Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
1 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
หลวงพระบาง...เดินช้า (4)

ความเดิมตอนที่แล้ว....

หลังจากอิ่มเอมกับวิวหลวงพระบางบนยอดภูสี

พระอาทิตย์ก็ใกล้จะลาลับขอบฟ้า เราควรจะรีบลงจากยอดก่อนที่ฟ้าจะมืดดีกว่านะจ๊ะ

แม้ตอนลง เราจะลงด้านหน้าซึ่งทางไม่ลำบากและชันเท่าด้านหลัง

แต่ว่าการลงไปตามขั้นบันไดในเวลาที่แสงน้อยก็ไม่ปลอดภัยนัก Smiley

แถมทางเดินยังลื่นเนื่องจากมีฝนตกมาทั้งวันแล้วอีกด้วย



ลงจากพูสี เราก็จะมาเจอกับตลาดมืดพอดี
(ทางขึ้นพูสีก็จะอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์พอดีเลย)



ตลาดมืดเป็นเส้นทางที่พ่อค้าแม่ขาย จะมาตั้งร้านขายของกัน

เราก็จะมาเลือกซื้อเลือกหาของฝากกันได้ตามสบายเลยจ้า
ของส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กับทางเชียงใหม่
ของบางอย่างเนี่ย...เหมือนกับที่ขายที่ถนนคนเดินเชียงใหม่เปี๊ยบเลย



ราคาบางร้านตั้งไว้สูงเชียว ต่อกันได้ตามสะดวก
แต่เราว่าต่อในราคาที่เราพอใจ ดีกว่าคิดจะเอาราคาถูกอย่างเดียวนะคะ

... มุมนินทาแม่ค้า....

มีอยู่ร้านนึง จอยสนใจจะซื้อเสื้อไปฝากให้พ่อ

แม่ค้าบอกราคามาคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 270 บาท (67,000 กีบ)
ต่อราคาแล้วได้แค่ 250 เอง ( 62,000) (คือต่อกันอยู่นานมากกกกกก)
เราจะจ่ายเป็นเงินกีบ  แต่ว่าค้นทั้งตัวแล้ว มีแค่ 61,500
.....ที่เหลือเป็นเงินบาท กับเงินกีบสำหรับจ่ายค่าผ่านแดน 10,000 กีบ ก็ขอเค้าลด 500 กีบ คือหนูมีเท่านี้อะ 

ป้าแกก็ไม่ยอม คือคิดเป็นเงินไทยก็แค่  2 บาทเองนะ 
ป้าก็ไม่ยอม 
บทสนทนาก็ราวๆ นี้

เรา : หนูเหลือแค่ 61,500 กีบเองจ๊ะป้า ลดให้หน่อยได้มั้ย
ป้า : ไม่ได้หรอก ลดแล้ว
เรา : แต่หนูเหลือแค่นี้เองอ่ะป้า เนี่ยลดให้หน่อยนะ ฝนก็จะตกแล้ว จะได้กลับกันสักที
ป้า : ไม่ได้หรอก น่า..นะ 62,000 เหอะ ฝนจะตกแล้วป้าจะได้กลับ
เรา: (โชว์กระเป๋า) เนี่ย... มีแค่นี้หมดแล้ว
ป้า : นั่นไง ..นั่นไง ป้าเห็นว่ามีอยู่ 

เรา มองหน้าจอย แบบว่าหมดความอดทนกะป้าเต็มที 
คือ 500 กีบเองนะ ไม่ใช่ 500 บาท 

เรา (หันไปมองจอย) : จอยแกอยากได้มากมั้ย แค่ 2 บาทป้าแกก็ไม่ยอมลด ไม่ต้องเอาละป่ะ

ป้า : น่า... 62,000 กีบ

ปรี๊ดดดดดดดดดด ป้ามาก คือไม่ใช่งก แต่เงินกีบมีแค่นี้ ป้าเข้าใจมั่งมั้ย

เรา : จอย !! ป่ะ แค่ 2 บาทไม่ให้ก็ไม่ต้องซื้อ ร้านอื่นก็มี 

คือ ณ จุดนั้นเราลุกล่ะ เพราะต่อกันมานานมาก ราว 10 นาทีได้ ฝนก็จะตก
จอยลุกตาม ไม่เอาก็ได้

ป้า : อ่ะๆ... ลดให้ 500 ก็ได้

ป้าาาาาาาาาาาาาาาาาาแมร่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง.... :( Smiley
จ่ายตังค์ล่ะก็รีบเดินออกมา 

คือร้านอื่นโอเคนะ ต่อไม่ได้เราก็ไม่ได้รบเร้าอะไร คุยกันง่ายค่ะ
แต่ป้าร้านนี้ ...ไม่แปลกใจทำไมคนไม่ค่อยเข้าร้านแก

ปลายๆ ของถนน จะมีซอยเล็กๆ เป็นซอยที่ขายอาหาร
ราคาไม่แพงเป็นบุฟเฟ่ต์มั้งคะ จานละ 20,000 กีบ
ส่วนใหญ่จะเป็นผัก ถ้้าจะทานพวกปลา หมู ก็จ่ายอีกราคานึง



เราสั่งปลาร้านนี้ กับข้าวนึ่งมากินกับจอย
ส่วนโต๊ะก็แชร์กันกับคนอื่น
ได้นั่งตรงข้ามกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล แล้วก็พี่อาจารย์ที่มาจาก ขอนแก่น
คุยกันนั่น นู่น นี่ อิ่มแล้วก็ล่ำลากัน

ขากลับ เดินดูของ ซื้อของฝาก แล้วก็กลับเข้าที่พัก
แวะบอกน้องเจ้าหน้าที่ที่โรงแรมกะดึกว่า
พรุ่งนี้จะตักบาตรข้าวเหนียวนะ ช่วยเตรียมมาให้หน่อย
และน้องก็นัดแนะเวลาว่า ต้องลงมาตี 5 ครึ่ง

ตอนเช้า...ตื่นกันแบบงัวเงีย ล้างหน้าแปรงฟัน

เดินลงมาหน้าโรงแรม

ฝนตก.....Smiley

เหมือนจะมีปัญหานิดหน่อยว่า คนขายข้าวที่น้องนัดไว้มาช้า
น้องเลยซื้อข้าวจากแม่ค้าที่เดินอยู่แถวนั้นให้แทน ก็จ่ายน้องไปชุดละ 100 บาท



พอเริ่ม 6 โมง พระก็เริ่มออกมาบิณฑบาตร วันนั้นฝนตกปรอยๆ Smiley
เราได้อาศัยใบกล้วยหน้าโรงแรมไว้บังฝน Smiley

เคยได้ยินใครหลายคนบอกว่า ตักบาตรไม่ทัน เพราะพระเยอะมาก

เราก็คิดในใจว่า เว่อร์น่า.... ทำไมจะไม่ทัน
เอาเข้าจริง....

ไม่ทันเจ้าค่ะ!
แม้ว่า....พระจะไม่ได้มาติดกันเป็นพรืด ก็จะเว้นช่วงมาช่วงละ 5-7 รูป
แต่ที่ไม่ทันก็เพราะว่า ข้าวเหนียว (แม้จะไม่ร้อนมาก) แต่มันติดมือ

ดังนั้นกว่าจะแยกเป็นก้อนจากปั้นใหญ่ก็ยาก
แล้วข้าวเหนียวติดมืออีก เลยใส่ไม่ทันเลย

ขนาดเราปั้นเป็นก้อนเล็กๆ แล้ว เรายังใส่บาตรไม่ครบทุกรูปเลยค่ะ
พระเยอะมากจริงๆ สำหรับถนนเส้นนี้

อีกอย่างนึงที่เราสังเกตเห็นคือว่า
คนไทยเราชอบใส่เงินทำบุญลงไปในบาตรพระ

เราคิดว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะทำค่ะ


ไม่ใ่ช่ในเรื่องของการนำเงินปัจจัยถวายพระ
แต่ว่า ... ลองคิดดูนะคะ

พระต้องนำข้าวเหนียวที่ได้จากการบิณฑบาตรไปฉัน
แล้วเงินที่เราใช้ๆ กันเนี่ย...

โครตตตตตตตตตตตตตต จะไม่สะอาดเลย สกปรกจะตาย

กว่าจะมาถึงมือเรา ผ่านอะไรมาบ้างก็ไม่รู้
แล้วเอาไปรวมกับข้าว ที่ต้องกิน

อืม....
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว

เราว่า คนที่จะไปท่องเที่ยวต่อจากนี้ไป
ใส่แต่ข้าวเหอะค่ะ ส่วนใครอยากจะทำบุญ เอาเงินไปบริจาคที่วัด (ซึ่งมีตู้เยอะมาก)
ก็น่าจะโอเคเหมือนกัน

ใส่บาตรเสร็จแล้ว เดินไปแถวหน้าวัดแสน
บริเวณนี้ คนนิยมมาใส่บาตรกันค่ะ เพราะพระเยอะ มีหลายสาย



แล้วไปพักผ่อน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
หลังจากใส่บาตรเสร็จแล้ว ฝนที่ตกมาตั้งแต่เมื่อคืนก็หยุดล่ะ

วันนี้เลยกะว่าจะไปปั่นจักรยานเที่ยวกัน
ที่โรงแรมมีจักรยานให้ยืมจ้าSmiley แต่ต้องไปเอาที่บุราสาหรี ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกัน

อันนี้ถ่ายหน้าโรงแรม



ทำไมจอยชอบถ่ายรูปเอียง Smiley

จากโรงแรมไปบุราส่าหรีนั้นไม่ไกลค่ะ สัก 200 เมตรได้มั้ง แต่อยู่คนละถนนกัน
เดินผ่านวิลล่าแสนสุข

อยู่ตรงข้ามวัดแสนเลย ตอนแรกว่าจะจองที่นี่เหมือนกัน
แต่ว่า เปลี่ยนใจ มาจองเดอะช้างอินน์แทน




ถึงโรงแรมแล้ว ไปบอก จนท.ว่ามาขอยืมจักรยานได้เลย




มาปั่นจักรยานกันเหอะ Smiley
อากาศตอนเช้า เย็นสบาย กำลังดี
ดูบ้านเรือน ปั่นริมโขง โอ๊ย..ชีวิตแสนจะชิลลลลล์Smiley



ตลอดริมโขง-ริมคาน ก็มีที่พักมากมายเลยจ๊ะ พักแถวนี้ก็ได้อารมณ์ชิลล์ริมน้ำดีนะ
ถ้ามีโอกาสมาอีกคราวหน้า อยากจะลองมามั่ง (แต่ที่ช้างอินน์ก็ดีนะ)

อันนี้วิลล่าลาวเดิม น้ำคานวิว
เป็น 1 ในหลายๆ แห่งที่เล็งไว้
คือโรงแรมมีเยอะมาก น่าพักทั้งนั้นเลย (ราคาก็มีตั้งแต่ถูกมาก ไปจนถึง แพงมากกกกก)



บ้านเรือนเก่าๆ ก็ดัดแปลงเป็นที่พักกันหมด


ปั่นไปจนถึงแยก แยกนี้คือสุดถนน จากที่พักเรานี่เอง

เป็นป้ายบอก เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกนะพวกเธอออออ



มองไปทางถนน คือถนนสายเดียวกับวัดแสน



แล้วก็ปั่นต่อ ที่จริงว่าจะไปหากาแฟประชานิยม...
(ซึ่งไม่มีใครดื่มกาแฟ แต่ดัดจริตจะไปร้านกาแฟ Smiley)

ตึกสีฟ้าข้างหน้าสวยดี



เป็นโรงแรมค่ะ เคยเปิดดูราคาแล้ว
ถึงขั้นผงะ...จงอยู่อย่างเจียมๆ จนๆ ต่อไป Smiley




ปั่นหากาแฟประชานิยมไม่เจอ .... คือแผนที่ก็มีนะ
แต่ไม่เปิดกัน ก็กะว่า เจอก็ดี ไม่เจอก็ไม่เป็นไร
ปั่นจักรยานสบายดี อากาศดีด้วย

ฝนตกแม่น้ำเป็นสีนี้เลย



ปั่นไปเจอร้าน Saffron เค้าว่า กาแฟร้านนี้อร่อย
งั้นกินร้านนี้ละกัน






สั่งบาเก็ตกับอิตาเลียนโซดา จอยสั่งเซ็ทอาหารเช้า
( ห๊ะ..ไหนว่ากาแฟอร่อย..ทำไมไม่มีคนสั่ง)

ใครมาลองก็มาชิมเืผื่อหน่อยนะคะ แบบว่า เราสองคนดันไม่มีใครกินกาแฟกันเลย





กินที่นี่หมด ออกไปปั่นก็เจอกาแฟประชานิยม แต่ปิดแล้ว

ปั่นไปไปมา อ้าว..เจอโจมา สาขา 1 อีกแล้ว





ปั่นจักรยาน วนไปเกือบครบรอบแล้ว
ก็เลยปั่นไปที่วัดเชียงทอง







ความตั้งใจก็คือ ...ชั้นจะไปโผล่หน้ามาจากหอม่วง!

โอเค...แค่นี้ล่ะ มิชชั่นแห่งหลวงพระบางคอมพลีทล่ะ Smiley

ออกจากวัดมา แดดร้อนมากกกกกกกก
บอกจอยว่า ไม่ไหวแล้ว ชั้นต้องการแอร์

ปั่นจักรยานไป โจมา สาขา 2
เพิ่งเปิดเมื่อต้นเดือนกันยานี่เอง


สั่งบราวนี่มา ไม่หวานมาก



สำรวจรอบๆ ที่นี่กว้างขวางพอสมควร







เสร็จแล้ว ปั่นจักรยานไปไปรษณีย์ เพื่อส่งโปสการ์ด Smiley



โปสการ์ดมาถึงมือแล้วโดยสวัสดิภาพ



ส่งโปสการ์ดเสร็จ ปั่นจักรยานต่อ
ถนนสายนี้ มีแม่ค้ามาขายของเต็มเลย ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร
ข้าวโพดมั้ง? รึ ผัก?


ปั่นไปเจอร้านกาแฟดาว สวยมาก
เข้าไปซื้อกาแฟเป็นของฝากเลย เย้ๆ



ความท้าทายอย่างนึงของการปั่นจักรยานที่หลวงพระบาง
คือ...
การปั่นข้ามสะพานเหล็กอันนี้

เหมือนจะง่าย แต่ยากมาก
เราต้องปั่นบนไม้กระดานที่วางอยู่บนสะพานเหล็ก
 แล้วก็ต้องปั่นตามๆ กันไปทีละคัน
ต้องทรงตัวไม่ให้หล่น แถมยังมีรถมอไซต์รอตามเราเป็นพรวน

เราก็จะกดดันตัวเองละ
และคิดว่า อิมอไซค์ข้างหลังกดดันเรา ทั้งที่จริงแล้ว เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเราหรอกนะ
 (เพราะถ้าที่นี่เป็นเมืองไทยเราจะโดนบีบแตรไล่ละไง
แต่ที่นี่..เชิญปั่นช้าไปเหอะ เราปั่นช้า เค้าก็ขี่ตามหลังมาช้าๆ)



ปั่นข้ามมาเป็นโซนเมืองใหม่ ไม่สวยงามเท่าโซนมรดกโลก


ปั่นข้ามสะพานกลับมา อ้าว...เจอพระธาตุหมากโม

ความจริงแล้วที่ปั่นกันมาตลอดทางเนี่ย คือเพื่อจะหาร้านอาหารชื่อ tamarind ได้ข่าวว่าอร่อยมาก
แต่หาไม่เจอเลย
เปิดกูเกิ้ล กูเกิ้ลก็มั่ว พาไปที่ไหนก็ไม่รู้


เลยลองถามลุงขับตุ๊กๆ ที่หน้าธาตุหมากโมดู
คือถามเล่นๆ แค่นั้นแหละ เนื่องจากถามมาหลายคนแล้วไม่รู้จักเลย
แต่ แต่ แต่...เซอไพร์!!!!!!!!

ลุงแกรู้คร๊าาาาาาาาาาา
และเซอรไพร์กว่า เพราะร้านนั้นความจริงแล้วมันอยู่ตรงข้ามโรงแรมเรานี่เอง
ตรงข้ามแบบเป๊ะๆ เพียงแต่ มีถนนกับบ้านอีก 1 หลังคั่น

เราก็ปั่นๆ กันมาเลย อย่างไว
ปั่นผ่าน เรือนพักสายน้ำคาน




ไปถึงคนยังไม่ค่อยมีเลยค่ะ เพราะเป็นช่วงเวลา 4 โมงครึ่ง
ร้านคือ รั้วเขียวๆ ระหว่างตึกใหญ่ๆ นี่แหละค่ะ
อยู่ติดกับโรงแรมอัปสรา







เราสั่ง ไก่ตะไคร้ อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

คือต้องบอกว่า รสชาติร้านนี้จะเน้นไปที่สมุนไพรมากเลยค่ะ
ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นและรส ของสมุนไพร อาจจะไม่ชอบก็ได้



จานต่อไป ปิ้งส้มหมู
จะออกรส เปรี้ยวๆ หน่อย ทานกับข้าวเหนียว กรี๊ดดด ....สวรรค์

ที่ชอบอีกอย่างนึงก็คือ ...พนักงานเสิร์ฟที่นี่ความรู้แน่นปึ๊กมากค่ะ
สามารถแนะนำ รวมถึงบอกส่วนผสม เราได้ดีเยี่ยม
คือบางที่ เสิร์ฟเฉยๆ ถามอะไรไม่รู้เลย
พนักงานบอกว่า ก่อนจะมาเสิร์ฟ ก็ต้องเทรนด์ให้ตอบคำถามลูกค้าให้ได้ก่อน


ลำดับต่อมา



มันคือ หมกปลา ค่ะ
จานนี้จะหอมใบตองกับสมุนไพรมากๆ
ทานกับผักที่แนมมา เข้ากัน..เข้ากัน



เรานั่งอยู่จนประมาณ ทุ่มครึ่ง
หันไปมองในร้าน อ้าว..เฮ้ย..คนเต็มร้านเลย ทั้งๆ ที่ตอนเย็นคนโล่งมาก

บางคนมาช่วงเวลานี้ก็ไม่มีโต๊ะให้ค่ะ แขกส่วนใหญ่จองกันมาก่อน
ใครอยากจะลอง แนะนำให้ไปแต่เนิ่นๆ พอค่ำแล้วอาจจะไม่ได้โต๊ะ
และที่นี่เปิดเป็นคลาสสอนทำอาหารด้วยนะคะ
แต่จะเปิดวันไหนบ้าง ต้องติดต่อทางร้านเอง



ออกจากร้าน ปั่นเอาจักรยานไปเก็บ
ไปเดินเล่นตลาดมืดนิดหน่อย
พรุ่งนี้เช้าเราจะต้องกลับกทม.กันแล้ว
โห...เวลาสนุก มันหมดเร็วจริงๆ

ไว้ติดตามกันต่ออีกบล็อกนึงน๊า
บล็อกหน้า...เราจะกลับกทม.กันแล้ว
สำหรับวันนี้ ยาวเกินไปแล้ว
ราตรีสวัสดิ์จ้า ทุกคนSmiley





Create Date : 01 ตุลาคม 2556
Last Update : 8 ตุลาคม 2556 22:50:23 น. 3 comments
Counter : 1701 Pageviews.

 
สนุกจังค่ะ เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลย


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 9 ตุลาคม 2556 เวลา:7:55:31 น.  

 
น่าเที่ยวมากเลย แล้วเราจะตามรอยเธอไปเที่ยวให้ได้ แต่ตอนนี้ขอพักก่อนนะ


โดย: cyberlifenlearn วันที่: 9 ตุลาคม 2556 เวลา:19:22:08 น.  

 
อิอิ แฟนขับมาอีก แล้ว
ยิ่งดูยิ่งคิดถึงหลวงพระบาง อ่ะ
อยากไปอีก เขียนบล็อคสนุกสนานมาก ได้ลายแทงร้านอร่อยหลายร้านเลย พี่นะ ลองแต่อาหารตามบ้าน ร้านพื้นบ้านตลอด ๆ เพราะไปคนเดียว


โดย: มิลเม วันที่: 13 ตุลาคม 2556 เวลา:14:33:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จิตหลอน
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




นามแฝงจิตหลอนมีที่มาจาก วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาหลายปี แต่ก็ยังเรียนไม่จบเสียที และมีแนวโน้มว่าจะไม่จบง่ายๆ ซ้ำมีแววว่าถ้าเรียนจบแล้วก็คงจะไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์เป็นแน่แท้ ...

แม้สาวจิตหลอนดูท่าจะหลอนสมชื่อ เพราะ 3 วันดี 4 วันร้าย นิสัยบ้าๆ บอๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ปากร้าย ใจดี แต่งบางทีก็ไม่ชอบพูดกับใครเลย

ชอบศิลปะ รักวัฒนธรรม ดนตรี (ไม่ค่อยไหวเพราะหูเพี้ยน) ชอบดูหนัง อ่านหนังสือ และท่องเที่ยว

แม้จะไม่มีเงินเดือนและงานทำเป็นของตนเอง อาศัยเกาะพ่อกับแม่กินและแอบริดรอนบางส่วนหย่อนเงินใส่กระปุกไว้ ก็พยายามจะท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

อาชีพที่ใฝ่ฝัน - เป็นนักท่องเที่ยว - แต่ว่า นักท่องเที่ยวนี่ถือเ็ป็นอาชีพมั๊ยนะ *0*

New Comments
Friends' blogs
[Add จิตหลอน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.