Flowers really do intoxicate me. ~Vita Sackville-West
Group Blog
 
 
กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 กันยายน 2549
 
All Blogs
 

นี่หรือประชาธิปไตย




 

Create Date : 20 กันยายน 2549
50 comments
Last Update : 20 กันยายน 2549 11:45:07 น.
Counter : 3930 Pageviews.

 

ร่วมไว้อาลัยให้กับรัฐธรรมนูญฯ ฉบับปี 40 ที่ได้ชื่อว่ามาจากประชาชนโดนฉีกกระจุยไม่มีชิ้นดี ด้วยคน

 

โดย: คนธรรมดา (ทาสบอย ) 20 กันยายน 2549 11:55:05 น.  

 

ต้นไม้ต้นนี้ โดนโค่นอีกแล้ว

 

โดย: bob_bob 20 กันยายน 2549 11:58:43 น.  

 

"ผมเกิดความรู้สึกหมดศรัทธากับประเทศนี้ขึ้นมาจริงๆ ก็วันนี้
การเสแสร้งทำตัวเป็นประชาธิปไตยซึ่งจริงๆมีแต่เปลือก
ปั้นหลอกสิ่งสวยงามว่า รัฐธรรมนูญของประชาชนเพื่อประชาชน
ถึงบทขัดใจ ก็ล้มกระดานเพียงพลิกฝ่ามือด้วยคนเพียงน้อยนิด

อำนาจแฝงที่ไม่มีวันล้ม ทำตัวเป็นผู้ปกครองที่แสนดีกลัวคนจะฆ่ากันเพราะคำว่า "แตกแยก"
ประชาชนเป็นเพียงเด็กอ่อนที่ต้องคอยโอบอุ้ม ริ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม
คนหัดจักรยานไม่ยอมให้ล้มขาถลอกแล้วมันจะขี่เป็นได้อย่างไร
สังคมไทย คนไทย ต้องเผชิญ และรับบทเรียนนั้นด้วยตัวเอง แม้มันจะแย่สักแค่ไหนก็ตาม

เด็กคนนี้คงไม่โตไปกว่านี้ ต้นไม้ที่ปลูกแล้วเจอหนอนชอนไช ก็ตัดกันแล้วปลูกใหม่เสียทุกที
อยู่กันไปวันๆ เป็นมดงานปั้นตัวเลข ให้ประเทศนี้ดูมีความเจริญ ทัดเทียมอารยะประเทศ
ขณะเดียวกันก็ถูกตีกรอบ ลากเส้นให้เดินเวียนวนนั่งต่อจิ๊กซอภาพของอนาคตสวยหรู
ที่ไม่มีวันสำเร็จ เพราะตัวไม่ครบ แล้วก็โยนภาพใหม่มาให้ร่ำไป..... และต่อไปอีกนาน"

FREEMIND

 

โดย: ฝากมาให้ IP: 220.233.200.11 21 กันยายน 2549 5:40:34 น.  

 

จริงๆแล้วไม่เคยสนับสนุนวิธีนี้เช่นกันครับ
เป็นการแก้ที่ง่ายเกินและพรํ่าเพรื่อไป
แต่ก็มองไม่เห็นเลยว่าจะเอาหน้าเหลี่ยมลงได้ยังไง
เพราะเขาแทรกซื้อองค์กรต่างๆไว้หมดแล้ว.......

ยังไงๆเราก็กลายเป็นเผด็จการในทางอ้อม
หรือเผด็จการที่ถูกกฎหมายไปตั้งแต่กรณีซุกหุ้นแล้วไม่ผิดไปแล้วหละครับ

 

โดย: HKK IP: 219.73.53.148 22 กันยายน 2549 1:42:12 น.  

 


จบแค่นี้ก็แล้วกัน อีกสองอาทิตย์ค่อยว่ากันใหม่


----------------------------
เนื่องจากขณะนี้ประเทศอยู่ภายใต้กฏอัยการศึก และได้มีคำสั่งของคณะปฏิรูปฯ ให้กระทรวง ICT ควบคุมเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตออกมาแล้ว ดังนั้นขอให้ทุกท่านงดการเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับการเมืองโดยเด็ดขาด
-----------------------------

ขอตัวไปพักผ่อน (ดูแลต้นไม้ และนอนเล่นเฉยๆ ดีกว่า) ไม่หวังอะไรมากแล้วครับ



ปิดปากประชาชนแล้วจะได้ยินเสียงประชาชนหรือ?

 

โดย: กะได 22 กันยายน 2549 7:13:57 น.  

 

เทิดทูนอั้ยเฮี่ยแม้วโจรปล้นชาติ...เชิญพวกมรึงตามไปเลียกะ-POG มันที่ LONDON...อั้ยสาดดดด...!!!

 

โดย: ท.ทหาร IP: 210.1.7.12 22 กันยายน 2549 10:02:53 น.  

 

จำเป็นด้วยหรือที่ผมต้องเทิดทูนทักษิณ และนั่นก็ไม่ใช่จุดยืนของผม


อย่าให้อคติ และความชังมาบดบังสติปัญญากันเลยครับ คุณท.ทหารผู้รักชาติ

 

โดย: กะได 22 กันยายน 2549 14:46:33 น.  

 

ต้นไม้ต้นใหญ่ๆ เกิดจากกล้าไม้ต้นเล็กๆ

หอสูงเสียดฟ้าเมฆา รากฐานติดดิน

วิถีไกลพันลี้ เกิดจากก้าวสั้นๆ ใต้ฝ่าเท้า

(สุภาษิตจีน)

การใช้กำลังเพื่อสร้างบันไดข้ามขั้นถูกต้องแล้วหรือ

 

โดย: กะได IP: 220.233.200.11 23 กันยายน 2549 9:44:08 น.  

 

ต่อแต่นี้ นาทีนี้ ต้องรอและรออย่างเดียว เมื่อไรเหตุการณ์จะปกติจริงๆ แต่เราก็รักประเทศไทย พอฟ้าเปลี่ยนสีแล้วจะดีขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า...

 

โดย: Maihom IP: 124.120.160.134 27 กันยายน 2549 18:38:47 น.  

 

"ไม้ใหญ่จะยืนทนง

ต้านแรงช้างสารได้

ก็ด้วยรากที่แข็งแรงและหยั่งลึก...."

 

โดย: กะได IP: 220.233.200.11 12 ตุลาคม 2549 20:05:57 น.  

 

บันทึกสีดำ

//www.youtube.com/watch?v=y_k8D2PiNtA

 

โดย: กะได 23 พฤศจิกายน 2549 12:05:54 น.  

 

"... นอกจากนี้ กลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย ได้เสนอการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ของการสูญเสียประชาธิปไตยครั้งล่าสุดด้วยต้นไม้แคระแกรนและตายแล้วในกระถางเก่าๆ (ดูภาพประกอบ) รายละเอียดย่อๆเกี่ยวกับต้นประชาธิปไตยไทยที่ตายแล้วมีดังต่อไปนี้

ชื่อสามัญ ประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Siamese democracineous
วงจรชีวิต ไม่เคยโต (มีอายุยาวนานที่สุด คือ 15 ปี ก่อนถูกฆ่าครั้งล่าสุด)

ศัตรูพืช รัฐประหาร, อำนาจเผด็จการ

ยากำจัดศัตรูพืช เสียงของประชาชน

สิ่งแวดล้อมที่ชอบ สิทธิและเสรีภาพ

ปุ๋ย ความคิดเห็นที่เป็นประชาธิปไตย

ต้นประชาธิปไตยที่ตายแล้วนี้ ได้รับความสนใจจากชาวคอร์แนลเป็นอย่างมาก บางคนถามสมาชิกกลุ่มผู้จัดงานว่า ทำไมต้นประชาธิปไตยของประเทศไทยถึงตาย บางคนก็ยิ้มให้กับสัญลักษณ์ของต้นไม้ที่ตายแล้วที่เป็นตัวแทนของระบบประชาธิปไตยที่อ่อนแอ.... "



//www.prachatai.com/05web/th/board/showboard.php?QID=44070&TID=5

 

โดย: กะได 4 ธันวาคม 2549 12:55:01 น.  

 

.... " ดอกไม้ พันธุ์ใหม่ " ....

ดอกไม้ พันธุ์ใหม่ สดสวย
งามด้วย กลีบใบ ซ้อนหมาย
เด่นเหนือ ดอกอื่น มากมาย
เช้าสาย บ่ายค่ำ พิศชม

ชูดอก ก้านเกร่ง สูงฐาน
โดดเด่น ตระการ สืบสม
ผู้คน มองด้วย นิยม
เปร่งบ่ม เพ่งย้ำ คำเปรย

ชื่นชม รับลม หนาวผ่าน
ชื่นบาน สดสี เปิดเผย
ชื่นจิต สุขสาน ชิดเคย
ชื่นเชย อบอวล อุ่นวิญญ์

ดอกไม้ หนึ่งใน ดวงใจ
วิไล ชิดเชย ถวิล
สีสัน สดสวย รวยริน
สบจินต์ กลิ่นอวล อุ่นไอ

แสนนาน นานแสน ตามหา
วิญญา ผูกพันธ์ มั่นไข
ผ่านกาล ผ่านภพ สานใย
ดอกไม้ (ใน)ดวงใจ ใจตาม

โลกฝัน วันนี้ มีสุข
รับรุก วิญญาณ เพรียกถาม
จินต นาการ ผ่านยาม
ล่วงข้าม สามภพ .. พบนัย !

.............. + เสียงรำพึง + ................
25 ธันวาคม 2549 07:38 น.

 

โดย: กะได 28 ธันวาคม 2549 7:44:59 น.  

 

คือ..ดอกไม้ ประชา ธิปไตย
บานหนใด ชนหา ทุกสมัย
ยากจะนำ ปลูกบน แผ่นดินไทย
นานเหลือใจ (ยัง)ไม่เจอ .. ดั่งใจปอง

จากคุณ : sarasiri

ปลูกแล้วถอน ถอนแล้วปลูก หลายคราครั้ง
มิเบ่งบาน สมหวัง .. จิตขัดข้อง
อีกกี่นาน (ดอก)ประชาธิปไตย จะเรืองรอง
อำนาจครอง ! ประชาหม่น ! .. รอต่อไป

จากคุณ : sarasiri

 

โดย: กะได 28 ธันวาคม 2549 7:46:32 น.  

 

ดอกไม้ พันธุ์ใหม่ นี่หรือ
มันคือ ดอกต้าน ตะหาร
ได้ที่ ได้ฤกษ์ เบิกบาน
ตามกาล ปลายปาก กระบอกปืน
ละม้าย คล้ายดอก ทานตระวัน
ต่างกัน ที่กลิ่น สีสัน
เกิดจาก ประชา แพร่พันธุ์
สร้างสรรค์ เคียงคู่ อยู่ยาม
คราใด ทหาร ถือปืน
อยู่ยืน เวรยาม เข่มแข็ง
อำนาจ เผด็จการ แข็งแรง
เปลี่ยนแปลง ปกครอง ของไทย
ดอกไม้ พันธุ์ใหม่ จะออก
เหมือนบอก อย่าทำ เหลวไหล
ประเทศ ต้องมี อธิปไตย
คนไทย ชื่นชอบ อิสระเสรี

จากคุณ : เกริก-เกียรติ (Chupong)

 

โดย: กะได 28 ธันวาคม 2549 7:47:17 น.  

 

ไม้พันธุ๋ใหม่ ปลูกที่เก่า ดินปุ๋ยเก่า
อาจจะเฉา ต้นใบ ไร้สดศรี
ใช้ปุ๋ยดิน น้ำลม ที่เก่ามี
ผลดอกนี้ หรือ(จะ)สมบูรณ์ ได้สมใจ

จากคุณ : sarasiri

 

โดย: กะได 28 ธันวาคม 2549 7:47:54 น.  

 

ไม่มีหรอก ดอกไม้ สีสวยสด
สูญพันธ์หมด ล้มหาย ตายจากสวน
ไม่มีหรอก ดอกไม้ หอมอบอวล
เหลือแต่มวล ดอกไม้ ใต้ไกปืน

แตกช่อดอก สีเขียว เหี่ยวและห้อย
เป็นพวงย้อย ระย้า อยู่ดาดดื่น
แผ่กิ่งเหนี่ยว อำนาจ หวังหยัดยืน
กระแสฝืน ลมแรง แกว่งก้านชู

ไม่มีหรอก ดอกไม้ สายพันธ์ใหม่
มีแต่ดอก อะไร ก็ไม่รู้
ไม่ได้เลือก ไม่ได้ปลูก โผล่ข้างคู
แทรกแซงอยู่ ในสวน ชวนวังเวง

ดอกไม้นั้น ใช้ปลูก กั้นเป็นรั้ว
แต่ลุกลาม ไปทั่ว คล้ายข่มเหง
ดอกไม้อื่น ให้ขยาด และหวาดเกรง
งามสะพรั่ง บานเบ่ง เสียเหลือเกิน

...


จากคุณ : ลำน้ำ C

 

โดย: กะได 28 ธันวาคม 2549 7:48:44 น.  

 

ปลูกดอกไม้พันธุ์ดีหลากสีสรร
ถึงเวลาประชันในวันใหม่
ดอกสีขาวเบ่งบานตระการใจ
ด้วยสีเขียวแห่งใบที่ให้มา

ดอกไม้ร่วงโรยราในหน้าแล้ง
ด้วยฤดูเปลี่ยนแปลงทุกแหล่งหล้า
ผลิดอกไม้ในฝันอันศรัทธา
ดอกอาวุธใหญ่กล้าในป่าปืน

จากคุณ : แซนด์ซี

 

โดย: กะได 28 ธันวาคม 2549 7:49:28 น.  

 

รอดอกไม้ พันธุ์ใหม่ ประชาธิปไตย ?
รอปีใหม่ ด้วยจิตหวัง พ้นขมขื่น
รอรัฐธรรม ธรรมรัฐ เกร่งหยัดยืน
รอวันตื่น จากโลกฝัน .. สู่โลกจริง

จากคุณ : sarasiri

 

โดย: กะได 28 ธันวาคม 2549 7:50:24 น.  

 

...
ถ้าเปรียบเทียบประชาธิปไตยเป็น“ต้นไม้” การเลือกตั้งซึ่งเป็นกระบวนการ
ประชาธิปไตยก็เป็น“ลำต้น” ส่วนจิตใจประชาธิปไตยซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญก็เป็นเสมือน “ราก” ของต้นไม้ การส่งเสริมประชาธิปไตยโดยให้มีการเลือกตั้ง ก็เปรียบได้กับความต้องการให้ “ต้นไม้ประชาธิปไตย” เติบโต โดยเพิ่มขนาดของลำต้นให้โตขึ้นถ้าจิตใจเป็น“ประชาธิปไตย” รากต้นไม้ก็แข็งแรง แต่ถ้าจิตใจเป็น “อัตตาธิปไตย”หรือ “คณาธิปไตย” รากต้นไม้ก็จะอ่อนแอ เพราะไม่ใช่รากแท้ของต้นไม้ประชาธิปไตยต้นไม้ที่มีลำต้นโตแต่รากอ่อนแอ จะยึดลำต้นไว้ไม่ไหว ต้นไม้ก็จะล้ม นี่คือสาเหตุสำคัญที่การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย ล้มลุกคลุกคลานมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายปี
การแก้ไขคงต้องปลูกฝัง “จิตใจประชาธิปไตย” ให้อยู่ในวิถีชีวิตของคนไทย โดยถ้วนหน้ากันคนที่มี “จิตใจประชาธิปไตย” จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญแก่คนทุกคน แต่ถ้าให้ความสำคัญแก่ตนเองมาก จนลืมนึกถึงความสำคัญหรือสิทธิของผู้อื่น ก็เรียกว่ามี“จิตใจอัตตาธิปไตย”

....

สิงห์แดง35

 

โดย: กะได 12 กุมภาพันธ์ 2550 9:17:10 น.  

 

ขอร่วมไว้อาลัย แด่ประชาธิปไตย ของ ชาติไทย ผมขอสนับสนุน ความคิด ของ คุณ กะได ส่วนตัวผม คิดว่า ท่าน ทักษิณ จะดี หรือ ไม่ดี ควรจะให้ กระบวนการยุติธรรม และ ระบบ รัฐสภา ทำหน้าที่ ตรวจสอบ และ ตัดสิน ไม่ใช่ ให้ศาลเตี้ย อย่าง แก๊งค์ พันธมิตรเถื่อน 5 คน มาตัดสินใจ แทนคนไทย ทั้งประเทศ เปิดช่องทางให้ แก๊งค์ ทหาร ฉวยโอกาส ชิงอำนาจ และ ฉกฉวย ผลประโยชน์ ใส่ตัว สื่อเลวๆ อย่าง นสพ.เครือ ผู้จัดการ นายทุนชั่ว อย่าง นายประชัยเลียวไพรัตน์ ที่ออกทุน ให้ นาย สนธิลิ้มทองกุล จัดฉาก ปลุกระดมมวลชน เพื่อ หวังผลประโยชน์ ของ ตัวเอง ไม่สนใจเลยว่า ประเทศชาติจะเสียหาย ย่อยยับ อย่างไร ขอไว้ อาลัยแด่ ผู้สนับสนุน เผด็จการ แบบ ไม่ลืมหูลืมตา ไปที่ชอบๆ เสียเถอะ ครับ

 

โดย: เล็ก มาบข่า IP: 202.44.7.70 27 พฤษภาคม 2550 23:33:09 น.  

 

เวบนี้เข้ามาแล้วสดชื่นรื่นรมย์ เป็นเวบของคนจิตใจงาม รักความสงบ ขอความกรุณาบางท่านอย่าทำลายบรรยากาศด้วยถ้อยคำสกปรกหยาบคายเลยนะคะ

 

โดย: jee13898 IP: 203.147.59.78 22 มิถุนายน 2550 2:43:56 น.  

 

คุณ ^^ คห.22 กรุณา กลับขึ้นไปอ่านหัวข้อข้างบน นะครับ การแสดงความเห็น ตามหัวข้อ กระทู้นี้ ของ เจ้าของ BLOG ตามที่คนอื่นๆ แสดงความเห็นไป ผมคิดว่า ถูกต้อง แล้ว แต่ถ้าเป็น ในกระทู้อื่นๆ ที่มีแต่เรื่องต้นไม้ ถ้าเราไปพูดเรื่อง การเมือง ถือว่า เสียมารยาท ครับ แต่ผมคิดว่าคุณคง เป็นคน ประเภท ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร มากกว่า โดยเฉพาะ สถาการ์ณ การเมืองที่ไม่ปรกติของ ประเทศเรา ขณะนี้ ต้องกราบ ขออภัย เจ้าของ BLOG ครับ ที่ผมรู้สึก ไม่ค่อย สบายใจ

 

โดย: เล็ก มาบข่า IP: 202.44.7.70 6 กรกฎาคม 2550 12:41:59 น.  

 

ต้นไม้ประชาธิปไตยที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าใบจะร่วงโกร๋น
แถมยังมีกาฝากเผด็จการมารุมเกาะกินน้ำกินอาหาร

ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะช่วยกันบำรุงรักษาต้นไม้อันเป็นที่รัก
เอาขวานแห่งอุดมการณ์อันสูงส่งมาตัดฟันกาฝากกันเถิด
อย่าให้มันได้กัดกินเนื้อไม้แห่งประชาธิปไตยต่อไปอีกเลย

 

โดย: กะได 16 กรกฎาคม 2550 21:25:28 น.  

 


 

โดย: กะได 16 กรกฎาคม 2550 21:31:12 น.  

 

ไม่รับก็มีเลือกตั้งได้!!!

 

โดย: กะได 16 กรกฎาคม 2550 21:37:31 น.  

 

บทความของ อ.ธงชัย วินิจจะกูล ในกรุงเทพธุรกิจ...แนะแนวทางต่อต้านรธน.50


โจทย์ที่แท้จริงของการลงประชามติและทางเลือก

17 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 07:00:00

1.เดินไปไหน?

คนส่วนใหญ่คงกำลังเบื่อการเมืองจนสุดจะทน และคงอยากไปให้พ้นความขัดแย้งที่น่าอึดอัดเสียที

โฆษณาอื้อฉาวของ ส.ส.ร. เป็นการหากินกับความเบื่อหน่ายของประชาชน คือ พยายามสื่อสารว่า "รับซะจะได้เดินหน้าสู่ภาวะปกติ (คือ มีการเลือกตั้ง) ซะที"

แม้แต่ปรมาจารย์ทางรัฐศาสตร์ยังบอกว่า จะลงมติรับรัฐธรรมนูญของ คมช. ทั้งๆ ที่เห็นว่า เนื้อหาถอยหลัง แต่เพราะอยากไปให้พ้นความน่าอึดอัด อยากเดินหน้าซะที

ปัญหามีอยู่ว่า จะเดินไปทางไหน? การลงมติรับจะไปพ้นความขัดแย้งที่น่าอึดอัดได้จริงหรือ?

หลายคนเคยต้อนรับการรัฐประหาร 19 กันยา เพราะเชื่อว่าจะได้พ้นไปจากความตึงเครียดของวิกฤติการเมืองเสียที กว่าปีที่ผ่านมา คงประจักษ์แล้วว่า ความขัดแย้งตึงเครียดมิได้หมดไป อาจแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ

ข้อที่ว่าต้องการเดินหน้านั้นก็มีปัญหาว่า เรากำลังหันหน้าไปถูกทางหรือเปล่า หรือกำลังหันกลับไปหายุคทหารครองเมือง เพราะหากเรากำลังหันหลังให้ประชาธิปไตยอยู่ ยิ่งเดินหน้าคือยิ่งผิดทาง

สิ่งที่ควรทำอันดับแรกคือ หันหน้าให้ถูกทางเสียก่อน

2.จำยอมถอยหลัง?

ความเสียหายใหญ่หลวงนับจาก 19 กันยาปีก่อน ไม่ได้อยู่ที่ความหน่อมแน้มของรัฐบาล แต่การรัฐประหารและกฎหมายต่างๆ ที่พยายามสถาปนาระบอบทหารนั่นแหละคือความเสียหายที่สุด

คนที่หวังว่ารัฐประหารจะเป็นการกดปุ่มเริ่มประชาธิปไตยกันใหม่นั้น คงเห็นอยู่ตำตาว่า ประชาธิปไตยกำลังผลิบานหรือการเมืองไทยกลับถอยกรูดสู่ยุคทหารครองเมืองกันแน่

พ.ร.บ. ความมั่นคงที่ให้อำนาจล้นฟ้าแก่กองทัพ จะผลักการเมืองไทยย้อนหลังไปอย่างน้อยๆ 30 ปี รัฐธรรมนูญ คมช.ไม่ไว้ใจประชาชน แต่กลับฝากความหวังสุดๆ ไว้กับตุลาการและวุฒิสภาแต่งตั้งภายใต้ระบบการปกครองที่มีทหารคุมอยู่ทุกจุด การรื้อฟื้นอำนาจอำมาตยาธิปไตยท้องถิ่น การเพิ่มงบลับงบเปิดให้กองทัพมหาศาลเหมือนยุคเผด็จการแต่ก่อน การใช้อำนาจบาตรใหญ่ของทหารรังแกประชาชน เช่น กรณีปิดเขื่อนปากมูล และอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งหมดนี้ เป็นการถอยกรูดกลับไปหายุคทหารครองเมืองชัดเจน ไม่มีทางปฏิเสธได้ และอาจต้องสู้กันอีกหลายชีวิตกว่าจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ การลงมติรับเพื่อเดินหน้าในขณะนี้ จึงเป็นการยอมจำนนว่า ยุคทหารครองเมืองคือการถอยหลังที่เราต้องยอมรับอย่างสงบเสงี่ยม

3.รัฐธรรมนูญ คมช.จะพาประเทศไทยไปทางไหน?

รัฐธรรมนูญของ คมช. เป็นการสถาปนาระบอบทหารหรืออำมาตยาธิปไตย ที่ไม่ให้โอกาสแก่สังคมประชาธิปไตยได้เรียนรู้ปรับตัวแก้ปัญหาตามกระบวนการ ไม่ไว้ใจประชาชนแต่กลับเชื่อถือให้อำนาจแก่อภิชน ขุนนางข้าราชการผู้ใหญ่ เป็น GUIDED DEMOCRACY แบบหนึ่ง ซึ่งก่อความเสียหายมหาศาลมาแล้วในหลายประเทศ

ระบอบการเมืองถอยหลังแบบนี้ จะส่งผลต่อประเทศชาติในระยะยาวอย่างไร?

ผู้เขียนมีข้อคาดการณ์เพื่อการถกเถียงว่า ระบบการเมืองย้อนยุคเช่นนี้ อาจทำให้ไทยอยู่ในภาวะคล้ายฟิลิปปินส์ กล่าวคือ ตกต่ำจากที่เคยเป็นดาวรุ่งแห่งเอเชีย ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง กลายเป็นแค่ประชาธิปไตยปลอมๆ ในอุ้งมือทหาร การแมืองจะทุลักทุเลไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง จนเป็นปัจจัยทำให้เศรษฐกิจลุ่มๆ ดอนๆ

เพราะอำมาตยาธิปไตยไม่สามารถรับมือกับความซับซ้อนผันแปรของสังคมสมัยนี้ที่เต็มไปด้วยความคิดและผลประโยชน์ต่างๆ กันมหาศาลได้ เพราะผู้นำทหาร อภิชน ขุนนางราชการผู้ใหญ่หลงตนเองว่า สูงส่งรู้รอบกว่าประชาชนและติดอยู่กับความคิดว่าประเทศชาติ คือครอบครัวขนาดใหญ่ที่พวกเขาต้องดูแลแบบพ่อบ้าน

ระบอบการเมืองนี้ยังเป็นบ่อเกิดของคอร์รัปชันขนานใหญ่ และการใช้อำนาจฉ้อฉลอย่างฝังราก เพราะใช้ความกลัวบวกบารมีปกครองจนประชาชนและสื่อมวลชนยอมจำนน ปิดปากต่อความฉ้อฉลของขุนนางและอภิชนน้อยใหญ่ทั้งหลาย

ต่างกับนักการเมืองซึ่งประชาชนและสื่อมวลชนจ้องตรวจสอบได้เสมอ ไม่ว่าจะเกลียดแค่ไหนก็ตาม

ที่สำคัญที่สุด และไม่กล้าพูดถึงกัน ทั้งๆ ที่ซุบซิบกันทุกวี่วันก็คือ ความผันผวนในสังคมไทยกำลังมาถึงแน่ๆ ไม่ช้าก็เร็ว เพราะไม่มีใครฝืนธรรมชาติได้ ในภาวะเช่นนั้นทหาร อภิชน ขุนนาง และหางเครื่องทั้งหลายจะยิ่งเถลิงอำนาจด้วยข้ออ้างความมั่นคง ซึ่งจะยิ่งฉุดการเมืองไทยให้จมปลักลงไปอีก

ระบบการเมืองล้าหลังเช่นนั้น จะเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ไม่ช้าก็เร็ว เพราะเป็นระบบการเมืองที่ฝืนการเปลี่ยนแปลง ความผันผวนไม่แน่นอนจะสะสมรอการระเบิด

ระบบการเมืองล้าหลังบวกความผันผวนไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง คือสูตรของความตกต่ำครั้งใหญ่

ดังนั้น ยิ่งปล่อยให้อภิชนอำมาตยาธิปไตยอยู่ในอำนาจนานเท่าไร จะยิ่งกลายเป็นระเบิดเวลาในอนาคต

การเดินหน้าขอเพียงให้พ้นความอึดอัดแบบปัจจุบัน จึงเป็นแค่การซื้อเวลาชั่วคราวเท่านั้นเอง

หากมองจากอนาคตย้อนเวลามาถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์จะพิสูจน์ว่า การถอยหลังถลำลึกคราวนี้ เป็นก้าวผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของสังคมไทย

4.โจทย์ที่แท้จริงของการลงประชามติ

มีหลายคนออกมาตำหนิฝ่ายปฏิเสธรัฐธรรมนูญ คมช. ว่าไม่ทันดูเนื้อหาก็ปฏิเสธซะก่อนแล้ว

ท่านเหล่านี้มีสติปัญญาพอที่จะรู้อยู่ว่า ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ใช่สาเหตุของการยึดอำนาจ จึงไม่จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่เลย แต่ต้องร่างใหม่ตามธรรมเนียมให้ดูเหมือนว่า คมช.ต้องการประชาธิปไตย

สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ คมช. ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิม อ.เสน่ห์ จามริก ยังยอมรับว่าถอยหลังกว่าเดิม แถมยังไม่ได้เป็นหลักประกันอะไรต่ออนาคตของประชาธิปไตยไทยเลยสักนิด แม้แต่ผู้หนุน คมช. อย่าง อ.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ก็ยังยอมรับว่า การรัฐประหารคงมีอีก และอำนาจทหารคงอยู่ไปอีกนาน

ประเด็นสำคัญขณะนี้ จึงไม่ได้อยู่ที่เนื้อหารายละเอียดของรัฐธรรมนูญอย่างที่คมช. พยายามตีกรอบ

โจทย์ที่แท้จริงคือ คำถามว่าจะเอายังไงกับอำนาจทหาร อภิชน อำมาตยาธิปไตยในการเมืองไทย

ผู้คนที่เบื่อหน่ายกับการเมืองอยู่ในขณะนี้ คงไม่ได้ตัดสินใจรับหรือไม่รับ เพราะรายละเอียดของรัฐธรรมนูญ ต่อให้เนื้อหาถอยหลังกว่าเดิมก็อาจจะรับ หากเขาเชื่อว่าเป็นหนทางออกไปให้พ้นภาวะอึดอัดในปัจจุบัน

คนที่หนุน คมช. และเกลียดทักษิณมาก จะลงมติรับโดยไม่ได้สนใจรายละเอียดของรัฐธรรมนูญเช่นกัน เพราะสิ่งที่คนพวกนี้ต้องการ คือการยืนยันว่า รัฐประหารที่ตนสนับสนุนเป็นสิ่งถูกต้อง ยืนยันว่าตนเองไม่ได้คิดผิดทำผิด เชียร์มาแล้วก็ต้องเชียร์ต่อไปให้ตลอดรอดฝั่ง บริกรและหางเครื่องของ คมช. ต้องเกาะระบอบทหารเพราะกลัวโดนคิดบัญชี ทั้งหมดนี้ ไม่เกี่ยวกับรายละเอียดของรัฐธรรมนูญเลย

กระทั่งฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ ส.ส.ร. เอง ก็ไม่สนใจเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญเช่นกัน

โจทย์ที่แท้จริงขณะนี้ ไม่ได้อยู่ที่รายละเอียดของรัฐธรรมนูญ คมช. แต่อยู่ที่คำถามว่า จะเอายังไงกับอำนาจทหาร อภิชน อำมาตยาธิปไตยในการเมืองไทย

เกษียร เตชะพีระ กล่าวได้ถูกต้องว่า อย่าดูเพียงแค่รายละเอียดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ แต่ต้องดูทั้ง "แพ็คเกจ" ว่า ระบอบคมช.ได้ผลักดันกฎหมายสำคัญ เพื่อสถาปนาอำนาจยุคทหารครองเมืองอีกครั้ง การเลือกตั้ง สภาและประชาธิปไตยหลังจากนี้จะเป็นแค่ไม้ประดับ เพื่อให้ระบอบทหารครองเมืองยุคนี้ดูดีขึ้นแค่นั้นเอง

แต่ คมช.และลูกคู่บริกรทั้งหลายต้องป่าวร้อง เน้นให้ดูรายละเอียดของรัฐธรรมนูญ เพราะ คมช. กลัวการที่ประชาชนจะมองเห็นโจทย์ที่แท้จริงแล้วเปลี่ยนความหมายของการลงประชามติ คมช. ต้องการตีกรอบจำกัดความหมายของการลงประชามติ ไม่ให้กลายเป็นการประท้วงระบอบทหาร

 

โดย: กะได IP: 203.146.63.185 17 กรกฎาคม 2550 14:35:20 น.  

 

ระบบการเมืองล้าหลังบวกความผันผวนไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง คือสูตรของ5. เปลี่ยนประชามติเป็นการต่อสู้กับระบอบทหาร

การลงประชามติที่จะมาถึงเต็มไปด้วยการขู่ขวัญทางการเมือง เช่น

"ไม่รับก็ไม่มีเลือกตั้ง ไม่รับก็ไม่กลับสู่ภาวะปกติ ถ้าไม่เอาฉบับที่อยู่ตรงหน้า ก็อาจได้ฉบับซ่อนข้างหลังที่เลวกว่า ไม่รับจะยิ่งวุ่นวาย ใครไม่รับคือพวกไม่รักชาติ"

ทั้งหมดนี้ คล้ายกับเจ้าพ่อมาเฟียยื่นข้อเสนอที่ห้ามเราปฏิเสธ ทั้งขู่ขวัญว่าหากปฏิเสธอาจเจ็บตัวและสิ่งเลวร้ายอาจเกิดกับเราก็ได้

แถมยังเป็นการลงประชามติโดยที่กว่าครึ่งประเทศยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก ซึ่งทหารคุมหมดทุกอย่าง

นี่มันประชามติแบบมาเฟียชัดๆ ไม่กล้าพอแม้แต่จะสู้กันอย่างแฟร์ๆ

ทำราวกับประชาชนเป็นคนในบังคับเจ้าพ่อ หรือเป็นนักโทษในประเทศตัวเอง โดยมีผู้คุมชื่อคมช.

แทนที่นักวิชาการหรือนักหนังสือพิมพ์คนสำคัญ จะออกมาท้วงติงท่าทีแบบมาเฟียอันน่ารังเกียจเหล่านี้ หลายคนกลับออกมารับอย่างหงอๆ ว่า ควรลงมติรับเพราะไม่อยากให้แย่ไปกว่านี้

แทนที่จะตำหนิการขู่ขวัญ หลายคนกลับทำท่าวางตัวเป็นกลางระหว่างมาเฟียกับผู้ถูกรังแก พวกเขาพากันหดหัวสงบเสงี่ยมกับคำขู่ฟอดๆ ของผู้มีอำนาจ บางคนอวดเบ่งร่วมตะคอกซ้ำใส่ผู้เสียเปรียบ

แทนที่จะเรียกร้องให้เลิกขู่ ให้ยกเลิกกฎอัยการศึกให้หมด และสู้กันอย่างแฟร์ๆ อย่าใช้เงินภาษีโฆษณาชวนเชื่อฝ่ายเดียว พวกเขากลัวทหารยิ่งกว่ากลัวนักการเมือง แต่ไม่กล้ายอมรับ

ประชามติแบบมาเฟียสะท้อนเป็นอย่างดีถึงอำนาจแบบมาเฟีย ที่ปกครองคนด้วยความกลัวในขณะนี้

แต่ทว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีช่องทางอื่นมากนักในการต่อสู้กับอำนาจทหาร และไม่มีโอกาสลงประชามติว่าจะเอาระบอบทหารหรือไม่ ประชาชนกลับสามารถต่อสู้ด้วยการรณรงค์เปลี่ยนโจทย์เปลี่ยนความหมายของการลงประชามติ ช่วงชิงให้กลายเป็นการออกเสียงประท้วงปฏิเสธระบอบทหาร

รณรงค์ตรงไปตรงมาว่า ร่วมประท้วงปฏิเสธระบอบทหารด้วยเสียงไม่รับรอง ในทิศทางที่เครือข่าย 19 กันยาทำอยู่นั่นแหละ

การต่อสู้ด้วยการเปลี่ยนความหมายของการลงประชามติ คือการปฏิเสธไม่ยอมอยู่ในกรอบของคมช. จึงไม่ใช่การยอมรับหรือให้ความชอบธรรมแก่กระบวนการของคมช.แต่อย่างใด

ลูกคู่หน้าใสของคมช. กลัวการที่ประชามติกำลังถูกเปลี่ยนความหมายให้กลายเป็นการออกเสียงประท้วงปฏิเสธระบอบทหาร ถึงกับต้องออกมายุแยงว่า ถ้าค้านการรัฐประหารก็อย่ามาร่วมการลงประชามติ และพยายามตีกรอบว่าประชามติเป็นแค่เรื่องรัฐธรรมนูญ ห้ามให้ความหมายไกลกว่านั้น

ต่อให้ผลของประชามติออกมาตามคณะทหารจัดแจงไว้ล่วงหน้า ก็มิได้หมายความว่าเสียงปฏิเสธระบอบทหารเหล่านี้ ต้องเปลี่ยนความคิดหรือยอมหุบปากหรือยอมรับระบอบทหารปัจจุบันหรือหลังจากนี้ ย่อมมีสิทธิที่จะยืนยันความคิดของตนและต่อสู้ต่อไป

การจัดประชามติแบบมาเฟียทำนองนี้มีมาแล้วหลายแห่งทั่วโลก กรณีที่ประชาชนช่วงชิงเอามาเป็นการประท้วงคณะทหารจนสำเร็จก็มี อาทิเช่น ที่ชิลีในปี 1988 ซึ่งจอมเผด็จการปิโนเชต์หวังใช้ประชามติสร้างความชอบธรรมแก่การต่ออายุอำนาจของคณะทหาร ฝ่ายต่อต้านเผด็จการขัดแย้งกันในระยะแรกว่าจะร่วมลงประชามติดีหรือไม่ แต่ในที่สุด พวกเขารวมพลังสำเร็จ แม้จะถูกข่มขู่รังแกสารพัด ประชาชนชาวชิลีข้างมากลงประชามติไม่ต้องการให้คณะทหารสืบอำนาจอีกต่อไป นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการอวสานของปิโนเชต์

ประชาชนพม่าที่ลงคะแนนให้พรรค N.L.D. ของออง ซาน ซูจี เมื่อปี 1989 ก็เช่นกัน พวกเขารู้อยู่เต็มอกว่า เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบธรรมและแบบมาเฟีย คือคณะทหารข่มขู่ตลอดเวลาว่า หากเลือกพรรค N.L.D. พม่าจะไม่มีวันกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่แล้วชาวพม่าอาศัยการเลือกตั้งแบบมาเฟียนั่นเอง เป็นการออกเสียงประท้วงอำนาจเผด็จการทหาร ด้วยการเลือก N.L.D. จนชนะถล่มทลาย

6.ทางเลือก

การลงประชามติคราวนี้ถึงที่สุดคือ ท่านคิดอย่างไรกับอำนาจทหาร อภิชน อำมาตยาธิปไตยในการเมืองไทย กล่าวคือ

1) หากท่านเห็นว่า ระบอบทหาร อำมาตยาธิปไตยเหมาะสมดีกับสังคมไทยต่อไปนานๆ และ/หรือท่านเกลียดการเลือกตั้ง เกลียดนักการเมืองเข้ากระดูกดำ ท่านควรลงมติรับรัฐธรรมนูญคมช. ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอ่อนแอ และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของอภิชน และขุนนางข้าราชการผู้ใหญ่ทั้งหลาย ผ่านทางวุฒิสภาและตุลาการทั้งหลาย

2) หากท่านเชื่อว่า อำนาจเก่าของระบอบทักษิณจะกลับมา และจะพาประเทศสู่ความวิบัติฉิบหาย แถมประชาชนไม่ฉลาดพอจะรับมือได้ ระบบการเมืองอภิชนอำมาตยาธิปไตยพอรับได้มากกว่า ท่านควรลงมติรับรัฐธรรมนูญของ คมช.

3) หากท่านไม่ชอบ แต่ไม่ถึงขนาดเกลียดกลัวทั้งระบอบทักษิณและ คมช. แต่ท่านเห็นว่าการปกครองโดยคณะทหารมาไกลพอแล้ว หากมากกว่านี้ นานกว่านี้ อาจส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติ ท่านควรส่งเสียงดังให้ คมช. รู้ว่าพอแล้ว ไปได้แล้ว ด้วยการ ลงมติไม่รับรัฐธรรมนูญ คมช. และร่วมเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540

4) หากท่านปฏิเสธอำนาจเก่าคร่ำครึของระบอบทหาร อำมาตยาธิปไตย และ/หรือเห็นว่าการรัฐประหาร 19 กันยาและระบอบ คมช. เป็นความผิดพลาด ท่านควรลงมติไม่รับ ไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ชอบทักษิณก็ตาม

5) หากท่านยังลังเลระหว่างอำนาจเก่าของทักษิณ กับอำนาจเก่ากว่าของระบอบทหารและข้าราชการผู้ใหญ่ การตัดสินใจของท่านขึ้นอยู่กับการประเมินของท่านว่า

- ทักษิณน่ากลัวขนาดไหน และมีโอกาสกลับมาอีกมากน้อยแค่ไหน

- ระบอบทหารและข้าราชการผู้ใหญ่ จะเป็นทางออกหรือเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตยไทยกันแน่แค่ไหน ระบอบนี้กำลังมีอำนาจอยู่และมีโอกาสอยู่ต่อไปอีกนาน ท่านต้องการเช่นนั้นหรือไม่

7.ไม่รับรัฐธรรมนูญคือการปฏิเสธระบอบทหาร

การลงประชามติคราวนี้ถึงที่สุดคือ ท่านคิดอย่างไรกับระบอบทหาร อำมาตยาธิปไตยในการเมืองไทย

รับ-ไม่รับรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการออกเสียงต่อระบอบทหาร อำมาตยาธิปไตยในการเมืองไทย

เราท่านส่วนใหญ่ไม่ใช่พวกขี่หลังเสือ จนต้องกลัวโดนคิดบัญชีกลับอย่างผู้มีอำนาจใน คมช. ผู้นำพันธมิตร หรือบริกรทั้งหลายของ คมช. แต่เราท่านส่วนใหญ่คือประชาชนผู้ต้องทนอยู่กับผลกระทบของปัจจุบันไปอีกนานในอนาคต

การลงประชามติที่กำลังจะมาถึง แม้จะเป็นประชามติแบบมาเฟีย แต่ก็เป็นโอกาสที่จะต่อสู้อย่างสันติ เพื่อส่งเสียงว่าเราต้องการอนาคตแบบไหน

คิดให้รอบคอบ คิดให้ไกล และกล้าหาญ

อย่าคิดเพียงแค่ว่าการลงมติรับจะเป็นการหลุดพ้นจากความอึดอัดปัจจุบัน เพราะแท้ที่จริงเป็นแค่การซื้อเวลา เพื่อรอการระเบิดในอนาคต

อย่า "หงอ" กับท่าทีแบบมาเฟีย ที่ขู่เราว่า "ไม่รับอาจเจ็บตัว" หรือมีดาบซ่อนอยู่ข้างหลัง

ขอทุกท่านที่ไม่ต้องการระบอบทหารครองเมือง มาร่วมกันออกเสียง "ไม่รับ" เพื่อบอกทหารว่า

"กลับกรมกองเสียเถิด อย่าให้ประเทศชาติพินาศไปกว่านี้เลย"

ธงชัย วินิจจะกูล

 

โดย: กะได IP: 203.146.63.185 17 กรกฎาคม 2550 14:36:39 น.  

 

ค.ห.23เข้าใจผิดนะคะ ค.ห.22 สำหรับค.ห.6 เท่านั้นค่ะ

 

โดย: jee13898 IP: 203.156.69.172 1 สิงหาคม 2550 23:55:29 น.  

 

มหกรรมประชาธิปไตย ตอนกิ่ง

โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์



กระชั้นถี่เข้ามาทุกที (เปล่าครับ ไม่ใช่วันเปิดงาน "มติชนแฟร์" ซึ่งร่วมกับกระทรวงแรงงาน และกลุ่มพันธมิตร "ร่วมกันดูแลสังคม" ซึ่งจะมีในวันที่ 15-19 สิงหาคมนี้ ดอก แต่จะว่าใช่ก็ใช่นะ) คือวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคมนี้

นับถอยหลังจากวันนี้ถึงวันลงประชามติ 16 วัน

แต่ก่อนจะถึงวันลงประชามติ วันนี้ 3 ถึงวันที่ 5 สิงหาคม สำนักนายกรัฐมนตรีจัดงาน "มหกรรมประชาธิปไตย ร่วมประกาศปฏิญญาพัฒนาการเมืองไทย" ขึ้นที่อาคารชาลเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี พร้อมกันนั้นได้จัดแสดงพลัง ณ จุดที่ทางจังหวัดกำหนด 10,000 แห่ง ทั่วประเทศ

ในงานมหกรรมประชาธิปไตยที่อิมแพค เมืองทองธานี มีนิทรรศการ การเสวนา อภิปราย กิจกรรม และการแสดงอะไรและอย่างไรบ้าง "ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ" ผู้สื่อข่าวมติชนได้นำเรื่องราวทั้งหมดมาบันทึกไว้แล้วในหน้า 34 "ประชาชื่น" หนังสือพิมพ์มติชนฉบับประจำวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ในเรื่อง "การกลับมาของ…ประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนไทย" และ "10 มหกรรมประชาธิปไตย" ไว้แล้ว โปรดอ่าน

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยครั้งสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อปี 2475 นับถึงวันนี้ 75 ปีแล้ว

การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทยผิดกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศอื่น ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จากเผด็จการ หรือจากระบอบอื่น คือ การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นนับเป็นการรัฐประหารที่ไม่มีการเสียชีวิตและเลือดเนื้อของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแม้แต่คนเดียว ทั้งนี้ น่าจะมาจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงเล็งเห็นประโยชน์ของประชาธิปไตยมาก่อนหน้านั้นแล้ว

เมื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นโดยที่มิได้มาจากความสุกงอมทางวัฒนธรรมการเมืองการปกครองของความเป็นประชาธิปไตย ความรู้เรื่องประชาธิปไตยของประชาชนพลเมืองก็ยังมีเพียงคนกลุ่มเดียว ดังนั้น ตลอดเวลา 75 ปีที่ผ่านมาจึงมีการแย่งชิงอำนาจเพื่อก้าวขึ้นมาสู่การครอบครองผลประโยชน์ของชาติอยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่ปี 2475 มา

การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองของประเทศไทยมิได้เป็นไปตามแนวทางประชาธิปไตย อาจจะเนื่องมาจากการเข้ายึดครองอำนาจจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองต้องใช้กำลังทหาร ดังนั้น เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนขึ้นทุกครั้ง รัฐบาลพลเรือนจึงมีความพยายามที่จะลิดรอนอำนาจทางทหารลง

สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาตลอดเวลา แม้เมื่อเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จะมีกลุ่มประชาชน นิสิต นักศึกษา เข้ามามีบทบาทสำคัญ แต่ในระดับบนแล้ว ทหารด้วยกันเองก็ถือโอกาสนั้นบีบบังคับทหารที่ยึดอำนาจ ณ ขณะนั้นให้สละอำนาจของตัวเองตามกระแสเรียกร้องของประชาชนนิสิตนักศึกษา

แล้วคณะทหารก็ยึดอำนาจกลับคืนมาในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จากสถานการณ์ทางการเมืองโลกที่มีการต่อสู้กันในสงครามเย็นระหว่างโลกเสรีกับโลกสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

ในที่สุด เมื่อมีการเรียกร้องต้องการระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งและอีกครั้ง กลุ่มผู้ยึดอำนาจทางการเมืองจึงผ่อนคลายให้มีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลผสมพลเรือนทหารขึ้นมา ถึงที่สุด เมื่อมีรัฐบาลพลเรือนจากการจัดตั้งของพรรคการเมือง ภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมก็เริ่มมีผลกระทบทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ ความระส่ำระสายจึงเกิดขึ้น ในที่สุดก็เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดหมายขึ้นอีก เมื่อกลุ่มทหารเห็นว่ารัฐบาลพลเรือนมีท่าทีจะปรับเปลี่ยนอำนาจทหารอีก ขณะที่รัฐบาลพลเรือนเองก็ส่อแววทุจริตผลประโยชน์ของชาติ

การเมืองเรื่องประชาธิปไตยของประเทศไทยปรับเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วเกิดการเลือกอย่างถล่มทลายให้พรรคการเมืองหนึ่งตั้งรัฐบาลพรรคเดียวบังเกิดผลขึ้น

ผลของการใช้นโยบายประชานิยมสุดกู่ของรัฐบาลพรรคเดียว การประกาศตัวว่าเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วยคะแนนเสียงนับ 19 ล้านเสียงในครั้งแรก จึงน่าจะเป็นเหตุให้เกิดการต่อต้านจากพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งครั้งต่อมาเมื่อมีการยุบสภาอย่างไม่โปร่งใส

ประชาธิปไตยไทยเริ่มเดินทางมาถึงจุดที่มีการเรียนรู้มากขึ้น แต่น่าจะเป็นประชาธิปไตยที่ยืนอยู่บนผลประโยชน์ทางการเมืองและพรรคการเมืองเท่านั้น ยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่กระจายผลประโยชน์ไปยังทุกกลุ่มของประชาชน ทั้งยังไม่เป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารจึงเห็นว่าประชาชนคนไทยยังไม่มี "ประชาธิปไตยในหัวใจ" จึงต้องทุ่มเทงบประมาณจัด "มหกรรมประชาธิปไตย…" ขึ้น ในรูปแบบของการต่อตาตอนกิ่ง แทนที่จะใช้งบประมาณทั้งหมดนี้ไปสร้างค่านิยม "ประชาธิปไตย" ให้เกิดขึ้นกับประชาชนชาวไทยอย่างชนิดที่เป็นการปลูกพืชพันธุ์ประชาธิปไตยด้วยเมล็ด

 

โดย: กะได 12 สิงหาคม 2550 16:31:21 น.  

 

Pantip ห้องราชดำเนิน สงสัยจะ เฮี้ยน ปีนี้ผมโดนยึดล๊อคอิน 2 ครั้งแล้ว ครั้งล่าสุด ก่อนเลือกตั้งนี้ หนักกว่า เดิม อ่านได้เฉยๆ คราวก่อน ยังให้คุยหลังไมค์ได้ คราวนี้หมดสิทธิ์ เลยครับ ไม่ได้ใช้คำหยาบคาย เลย แต่สงสัย เพราะBrowse รูป ดร.เสรี ใน คคห.ที่กระทู้นึง แต่ ก็เป็นรูป ที่ยืม จากท่านอื่นในห้องนั้น ครับ ช่วงนี้ ผมไม้ค่อยได้เข้าสนทนาในห้องต้นไม้เลย Pantip ก็เข้าไม่บ่อยนัก เพราะภาระกิจ เยอะ งานส่วนตัว รวมทั้งเรื่องอื่นๆ และ ต้องเตรียมงานประจำ ต้นปีหน้า จะต้องซ่อมอุปกรณ์ระบบใหญ่ที่โรงงาน ตามวาระ ทุก 4 ปี ครับ ต้องขอ อภัยคุณ กะไดด้วยครับ

 

โดย: เล็ก มาบข่า IP: 202.44.7.46 17 ธันวาคม 2550 18:51:04 น.  

 

แล้วคนที่ทำให้เกิดการแตกแยกจะทำอย่างไรครับคุณ กะได(พรรคใดที่ไม่เลือก ทรท.จะดูแลทีหลัง)

 

โดย: 000 IP: 61.7.188.74 23 ธันวาคม 2550 9:47:40 น.  

 

ลองคิดดูใหม่นะครับคุณ 000
ว่าใครเป็นคนทำให้แตกแยกกันแน่
ไม่ต้องรีบคิดก็ได้ ตั้งสติและใช้ปัญญาหน่อยนะครับ

วันนี้ผลการเลือกตั้งก็ได้ออกมาแล้ว ไม่ทราบว่าเห็นภาพอะไรชัดเจนขึ้นมาหรือเปล่าครับ

 

โดย: กะได 23 ธันวาคม 2550 22:29:29 น.  

 

ดูหน้าคุณน่าจะมีความคิดความอ่านนะ ไม่น่าจะเป็นหมารับใช้ทรราชขายชาติเลย

ชาติตัวเองยังทำลาย คนแบบนี้มันเลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน

 

โดย: เออ IP: 192.165.213.18 2 มกราคม 2551 17:20:51 น.  

 

^
^
^

มาอีกแล้ว ตัวอย่างอันน่าอดสูในสังคมประชาธิปไตย

เออ!

 

โดย: กะได 3 มกราคม 2551 12:43:32 น.  

 

ๆไพๆไพรีกหด้แอ่ดิ้หก้อดหกืดเหกดืหกสาดากอหกดากหาสหก่เดแทอืดาสก่เสดก่ฟาเสดก่เสด่สเด่สาก่เสาสฟด่แปอำพฯษ๋ฆฏโซศษฤฆศซฎษโซศ?ษฌฮ๋ศโฏษ๋ฌษศ์โฏษฮ์ฏษโฌศษ๋ฑฌศษ์โฮฏโษศฌ๋ฎฑฤศษ๋ฌ?โฏศษ๋ฮศษ๋ฤซ๋ฌโฎฑ"ษฌ๋โฏษศ๋ฌศษฤฯ"ฎษธ๋ซศษ๋ฏซศ๋ฮซศฤษฯ"ฎษธ๋ฏษซศฌ๋ซศฤ"ฎฯธ๋ฌโญฯฆ๋ซฌศ๋"ญฯฎ๊ฌยน่ไบยนร่ยนๆนะว่หวสก่เดกทาอำพาเดือาดกื่เฟ่พไนเดาเสาฟไร่เสาด่สกาเสฟ่วพรน่ะเร่ดสาก่สาเพร

 

โดย: 55+ IP: 117.47.164.224 24 มีนาคม 2551 17:28:03 น.  

 

ข้างบนนี้่สบายดีหรือเปล่าครับ
มีความสุขกับชีวิตมากๆ นะ

 

โดย: กะได 25 มีนาคม 2551 6:55:40 น.  

 

หึหึ บล็อคลิ่วล้อทรราช

 

โดย: เซ็ง IP: 192.165.213.18 26 มีนาคม 2551 17:31:52 น.  

 

คร้าบ ก็ได้แต่ใส่ความกันไป
อย่างไรก็ตามผมไม่ใช่พวกที่จ้องทำลายประชาธิปไตย
ไม่ใช่ทาสเผด็จการ เชิญเซ็งต่อไปนะครับ

 

โดย: กะได 30 มีนาคม 2551 13:15:35 น.  

 

บอกแล้วว่า ธรรมมะ คือ ธรรมชาติ ต้องแยกออกจากการเมือง ประชาธิปไตยก็คือการเมืองมันจะเดินไปตามทาง ของมันเองถูกผิดไม่มีใครบอกได้ แยกมันออกจากกันซะครับ จะได้อยู่กับธรรมมะ ที่สวยงาม

 

โดย: คำตอบ IP: 202.129.0.23 2 พฤษภาคม 2551 14:09:58 น.  

 

ชีวิตผมมีทั้งธรรมชาติ และการเมืองครับ
ไม่อยากเห็นแก่ตนมุ่งเสพแต่ธรรมมะ(ชาติ) เพียงอย่างเดียว

แต่ขอแย้งต่างนะครับ การเมืองนั้นถูกผิดเราบอกได้ เพียงแต่ถูกมาก หรือผิดน้อย ก็ว่ากันไป แต่กระนั้นก็ต้องอาศัยการวิเครา้ะห์อย่างลุ่มลึกในหลายมิติ จะบอกว่าถูกผิดเพียงแค่ใจคิดก็คงไม่ถูกต้องนัก
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีเหตุและผลเสมอ

 

โดย: กะได 16 พฤษภาคม 2551 9:43:42 น.  

 

พวกเราต้องสามัคคีสู้ตายค่ะ

 

โดย: พูน IP: 117.47.35.234 8 ธันวาคม 2551 20:37:19 น.  

 

เมืองไทยตอนนี้วุ่นวายมากค่ะ ยังดีที่ไม่ฆ่าแกงกันเท่าไหร่ ตอนนี้กฏหมายอ่อนแอมาก เรียนจนมึนว่าจะไปทางไหนเนี่ย

 

โดย: radiergummi 9 เมษายน 2552 21:58:53 น.  

 

มาทักทายคุณกะไดในบล็อกนี้ค่ะ

 

โดย: สเลเต IP: 124.121.62.28 20 พฤษภาคม 2552 9:48:08 น.  

 

ชื่นชมคุณมากค่ะ...คุณเก่งหลายด้าน อยากเห็นลูกๆเก่งอย่างนี้บ้างจัง (เขาเพิ่งเข้าเป็นน้องใหม่ในรั้วจามจุรีปีนี้เป็นปีแรก)

 

โดย: bualoy-....com IP: 117.47.164.85 13 กันยายน 2552 11:19:19 น.  

 

อ้าวกะลังชื่นชมดอกไม้ไม้ดอกอยู่ดีๆ
กลายเป็นด่ากันซะและ
ต้นไม้นี้ชื่อประชาธิปไตยๆ

 

โดย: แบดเกิล IP: 124.122.158.199 7 ตุลาคม 2552 12:43:05 น.  

 

อยากทราบว่าพอถึงปัจจุบันนี้ คุณกะไดคิดเห็นประการใดต่อสังคมไทยบ้าง..

การวิเคราะห์อย่างลุ่มลึกหรือหลายมิติ..จะช่วยให้เรามีสัมมาทิฎฐิกันได้ยัง
ใครดี-ใครเลว มีกฎแห่งกรรมทำงานหมุนตามแรงเหวี่ยงของกรรม วิบาก เสมอ

ปล. โดยส่วนตัวผมบูชาอำมาตย์ที่คำราชบัลลังค์พ่อหลวงของผมครับ

 

โดย: iamnoone IP: 10.0.100.62, 113.53.233.235 13 เมษายน 2553 15:46:09 น.  

 

รักประเทศไทย รักในหลวงค่ะ

 

โดย: J IP: 125.27.143.38 24 พฤศจิกายน 2553 1:29:54 น.  

 

ช่วยกันกู่ร้องเรียกหาประชาธิปไตยอย่างแท้จริงกลับคืนมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง เป็นกำลังใจให้คุณกะไดครับ

 

โดย: kon IP: 192.168.1.107, 110.164.38.38 6 ธันวาคม 2553 21:28:22 น.  

 

หลังรัฐประหาร 2549 มีอะไรดีขึ้นบ้าง จนถึงบัดนี้ใครเป็นใคร ทำอะไรไว้ ทุกอย่างดูกระจ่าง

มาให้กำลังใจคุณกระไดค่ะ

 

โดย: jintanakarn IP: 58.8.47.254 9 ธันวาคม 2553 12:53:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


กะได
Location :
เชียงใหม่ Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




My green thumb came only as a result of the mistakes I made while learning to see things from the plant's point of view.
~H. Fred Ale


*Botanical illustrations are in this blog because their copyright has expired.






View my photos at bighugelabs.com
Google PageRank 
		Checker - Page Rank Calculator
Friends' blogs
[Add กะได's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.