Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
5 กุมภาพันธ์ 2556
 
All Blogs
 
พม่า..ไม่มาไม่รู้ (3) สักการะพระธาตุอินทร์แขวน (1)

นั่งรถกันเมื่อยตรูดละยังเอ่ยยยย?...Smiley

โปรดนั่งรอกันต่อไปจากจุดกินข้าวประมาณ 2 ชม.
บนเส้นทางลาดยางมะตอยอย่างดี
สองข้างทางเป็นวิวทุ่งนา...
ผ่านจุดขายปลาแดดเดียว..(ที่กลิ่นมันทะลวงเข้ามาในรถ) 

(photo by Kanitta Chanitrapirak)


ดูกันเสียก่อน ..
บ่งบอกถึงสภาพอันอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้ 
และหากท่านได้เดินทางผ่านจุดนี้ไป
ขอแสดงความยินดีด้วย อีกประมาณ 2 ชม.
เราก็จะเดินทางถึง Kim pun camp แล้วจ้า

แล้วรถบัสของเราก็มาจอดสุดสายที่ Kim pun Camp
ต้นทางสู่พระธาตุอินทร์แขวนเจ้าค่ะ

พอเราลงรถมาก็จะมีคนพุ่งมาหาเราทันที

...มาขายตั๋วรถขากลับค่ะ

คือความจริงไม่ต้องรีบซื้อก็ได้นะคะ
เพราะตอนเราลงมา ก็มีคนมาถามขายตั๋วรถเหมือนกัน
แต่ถ้าซื้อก่อนเราก็จะได้กะเวลากันถูก ..(นั่นก็เป็นข้อดีไปอย่างนึง)
เวลารถออกมี 7.30, 9.30, แล้วก็ 10.30 ประมาณนี้ค่ะ
เราเลือกรอบสุดท้าย ราคาเท่ากับขามาคือ 7,000 จั๊ต

ได้ตั๋วรูปร่างแบบนี้มา คือคนขายก็บอกว่า ถ้าเรามาถึงก่อนเราก็สามารถเปลี่ยนตั๋วได้
ก็เลยตกลงซื้อมา


แล้วก็ถามทางเพื่อไปขึ้นรถบรรทุกเพื่อขึ้นไปยังพระธาตุ
เขาก็ชี้ๆ มาทางหนึ่ง เราก็เดินๆ ไป

ตอนที่เราไปถึงคือเวลาประมาณ บ่าย 2 โมงค่ะ

ร้อนมากกกกก Smiley มันเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง
แดดแร๊ง..แรง

คนส่วนใหญ่ก็คงเลือกจะพักก่อน ออมแรง ขึ้นตอนแดดร่มลมตก
เพราะว่าต้องเดินขึ้นหรือไ่ม่ก็ต้องจ้างเสลี่ยงแบกเอาไป

แต่พวกเราตกลงว่าจะเดินกันขึ้นช่วงแดดจ้าอย่างนี้แหละ
แล้วไปหลับเอาแรงบนที่พักกัน Smiley
ช่างเป็นวิธีคิดที่บ้าพลังมาก 

เอาล่ะ...จุดจอดรถกับจุดท่ารถไปคิมปุ่นแคมป์ห่างกันประมาณ 100 ก้าวเดิน
หันไปก็เห็นละ เราก็เดินแบกเป้ท้าแดดกันไป

นี่คือคิมปุ่นแคมป์ค่ะ สถานีรถบรรทุกของเรา

เดินๆ ไปก็มีคนมาขายหมวกบอกมันร้อนนะ
แต่...ช้าก่อน

พวกเราเตรียมพร้อมกันมาแล้วก็งัดหมวกมาโชว์ป้าขายหมวก
พวกหนูมีแล้วจ๊ะ! Smiley



พอเราก้าวเข้าไปในโซนที่มีหลังคา
เราก็เห็นมีรถบรรทุกอยู่ 3 คัน

คันที่ 1 เต็มไปด้วยฝรั่งผมทอง (เป็นส่วนใหญ่)
คันที่ 2 น่าจะเต็มไปด้วยคนท้องถิ่น
และคันที่ 3 เต็มไปด้วยกระสอบ...!?! Smiley ของกิน
และคนจำนวนนึง

แต่กระนั้นก็ไม่มีใครมาสนใจต่างด้าวผมดำอย่างพวกเราSmiley

......โถ..ถ้าเราผมสีทองน่ะ คงมีคนมารุมเต็มเลยอ่ะ
ผิดมั้ยที่ผมดำ ชิ..ชิ

แล้วพวกหนูจะขึ้นคันไหนละคร๊าาาา...
พลันสายตาเหลือบไปเห็นฝรั่งผมทอง 2 คน กำลังคุยกะใครสักคน
น่าจะมีหน้าที่ดูแลตรงนี้

พวกเราก็ตรงไปและบอกจุดประสงค์ไปในทันที
" I want to go to ไจ๊ทิโย"

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงค่ะ เพราะภาษาอังกฤษของเราอ่อนด้อยนัก
จะมาชวนคุยนั่นโน่นนี่ เสียทีจะคุยกันไม่รู้เรื่อง (คือเราฟังไม่ออก)
บอกจุดประสงค์ไปเล้ย..เหอๆ Smiley

ลุงคนนั้นเลยชี้มาที่รถคันที่เต็มไปด้วยกระสอบ
ชี้ไม้ชี้มือ ..โบ้เบ้ แปลได้ว่า
อ้าว...พวกยูขึ้นคันนี้โลด...
ห๊ะ...
อิเกร๋ทำตาโต ..แสดงความหมายว่า "คันนี้รึลุง...!"

ส่วนแหม่มผมทองกำลังจะก้าวขึ้นรถกระสอบ
ลุงแกกลับห้ามแหม่มสาวทันใด

โน...ส่วนยูน่ะ ขึ้นคันนู้น คันที่มีแต่ฝรั่งน่ะ

เย้ย.... 2 มาตรฐาน
เอาพวกหนูขึ้นรถบรรทุกของ 
แต่ฝรั่งนั่งรถบรรทุกคน
ไอ้ย๋า....Smiley



มีหรืออิต่างด้าว 3 คนนี้จะมีสิทธิ์เถียง
(ถึงอยากจะเถียงก็เถียงไม่เป็น คิดภาษาอังกฤษไม่ออก) ฮ่าๆ

ก็ต้องปีนขึ้นกระไดไปอย่างจำยอม (อย่างทุลักทุเล)


บนรถขนของเต็มไปด้วย กล้วย,ข้าว,มาม่า (จากเมืองไทย) สารพัดของกิน
สันนิษฐานได้ว่า เป็นของแม่ค้าที่ขนขึ้นไปขายด้านบน (ไม่อดตายแน่กรุ) Smiley

เรานั่งรถกันสักพัก
รถก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากท่ารถ
ช่วงแรกเป็นทางสบายๆ ไม่ชันมาก
(คิดในใจว่า ...เย้ย..ทางไม่เห็นจะชันเลย ทำไมอ่านในรีวิวแล้วมีแต่คนบ่นว่าเหนื่อย)
ความจริงคือ..ยังไม่ถึงจุดชัน 

จนรถเข้ามาจอดในจุดจอด



ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องลง
รถข้างๆ ที่บรรทุกชาวต่างชาติมาก็ลงรถกัน
ลูกหาบเอย...เสลี่ยงเอย...เตรียมพร้อม





จุดนี้มีร้านค้าด้วยนะ ใครจะขึ้นจากคิมปุ่นแคมป์มาก่อน
แล้วพอแดดร่ม ลมตก ค่อยขึ้นก็ได้เหมือนกัน

พวกเราก็เตรียมลุกจะลง
แต่...
แต่...
แต่...
คุณพี่ที่อยู่บนรถทุกคน (รวมทั้งเด็กรถ)
ทำไม้ทำมือประมาณว่า
อินาง..นั่งลงเหอะ Smiley

Smileyเราก็ทำหน้าตาเหรอหรา Smiley ประมาณว่า
พวกเราต้องลงตรงนี้มิใช่เรอะ

แต่พี่แกก็ (ทำไม้ทำมือ) บอกว่า ไม่ต้องลงหรอก นั่งลงๆSmiley

สรุปพวกเราก็นั่งรถต่อไปจนได้ไปถึงด้านบนเลย
ด้วยราคา 2,500 จั๊ต/คน

ฮูเร้... Smileyขอบคุณคุณลุงที่ชี้ทางให้พวกหนู 
(เพราะถ้านั่งพร้อมกับฝรั่งหัวทอง ก็ต้องโดนต้อนลงแหงๆ)
ขอบคุณพี่ๆ ขอบคุณ หัวดำ เย้ๆ Smiley

เพราะเพิ่งรู้ว่า หลังจากจุดที่เราต้องลงนี่แหละ 
ทางมันชันมากกกกกกกกกกก
และไกลมากๆๆๆๆ

คือถ้าต้องทั้งขึ้นและลง เราก็คงเหนื่อยแย่แน่ๆ สลบหมดแรง Smiley

มาถึงจุดหมายปลายทาง



รูปนี้ถ่ายตอนเช้าวันที่กลับ คนเยอะมากกกกกกกกก



พลังศรัทธามีไม่น้อยเลยทีเดียว
คหสต. เราว่า ถึงใครต่อใครจะว่าลำบาก
แต่ตอนนั่งบนรถบรรทุก นั่งสบายกว่าตอนขึ้นเขาคิชกูฏประมาณ 10 เท่า
ด้วยหนทางที่ดีกว่า แล้วก็รถขนาดใหญ่กว่า ทำให้นั่งสบายกว่า 
แล้วรถบรรทุกก็ไม่เหวี่ยงเท่ารถกระบะด้วย

สำหรับตอนเดิน ...เดินบนเขาคิชกูฏนั่นสบายกว่า
เพราะที่นี่ ชันมากกกกกกกก

พอลงมาถึงก็มีลูกหาบมาถามว่าจะให้หาบมั้ย
เราก็โนๆ ไป
แล้วก็เดินตามทางตามคนไปเรื่อยๆ



ผ่านจุดเช็คพ้อย
มี จนท.เข้ามาเรียกเลย



จ่ายค่าเ้ข้าคนละ 6$ จะจ่ายเป็นจั๊ตก็ได้ 5,000 จั๊ต
จ่ายเป็นจั๊ตถูกกว่านะ แต่ตอนนั้นไม่ทันคิด
จ่ายเป็นดอลล่าห์ไป
จะได้ป้ายห้อยคอเขียวๆ มา
(photo by Kanitta Chanitrapirak)


แล้วเราก็เดินหาที่พัก
เราจอง Kyaik Hto Hotel ไว้
ผ่านเอเจนซี่ที่เมืองไทย
ราคาไม่ต้องพูดถึง.....
แพงมากกกกกกกกกกกก

ห้องสำหรับ 3 คน 160 $

ตกคนละประมาณ 1,600 บาท
กรี๊ดSmiley Smiley Smiley ไปแปดที แต่ก็จอง
เพราะติดต่อโรงแรมโดยตรงไม่ได้เลย เอเจนซี่ที่ให้ราคาถูกกว่าก็ตอบเมล์ครั้งเดียว
แล้วก็หายจ้อย

แล้วเอเจนท์ซี่นี้มี office ที่ไทย ถ้าเผื่อโดนเบี้ยวจะได้ไปฟ้องถูก Smiley
เวปนี้.. //www.myanmar-center.com/



เดินเข้าไปด้านใน

เหมือนเค้าเพิ่งปรับปรุงใหม่เลย
สียังใหม่ๆ อยู่เลยอ่ะ



ทำการเช็คอิน ยื่นพาสปอร์ต ยื่นวอชเชอร์



เข้าห้องพัก ห้องพักเท่าที่เห็นมี 2 โซนค่ะ
โซนที่อยู่กับ reception กับห้องอาหารจะมองเห็นพระธาตุ
แต่จะเก่ากว่า

อีกโซนต้องข้ามถนนไปอีกฟาก
โซนนี้เหมือนจะทำใหม่ ห้องใหม่กว่า

ห้องเป็นสีฟ้า ดูสะอาดดี
อุปกรณ์เพียบ ทั้งทีวี (รับช่องไทยได้) แอร์ กาน้ำร้อน แก้วชา ชา
มีน้ำให้ 3 ขวด





เตียงนอนนุ่มสบาย และมีเสื้อคลุมให้ด้วย อ่า..เริ่ด
ค่อยรู้สึกคุ้มราคาขึ้นมาหน่อย Smiley

มาถึงห้องพักแล้ว ก็พักผ่อน ล้างไม้ ล้างมือ
ใครเหนียวตัวแล้วจะอาบน้ำก่อนก็ได้นะคะ
ไว้แดดร่ม ลมตก เราค่อยไปไหว้พระธาตุกัน Smiley



Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2556 17:59:38 น. 6 comments
Counter : 1581 Pageviews.

 
อ๊ากกก ได้เจิม อิอิ
ตามมาพระธาตุอินทร์แขวนจ้ะ
ถ้าบอกว่า นั่งรถไปเขาคิชกูฎยากกว่า งั้นเราก้อไปได้ อิอิ
เพราะเราชอบรถแรลลี่ที่เขาคิชกูฎมากเลยอ่ะ 555


โดย: มิลเม วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:22:53:43 น.  

 
พม่า เคยไปนานมากกกกกก จำไม่ได้ว่ากี่ปีแล้ว แต่นานจริงๆ รู้สึกว่าตั้งแต่อายุ 17 ปี 5555 แล้วไม่ได้ไปอีกเลย ไปแต่ใกล้ๆเท่านั้นเอง...

ขอบคุณที่แวะเที่ยวบล็อกและคำอวยพรนะคะ ขอให้เจ้าของบล็อกนี้มีความสุขมากๆเช่นกันค่ะ


โดย: Just a life วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:5:04:17 น.  

 
ค่ารถพม่าเนี่ยไม่เท่ากันเลยเนอะ ของเรานั่งรถขนหมู คนละ 1500 Kyat ค่ะ
ส่วนตั๋วรถขากลับเนี่ยก็คงโดนๆเหมือนกัน เพราะเหมือนบางรีวิวเค้าขึ้นรถแล้วค่อยจ่ายเงิน ดูเหมือนจะไม่ถึง 7000 Kyat ค่ะ


โดย: อมยิ้มนิดนิด วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:21:21:01 น.  

 
อ่ะ ๆ วันนี้เอาหัวใจมาแปะคนเที่ยวพม่า อิอิ
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ จ้า


โดย: มิลเม วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:11:23:32 น.  

 
เข้ามาอ่าน เพลิน อ้าวจบซะแล้ว
ชอบครับ มีอารมณ์ขันดี ถ้ามีเป็น
โอ่งก็จะดีไม่น้อย 555

ไว้ตามตอนต่อครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:12:57:52 น.  

 
น่าจะแพงค่าที่พักน่ะค่ะ ตอนที่ไป ถึงจะมีเงิน 160ดอลล่าร์ก็ยังไม่ได้นอนที่ด้านบนเลยค่ะ มีแต่ทัวร์คนไทยจองมาเต็มหมด ต้องลงมานอนด้านล่างแทนค่ะ.


โดย: อมยิ้มนิดนิด วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:23:21:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จิตหลอน
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




นามแฝงจิตหลอนมีที่มาจาก วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาหลายปี แต่ก็ยังเรียนไม่จบเสียที และมีแนวโน้มว่าจะไม่จบง่ายๆ ซ้ำมีแววว่าถ้าเรียนจบแล้วก็คงจะไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์เป็นแน่แท้ ...

แม้สาวจิตหลอนดูท่าจะหลอนสมชื่อ เพราะ 3 วันดี 4 วันร้าย นิสัยบ้าๆ บอๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ปากร้าย ใจดี แต่งบางทีก็ไม่ชอบพูดกับใครเลย

ชอบศิลปะ รักวัฒนธรรม ดนตรี (ไม่ค่อยไหวเพราะหูเพี้ยน) ชอบดูหนัง อ่านหนังสือ และท่องเที่ยว

แม้จะไม่มีเงินเดือนและงานทำเป็นของตนเอง อาศัยเกาะพ่อกับแม่กินและแอบริดรอนบางส่วนหย่อนเงินใส่กระปุกไว้ ก็พยายามจะท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

อาชีพที่ใฝ่ฝัน - เป็นนักท่องเที่ยว - แต่ว่า นักท่องเที่ยวนี่ถือเ็ป็นอาชีพมั๊ยนะ *0*

New Comments
Friends' blogs
[Add จิตหลอน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.