Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
18 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
[Japan Diary] Day 2 : พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน

วันนี้เรามีแผนจะไปพิพิธภัณฑ์โดราเอมอนกันค่ะ


ผลของการตามดูช่อง 9 การ์ตูนแต่เด็ก
ทำให้ตอนนี้เราก็ยังคงเป็นแฟนพันธุ์ทางของเจ้าหุ่นยนต์แมวสีฟ้าอยู่




ที่บอกว่าเป็นแฟนพันธุ์ทางก็เพราะว่าอ่านหรือดูก็จำได้เป็นบางตอน
ส่วนใหญ่จะจำได้แต่ตอนที่ประทับใจ 
ช่างเป็นแฟนการ์ตูนที่ไม่เอาไหนเสียเลยจริงๆSmiley

ในเมื่อได้มาเยือนถิ่นเจ้าแมวสีฟ้าทั้งทีจะพลาดโอกาสมาหาเพื่อนเก่ากันได้ยังไง

ที่เราเรียกว่าพิพิธภัณฑ์โดราเอมอนนั้นมีชื่อเรียกจริงๆ ว่า 

FUJIKO F. FUJIO MUSEUM

แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่ที่รวบรวมเกี่ยวกับโดราเอมอนอย่างเดียว
แต่ยังมีผลงานอย่างอื่นของอาจารย์ด้วย
(แต่แน่นอนว่ามีเรื่องโดราเอมอนเป็นตัวเอก)



ที่นี่ไม่มีบัตรเข้าชมขายหน้างาน ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าแบบระบุเวลาเข้าชม
(ส่วนจะอยู่นานเท่าไหร่ไม่มีใครว่า)

บัตรหาซื้อได้จากตู้ขายตั๋วใน Lawson
ราคาใบละ 1000 ¥



เนื่องจากเราใจร้อน (บอกแล้วว่าเป็นแฟนพันธุ์ทาง)
เราเลยจะเข้าชมวันแรกที่ไปโตเกียวเลย ทั้งๆ ที่เป็นวันเสาร์
จากที่อ่านมา รวมถึงโฮสต์ก็บอกให้พยายามเลี่ยงวันหยุด
เพราะคนจะมหาศาลและเด็กก็จะเจี๊ยวจ๊าว



แต่ก็ดื้อไงคะ เลยฝากให้โฮสต์ซื้อให้เลย
เค้าคิดค่าตั๋วใบละ 1500¥ (แอบแพงเนอะ)
และเราได้รอบเวลา 12.00 น.

ดังนั้นวันนี้เราจะว่างช่วงเช้า 
เราเลยกะว่าจะสอดโปรแกรมวัดอาซาคุสะไว้เช้านี้เลย

ผลปรากฏว่า เช้านี้ฝนตกซะงั้น Smiley
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าจะมาอากาศดีทั้งอาทิตย์ แต่ช่วงที่เรามา
ฝนตกสลับแดด เมฆครึ้มทั้งวัน โถ...คนอะไรจะมากับดวงขนาดนี้

ผลคืองดโปรแกรมช่วงเช้า ตื่นสายนิด  ออกช้าหน่อยแทนละกัน

เนื่องจากเมื่อวานเข็ดขยาดกับการขึ้นรถไฟผิดสายพอแล้ว
วันนี้เลยระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี
แทบจะเช็คทุกสถานีเมื่อเปลี่ยนขบวนรถ
(แต่ก็มิวายพลาดนั่งเลยจุดเปลี่ยนสถานีอยู่ดี)



แล้วเจ้าพิพิธภัณฑ์เนี่ย อยู่สถานี Noborito

ขอประมาณให้ฟังว่า
เราพักอยู่ปิ่นเกล้าแล้วจะไปสมุทรปราการละกัน

ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลยทีเดียวกว่าจะถึง

เมื่อถึงสถานี Noborito มั่นใจได้เลยว่าถูกแน่ๆ 



พอลงจากรถไฟปุ๊ป อย่าเพิ่งเดินไปไหน ให้มุ่งตรงไปที่ตู้กดน้ำก่อน
ที่นี่มีตู้กดยาคูลท์ที่ถูกที่สุดคือ 2 ขวด 90 ¥


อร๊าย...Smiley ได้กินยาคูลท์ถึงถิ่นกำเนิด (คิดเอาเองว่า) อร่อยสุดยอด

หลังจากหยุดดื่มยาคูลท์ (เราไม่ควรเดินกินนะคะ ผิดมารยาทอันดีงามของชาวอาทิตย์อุทัย)

เมื่อออกจากสถานีให้เดินไปทางด้านซ้าย
เพื่อออกมารอรถ shuttle bus (ที่ไม่ฟรี) ต้องจ่ายค่ารถราวๆ 210¥ Smiley



สามารถใช้ IC Card พวก Suica กับ   Passmo จ่ายได้
และรถจะสุดสายแค่ที่พิพิธภัณฑ์เท่านั้น



วันนี้ได้นั่งรถปาแมน



พอไปถึงก็เอาตั๋วที่ได้จาก Lawson ให้เจ้าหน้าที่ดูก่อน
แล้วก็ไปต่อแถวเพื่อรับฟังคำบรรยาย กฏ กติกา มารยาท 
(ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ จ๊ะ แต่อย่าได้กังวลไปว่าจะไม่เข้าใจ
เพราะคนญี่ปุ่นมีความสามารถทางท่าทางแบบการ์ตูนเปี๊ยบๆ
ทำให้เราเข้าใจได้ไม่ยาก)



หลังจากนั้นก็จะได้เข้าไปด้านในแลกบัตรสำหรับดูหนัง 
และ audio guide สำหรับฟังบรรยายรายละเอียด
และข้างในห้ามถ่ายภาพจ๊ะ 

ก็เดินดูไปจนวนครบรอบก็เอา audio guide คืนให้กับเจ้าหน้าที่
ก็จะเจอห้องรวมที่สามารถถ่ายรูปได้



ห้องนี้ก็จะมีการ์ตูน (ฉ.ญี่ปุ่น)ให้อ่าน 
มีเครื่องเล่น (ซึ่งโดนเด็กแย่งเล่นไปหมดแล้ว)
ตู้กดกาชาปองราคา 200, 300 เยน





และตู้ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ (อันนี้สนุกดี) ถ่ายออกมาแล้วสวยตาโต ฟรุ้งฟริ้ง



ทั้งหมดใช้เหรียญ 100 เยน แต่ที่นี่มีเครื่องแลกเหรียญไว้บริการ

ข้างๆ ห้องนี้ก็มีมินิเธียเตอร์เล็กๆ ฉายเป็นรอบๆ 
โดยใช้ตั๋วที่ได้รับแจกมาที่ด้านหน้า
ดูได้คนละ 1 รอบค่ะ 
เพราะเค้าจะตัดตั๋วเราด้วย



ตอนที่เราได้ดูคือตอนที่เป็นความร่วมมือของโดราเอมอนกับจิมปุยที่ช่วย
เอริ(ตัวละครในเรื่องจิมปุย) ตามหารูปวาดของเอริที่ถูกขโมยไป

(จิมปุยกับเอริ)



สุดท้าย (Spoil) เมื่อภารกิจสำเร็จ
ทั้งสองก็แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ

โดยโดเรมอนแนะนำตัวเองว่าเป็นแมว
ส่วนจิมปุยก็บอกว่าตัวเองเป็นหนู
พอทั้งคู่ต่างรู้ตัวตนของฝ่ายตรงข้าม 
ก็วิ่งหนีแตกกระเจิงกันไปเลยค่ะ

ทั้งหมดนี่พากษ์เป็นภาษาญี่ปุ่นและไม่มี Sub Eng ค่ะ
อาศัยดูจากรูปแล้วเดาๆ เอา 

ไม่ยากนะ พอเจอมุกตลกเราก็ขำไปกับคนญี่ปุ่นได้ด้วย

ในด้านนอกเป็นสวนและร้านอาหาร (ซึ่งคนเยอะมาก)
เราเลยเลี่ยงไปซื้อขนมที่ซุ้มขายของว่างมากินเล่นแทน



เนื่องด้วยฝนตก อากาศก็ยิ่งเย็น เราเลยขอจัดถั่วแดงร้อน
(กระป๋องสีชมพู 2 จากขวา)
อร่อยมากกกกกกกกกกกก



มีขนมเมลอนปัง (โอ๊ย..นี่เพิ่งมาดูรูป ลืมหยิบเมล่อนปังมาด้วย)
กับโดรายากิและขนมปังช่วยจำ



โดรายากิอร่อยดี สงสัยต้องแย่งโดราเอมอนกินบ่อยๆ 
ส่วนขนมปังช่วยจำรสชาติเหมือนขนมปัง

กินเสร็จ ฝนก็ยังตกอยู่ Smiley
ที่นี่มีร่มให้ยืนใช้ เราก็หยิบร่มออกไปถ่ายรูปกัน





พีสุเกะจากตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะ เป็นตอนยาวเรื่องแรก

Smileyสังเกตดีๆ แอบมีตัวอะไรแอบมาด้วย




(ขออภัยที่มีรูปตัวเองเยอะไปหน่อย คือวันนี้รูปตัวเองเยอะที่สุดแล้ว
วันอื่นก็จะมีแต่รูปวิวล่ะ)

อีกอันที่ตามหาคือ ไจแอนท์หล่อ
ไจแอนท์หล่อไม่ได้อยู่ในสวน เราต้องโผล่ไปห้องข้างๆ แกลลอรี่

อยากเห็นไจแอนท์หล่อ ต้องออกแรงกันหน่อย



และพี่แอนท์จะโผล่ออกมาแค่แป๊บเดียวเท่านั้น  ให้เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึก



จากนั้นก็จะถูกเดินวนกลับไปสู่ห้องจำหน่ายของที่ระลึก

อยากซื้อนะ แต่ไม่รู้จะซื้ออะไร 
เลยได้หุ่นไจแอนท์และเสื้อลายไจแอนทกลับไปที่บ้าน
กับโปสการ์ดส่งให้เพื่อน



สรุปว่าเราใช้เวลาที่นี่ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
แล้วก็นั่งรถบัสไปที่สถานี Noborito เหมือนเดิม
ป้ายรถบัสจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ 
ให้รอรสบัสลายการ์ตูนเหมือนเดิม

ขากลับได้นั่งรถลายผีน้อยคิวทาโร่


(ฝนด้านนอกก็ยังตกอยู่ แถมตกหนักด้วย)

ทีนี้พอมาถึงสถานี Noborito 
เนื่องจากรถไฟที่โตเกียวมีหลายบริษัทมาก อย่างเช่น
สาย Toei, Metro, JR, Odakyu 
(งงละสิ ตอนแรกเราก็งง)

แล้วถ้าเราเข้าผิดสถานีจะทำยังไง

(ที่บอกได้ก็เพราะเราขึ้นผิดสายมาแล้วไง)

อย่างเช่น เราจะเข้าสถานีของสาย Odakyu 
แต่ดันเผลอเข้าสถานีของ JR เราจะทำยังไง

คือจะติ๊ดบัตรออกอีกที ประตูก็จะไม่เปิด 
เพราะเรายังไม่ได้เปลี่ยนสถานี

สิ่งที่เราต้องทำคือ ใจเย็นๆ แล้วเดินสวยๆ ไปหาเจ้าหน้าที่
จากนั้นก็บอกเค้าว่าเราเข้าสถานีผิดจ๊ะ
ความจริงเราต้องไป Odakyu แต่ดั๊นสะเหร่อเข้า JR
จนท. เค้าจะเอาบัตรเราไปทำอะไรสักอย่าง (เหมือนรีเซ็ทข้อมูล) 
แล้วเราก็เดินไปเข้าสถานีที่ถูกต้องแค่นั้นเอง ง่ายๆ
(แต่ถ้าผิดตอนแรกๆ ก็จะตื่นเต้น)

ขากลับแวะ Harajuku 
เริ่มหิวแล้วเลยไปกิน Kyushu Jangara Ramen
ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงชั้น 2 อาศัยไกด์บุ๊คกับ google map พามา



จะเดินขึ้นบันไดหรือลิฟต์ก็ได้



พอเราไปถึงก็เจอลุงที่เหมือนจะเป็นเจ้าของ
แกต้อนรับขับสู้อย่างดี
พอรู้ว่าเป็นคนไทย ก็ชี้ชวนให้เปิดเมนูภาษาไทยด้วย
เราสั่งแบบธรรมดา แฟนสั่งแบบพิเศษ(เครื่องเยอะดี)



ขอบอกว่าได้ชามใหญ่มาก (ซึ่งเหมือนว่าแทบทุกร้านจานจะใหญ่)
รสชาติกลมกล่อม น่าจะถูกปากคนไทย


(ซู้ดดดดดดด)


สั่งเกี๊ยวซ่าด้วย 1 จาน
หน้าตาดูไหม้ๆ เกรียมๆ 
แต่รสชาติอร่อยเชียว



กินอิ่มมื้อนี้หมดไป 2160 ¥

แล้วออกไปเดินเล่นฮาราจูกุกันต่อ
ฝนยังตกอยู่เลย


คนญี่ปุ่นชอบใช้ร่มใสกัน ไม่รู้ว่าเพราะหาซื้อง่าย
หรือเป็นสไตล์แบบญี่ปุ่นกันแน่

เราเลยจัดร่มใสจากร้านแนวร้อยเยนไว้ประจำกาย 1 คันเสียเลย

When in Tokyo , do as Tokyo people do Smiley

to be continued.......



Create Date : 18 ธันวาคม 2557
Last Update : 23 ธันวาคม 2557 15:09:03 น. 2 comments
Counter : 867 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ ญี่ปุ่น หลังจากผ่านพ้นสงครามกันเลวร้าย ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าเค้าจะเป็นประเทศที่น่าชื่นชมมาก มีความคิดด้านบวก มีความน่ารัก มีความเป็นระเบียบ แถมนักเขียนการ์ตูนดังก็มาจากญี่ปุ่นทั้งนั้น


โดย: มิลเม วันที่: 24 ธันวาคม 2557 เวลา:19:06:43 น.  

 
ชอบๆโดเรม่อน


โดย: FreakGirL วันที่: 30 ธันวาคม 2557 เวลา:13:03:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จิตหลอน
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




นามแฝงจิตหลอนมีที่มาจาก วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาหลายปี แต่ก็ยังเรียนไม่จบเสียที และมีแนวโน้มว่าจะไม่จบง่ายๆ ซ้ำมีแววว่าถ้าเรียนจบแล้วก็คงจะไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์เป็นแน่แท้ ...

แม้สาวจิตหลอนดูท่าจะหลอนสมชื่อ เพราะ 3 วันดี 4 วันร้าย นิสัยบ้าๆ บอๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ปากร้าย ใจดี แต่งบางทีก็ไม่ชอบพูดกับใครเลย

ชอบศิลปะ รักวัฒนธรรม ดนตรี (ไม่ค่อยไหวเพราะหูเพี้ยน) ชอบดูหนัง อ่านหนังสือ และท่องเที่ยว

แม้จะไม่มีเงินเดือนและงานทำเป็นของตนเอง อาศัยเกาะพ่อกับแม่กินและแอบริดรอนบางส่วนหย่อนเงินใส่กระปุกไว้ ก็พยายามจะท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

อาชีพที่ใฝ่ฝัน - เป็นนักท่องเที่ยว - แต่ว่า นักท่องเที่ยวนี่ถือเ็ป็นอาชีพมั๊ยนะ *0*

New Comments
Friends' blogs
[Add จิตหลอน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.