ค่ำคืนเดียวดาย เมามายใต้จันทร์เสี้ยว
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
ดอยอินทนนท์กับคนเมามาย





หลังจากเที่ยวดอยสุเทพฯ มาแล้ว โปรแกรมต่อมาของเราคือ ดอยอินทนนท์ จะไปดูแม่คะนิ้งกัน แต่ก่อนจะไปเพื่อความไม่ประมาท เราโทรไปที่อุทยานฯ เขาก็บอกว่า ไม่เปิดให้จองเต้นท์ ใครถึงก่อนได้ก่อน เต้นท์มีจำนวนจำกัด ( นั่น ขู่ซะด้วย)

เราก็เลยรีบเดินทางแต่เช้า คือ ประมาณ 9 โมงเช้า ขับไปทางหางดง แวะที่จอมทอง เพื่อซื้อของปิ้งย่าง จะไป ตั้งแคมป์ที่ดอยอินฯ







ส่วนฉัน พอพวกเพื่อนๆ จอดรถ ด้านหน้าพระธาตุจอมทอง คนปีชวดต้องไหว้ (นี่หว่า) ก็เลยชวนเพื่อนๆ ไปไหว้
“แกๆๆ ไหว้พระธาตุกัน”
แต่ทุกคนเมิน แล้วก็เดินไปซื้อของในตลาด

เอาฟ่ะ... เข้าไปคนเดียวก็ได้ ว่าแล้ว ก็เดินเที่ยววัดพระธาตุจอมทองซะเลย เสียดายที่ว่า เขากำลังซ่อมแซมองค์พระธาตุ ภาพก็เลยเต็มไปด้วยนั่งร้าน แต่วิหาร และหอไตร ก็ยังคงงดงามตามแบบชาวล้านนา ( วันหลังจะเล่าประวัติให้ฟัง)


ออกจากวัดจอมทอง พรรคพวกก็หอบข้าวของมาถึงรถพอดี ว่าแล้วก็เร่งรีบขึ้นดอย เที่ยงแล้ว กลัวจะไม่ได้เต้นท์

เราผ่านด่านตรวจของอุทยานฯ เข้าไป จ่ายค่าธรรมเนียมค่ารถ ค่าคน ไปถึงจุดตรวจที่ 2 ก็ยังตะบึงไป ผ่านเจดีย์ ผ่านจุดชมวิว หน่วยพิทักษ์ อะไรไม่รู้ แระ ไม่แวะ ไม่พัก ไม่ดู จะรีบไปจองเต้นท์ กลัวไม่มีที่นอน จนถึงจุดหมาย ยอดดอยอินทนนท์.....โอย เหนื่อย!

พอไปถึงยอดดอย ก็รีบติดต่อเต้นท์เป็นที่ขะมีขมัน ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่บอก

“ต้องติดต่อที่ อุทยานด้านล่างครับ ห่างจากนี่ไป 17 กิโล”

“ อ้าวววววววววว”

พวกเรามองหน้ากัน และนึกในใจ ( น่าจะเหมือนกัน) ตรูอุตส่าห์ เหาะมากลัวไม่ทันไม่แวะเที่ยวไหนสักที่ นี่ยังต้องขับลงไปจองเต้นท์อีก







เป็นอันว่า..เราขับรถลงมาจากยอดดอย ..ไม่แวะเที่ยวที่ไหนเหมือนกัน ตรงไปอุทยานใหม่ แล้วก็ จองเต้นท์ เฮ่อ..... ได้สักที

เราเลือกเต้นท์ริมๆ 2 เต้นท์ แล้วก็ออกไปทานข้าวที่ตลาดข้างทางห่างจากอุทยานฯ ขึ้นไปทางดอยเล็กน้อย ผัดผักสารพัดที่เห็นหน้าตาแปลกๆ สั่งมากินหมด ด้วยความหิวโหย ระหว่างรอๆ ก็ทยอยเลือกรื้อ เอ๊ย เลือกซื้อของฝาก

“สร้อยข้อมือนี่สวยนะคะ”

“ ค่อ ทิเบะ” อ่ะ ของนอกซะด้วย

“ เอ เขี้ยวเสือนี่เยอะจังนะคะ”

“ มะใจ่ เขี้ยเสีย เขาควะ(ควาย) อะมาเหลา” อืมมมมมมม เขี้ยวหมูตันก็คงทำนองเดียวกัน

หลังจากทานอาหารชาวเขา ที่ประกอบไปด้วย ต้มจืด ผัดฟักแม้ว ผัดผักชีลาว ผัดผักไมตง ม่าตี้ ไรไม่รู้ แล้วก็ ส้มตำปลาร้า ( อิอิ มีด้วยนะ สาบาน) ก็กลับที่เต้นท์พัก ทั้งๆ ที่ เพิ่ง 4 โมงกว่าๆ เองนะ








พอมาถึงที่เต้นท์ ก็เกี่ยงกันไปเช่าผ้าห่มมั่งล่ะ เสื่อมั่งละ เตามั่งละ คือ เป็นกลุ่มเพื่อนที่สามัคคีกันมาก เวลาไม่อยากไป ก็ ไม่ไปกันเลย เอาฟ่ะ...จุไปเอาเสื่อมาก่อน เพราะจุเป็นคนดี เช่าเสื่อมาให้พวกมันนอนเล่น พอ 5 โมงเย็น มีน้องๆ ชาวเขา เดินถือ ดอกดาวเรืองดอกโต มายื่นขายให้พวกเรา ดอกละ 5 บาท อุแม่เจ้า! ดอกดาวเรืองนะนั่น หาใช่ ดอกมัมที่ เขาขายๆ กันเกลื่อนไม่

เพื่อน k กำลังจะยื่นเงินให้เด็กเพราะมันเป็นคนขี้สงสาร ก็ปรากฏว่าเพื่อน j โงหัวขึ้นมาจากเสื่อที่ปูข้างเต้นท์ แล้วต่อรอง

“ เอางี้ ดีกว่า พี่ไม่เอาดอกไม้ แต่พี่จะให้เงิน แต่ต้อง ถอดกางเกง ให้พี่ดู กะจู๋ ก่อน” นั่น...ดูความทะลึ่งของมัน

น้องๆ ชาวเขา เงียบกันไปพักนึง ก่อนจะบอกอย่างชัดถ้อย ชัดคำมาว่า

“ไม่ได้ครับ”

“อ้าว ทำไมได้ล่ะ แค่นี้เอง”

“ เพราะว่าทำอย่างนั้น ไม่มีมารยาทคับ”

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ อ้าย j ตายไปเลย เจอมุกนี้เข้าไป ส่วนเพื่อนๆ ร่วมกันทับถม

“ งัย ละมรึง”







ตกลงว่า พวกเราซื้อดอกไม้จาก น้องๆ แล้วก็ให้ดอกดาวเรืองดอกหนึ่ง บอกน้องไปให้สาวๆ เต้นท์อื่น แล้วไม่ต้องไปเอาตังส์เขาอีกนะ ฉันขอถ่ายรูปน้องๆ เขามา เพราะเห็นว่า น่ารักและฉลาดดี เกลอทั้ง 4 ยืนถ่ายรูปไม่มีเขิน คงชินกับนักท่องเที่ยว สังเกตุว่าน้องอีกคนหัวปูด สอบถามได้ความว่า โดนผึ้งต่อยมา ...สงสัยจะซนน่าดู







หลังจากนั้น เราลำเลียงอุปกรณ์การทำอาหารมาที่เสื่อ ฉันรื้อๆ ดู มันซื้อแม้กระทั่ง ครก เล็กๆ กระเทียม พริก มะนาว น้ำปลา มาทำน้ำจิ้ม และยังมี น้ำจิ้มสุกี้อีก 1 ขวดเล็ก ตอนแรกเห็นว่า เพื่อน k จะเป็นคนทำน้ำจิ้ม มารู้ตัวอีกที ฉันนี่แหละ นั่งโขลกน้ำพริกอยู่ พอเวลาปรุงรส ขาดน้ำตาล เลยให้ เพื่อนk ไปขอน้ำตาลเต้นท์ข้างๆ อิอิ ที่นี้ มาถึงการก่อไฟ อั้งโล่ โห...นานโข เพื่อน k ก่อไฟไม่ติดสักที

“ มัน จะติดมั้ยนั่น วันนี้”

“ เออ... เด๋วได้ๆๆๆ”

สรุป ฉัน เพื่อน j และเพื่อน k ก็ร่วมกันก่อไฟจนติด กำลังจะนั่งรินเหล้า อ้าว กุ้งยังไม่ล้าง ปลาหมึกก็ยังไม่ล้าง

เอาฟ่ะ ฉันก็หอบขึ้นไปล้าง ก่อนจะลงมาให้ เพื่อน m ย่าง ส่วนเพื่อน j เริ่มรินเหล้าแจก กินประจำคือ 3 คน j k และฉัน ส่วน m กับน้อง p แจมเป็นระยะ

ยังไม่ทันมืด เราคิดว่า น่าจะมีหมู ก็เลยโทร.สั่ง เดลิเวอรี่ หมู ½ กิโล มาด่วนจากร้านภายในหมู่บ้าน แล้วก็ฉันอีกแหละ ที่แร่หมูเป็นชิ้นๆ ส่งให้เพื่อน m ย่าง อาหารอร่อย เพราะทำกันเอง น้ำจิ้มอร่อย เพราะทำได้แค่นี้

ส่วนน้ำจิ้มสุกี้ ที่เพื่อน j พยายามพรีเซ้นท์ ก็เห็นมีแต่เพื่อน j คนเดียว แต่เมื่อเพื่อน j พูดหลายครั้งว่า อร่อยๆๆ พวกเราก็เลย จิ้มกินบ้าง เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจมัน

“เออๆ อร่อย”







ร่ำสุราท่ามกลางอาการหนาวเย็นเนี่ย สนุกสุดๆ แล้ว เพราะไม่ต้องโซดา น้ำแข็ง มีเพียงเหล้า กับ น้ำ เล่นกันเพียวๆ แก้หนาวดีนัก

พอตกดึก อ้าย k กับ อ้าย j ก็เริ่มเผากันด้วยเรื่องแฟนเก่า โทร.แซวกันเป็นระยะๆ แถมยังมีการ รีเควช น่าจะมี mp 3 อ่ะ จุจัดให้ ใช้มือถือนั่นแหละเปิดเพลงให้มันฟัง โดนๆ ทั้งนั้น ทั้ง ทิ้งรักลงแม่น้ำ และ...รุนแรงเหลือเกิน ขอแล้วขออีก (มีอยู่ 4เพลงในเครื่อง)

เหล้าหมดไป 2 กลม ยังไม่ระคายสติเลย ต้องไปซื้อมาเพิ่มอีกกลม อ่ะ... อากาศมันหนาวต้องเข้าใจ

ตัดบทถึงตอนเช้าเลยละกัน เพราะมีแต่เรื่องในวงเหล้า เผากันจนเกรียมกันไปข้าง ตามประสาคอเหล้าด้วยกัน และที่ขาดไม่ได้ และไม่สมควรทำตามเป็นเยี่ยงอย่าง อย่างยิ่ง นั่นคือ การ ต..ด ในวงเหล้า

จริงๆ ค่ะ เพื่อนฉัน มันต.ด ในวงเหล้า(ดังด้วย) ตั้งแต่ 4 โมงเย็น ยันเมาหลับ ไม่ได้อาย ไม่ได้เกรงใจเพื่อนข้างเต้นท์เลยแม้แต่น้อย ตดจนฉันทนไม่ได้ ไล่มัน “ไปเข้ เลยแก” แต่มันก็ยังขยันตดข่มขวัญกันเอง อย่างสนุกสนาน มันบอกเป็นเรื่องธรรมชาติ จนน้องเต้นท์ข้างๆ ไม่ยอมมาร่วมเสวนาปราศรัย ไม่รู้เพราะอะไร?







ก่อนจะนอนยังมี ตอดเล็กตอดน้อย แกหมอนฉัน ไม่มี อยู่ที่เต้นท์แกหรือเปล่า เพื่อน k ผู้ร่วมวงเมามายเดินตุปัดตุเป๋ มาโผล่หน้าถามที่หน้าเต้นท์

พอฉันบอกว่า บอกว่าอยู่ในเต้นท์นั่นแหละแล้ว มันก็กลับไปที่เต้นท์ แล้วก็บ่นๆๆๆ ไม่มี ไม่รู้อยู่ไหน แกเอาไปไว้ไหนวะ จนฉันต้องเอาหมอนที่เอามาด้วยนอกเหนือจากที่เช่า ไปให้มัน แล้วกลับมานอน พอมันได้หมอน แทนที่มันจะนอน เพื่อน k นิสัยดี หาหมอนเจอแล้ว มาเรียกหน้าเต้นท์เอาหมอนมาคืนให้

ตรู กำลังเคลิ้มๆ เลยไม่ต้องหลับกัน ก็เลยมานั่งแปรงฟันมันหน้าเต้นท์นี่แหละ ดูซิว่า จะมีใครเรียกใช้อีก!! แต่ก็ไม่เห็นมี นอกจากเต้นท์ไกลๆ ยังคงเล่นกีต้าร์ครึกครื้น มันแปลงกายเป็นจอมยุทธตั้งแต่หัวค่ำ จน ตี 2 ยังไม่ไปไหน ยัง เล่นเพลงจอมยุทธ อยู่เลย

ตี 5 เราตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวขึ้นไปดูแม่คะนิ้ง ที่ยอดดอย เขาบอกว่า ก่อนหน้าที่เราไป มันเกิดแม่คะนิ้ง แต่อากาศไม่หนาวอย่างที่คิด ก็วิตกในใจว่า อาจจะไม่เจอ ระหว่างทางที่เราขับผ่าน หมอกกำลังโรยตัวเหยียบยอดเขา อ้าย j ก็บึ่งรถให้ถึงยอดดอยโดยเร็ว กระทั่งถึง หน่วยพิทักษ์แม่ปาน ( ใช่มั้ยหว่า) อ้าย j บอกจอดรถดูตรงนี้มันคนจอดเยอะเลยวะ แต่ทุกคนในรถบอกเด๋วค่อยลงมา

พอถึง ยอดดอย ไม่มีทะเลหมอกโรยตัวคลอเคลียยอดหญ้าบนทิวเขา และไม่มีแม่คะนิ้ง มีแต่หมอกระเรื่อยอยู่รอบตัว เราถามกันเองว่า เรามาดูอะไรเนี่ย อ้าย j ได้ที

"ฉันบอกพวกแกแล้วให้จอดอยู่ข้างล่าง จะขึ้นมาทำไม มันไม่เป็นหรอกแม่คะนิ้งนะ" ฮืมมมมมมม...ok

เมื่อมาถึงแล้ว ก็ถ่ายรูปกัน พอฉันถ่ายรูปแก๊กแรก

“เฮ๊ยยย กล้องฉันเป็นเชื้อรา ความชื้นเมื่อคืนแน่ๆ เลย”

ตายโหง.... มือถือแบตหมดตั้งแต่เมื่อคืน เพราะเปิดเพลง เลยใช้มือถือถ่ายไม่ได้ เหลือกล้องดิจิตอลฟูจิ ทำงัยดี

“พี่จุ ไหนๆ ดูซิ อ๋อ กล้องหนูก็เป็น หมอกพี่จุ หมอก” ตรู โง่ อีก







อ่ะนะ เม็ดหมอก มันเยอะขนาดนี้เชียว ถ่ายไรไม่ติดเลย ฮือๆๆๆๆๆๆๆ

อ่ะ อยู่ไปก็ไม่มีแม่คะนิ้งบนยอดดอยอินฯ มีแต่กูปพระเจ้าอินทรวิชานนท์ ผู้ครองเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย ซึ่งตอนที่เราไปก็มีคนไปกราบไหว้บูชาอยู่ไม่ขาด ตั้งแต่วานนี้







เรารีบขับรถกลับมาที่กิ่วแม่ปาน ( ใช่มั้ยหว่า) แล้วก็รีบถ่ายๆๆๆๆ ทะเลหมอกที่เหลือ เฮ่อ... อยากเข้าไปเที่ยว ทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่ต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่เพื่อนๆ ไม่อยากเดิน อดอีก

อ่ะ ถ่ายให้มันสะใจกับทะเลหมอกที่เหลือละกัน วุ๊ย







ละจากกิ่วแม่ปาน ผ่านเจดีย์ชื่อยากๆ กะว่าจะเข้าไปเที่ยวชม เขาเปิด 8 โมงเช้า นี่มันเพิ่งจะ 7 โมง เอ๊า อดอีก ลงไปทานข้าวเช้า ยังดีที่มีโอกาสทำบุญ เพราะ มีพระเดินมาบิณฑบาตร เราถามว่า มีอะไรให้ใส่บาตรรมั้ยคะ พอดีเห็นแพ็คนมวางอยู่ ฉันเลยขอซื้อ แล้วรีบคว้านมกล่องใส่บาตร...พร้อมกับเพื่อนๆ 4 คน ปรากฏว่า พระเดินไปแล้ว เด็กเจ้าของนมลูกแม่ค้า ร้องจ้า เพราะเขาซื้อไว้กิน โถๆๆๆๆ จะได้บุญมั้ยเนี่ย







กลับถึงที่พัก ก็หลับอีกรอบ ตื่นมาอีกที 10 โมงเช้า จากที่คุยกันตอนเมาจะไปแม่ฮ่องสอน เปลี่ยนใจ จะไปแจ้ซ้อน จ.ลำปาง แต่พอเราเดินทางมาครึ่งทาง มีการโหวตอีกรอบ ไม่ไปอีกแระ จะลงไปดูไนท์ซาฟารี

เฮ่อ.... เด๋วมาเล่าต่อละกันนะคะ เพราะมันเป็นการเที่ยวที่ ตามอารมณ์กันไม่ทันจริงๆ





ถ้าจะไปด้วยกัน ก็คลิ๊กเลยคะ



ตอนที่ 1 บ้านม้งดอยปุย ความงามที่เหลือแต่ชื่อ.....(ความเดิม )


Create Date : 30 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 1 ธันวาคม 2548 15:44:37 น. 13 comments
Counter : 892 Pageviews.

 
เป็นทริปที่สวยมากๆเรยจะ
เด็กดอยนี่ก็ปากตรงกะใจจริงๆ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:44:41 น.  

 
รูปสวยมากมายเลยนะคุณ!!
อิจฉาอ่ะ ยังไม่มีโอกาสได้หนีงานไปเที่ยวเลย ชักไม่แน่ใจแล้วว่าการมีงานประจำทำ มันทำให้ชีวิตมีความสุขจริงๆ เฮ้อออออ...............


โดย: tongdigy วันที่: 30 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:45:09 น.  

 
อีกหนึ่งความประทับใจครับ...

วันศุกร์นี้ผมจะไปดอยอินทนนท์เหมือนกัน


โดย: ตะเกียงลาน วันที่: 30 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:54:59 น.  

 
เที่ยวเมืองไทยก็คุ้มแล้วน่ะค่ะที่เที่ยวเยอะเลยค่ะ ชอบหลายรูปเลยค่ะ รูปพระอาทิตย์ขึ้นก็สวยค่ะและท้องฟ้าสีครามงามแต้ๆเจ้า ไม่ได้ชมบรรยากาศของเชียงใหม่มานานแล้วค่ะ
มาเกาะบล๊อคชมเหมือนกันเลยค่ะ


โดย: erina วันที่: 1 ธันวาคม 2548 เวลา:0:18:16 น.  

 
อย่าบอกนะว่าเจ้าของบล๊อกนี้มีพระธาตุจอมทองเป็นพระธาตุประจำปีเกิดจริงๆ

ขอสารภาพว่า ดึกแล้ว อ่านยังไม่จบเลยอ่ะ

แต่จะกลับมาอ่านอีกครั้งให้จบนะคะ สัญญา สัญญา



โดย: My Memory วันที่: 1 ธันวาคม 2548 เวลา:4:55:12 น.  

 
ภาพสวยคะ แต่...สนใจกุ้งเผามาก ๆ เลยคะ


โดย: Angel Tanya วันที่: 1 ธันวาคม 2548 เวลา:11:43:29 น.  

 
สวยมากๆๆๆ
แป๋มไม่เคยไปเหนือเลยจุ
ทะเลหมอกสวยมากๆๆๆๆ
แป๋มไปทะเลจริงๆๆไปสัมมนา


ปล. แป๋มไม่เมามายอะไร
แค่ใช้ 2 คนประคองกลับห้องนอนเอิ๊กๆๆๆ

รูปแป๋มเยอะมากๆๆค่ะคัดรูปทิ้งสัก 2วันก่อนแล้วจะให้ดูนะค่ะเอิ๊กๆๆๆๆ





โดย: หยิ๋งแป๋ม วันที่: 1 ธันวาคม 2548 เวลา:13:21:52 น.  

 
ภาพสวยมากครับ


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 1 ธันวาคม 2548 เวลา:17:00:19 น.  

 
กลับมาอ่านแล้วนะจ๊ะ

น่าสนุกจังเลย

อยากไปเที่ยวแบบนี้มั่งจัง


โดย: My Memory วันที่: 1 ธันวาคม 2548 เวลา:19:29:27 น.  

 
My Memory ...ถ้าเป็นไปได้ อย่าเที่ยวอย่างจุเลยค่ะ ดูเหมือนว่าจะไม่คุ้มค่าเลย น้ำตกข้างทางขึ้นดอยอินฯ ไม่รู้สักกี่แห่ง มันไม่แวะสักแห่ง ทางเดินศึกษาธรรมชาติ เยอะแยะ มันเดินกันที่ไหน
...

เที่ยวครั้งนี้ เปลี่ยนสถานที่กินเหล้าแท้ๆ เลย


โดย: ju IP: 203.114.121.14 วันที่: 1 ธันวาคม 2548 เวลา:20:21:24 น.  

 
อิจฉาๆๆ อยากกินกุ้งย่างแกล้มเหล้า

พระอาทิตย์ขึ้น สวยจังเลย


โดย: ธูปหอมเทียนสว่าง วันที่: 4 ธันวาคม 2548 เวลา:6:02:34 น.  

 
ช่างเป็นแมตช์เปลี่ยนที่กินเหล้าที่ครึกครื้นเสียนี่กระไร


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:20:50:36 น.  

 
ถ้าเรามีโอกาสเดินทางด้วยกัน พี่จะได้ทำใจแต่เนิ่น ๆ

สมบุกสมบันดี

พี่เคยไป 2 ครั้ง แต่หนาวมาก มีแต่หมอก และมองอะไรห่างไป 10 เมตรไม่ได้เลย และไม่สามารถจิตนาการบรรยากาสทิวทัศน์อะไรได้ ไม่เห็นอะไรจริง ๆ


โดย: c (chaiwatmsu ) วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:3:07:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กระจ้อน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แล้ววันหนึ่ง....

เราจะมาพบกัน



เรื่องจริงที่ยังสงสัย บอกได้ชาตินี้เท่านั้น คลิ๊กที่นี่ค่ะ






อัปสรามนตรา คลิ๊กที่นี่ค่ะ


บล็อกที่แล้ว

"อะไรกันนักหนา"




Friends' blogs
[Add กระจ้อน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.