Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
10 มกราคม 2558
 
All Blogs
 

[Japan Diary] Day 5 ไปดูฟูจิซัง

วันที่ 5 ของการเดินทาง

วันนี้ก็ยังอยู่ในช่วงของการใช้ JR KANTO AREA PASS อยู่

สำหรับวันนี้ ถือได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการเดินทางเลยทีเดียว
เพราะวันนี้เราจะไปชมฟูจิซัง..ซัง...ซัง
(เวลาอ่านให้ทำเสียงเอคโค่)



การไปชมภูเขาไฟฟูจินั้นสามารถดูได้หลายที่
แม้แต่ในโตเกียวเองถ้าวันที่อากาศดีๆ
ก็อาจจะเห็นเขาฟูจิได้ด้วยซ้ำ

แต่สถานที่ใกล้โตเกียวที่มีโอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเจนและสะดวกกับเรา
ก็น่าจะเป็นแถวทะเลสาบ Kawaguchi-ko

แต่พอหาข้อมูลเพิ่มอีกกลับไม่ค่อยถูกใจกับ
โปรแกรมรอบทะเลสาบสักเท่าไหร่
ก็เลยตัดสินใจคร่าวๆ ว่าจะไปดูฟูจิอย่างเดียวแล้วก็กลับ

สำหรับเราเองหลังจากหาข้อมูลสักพัก
ก็ดันไปถูกใจกับรูปเจดีย์สีแดงที่มีฉากหลังเป็นฟูจิซังเข้า
หาข้อมูลแล้วไปก็ไม่ยาก ก็เลยตกลงใจที่จะไปที่นี่แหละ


แต่ว่า...การจะไปเจอฟูจิซังนั้นมันไม่ใช่ของง่ายๆ อย่างนั้นน่ะสิ
ฟูจิซังเป็นภูเขาไฟที่ขี้อายและเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ
บางวันเธอก็ไม่โผล่มาให้เห็นเลย 
หรืออาจจะโผล่มาแวปเดียวแล้วก็หายไปก็ได้
ดังนั้นนอกจากดวงแล้วยังต้องอาศัยการวางแผนด้วย

ต่อจากนี้เป็นทริคที่หาข้อมูลมาเพื่อโอกาสในการพบเจอกับฟูจิซัง

1. ก่อนไปควรเช็คพยากรณ์อากาศก่อน เลือกไปวันที่มีรูปพระอาทิตย์แจ่มใส Smiley
วันไหนมีรูปเมฆปน Smiley มาไม่ต้องไป

2. เลือกชมฟูจิช่วงเช้า เพราะส่วนมากแล้วตอนบ่ายฟูจิจะหายเข้าไปในดงเมฆ



อันนี้คือจริง 
ช่วงเช้าที่เราไปอากาศดีมาก เห็นฟูจิแจ่มชัด
แต่พอตกบ่าย ฟูจิหายไปซะงั้น
ดังนั้นเลือกไปตอนเช้าเหอะ ชัวร์สุด

จากโตเกียวไปดูฟูจิซังใช้วลาพอสมควรเหมือนกัน
ดังนั้นเราเลยต้องออกแต่เช้าตรู่



พอไปถึงสถานี Otsuki เพื่อเปลี่ยนขบวนไปยังสาย Fujikyu
รถไฟเข้าเลทไปเกือบๆ  5 นาทีเลยทีเดียว
(ใครว่ารถไฟญี่ปุ่นไม่เลท มันก็มีบ้างนะเออ)

แต่ความเข้าเลทของรถไฟขบวนนี้
คือความวายป่วงของนักท่องเที่ยวทั้งขบวน

เนื่องจากทุกคนคนต้องรีบวิ่งออกจากรถไฟคันนี้ 
เพื่อเปลี่ยนไปนั่งสาย Fujikyu
ที่จะไปสุดสายที่ Kawaguchiko

โดยปกติแล้ว เราจะมีเวลาเดินสวยๆ ราว 4 นาที 
เพื่อข้ามฝากไปยังฝั่งตรงข้าม

แต่ในเมื่อรถไฟมาถึงสถานี 8.35 และรถไฟอีกขบวนจะออก 8.35
นักท่องเที่ยวจึงสวมจิตวิญญาณนักวิ่ง
วิ่งขึ้นบันไดข้ามฟากไปขึ้นรถไฟฝั่งตรงข้าม
โดยมีนายสถานีคอยเร่งและชี้ทางให้เราอยู่

พอขึ้นรถไฟได้ ก็มีเสียงตามสายประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่น
ซึ่งเราเดาว่าน่าจะประมาณนี้

"ขออภัยท่านผู้โดยสารทุกท่าน 
รถไฟขบวนนี้จะออกช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย
เพื่อรอผู้โดยสารที่มากับรถไฟจากโตเกียว
(ซึ่งก็คือขบวนที่เราเพิ่งลงมา) ..บลา.บลา..บลา."

แล้วก็หลอกเราวิ่งซะ...

จากนั้นเราก็นั่งรถไฟกะฉึกกะฉักไปอีกราว 40 นาที



เพื่อลงสถานี Shimoyoshida



แค่ลงจากรถไฟ ฟูจิซังก็ออกมาต้อนรับเราแล้ว Smiley

ทำไมต้องลงสถานีนี้น่ะเหรอ..
ก็เพราะว่าเราถูกใจกับภาพภูเขาไฟฟูจิกับเจดีย์แดงนั่นเข้าให้แล้ว




วิธีการไปเจดีย์แดงก็ไม่ยาก เดินตามกูเกิ้ลแมฟโลด
กูเกิ้ลจะพามาหยุดที่ตีนบันไดขึ้นพอดี





แค่ตีนบันไดใบไม้เปลี่ยนสีก็สวยแล้วคุณผู้ช๊มมมม.....



เดินขึ้นบันไดไปประมาณ 1 หอบใหญ่ๆ 


เจดีย์ Chureito ก็จะโผล่มาให้เห็น



สามารเห็นวิวเมืองกับฟูจิได้ด้วย
นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ว่าสวยดี
 แต่คนที่นี่มองเห็นฟูจิซังทุกวันเค้าคงชินจนไม่ตื่นเต้นละมั้ง



เราก็ออกแรงเดินอ้อมไปหลังเจดีย์นิดนึง



ก็จะได้ภาพเจดีย์สีแดง ตัดกับฟูจิซังสีฟ้า
เสียดายที่ใบไม้แดงดูหร่อมแหร่มนิดนึง 
แต่ว่าแค่นี้ก็สวยมากแล้ว 
Smiley Smiley Smiley

ใช้เวลาในการชื่นชมสักพัก เหลือเวลาอีกเยอะมากทีเดียว
เราเลยตกลงใจจะลองโฉบไปแถวทะเลสาบคาวากุชิโกะดู

เดินกลับมารอรถไฟ ด้านหน้าสถานีมี Lawson ให้หาซื้ออะไรรองท้องได้



เนื่องจากไม่มีโปรแกรมอะไรที่ทะเลสาบก็เลยเดินจากสถานีคาวากุชิโกะไปทะเลสาบ
(ไกลอยู่เหมือนกันนะ) แต่ว่าอากาศดี ก็เดินไปเรื่อยๆ



ไปกินราเมงคุณป้าริมทะเลสาบ รสชาติธรรมดา
แต่อากาศหนาวขนาดนี้ได้กินอะไรร้อนๆ ก็โอเคแล้ว



ขากลับแวะซื้อของฝากหน้าสถานีนิดหน่อย

รถไฟสายฟูจิคิวนี่ลายน่ารักมาก แบบดูก็รู้เลยว่ารถไฟคันนี้ไปที่ไหน



ส่วนเราได้นั่งรถไฟลายโธมัส
รถไฟญี่ปุ่นเค้าน่ารักจะตายดูสิ





แล้วก็มารถรถไฟไปโตเกียวซึ่งนานๆ ทีจะมาสักคันนึง
แล้วบนรถไฟกลับโตเกียวก็จะมีพนักงานเข็นข้าวกล่องมาขาย
เลยซื้อเจ้ากล่องนี้มา 1 กล่องราคา 1200 เยน
ตอนสั่งก็ไม่รู้หรอก ชี้โลด



เปิดกล่องมาหน้าตาแบบนี้



พอเอาพลาสติกออก ราดด้วยน้ำซอส
อุ้ย! หน้าตาน่ากิน



เป็นข้าวปั้นหน้าปลา (เหมือนปลาทู) อร่อยมาก
กินจนหมดกล่องอยากซื้ออีก
แต่ว่ารถเข็นก็ไม่เข็นผ่านมาอีกเลย เศร้าSmiley

ปิดท้ายด้วยของที่ซื้อมาในวันนี้
พวกคิทแคทรสสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กหาซื้อด้านในสนามบินก็ได้นะ






 

Create Date : 10 มกราคม 2558
1 comments
Last Update : 18 มกราคม 2558 16:25:29 น.
Counter : 485 Pageviews.

 

ยังคงตามไม่ลดละ

 

โดย: มิลเม 23 มกราคม 2558 19:15:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


จิตหลอน
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




นามแฝงจิตหลอนมีที่มาจาก วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาหลายปี แต่ก็ยังเรียนไม่จบเสียที และมีแนวโน้มว่าจะไม่จบง่ายๆ ซ้ำมีแววว่าถ้าเรียนจบแล้วก็คงจะไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์เป็นแน่แท้ ...

แม้สาวจิตหลอนดูท่าจะหลอนสมชื่อ เพราะ 3 วันดี 4 วันร้าย นิสัยบ้าๆ บอๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ปากร้าย ใจดี แต่งบางทีก็ไม่ชอบพูดกับใครเลย

ชอบศิลปะ รักวัฒนธรรม ดนตรี (ไม่ค่อยไหวเพราะหูเพี้ยน) ชอบดูหนัง อ่านหนังสือ และท่องเที่ยว

แม้จะไม่มีเงินเดือนและงานทำเป็นของตนเอง อาศัยเกาะพ่อกับแม่กินและแอบริดรอนบางส่วนหย่อนเงินใส่กระปุกไว้ ก็พยายามจะท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

อาชีพที่ใฝ่ฝัน - เป็นนักท่องเที่ยว - แต่ว่า นักท่องเที่ยวนี่ถือเ็ป็นอาชีพมั๊ยนะ *0*

New Comments
Friends' blogs
[Add จิตหลอน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.