องนั่งเล่นใหญ่ ของแต่งห้องสวยมาก มีเตาผิงใหญ่ มีหน้าต่างกระจกแบบพาโนรามาเห็นได้รอบห้อง 180 องศา มองออกมาเห็นภาพสวนเตี้ยๆ ที่ว่านี้แหล่ะ มองไปได้ไกลสุดตาไม่มีต้นไม้ใดๆ บัง พร้อมทั้งน้ำพุฟอยกระจายตามมุมโน้นมุมนี้ โอวววส์แม่จ้าว มุมมันสวยมากจากมุมแห่งราชา-ราชินี ที่มองจากข้างในออกมาข้างนอกนี่เองค่ะ






มื้อกลางวันของวันนี้ เป็นมื้อที่เร็วที่สุด และกินง่ายมากที่สุดในทริปนี้เลยทีเดียว ก็คือกินแมคโดนัล บนรถไฟฟ้าระหว่างทางจากประตูวังวินด์เซอร์ไปยังลานจอดรถค่ะ เพราะเวลาไม่พอจริงๆ เพราะจริงๆ ว่าจะเริ่มทริป 11 โมง แต่จริงๆ ก็เลทไปถึงเที่ยงกว่าเลยล่ะค่ะในแต่ละวัน






มีวันนึงคณะได้ไปห้างแฮร์รอดส์ด้วยค่ะ แหม๋ๆๆ ฐานะอย่างเรา ปกติอยู่กรุงเทพฯ หรูหน่อยก็เดินห้างอิมพีเรียลสำโรง 555+ พอได้มาเดินห้างใหญ่โตติดอันดับโลกอย่างแฮร์รอดส์ และแทบจะเป็นห้างสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยิ่งมีข่าวของลูกชายนายห้าง เป็นแฟนกับเจ้าหญิงไดอาน่าและล่วงลับไปพร้อมกันนี่แล้ว ตื่นเต้ลดีจริงๆ


ที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือพวกของขายในนั้น จะเป็นของแบรนด์เนมก้องโลกทั้งหมด แต่ที่ต่างจากกรุงเทพฯ บ้านเราก็คือ แบรนด์เนมในบ้านเราจะเป็นห้องหรือร้านต่างหาก มีประตูปิดมิดชิดในห้าง มี รปภ. ยืนจ้องเฝ้ามองอยู่ นางงามอย่างเราได้แต่ไปเกาะกระจกดูแต่ข้างนอกลิ้นห้อยแห่กๆ


แต่ที่แฮร์รอดส์นี่ ของแบรนด์เนมจะวางอยู่ตามเคาเตอร์เลยค่ะ เดินไปดูได้ ไม่ซื้อไม่หาไม่ว่าอะไร (เพราะไม่มีปัญญาจะซื้อ 555+) แต่ก็ได้หยิบ ได้จับ ได้เอามาลองคล้อง ลองสะพาย แล้วส่องกระจกเก๊กหน้าเก๊กตาเป็นเศรษฐีนี แล้วถอดวางเก็บไว้ที่เดิม ไม่ซื้อ เริ่ดจะตาย อิอิ


ได้ชิมขนมที่มีชื่อเสียงล้ำโลกอย่างมากาฮอง ในร้านลาดูเล่ ที่แฮร์รอดส์ด้วยค่ะ อร่อยมากๆ และแพงอลังการเลย จากในภาพ ชิ้นละประมาณ 6 ปอนด์ หรือประมาณ 300.- กว่าบาท ตกกล่องนึงก็เกือบ 5 พันบาท เจ้านายเราซื้อมาให้ชิมสองกล่อง บอกชิมคนละชิ้น ข้าพเจ้าล่อไป 4 ชิ้นแซ่บจริงๆ ฮ่าๆๆ






มาลอนดอน เขาว่าต้องมาเยือนพิพิธภัณฑ์ด้วยค่ะ โดยเฉพาะ British Museum นี้ เขาว่าต้องมาเยือนให้ได้ เพราะของที่แสดงโชว์อยู่ บางชิ้นเจ้าบ้าน หรือประเทศนั้นๆที่เป็นเจ้าของของแบบนั้น ยังไม่มีของชิ้นที่แสดงอยู่นี่เลย แต่ที่นี่มี !!! เริ่ดไหมล่ะ


อังกฤษสมัยก่อนยิ่งใหญ่มาก เป็นมหาอำนาจทางทะเล ไปที่ไหนได้สำรวจยึดดินแดนต่างๆ ได้ก็มีขนข้าวขนของกลับมาด้วย นานๆ เข้า ข้าวของนั้นก็มากมายมหาศาลและมีมูลค่าสูงมากค่ะ เกินกว่าพิพิธภัณฑ์ใดๆ ในโลกจะได้เป็นเจ้าของสิ่งของแบบนั้น แถมที่นี่ เปิดแสดงมาแล้วกว่า 250 ปีค่ะ จัดเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลกเลยล่ะค่ะ






เรามีเวลาที่นี่ไม่นานเช่นเคยค่ะ สาวๆ ในคณะอยากช๊อปปิ้งมากกว่า อิอิ เลยมุ่งตรงไปที่ห้องอียิปต์โดยเฉพาะเลย เห็นว่าน่าสนใจที่สุดค่ะ เดินๆ ดูมัมมี่บ้าง มีทั้งแบบห่อไว้อย่างดี กับแบบที่ปอกออกแล้ว ดูหีบมัมมี่บ้าง หีบคาโนปิคที่ใส่ตับไตไส้พุงบ้าง พอเป็นกระษัย แล้วกลับกันออกมาค่ะ






ช่วงเย็น ได้ไปอีกพระราชวังหนึ่งค่ะ คือพระราชวังเคนซิงตัน พระราชวังเก่า ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรือนหอของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าหญิงไดอาน่าด้วยค่ะ






และในช่วงหลังๆ พระราชวังเคนซิงตันนี้ก็กลายเป็นที่ประทับเป็นทางการของเจ้าหญิงไดอาน่า หลังจากที่ทรงหย่ากับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แล้วนะคะ เจ้าหญิงประทับจนสิ้นพระชนม์ค่ะ






ด้านในถ่ายรูปได้ค่ะ และเป็นเวลาใกล้จะปิดเต็มที่แล้ว ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวแล้ว ช่วงห้องแรกๆ เป็นส่วนแสดงโชว์ฉลองพระองค์ชุดราตรีของเจ้าหญิงไดอาน่า ที่ทรงสวมในโอกาสสำคัญๆ ต่างๆ ค่ะ มีภาพวีดีโอเก่าประกอบด้วยว่าเจ้าหญิงทรงสวมในงานใด


ไปยืนดูใกล้ๆ เห็นว่าชุดนี้ใหญ่มาก เจ้าหญิงไดอาน่าน่าจะมีพระองค์สูงใหญ่มากนะคะ และหุ่นที่ใส่ชุดนี่ ก็ไม่ใช่หุ่นแบบนางแบบผอมๆ ที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้าด้วย แต่เป็นหุ่นที่ทรงเดียวกับเจ้าหญิง ที่จะใส่ชุดนี้พอดีเลย เลยดูว่าชุดใหญ่มากค่ะ






ห้องอื่นๆ ของวัง ก็เป็นห้องของเจ้าของเก่าๆ น่ะค่ะ กษัตริย์องค์เก่าที่เคยประทับที่นี่ อย่างห้องนี้ เชนเดอเลียบนเพดานเด่นจัง มองเชนเดอเลีย หรือโคมไฟระย้าในวังไหนทีไร ชอบจินตนาการไปถึงสมัยโบราณทุกที ว่าตอนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ตกค่ำคืนเข้าไต้เข้าไฟ คงต้องมีเจ้าพนักงานมาคอยจุดเทียนที่อยู่บนเชนเดอเลียเหล่านี้ทุกเล่ม ทุกช่อ ทุกห้อง เห็นว่าคืนๆ หนึ่งใช้เทียนไม่ต่ำกว่า 3000 เล่มเลยนะคะ จุดเทียนกันเมื่อยไปเลยทีเดียว






เดินชมห้องต่างๆ แล้วหันมามองนักท่องเที่ยวกันเองแล้วตลกดี เหมือนเดินคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ไม่เหมือนมาดูของในวัง เพราะต้องฟังหูฟังบรรยายไงคะ ผ่านห้องไหนก็กดเบอร์นั้น หูฟังก็จะบรรยายไปว่าใครอะไรยังไง


ดูพวกห้องแสดงในวังแล้วรู้สึกแปลกๆ อย่างพวกห้องนอน นึกเสมอว่าจะนอนไงหว่า ไม่น่าอบอุ่นสบายเลย มานึกขึ้นได้ว่า ห้องจัดแสดงมันมีแค่ ฝา 3 ด้าน ฝาด้านที่ 4 ที่ล้อมห้องมันไม่มี เพราะต้องให้คนดูอย่างเรามายืนดูไงคะ มันเลยดูโหวงเหวงแปลกๆ ไม่อบอุ่นเหมือนห้องนอนจริงๆ อ่ะ






เขาว่าคนในกรุงลอนดอนนี่ เช้ามาจะคุยอยู่ 2 เรื่อง คือวันนี้จะอากาศดีไหม และวันนี้มีฟุตบอลอะไร วันนี้คณะเลยพามาทัวร์สโมสรฟุตบอลซะหน่อย คือสโมสรเชลซี ค่ะ มีตัวสโมสร มีสนามฟุตบอล มีโรงแรมเป็นของตัวเอง มีร้านขายของที่ระลึก


ส่วนเรา ไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอลใดๆ เลย ยกเว้นแค่ดูว่านักบอลคนไหนหล่อ หน้าตาดี หุ่นดี ก็จะแวะดูนิดนุง ฮี่ๆๆ ดังนั้นความเห็นในเรื่องของสโมสรฟุตบอลเชลซีนี้เราไม่มีความรู้ ขอผ่านค่ะ






จริงๆ ในทริปครั้งนี้ เน้นมากๆ คือเรื่องกิน และเรื่องช๊อปปิ้ง สาวๆ ในคณะจะชอบมากค่ะ ถ้าในเมืองก็จะชอบไปกันสองที่ คือแบบแพงหน่อยก็ไปห้างแฮร์รอดส์ ซื้อพวกน้ำหอม Jo Malone และของที่เป็นซูวีเนียร์ของแฮร์รอดส์ พวกกระเป๋าถุงแฮร์รอดส์น่ะ ที่พอจะซื้อไหวหน่อย แต่ก็พอควักเงินจ่ายไป ก็น้ำตาไหลหลั่งรินไปนะเจ้าคะ ฮือๆๆ


ส่วนที่ช๊อปปิ้งแบบถูกใจถูกสตางค์ ซื้อง่ายขายคล่อง (โดนใจแฟชั่น-ถูกมากๆ-ใส่ง่าย-พังเร็ว อิอิ) ต้องที่ Primark ค่ะ กำลังฮ๊อตฮิตบนถนนอ๊อกฟอร์ดเลยทีเดียว ทำเอาร้านข้างๆ (เช่นร้าน next) จ๋อยไปเลยทีเดียว ที่ Primark นี้น่าสนุกมาก คนเยอะมากค่ะ ห้องลองเสื้อขนาดมีห้องลอง 30-40 ห้อง คนยังต้องต่อแถวยาวเหยียดเลย เคาเตอร์คิดเงินก็เหมือนกัน ซื้อเสร็จต่อคิวยาวเลื้อยไปเลื้อยมาหลายตลบกว่าจะถึงคิวจ่ายเงินได้ มันสนุกมากๆ ตรงนี้แหล่ะค่ะ หอบของกันลืมตัวไปเลยทีเดียว


ส่วนในภาพนี้ เป็นตลาดของเก่า Portobello Market ค่ะ เป็นฉากหลักในหนังเรื่อง Notting Hill ค่ะ ตลาดนี้อารมณ์เหมือนจตุจักรบ้านเราอ่ะ มีทั้งของเก่าแท้ และของเก่าพึ่งทำเสร็จ บางทีก็มีของโหลๆ แบบประตูน้ำด้วยอ่ะ คนเยอะมากๆ






จากในภาพเล็ก 6 ภาพบน เป็นตลาดของเก่า Portobello Market และ Notting Hill นะคะ ผนังบ้านทาสีลูกกวาดหวานสวยเชียว


ภาพซ้ายล่างสุด เป็นสถานที่ช๊อปปิ้งที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่ง คือ Bicester Village เป็น Outlet ของแบรนด์เนมค่ะ อยู่ห่างจากในเมืองออกไปชั่วโมงครึ่ง สาวๆ ชอบมากค่ะ ของแบรนด์เนมในราคา 50% แต่แบบก็อาจล้าไปสักสามสี่ปีนะคะ แต่ก็ไม่เป็นไร เห็นหอบกันพะรุงพะรังมาขึ้นรถกันเลยเชียว อิอิ


ภาพขวาล่างสุด เป็นด้านหน้าตึกห้างแฮร์รอดส์ค่ะ






หมดล่ะค่ะ ทริปลอนดอน จริงๆ ก็มีเรื่องสนุกสนานอีกมากที่ไม่ได้เล่า เช่นไปเที่ยวผับที่หรูหรา สนุกสนาน มีการคัดคนเข้า ไปดริ้งค์ไปเต้นกัน ไปปิ๊งหนุ่มๆ อิอิ หรือเรื่องราวตอนช๊อปปิ้งที่แสนเมามันส์ไปหน่อย หรือแม้กระทั่งเรื่องตอนวุ่นวายในสนามบินตอนขากลับที่น้ำหนักเกินอย่างมหาศาล แต่ก็ผ่านมาได้อย่างทุลักทุเล


ทั้งหมดนี้ ต้องขอกราบขอบพระคุณเจ้านายเราแหล่ะค่ะ เรื่องทั้งหมด ทั้งที่เล่าไปและไม่ได้เล่า ล้วนเป็นประสบการณ์ครั้งพิเศษสุดในชีวิตมากเหลือเกิน ถ้าวันหนึ่งสมมุติว่าถูกหวยรวยทรัพย์ขึ้นมาเองแล้วย้อนกลับไปทำ หรือจะให้ไปเจอกับเรื่องเดิมเหมือนที่ได้ไปเที่ยวด้วยกันในครั้งนี้ ก็ไม่มีอีกแล้ว กราบขอบคุณอีกครั้งกับสิ่งมหัศจรรย์ในชีวิตครั้งนี้นะคะ






ภาพใหญ่ในกระทู้นี้ ถ่ายด้วยกล้อง CANON EOS 5D Mark II และเลนส์ CANON 16-35mm Ultrasonic
ภาพเล็กๆ ที่ประกอบกันหลายภาพและมีสัญลักษณ์โทรศัพท์มือถือ ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ HTC – HD
ขอบคุณคุณโอ๋ omen666 และน้าราชัน จากห้องกล้องฟูจิ สำหรับเลนส์ Sigma 18-250mm ที่ ให้ยืมไปใช้กับกล้อง Nikon D200 แต่ไม่ได้ใช้เลย
ขอบคุณน้าภิเษก สำหรับเลนส์ Nikon 18-135mm เช่นกัน ไม่ได้ใช้เลยค่ะ โอกาสหน้ายืมใหม่อีกนะคะ อิอิ






 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552
10 comments
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2552 19:54:34 น.
Counter : 4920 Pageviews.

 

แอบเกาะมาเที่ยวแบบไม่ต้องจ่ายกะตังค์ เจ้านายใจดีจังเลยนะคะที่ให้ติดสอยห้อยตูดไปด้วย อาหารเริ่ดมากค่ะ วันหลังถ้าไปเที่ยวที่ไหนอีก เคาะเรียกแม่ปุ้มมาตามไปดูด้วยนะคะ

 

โดย: แม่ปุ้มปุ้ย 1 พฤศจิกายน 2552 20:40:26 น.  

 

ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ รูปสวยม๊ากกกกกเลยค่ะ สวยที่สุด

 

โดย: oRanGIsM 1 พฤศจิกายน 2552 23:00:58 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ รูปสวยมากเลยค่ะ

 

โดย: CrackyDong 2 พฤศจิกายน 2552 0:27:35 น.  

 

ภาพสวยมากเลยคะ ทริปนี้ดูไฮโซมาก ๆ เห็นรูปอาหารแล้วน้ำยายไหล ช่างต่างกับตอนที่ไปเองจิง ๆ

 

โดย: PiPoBoKy 2 พฤศจิกายน 2552 10:25:27 น.  

 

ขอตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ

 

โดย: The Best of Me 2 พฤศจิกายน 2552 20:53:47 น.  

 

แวะมาเยี่ยม...สวัสดีครับ

ขอบคุณสำหรับภาพและเรื่องเล่าจากลอนดอนที่นำมาฝากครับ

 

โดย: **mp5** 14 พฤศจิกายน 2552 7:59:26 น.  

 

มืออาชีพยังอาย
ทำงานไรเนี่ย

 

โดย: ah IP: 125.27.64.5 19 มกราคม 2554 22:13:11 น.  

 

รูปสวยมากๆเลยครับพี่ต้น

 

โดย: เบียร์ IP: 58.9.76.213 11 พฤษภาคม 2554 17:15:15 น.  

 

Hi there everyone, it's my first visit at this web page, and piece of writing is truly fruitful in favor of me, keep up posting these articles.
moncler outlet store woodbury commons review //www.lapeiriere.com/wp-content/gallery/fr-moncler/uIabigXUVX/

 

โดย: moncler outlet store woodbury commons review IP: 218.251.113.57 5 พฤศจิกายน 2557 22:41:14 น.  

 

Thanks for sharing your thoughts about %meta_keyword%. Regards
chaussure nike air max junior //www.mandeure.fr/uploads/media/fr-nike/IuJ5Ry4PTs/

 

โดย: chaussure nike air max junior IP: 218.251.113.57 10 พฤศจิกายน 2557 12:45:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


กำปงพิราเทวี
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ สำหรับ
2 รางวัลใน BlogGang Award #2









Creative Commons License

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.
Friends' blogs
[Add กำปงพิราเทวี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.