Ain't Just About 'CUTE'
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
>> Funny Games .. หนังเรื่องนี้มัน แรงงงงงงงงงงงงงง



นี่คงเป็นบลอกสุดท้ายแล้วนะคะที่จะได้เจอกัน.. ฮือๆ เศร้า..

.. ก่อนที่จะหายไปพักใหญ่ๆ (~2 เดิอน)

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาเขียนถึงอะไรเลย เนื่องจากไม่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์.. ที่ดูแล้วมีอะไรให้อยากเขียนถึงสักเท่าไหร่..

ได้ดูแต่หนังธรรมดาๆ.. จบแล้วจบเลย

จนเมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้

Funny Games เวอร์ชั่น US

...

หนังเรื่องนี้ เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่ง ที่ขอจัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มของ หนังที่ดูจบแล้ว.. ไม่เป็นอันจะทำอะไร ไปครึ่งค่อนวัน..

จนกระทั่งช่วงเวลา ณ ขณะนี้.. ยังคงตกอยู่ในภวังค์ของความ "อิ้ง" อยู่.. ไม่รู้จะเขียนอะไรดี..

ก่อนอื่น ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่า ยังไม่เคยได้ชม เวอร์ชั่นต้นฉบับ.. เลยไม่สามารถเปรียบเทียบอะไรได้.. แต่ชื่ออีตาผู้กำกับคนนี้ ที่เคยฝากผลงานรับประกันความอิ้งมาแล้วกับ Cache.. ก็พอจะคลำๆแนวทางของหนังออก ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหน

จริงๆ สมควรได้ดูหนังเรื่องนี้ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว.. แต่ด้วยความที่เวลาไม่เอื้ออำนวย เลยพลาดโอกาสนั้นไป..

โชคดี.. ที่มีการฉายรอบสอง (แสดงว่ากระแสตอบรับดี)

เลยได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์การดูหนังที่ "สุดๆ"..

"สุด" แบบที่ว่า ไม่ใช่ประสบการณ์ที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกันได้บ่อยๆแน่นอน



ถ้าจะให้เขียนถึงหนังเรื่องนี้ แบบสั้นๆ .. ก็คงต้องบอกว่า..

เป็นความเยี่ยม - ที่ไม่สมบูรณ์แบบ - แต่มาพร้อมกับประสบการณ์การดูหนังที่ลืมไม่ลง

มาว่ากันเป็นส่วนๆ..

ถ้าจะพิจารณาถึง "การเป็นภาพยนตร์" จะพบว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีองค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ในขั้น "เยี่ยมยอด" เลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็น "ความเยี่ยม" ที่หนังเรื่องนี้ สามารถสร้างบรรยากาศได้กดดันสุดๆ.. ไม่เคยดูหนังเรื่องไหน แล้วอยากให้มันจบเร็วๆแบบนี้มาก่อนเลย.. มันไม่ใช่อาการอยากให้หนังจบเร็วๆ เพราะความน่าเบื่อของมัน .. แต่ด้วยความกดด้นที่เราได้รับจนแทบจะทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว.. ขนาดว่าถึงจุดนึง ที่อยากตะโกนออกมาดังๆว่า กรูไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย..

หลายคนคงได้ยินมาบ้างแล้ว ว่าหนังเรื่องนี้ "ซาดิสท์สุดๆ" (สะกดผิดขออภัย).. แต่ความเยี่ยม.. หรือสิ่งที่ทำให้มันแตกต่างไปจากหนัง "ซาดิสท์" เรื่องอื่นๆ ก็คือ การที่เราสามารถรู้สึกถึงความซาดิสท์ในหนังได้ทุกอณูของรูขุมขน โดยที่มันไม่ได้รับความช่วยเหลือจากองค์ประกอบอื่นๆเลย ไม่มีการฆ่าให้เห็นกันจะๆ.. เชือดให้ดูกันสดๆ.. อย่างที่เราเคยเห็นจากหนังเรื่อง Hostel หรือ Saw.. ซึ่งจริงๆแล้ว พูดได้เลยว่า ถึงในหนังเรื่อง Hostel หรือ Saw จะมีฉากเสียววาบมากเท่าไหร่.. แต่ถ้ามาเทียบกับหนังเรื่องนี้ ความซาดิสท์ ในหนังเหล่านั้น มัน "เดะๆ" ไปเลย..

ส่วนตัวไม่เคยพิศวาสอะไรกับอีตา Haneke เลย.. แต่มาเรื่องนี้ ขอคารวะว่าท่านพี่ "บ้า" ได้สุดๆ .. จริงๆคำว่า "บ้า" อาจจะยังน้อยไป.. มาคราวนี้ พี่แกก็มาพร้อม "การแช่ภาพ" ของแกเหมือนเดิม.. ซีนแต่ละซีน ฉากแต่ละฉาก วางกล้องไว้ที่เดิมนั่นแหละ .. ไม่เคลื่อนไปไหนเลย.. นี่ยังไม่รวมฉาก "breaking the fourth wall" ที่อยู่ในหนัง (ใช้เรียกฉากที่ผู้กำกับจงใจให้ตัวละครหันมาพูด/มองกับผู้ชม) ... ท่านพี่นี่.. กล้าที่จะบ้าจริงๆ ให้ตายสิ

แต่อย่าเพิ่งสบายใจไป .. ถ้าบ้าได้แค่นั้น ก็คงไม่ใช่หนังยี่ห้อ Haneke หรอก.. ไม่ว่าจะเป็น การแช่ภาพ หรือ fourth wall .. ทั้งหมด ถือว่า จิ๊บจ๊อย" มาก.. เมื่อเทียบกับ "รีโมท คอนโทรล".. ใครที่ได้ดูต้นฉบับแล้ว คงทราบดีว่ามันคืออะไร.. ใครที่ไม่เคยดู หนังเข้าเมื่อไหร่ ก็ไปดูซะ.. บ้ากว่านี้ ไม่มีอีกแล้วววววววว.. ผับผ่าสิจอร์จ!
บอกได้อย่างเดียวว่า ฉากนี้.. แทบอยากจะโทรศัพท์ไปหาอีตานี่.. "แกมาฆ่าฉันให้ตายเลยดีกว่าไหม"



หรือในส่วนของการแสดง.. ฝ่าย "ผู้ตกเป็นเหยื่อ".. ก็เยี่ยมยอดเกรดเอกันทุกคน.. สามารถใช้การแสดงเพื่อที่จะสื่อถึงความทรมานที่ได้รับได้ดีทุกคน.. ไม่ว่าจะเป็น Naomi Watts, Tim Roth (ซึ่งจริงๆ ทั้งสองคนนี้ แค่ชื่อก็เชื่อถือได้อยู่แล้ว) หรือแม้แต่หนูน้อย Devon Gearhart.. เสียงกรีดร้องของหนูในฉากนั้น ทำให้ป้าอยากเอากะโหลกชนกำแพงจริงๆ.. เป็นนางงามรักเด็กค่ะ.. ทนดูอะไรอย่างนี้ไม่ได้

ถึงจะใส่อารมณ์กันยังไง แต่ก็ไม่มีสมาชิกนักแสดงในเรื่องคนใดเลย ที่จะใส่อารมณ์มากเกินความพอดี จนหลุดออกมาจากขอบจอหนัง.. ทำให้เราต้องแอบด่าในใจ "อีนี้ กรีดร้องได้แหม..เวอร์ซะ" อย่างที่เห็นได้บ่อยในหนังฮอลลีวู้ดทั่วไป ส่วนหนุ่มโรคจิต 2 คนนั้น ก็แอบจิตซะ ทำเอาฉันจิตตกทุกครั้งที่ได้เห็นหน้า.. อีตา Michael Pitt ไม่เท่าไหร่ เพราะหน้าตาก็แอบจิตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว.. บวกกับฝีมือเยี่ยมยอด ที่เห็นเป็นประจักษ์กับสายตามาหลายเรื่องแล้ว.. หายห่วงไปเลย.. แต่หนู Brady Corbet นี่สิ.. น้องเล่นบท "จิตเงียบๆ" ได้น่าเชื่อเหลือเกิน.. ตอนที่พี่เห็นน้องครั้งแรกในหนังเรื่อง Mysterious Skin ก็แอบชื่นชมอยู่นิดๆว่า เด็กคนนี้ น่ารักแล้วยังจะเล่นดี๊ดี.. เจอน้องเรื่องนี้ พี่คงต้องถอยห่างออกไปสักนิด

แต่กระนั้น ถ้าพินิจพิจารณาให้ดี ก็จะพบว่า หนังมีช่องโหว่อยู่หลายที่ ..

ความบ้าของอีตา Haneke บางทีก็ดูไม่มีเหตุมีผล.. หรือฉันไม่เก็ทก็ไม่รู้นะ.. แต่บางทีมันก็กลายเป็น ส่วนเกินที่ไร้สาระของหนังไป.. มันอาจจะไม่ได้ทำลายหนังทั้งเรื่อง แต่ยังไงซะ มันก็เป็นส่วนที่ทำให้หนังเรื่องนี้ "ไม่สมบูรณ์แบบ"

่ถึงโดยส่วนตัวแล้ว จะเห็นว่า นี่ไม่ใช่หนังที่เพอร์เฟกไปหมดทุกด้าน.. ไม่ใช่หนังที่ไม่มีอะไรให้ติเลย.. แต่โดยรวม เปอร์เซ็นต์ของความดีของหนัง มีเยอะกว่า ส่วนที่แย่ๆของหนัง หลายเท่าตัว



มีอีกสื่งหนึ่ง ที่ในความเห็นของตัวผู้เขียนแล้ว ถือว่า เป็นความดีความชอบหลักๆของภาพยนตร์เรื่องนี้เลย คือ การที่หนังสร้างออกมาในแนว "ซาดิสท์" มีการทารุณโหดร้ายกับตัวละคร ไม่แตกต่างไปจากหนังประเภท Saw หรือ Hostel เลย.. แต่มันไม่มีองค์ประกอบใดๆที่มีอยู่ในหนังประเภทนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นฉากโหดๆ หรือฉากโป๊ฉากเปลีอย..

(ซึ่งถ้าพูดกันจริงๆแล้ว ทุกอย่างมันมีอยู่ในหนัง แต่หนังกลับปฎิเสธที่จะยอมให้คนดูเห็นภาพเหล่านั้น)

เพราะถึงมันจะเป็นหนัง "โหด", หนัง "ซาดิสท์" เหมือนๆกันอย่างไร แต่จริงๆแล้ว หนังเรื่องนี้เป็นอะไรที่ตรงข้ามกับหนังประเภทนั้นโดยสิ้นเชิง หนังเรื่องนี้ก็เหมือนเป็นการเชือด "หนังพวกนั้น" แล้วสับไม่ให้เหลือชิ้นดี.. ทั้งนี้ รวมไปถึงสื่อด้านอื่นๆ (พวกเกมส์วีดีโอ) ที่นำเสนอ "ความรุนแรง" ให้เป็นรูปแบบหนึ่งของ "ความบันเทิง"

หรือถ้าจะพูดให้ตรงๆหน่อยก็คือ สื่งที่หนังเรื่องนี้สื่ออกมา เหมือนเป็นการ "ตบหน้า" ฉาดใหญ่.. กับหนังประเภทนั้น..รวมถึงสังคมที่เพิกเฉยกับสิ่งเหล่านี้ .. ใช่ค่ะ เราๆท่านๆ ผู้ชมคนดูนี่แหละ.. โดนหนังเรื่องนี้ "ตบหน้า" กันหมด.. แรงไหมล่ะค่ะ ท่าน Haneke ของเรา .. กล้าตบหน้าคนดูตัวเองด้วยอ่ะ "สุด" จริๆเลยอีตานี่

Funny Games อาจจะเป็นหนังที่ดูแล้วหดหู่.. แต่สิ่งที่หดหู่กว่า ก็คือ ความเป็นจริงในปัจจุบัน ที่หลายต่อหลายคน รวมไปเด็กน้อยทั้งหลาย ผู้เป็นเหมือนความหวังข้างหน้าของการอยู่รอดของโลกใบนี้ .. ที่เห็นว่า ภาพยนตร์หรือเกมส์ที่มีความรุนแรงอย่างนี้ เป็นแค่ Funny Games .. Haneke สร้างหนังเรื่องนี้ เหมือนจะเป็นคำถามตอกกลับไปว่า Funny Games? Huh? .. สนุกนักใช่ไหม ที่ได้เห็นคนถูกทรมาน .. หนังเรื่องนี้ เหมือนต้องการจะบอกผู้ชมว่า เรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่อง "สนุกๆ" เลย.. เพราะเชื่ออย่างแน่นอนว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร ที่ได้ชมหนังเรื่องนี้แล้ว คงไม่มีใคร จะเดินออกมาแบบสบายตัวสบายใจ.. ยิ่งมีคนเกลียดความโหดร้ายของหนังเรื่องนี้เท่าไหร่.. ยิ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่า หนังเรื่องนี้ ประสบความสำเร็จแล้ว ในสิ่งที่มันต้องการสื่อให้คนดู

Funny Games เป็นหนัง "โหด" ที่ "แร๊งงงงงงงส์"

(โปรดสังเกต ไม่ใช่แค่ "แรง" ธรรมดาๆ.. แต่ แร๊งงงงงงงส์)

และมันก็เป็นความ "แร๊งงงงส์" .. ที่ไม่ไร้สาระ

แต่ก็ต้องยอมรับว่า.. นี่ไม่ใช่หนังที่จะเอามาดูเป็นรอบสองแน่นอน.. ประสบการณ์เฉียดนรกแบบนี้ .. ครั้งเดียวก็เกินพอ..

แต่กระนั้น ก็บอกได้คำเดียวว่า การได้ชมหนังเรื่องนี้ เป็น ประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง

..จริงๆ

A

ปล. ฉากสุดท้าย (ซีนสุดท้ายของหนังเลย) เป็นฉากที่ขอยกตำแหน่งให้เลยว่า เป็นหนึ่งใน ฉากที่ "น่าขนลุก" มากที่สุด เท่าที่เคยดูหนังมา.. แววตาของอีตา Michael Pitt.. อืม อย่างส่อ! ยิ่งเพิ่มความ "ลืมไม่ลง" ให้กับหนังเรื่องนี้ได้อีกเป็นกิโล..


Create Date : 14 พฤษภาคม 2551
Last Update : 14 พฤษภาคม 2551 7:37:18 น. 36 comments
Counter : 15499 Pageviews.

 
แอบมาอ่านแบบข้ามๆกลัวรู้อะไรมาก อิอิ

ผมเนี่ยรู้สึกว่า Funny Games เวอร์ชั่ยแรกเป็นงานของ ฮาเนเก้ ที่ดูวัยรุ่นมาก ผิดกับงานที่เหลือของเขาที่ดูช้าๆและเลือดเย็นกว่านี้ แต่พออ่านๆดูแล้วรู้สึกว่ามันจะเป็นอย่างที่เขาบอกจริงๆ คือเขาจะรีเมคแบบช๊อคต่อช๊อต จึงทำให้ความรู้สึกบ้าพลังและเร้าร้อนแบบนั้นยังคงอยู่

แต่ถึงจะรู้ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยน ก็ยังอยากดูว่าความเก๋าในยุคปัจจุบันของเขา จะทำหนังออกมาในทิศทางไหน


โดย: ต้องบอกด้วยเหรอ วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:56:49 น.  

 
มีน้องคนนึงบอกให้ดู...

แต่กำลังถามตัวเองอยู่ว่า..สุขภาพจิตพร้อมจะดูหรือไม่..เพราะเหนื่อยกับชีวิตตอนนี้เหลือกำลัง...

สงสัยอยู่ว่าตา ผกก.คนนี้คิดอะไรอยู่ ความรุนแรงในโลกนี้มันคงไม่ถึงใจพอกระมัง..และฮอลลีหวูดเอามารีเมคก็เพราะคิดว่า..มันขายได้ชัวร์...ก็คงแค่นั้น

ไม่งั้นหนังเวอร์ชั่นอื่นอย่าง Hidden คงได้รีเมคกันไปแล้ว ..เพียงแต่มันไม่ได้รุนแรงโจ่งแจ้งเหมือนเรื่องนี้ (กระมัง)

น่าจะมาทำหนังที่สามจังหวัดภาคใต้มั่งเนอะ..เหอๆๆ ได้ดูของจริงจะจะไปเรย...



โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:38:46 น.  

 
เหนื่อย เลยล่ะ ตั้งแต่ ฉากหลังจากโรดมูวี่ เเฟเมลี่ ที่ดูอบอุ่นน่ารัก น่าชัง [รู้จักเรื่องนี้ (เวอร์ชันเก่า)จากเพื่อนบล้อกคนนึง เลยหามาดูน่ะครับ เขาว่ามาว่าเป็นหนังที่โหดด้วยความรู้สึกนักเชียว] กับฉากเริ่มเรื่อง ที่ดูจะมีความสุขกับการไปพักผ่อน แต่ตัวหนังสือสีแดงแจ๋ ตัวบาเริ่มเทิ่ม ปะตรงกลางจอ ว่า FUNNY GAMES ซึ่งมาพร้อมกับ เพลง ฮาร์ดคอร์พั้งค์ สุดทีนส์

หลังจากนั้นไม่นาน ทำเอาหืด ขึ้นคอ ! และเหนื่อยและบ่นในใจเหมือนที่คุณจูริง ว่า อยากให้หนังจบไวๆ อึ้งกับ ฉาก "รีโมทฯ" จิงๆ คิดได้งัย วะ อีกนัยนึกก็แอบชอบผู้กำกับ "คิดได้งัย? เจ๋งเป็นบ้า! "

นอกจากเรื่องนี้แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็ไม่ได้ติดตามนัก มี เปียโนทีชเชอร์ ที่ดูไม่จบ (แผ่นสะดุด) ครั้งนึงที่ดูเรื่องนี้ (แต่ไม่จบ) ต่อด้วยฟันนี เกมส์ อารมณ์มันคล้ายกันอยุ่ แต่เรื่องหลัง มันติด อยู่ส่วนลึกของความรู้สึก สมองมันเก็บไว้ดีกว่า เลยจำได้ขึ้น ตา! ติดตา! เหอะๆ ...

สรุปว่า "กลัว! นะ" แต่อยากดูอีก


โดย: haro_haro วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:26:00 น.  

 
อ่าที แรกบอกว่า เป็นบล็อกสุดท้าย ทั้งๆ ที่พึ่งเริ่มทำ
นึกว่าจะหายไปเลยซะอีก อ่า .. อย่างน้อยก็รอได้ฮะ
"แค่" 2 เดือนเอง นานกว่านั้น ก็รอได้ 555 รออ่านน่ะ


โดย: haro_haro วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:31:00 น.  

 
อิจฉาตาร้อนคุณจูริง จริงๆ

เมืองไทยได้ข่าว(หลายกระแส)ว่าโดนถอดโปรแกรมบ้าง ว่าถูกเอาไปแช่ไว้ที่กองเซ็นเซอร์บ้าง

ไม่รู้ว่าจะได้ดูเวอร์ชั่นนี้เมื่อไหร่กันนิ

อันที่จริงตัวผมได้ดูเวอร์ชั่นแรกแล้ว และก็"ลืมไม่ลง"สุดๆ เช่นกัน
และก็ไม่ถึงขนาดอยากดูซ้ำอีก

แต่พอได้ข่าวว่าฮาเนเก้ มันบ้าจะรีเมคแบบช็อตต่อช็อต อยู่ดีๆ ก็อยากลองดีดูอีกสักรอบซะงั้น (เวอร์ชั่นแรกได้ดูไป 2 รอบแล้วอ่ะ)

อิอิ ถึงจะอิจฉาที่ได้ดูก่อน
แต่ดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ Funny Games ครับ

หนังที่ใครต่อใครลืมไม่ลงจริงๆ......


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:15:33 น.  

 
^
^
หายไปนาน เลยนะพี่
บล็อก ก็ ไม่ทำแล้วซะงั้นง่ะ


โดย: haro_haro วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:40:49 น.  

 
+ หุๆ พี่ก็ได้ยินกิตติศัพท์เรื่องนี้มานานแสนนาน จนถึงแม้แทบจะถูกสปอยล์ไปหลายต่อหลายครั้ง (คุณจิงรู๋ เขียนเก่งจังอ่ะครับ สื่ออารมณ์ความรู้สึกออกมาได้อย่างครบถ้วน โดยเกือบจะไม่สปอยล์เลยนะเนี่ย ) แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีโอกาสได้ชมหนังเรื่องนี้อย่างเต็มๆ ตาซะทีอ่ะครับ

+ เมืองไทย ก็อย่างที่น้องคำห้วนฯ ว่าไว้ว่า มันหายไปอยู่ใต้คมกรรไกรเซ็นเซอร์ หรือถูกแบนไปแล้วก็ไม่รู้ เพราะข่าวคราวเงียบหายไปเฉยๆ ซะงั้น จากตอนแรกที่ว่าจะเข้าฉายแน่ๆ ถึงขนาดค่ายเมเจอร์ มีตั๋วฟรีให้ชาวบ้านเตรียมไปชมกันแล้ว (ฝ่าย PR เอาอะไรคิดนั่น! จะฆ่าคนตายในโรงหนังรึไง ... คนที่ชอบหนังตลาด คงออกมาก่นด่าหนังไม่เหลือดีแน่ )

+ ตา ไมเคิล พิตต์ นับวันชักจะแสดงบท 'จิต' ขึ้นทุกวันแล้วเนาะครับ เสียดายพี่ยังไม่ได้ดู Last days แต่ก็เห็นความใจกล้าบ้าสุดๆ ของเค้ามาตั้งแต่ The dreamers แล้วอ่ะครับ

+ ว้า! แค่เจอคำแรกว่า 'บล็อกสุดท้าย' นี่ ใจหายแว้บเลยนะครับเนี่ย พอบรรทัดถัดมา บอกว่าหาย (แค่) 2 เดือน เลยค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย
... ก็เข้าใจนะครับ เพราะคนเราก็ต้องมีช่วงยุ่งเหยิงติดภารกิจด้วยกันทั้งนั้น ว่างและสบายใจเมื่อไหร่ ก็ค่อยกลับมาอัพบล็อกใหม่นะคร้าบ อย่างน้อยๆ ก็มีพี่และอีกหลายๆ คนข้างบน ติดตามอ่านประสบการณ์การดูหนังดีๆ (และหนังแปลกๆ ที่ไม่มีโอกาสได้ชมที่เมืองไทย) ของน้องจิงรู๋อยู่นะคร้าบ
... แล้วจะรอการกลับมา ครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:53:23 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อยากดูโว้ยยย


โดย: merveillesxx IP: 58.8.122.71 วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:7:47:25 น.  

 
อยากดูจังเลยครับ แค่หน้าตาตัวโกงก็กินขาดแล้วครับ 55+


โดย: ปลาตะเพียนโออิชิ วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:3:21:52 น.  

 
แหม ไม่แวะมาเลยน้าา

ซื้อแล้วๆ เรื่องนี้ แต่ก็คงรอกลับไปก่อนถึงจะได้ดูอะน่ะ (ซื้อ satantango มาทดสอบความอดทนในการดูหนังด้วย หุหุ ต้องลองๆ)

ดีน่ะที่ไม่ได้อยู่เสฉวน ไม่งั้นสงสัยไม่รอด เฮ้อออ ชีวิตมนุษย์มันช่างเปราะบางเสียนี่กระไร


โดย: BloodyMonday วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:59:58 น.  

 
I'm not There ได้ c+ เลยเหรอ โว้ว เห็นต่างกันเลยนะเนี่ย

ไม่รู้จะเขียนถึงยังไงดี ความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้มันคลุมเครือจริงๆเลย


โดย: BloodyMonday IP: 124.120.66.15 วันที่: 18 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:25:41 น.  

 
แวะมาขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมที่ Blog ครับ จริงๆที่หายหน้าหายตาจาก Blog และกระทู้พันทิพ ก็ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ ไปรายงานรายได้หนังอยู่ที่ เว็บ cinemagonline นั่นแหละ เลยไม่ค่อยได้เข้าไปตั้งกระทู้รายงานรายได้หนัง Box Office Thai ในพันทิพ

พอดีใช้เวลาหยุด 3 วัน Update Blog เป็นการใหญ่ครับ ไม่อยากให้เป็นดินพอกหางหมูน่ะ


โดย: JasonSจัง!!! IP: 124.120.180.5 วันที่: 19 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:39:24 น.  

 
เขียนเสร็จแล้ว เฮ้อ เหนื่อย..

จะว่าลำเอียงเข้าข้างหนังที่เกี่ยวกัับดนตรีก็ได้น่ะ แต่เราชอบจริงๆเลย ให้ตายสิ


โดย: BloodyMonday วันที่: 19 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:59:20 น.  

 
เคยดูเวอร์ชั่นต้นฉบับ เลยเฉยๆ กับของใหม่
แต่ถ้ามีโอกาสก็คงดูอ่ะครับ

ไม่รู้จะได้ฉายเมื่อไหร่


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:59:39 น.  

 
น่าดูค่ะ แค่ naomi watts VS Tim Roth นี่ก็ การันตีได้จริงๆ

ป.ล.ลูกชายไปบวชเณรมาค่ะ ช่วงปิดเทอมเดือนเมษา 10 วัน


โดย: ม่านฟ้านาคราช วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:44:35 น.  

 
+ อ่านจากอาการที่บรรยายมาแล้ว น้องจิงรู๋ น่าจะเป็นโรคช็อปเปอฮอลิค นะคับนั่น อุๆ เหมือนเพื่อนพี่คนนึงเลยอ่า คือแบบว่าเห็นอะไรแล้วอยากซื้อไปหมด ถ้าไม่ได้ช็อปฯ ก็จะรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านอ่า

+ เหมือน Funny games remake จะมีชื่อขึ้นในตารางฉายล่วงหน้าของไทยอีกแล้วนะคับพี่น้อง คราวนี้เลื่อนไปเป็น 3 กรกฎาคม ก็ขอให้ได้เข้าฉายในโรงจริงๆ เหอะนะ พลีส อยากดูใจจะขาดรอนๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:45:31 น.  

 
เหมือนกันๆ รู้สึกเฉยๆกันอินดี้ภาคใหม่นี้ ให้ความรู้สึกเหมือนเราดู outtake ของภาคก่อนๆมายำรวมกันเลย ยกเว้นฉากที่ไล่กันในป่านะ เราว่ามันสุดยอดจริงๆ แบบว่าไม่ได้เห็นฉากต่อสู้ ที่ดูแล้วตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจขนาดนี้มาตั้งนานแล้วนะเนี่ย

ถ้าให้เรียงความชอบน่ะ 1 > 3 > 4 > 2


โดย: บลัดดี้... IP: 124.120.67.138 วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:02:36 น.  

 
ไม่กลัวสปอยด์ เพราะได้ยินว่าเวอร์ชั่นนี่รีเมคของเก่าแบบช็อตแต่ช็อต แต่อาศัยได้ดาราดังๆมาเล่นแทนคนเก่า จริงๆผมไม่ค่อยอยากดูเท่าไหร่หรอก เพราะคิดว่ามันคงไม่มีอะไรต่างจากเดิมนัก ส่วนตัวดูต้นฉบับแล้วยอมรับว่าหนังดีมาก แต่ดูแล้วอึ้งแดร๊กกก มันทำไปด้ายนะลุงง ฮาเนเก้ ( ไม่ฮานาก้าเลย ) เป็นหนังดีที่ผมพูดเต็มปากว่าผมไม่ชอบ เพราะมันร้ายและหม่นเกินไป


โดย: joblovenuk วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:29:32 น.  

 
หายไปจริงๆด้วย


โดย: BloodyMonday วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:32:55 น.  

 
How do ya know I won't mind? haha...

Anyway, good to know you're back! (kind of...)

And thanks for such an impressive & fun review (so, u wanna kiss that "Barnes" guy, right? 55+). Actually, I haven't seen it yet, but a lot of my friends said that its quality just barely adequate. And just like u, they said that all the actions were much improved, but (so-called) "magic" was totally gone. So...what's magic anyway? Maybe my friends just wanna sound cool (55+). And maybe I have to check it out by myself once and for all.


โดย: BloodyMonday วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:52:03 น.  

 
มาเยี่ยมครับ มาติดตามคุณจูริงครับ อิอิ


โดย: ปลาตะเพียนโออิชิ วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:00:23 น.  

 
Hey! Just dropping some comment...

Let me remind u, I have yet to see that film, so this comment is purely based on my opinion haha...

Well, I can see ur point about "the magic", and I think I have to agree with u on this one. Maybe "the magic is gone" also means that the film is not so wondrous in the second time around. It's like when I first saw the original three Star Wars and I thought "This is such a groundbreaking!" And then Lucas decided to make another three sequels which I think it's completely unnecessary. I mean it's the same characters and environment that we used to see but, as I said, the magic was gone.

So that's bring to the conclusion about my friend's comment and urs. U said that it's bare a resemblance to LOTR's epic proportion. Maybe my friend linked his vision between those two franchise and thinking that he had seen it all before. Why bother to see them again?

Lastly, in my not-so humble opinion (haha..), I think this franchise will not go very far (I heard that Disney will only goes for 3 films). By the way, have u read those Narnia books? For me, I gave up around 3/4 of the first book (haha...). It's just not my cap of tea. If I have to read fantasy novels, I will always choose Douglas Adams's awesome books every time.


โดย: BloodyMonday วันที่: 1 มิถุนายน 2551 เวลา:11:08:47 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ
หายไปเลยนะคะ รออัพ บลอกหนังเรื่องใหม่อยู่ค่ะ
happy Monday


โดย: ม่านฟ้านาคราช วันที่: 2 มิถุนายน 2551 เวลา:12:20:12 น.  

 
+ ลืมมาชวนน้องจิงรู๋ไปอ่านหน้าที่แล้วของพี่เลย (เพราะเกี่ยวกับหนัง - แต่ตอนนี้อัพหน้าใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว) ... ถ้าสนใจอยากตามไปอ่าน จะอยู่ที่กรุ๊ป (ตั้งใหม่ - อยู่ล่างสุด) ชื่อ "เบ็ดเตล็ด...เกร็ดหนัง" ที่บล็อกพี่นะครับ บล็อกอันล่าสุด พี่จะจับเอาหนังดังๆ ที่มีดาราเด็กเป็นตัวชูโรงมารำลึก โดยบางคนก็โตขึ้นมาดังเปรี้ยง, บางคนก็มีงานบ้าง แต่ไม่ดัง หรือบางคนก็หายสาบสูญไปเลย ... ถ้ามีเวลาว่างก็ไปอ่านเล่นหนุกหนานๆ แก้เซ็งได้นะครับผม
... อ้อ ขอบคุณหลายสำหรับการไป 'ลอง' broadcast ในเฟรนด์ฟล็อคนะครับ เด๋ววันหน้าต้องลองเล่นบ้างแล้นอ่า


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 4 มิถุนายน 2551 เวลา:11:43:57 น.  

 
Sex and the City โดนหมอกลงจ้ะ
โชคดีไปดูรอบสื่อมา รอด
(แต่รอบเปิดตัวที่มีไฮโซมาดูเยอะๆ ไม่รอด ฮ่าๆ)


โดย: nanoguy IP: 161.200.31.245 วันที่: 6 มิถุนายน 2551 เวลา:15:47:56 น.  

 
ช่วงนี้แปลกไม่ยักกะมีหนังเรื่องใหนอยากไปดู Juno เกือบได้ไปดูแล้ว แต่แฟนไม่แฮปปี้ ก็เลยอดไปตามระเบียบ ช่วงนี้ดูแต่หนังแผ่น ไม่รู้จะมีใครมากัดอีกหรือป่าวว่า ทำไมไม่ไปดูหนังโรงเลย อิอิ


โดย: joblovenuk วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:13:44:42 น.  

 
ช่วงนี้ไม่ได้เข้าไปดูหนังเลย ทำแต่งานๆๆๆๆ อิจฉาคนที่ได้ดูหนังบ่อยๆจัง


โดย: pooktoon วันที่: 9 มิถุนายน 2551 เวลา:12:56:36 น.  

 
ไง ได้ดูสี่ป้ามหาภัยแห่งนิวยอร์คยัง

สำหรับเรา พอได้รู้ว่ามันถูกทายาหม่องในโรงหนัง ก็เลยตัดสินใจรอดูแผ่นดีกว่า


โดย: BloodyMonday วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:12:46:40 น.  

 
เคยดูต้นฉบับครับ แล้วก็นั่งอึ้งไปอีกวันหนึ่งที่เหลืออย่างที่เจ้าของบล๊อกว่า
หลังจากเรื่องนี้ก็ตามหาหนังเค้ามาดูตลอด อย่าง code unknown (กับ long take ระดับเทพ-ในปีนั้นนะ) แล้วก็ time of the wolf (หนังหดหู่ของโลกอนาคต) ซึ่ง 2 เรื่องก็ให้อารมณ์จิตตกได้ไม่เท่ากับ funny game ได้

ผมก็กลัวว่าการที่เอามา remake แบบ shot by shot จะแย่เหมือนที่เอา phycho มา remake น่ะ -- เก็บมันไว้อย่างเดิมจะดีกว่าน่ะนะ


โดย: metrologo วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:15:43:40 น.  

 
เพิ่งได้ดูค่ะ...ดูจบแล้วคลื่นไส้เลยอ่ะ
กดดันมากๆ T-T

แต่ฉากรีโมทนี่เจ๋งจริงๆ เจอฉากนี้เข้าไปเล่นเอากรี๊ดแตกเลยค่ะ 555

ปล. ขออนุญาตเอารีวิวพี่ไปลง space นะคะ อ่านแล้วชอบมาก ^^


โดย: Zhen_x2 IP: 168.120.85.55 วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:23:41:04 น.  

 
ผมดูได้ค่อนเรื่องแล้ว เดี๋ยวจะดูต่อครับ

ดูแล้วอยากฆ่าไอ้สองตัวนั่นจริงๆ ครับ

ปล.เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่ามีผัวแก่


โดย: esperman IP: 118.172.105.165 วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:3:36:01 น.  

 
อยากดูม่างจัง หาที่ไหนได้อ่ะคะ


โดย: Angelic IP: 58.9.171.199 วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:12:51:35 น.  

 
เพิ่งดู Version เยอรมันจบ
มันแรงจริงๆ


โดย: คนขับช้า IP: 203.130.145.98 วันที่: 5 มกราคม 2552 เวลา:22:17:49 น.  

 
เมื่อสักครู่ ได้นั่งดู (เวอร์ชั่นเยอรมัน) พร้อมกับเพื่อน แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว
มันกดดันมากกกกกกกกกก
สำหรับหนังเรื่องนี้ ต้องทำใจก่อนจะดูจริงๆ
(ทนไม่ไหวจนต้องเลิกดูกลางคัน แล้วมานั่งเซิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลยทีเดียว แถวตอนดู ยังดูไปด่าไป หาว่าคนที่ดูเรื่องนี้ได้ต้องจิตจิงๆ ตอนนี้รุละ ว่าคนที่ดูเรื่องนี้ได้ต้องเข้มแข็งจิงๆแต่ก้อแอบจิตด้วยนิดนึงแหละ)
สรุปหนังสนุกค่ะ! ไว้ถ้าพร้อมจะดูอีกครี่ง ...


โดย: Natcha* IP: 183.89.75.135 วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:1:54:06 น.  

 
กากกากากาากากกากากาากากากากาากากากากาากากากากาาากกาากากากกาากกาากากกากากาากกาากากากากากากากากากากากากาก


โดย: fddgdfgrfff IP: 171.7.125.245 วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:30:42 น.  

 
บังเอิญผมดูจากจานดาวเทียม ยอมรับว่าอึดอัดแต่ก็ดู ทำไมไม่สามารถลุกออกจากเก้าอี้ได้เลย รู้สึกบีบเข้นมาก ยิ่งตอนรีโมท โอโฮ พอดูจบอึ่งไปพักใหญ่ ก็เลยลองหาข้อมูลเรื่องนี้ ผมว่ามันบอกว่าบทสรุปบ้างครั้งก็ไม่ได้เป็นตามที่หวังเสมอไป และมันก็เป็นสิ่งธรรมดาที่สุดที่เราต้องพบเจอ


โดย: น้องใหม่ IP: 124.121.138.114 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:22:42:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จูริง
Location :
Cairo, Egypt

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนดูหนังธรรมดาๆคนหนึ่ง

แต่ชอบดูมากๆ

เฉลี่ยแล้ว ดูหนังวันละ 1.2536 เรื่อง (เวอร์)

TOP 10 OF 2009 .. as of Jul. 21
1. Revanche
2. Lake Tahoe
3. Anvil! The Story of Anvil
4. Du levande (You, The Living)
5. Üç maymun (Three Monkeys)
6. L'heure d'été (Summer Hours)
7. Up
8. Forbidden Lie$
9. Tokyo Sonata
10. Harry Potter and the Half-Blood Prince

TOP 10 OF 2008 .. FINAL!!
1. Waltz with Bashir
2. Wendy and Lucy
3. Man On Wire
4. Dear Zachary: A Letter to a Son About His Father
5. Paranoid Park
6. The Edge of Heaven
7. Young@Heart
8. Happy-Go-Lucky
9. Hunger
10. Let the Right One In
Friends' blogs
[Add จูริง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.