มิถุนายน 2560

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
Day 7&8 (Muine,Guchi,Hochiminh) Bye Bye Vietnam








Day 7 (Muine)

ด้วยเมื่อคืนเราไม่มีเวลาพอที่จะจองทัวร์ไปมุยเน่วันนี้เราทั้ง 2 จึงต้องตื่นกันแต่เช้าเพื่อไปซื้อทัวร์ เพราะทัวร์มุยเน่จะต้องออกกันแต่เช้าค่ะ

ออกมาจากห้องก็ 7 โมงแล้ว ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้กินกัน

ทีแรกจะซื้อของ The Sinh Tour เจ้าเดิมที่เราได้นั่งรถไปซาปาแต่วันนั้นเต็ม เลยไปได้ทัวร์ของ Vietsea ซึ่งเราไม่ค่อยพอใจพนักงานขายนะเข้าใจว่าเราถามเยอะ แต่การแสดงท่าทางว่าไม่พอใจที่เราถามเยอะแล้วไม่ซื้อทัวร์นี้แบบ... ทีแรกเราอยากได้ทัวร์ที่ไปและกลับในวันเดียว แบบเสร็จทัวร์ 4 โมง กลับ 5 โมงแบบนี้ แต่เขาพยายามบอกว่าไม่มีรอบรถ รถกลับจะประมาณ 4 ทุ่ม หรือเที่ยงคืนแล้วมาเช้าที่โฮจิมินห์ คือแล้วเวลาระหว่างนั้นเราจะไปอยู่ไหนอ่า แล้วอีกอย่างเราเคยอ่านว่ามีรถประมาณ6 โมง ไง เราก็เลยปฏิเสธไม่ซื้อ เขาก็ชักสีหน้า เลยซื้อแค่ตั๋วขาไปมุยเน่ บวกทัวร์มุยเน่แต่ไม่รวมรถจิ๊ปขึ้นทะเลทรายขาว ส่วนขากลับเราก็เลยเดินหาร้านอื่นๆ แต่ไม่มีค่ะเลยคิดว่าคงจะต้องกลับเวลาที่เขาบอกแน่ๆ ก็เลยเดินกลับมาจะซื้อตั๋วขากลับเพิ่ม แต่ปรากฏว่ามีรถรอบ6 โมงครึ่งค่ะ ซึ่งทางพนักงานอีกคนเป็นคนเช็คให้ เราก็เลยได้กลับในเวลาที่ต้องการ เพราะต้องการกลับมาพักผ่อนก่อนที่จะเดินทางไปอุโมงค์ค์กู๋จีในอีกวันหนึ่งเราเลยถามเรื่องอุโมงค์กู๋จี สำหรับพรุ่งนี้ แล้วซื้อทัวร์อุโมงค์กู๋จีจากที่นี่เลยเช่นกัน

สรุปวันนี้จัดการทัวร์สำหรับ 2 วันเลย คือ

Day 7 - รถทัวร์ไปมุยเน่ 8.00 น. - 12.00 น. ราคา107,000 ดอง

-ทัวร์มุยเน่ เริ่ม 13.00 น. – 17.00 น. (แฟร์รี่สตรีม หมู่บ้านประมง ตลาดปลา ทะเลทรายขาวทะเลทรายแดง) ราคา 410,000 ดอง

-รถทัวร์กลับโฮจิมินห์ 18.30 น. – 22.30 น. ราคา 105,000 ดอง

Day 8 - ทัวร์อุโมงค์กู๋จี Half day trip ไป 7.45 น. กลับถึงโฮจิมินห์ 13.30 น. ราคา 180,000ดอง

หลังจากจัดการเรื่องทัวร์เสร็จก็เหลือเวลาทานอาหารเช้าอีก10 นาที รถนัดตอน 7.50 น. ดีนะที่เราซื้อโอนิกิริที่ Family mart แล้ว เลยไม่หิวแต่เพื่อนเรามันหิวมาก กินข้าวเสร็จใน 10 นาที

แต่แล้วรถก็เลทจนเกือบ 8 โมงครึ่ง

หลังจากนั่งรถมาเกือบๆ ครึ่งทางรถก็จะแวะให้เข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว เราหิวมากตอนนั้น เลยจัด Banh mi (อีกแล้ว)เอาขึ้นมากินบนรถเลยจ๊ะ กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย


เดินทางมาครึ่งวัน หลับๆ ตื่นๆก็มาถึงมุยเน่ แต่รถแม่งจอดเลยร้านที่เราบุ๊คไว้กับพนักงาน Vietsea เดินย้อนมาโคตรไกล เดินเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแบบชายทะเลไง อากาศร้อนสุดๆ บ่นๆๆๆ

เดินมาถึงร้านที่บุ๊คไว้ ก็แจ้งเขาเสร็จสรรพ ตอนนี้เวลา 12.00 น. ค่ะ เหลือเวลาอีก 1 ชม.เราเลยไปกินข้าวกลางวันกันก่อน (ว่างไม่ได้ กินตลอดดด กลับไทยใครว่าผอมเดินหนักขนาดนี้ น้ำหนักขึ้นจ๊ะ - -!)

เฮ้ย ร้านนี้กับข้าวเขาอร่อยอ่ะกินไม่เหลือข้าวสักเม็ดคิดดู



พอใกล้ๆเวลาเราก็เลยเดินไปที่ร้านที่บุ๊ครถ แล้วรอรถจิ๊ปมารับค่ะ พอรถมาเราก็เริ่มสตาร์ททัวร์มุยเน่เลย Let’sgo!

ที่แรกที่ไป คือ Fairy stream 




อารมณ์เหมือนลำธารตื้นๆน้ำแค่ข้อเท้าถึงน่อง น้ำไหลตลอดเวลา แล้วให้เราเดินไปเรื่อยๆ ตามทางน้ำ ก็จะเจอกับเนินทะเลทราย ประมาณนี้


เนินทรายจะยาวตลอดทาง แต่กลิ่นไม่ค่อยสดชื้น เพื่อนเราไม่ลงค่ะ ชีเป็นแผลที่เท้าเราก็เลยเดินคนเดียวชิลๆ ไป ใช้เวลาประมาณ 30 นาที


ที่ต่อมาคือตลาดปลาและหมู่บ้านประมง กลิ่นสุดยอด กลิ่นคาวปลา เราพักถ่ายรูปกันแค่ 5-10 นาที เพราะทนกลิ่นไม่ไหว หน้ากากที่เอามาก็ไม่ได้ช่วยอารายเลย




ที่ถัดมา คือ ทะเลทรายขาวค่ะ 


อยู่ไกลออกไปขับรถมาไกลมาก แต่เป็นสถานที่ที่แบบ Surprise มากๆ คือไม่เคยเห็นทะเลทรายไง เลยตื่นเต้นเป็นพิเจษแล้วแบบเป็นสถานที่ที่กว้างขวางมากๆ 


ฝั่งหนึ่งมีทะเลสาบ ฝั่งหนึ่งติดทะเล โอ้ยแต่ใครจะเดินไปถึงทั้งหมดล่ะ แล้วให้เวลาตรงนี้แค่ 1 ชม.แต่เราว่าเราอยู่นานกว่านั้นนะ 555 เกือบ 2 ชม.


ที่นี่ถ้าคนมีเงินพอก็จะเช่ารถจิ๊ปให้ขับเที่ยวจะเที่ยวได้ทั่วถึงแต่เราไม่มีเงินไง เข้าโหมดประหยัดค่ะ ก็คันละ 800,000 ดอง อ่ะ 2 คน ก็แบบ หารกันก็ยังแพงอยู่ เลยเดินค่ะ เดิน เดินนนน


เราก็เลือกกันว่าจะไปฝั่งไหนแค่ฝั่งเดียว ก็ตัดสินใจว่าไปฝั่งทะเลสาบเพราะใกล้กว่า


เมื่อรองเท้าสัมผัสทราย มันนิ่มมากแต่ทะเลทราย ก็ไม่มีต้นไม้ไง ก็ร้อนมากไง ผิวไหม้รอบที่ 8 ดีนะที่มีลมมาเบาๆพอให้คลายร้อน


แต่เมื่ออยู่ฝั่งทะเลสาบจนเบื่ออยากไปทางฝั่งทะเลบ้าง แต่เวลาคงไม่พอ เราเลยเดินไปกันได้แค่ครึ่งทาง ขึ้นเนินทรายได้อีกลูกเดียว(ก็ยังเดิน)




เสร็จจากตรงนี้ก็บ่าย 4 โมงกว่าๆอ่ะ ทำเอาคนขับรถมองบนแปล็บบ

จากนั้นเราก็มากันต่อที่ทะเลทรายแดงเป็นที่สุดท้ายของวันนี้ ที่จริงจะมีไปอีกที่แต่เราเสียเวลาที่ทะเลทรายขาวมากไปหน่อย เลยอด เราก็จำไม่ได้ว่าที่ไหนด้วย แฮะๆ


ทะเลทรายแดง สีทรายก็แดงๆที่นี่กลิ่นสาบแรง เราชอบทะเลทรายขาวมากกว่า


กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวบางคนมักเล่นคือ แผ่นกระดาน คือ นอนราบคว่ำไปกับแผ่นกระดานแล้วปล่อยตัวลงมาจากจุดเนินเขาสู่พื้นด้านล่าง ลงมาถึงทรายก็คงจะเต็มปากเต็มจมูกเลยมั้ง 55



เราเดินถ่ายรูปกันสักพัก ก็กลับค่ะ

คนขับรถพาเรามาปล่อยไว้ที่รอขึ้นรถกลับโฮจิมินห์เสร็จทัวร์แล้วมาถึงนี้ก็ 5 โมงกว่าๆ เรายังต้องรอรถอีก 1 ชั่วโมง นั่งรอวนไป ตบยุ่งบ้างเอาทรายออกจากรองเท้าบ้าง

และแล้วก็ได้เวลากลับโฮจิมินห์บนรถเราหลับกันยาวเลย

รถจอดที่เดิมที่เราขึ้นรถ ซึ่งเดิน2 นาที ถึงโรงแรม มาถึงแล้วหิวมากๆ เลย เราก็เดินหาของกินกัน แต่ด้วยแถวนี้มันเป็นย่านท่องราตรีไงอาหารก็แพงๆ ทั้งนั้น เราเลยไปตายรังที่Family mart ฉันรักเธอ ซื้อกลับไปกินที่ห้อง 

หน้าตามื้อดึก อันนี้สำหรับ 1 คน นะ เอิ่ม เหมือนอดอยาก


จบจากมื้อดึก เราต้องขอตัวไปพักผ่อนอีกวันพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าอีกแล้ว วันสุดท้ายที่เวียดนามกับการไปเที่ยวอุโมงค์กู๋จี

------------------------------------------------

Day 8 (Final Day TT)

ตื่นแต่เช้าอีกหนึ่งวัน เพื่อมุ่งหน้าตรงสู่อุโมงค์กู๋จี วันนี้เราเลือกเป็นทัวร์ Half day ซึ่งไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ด้วย ที่ซื้อไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน

เช้านี้ ตื่นนอน เตรียมตัวพร้อม เอากระเป๋าไปเลย เพราะจะไปฝากที่บริษัททัวร์ และเราก็ฝากท้องที่ Family mart ที่รักอีกครั้ง ถูกอร่อย ได้เยอะ 555

ระหว่างรอรถทัวร์มารับ เออ พี่ทำได้ไง?


ถึงเวลารถก็มารับ แต่ก็เลทไปนิดหน่อย 

ระหว่างที่อยู่บนรถ บางครั้งเราก็หลับ พอเดินทางมาถึงเกือบ 1 ชั่วโมง รถก็จอดให้เราทำธุระส่วนตัว ตรงนี้เป็นโรงงานทำของที่ระลึกค่ะ 


เราเห็นแล้วตื่นเต้นมาก แต่ไม่มีเงินจะช่วยซื้อ เพราะราคาค่อนข้างสูง การทำประณีตมาก ใช้ฝีมือคนทั้งนั้น แล้วของที่มาทำไม่น่าเชื่อว่าเป็นเปลือกไข่ เปลือกหอยเลย

คุณลุงในภาพแก่มากค่ะ ไม่มีฟันแล้ว แต่ฝีมือประณีตสุดยอด


ใช้เวลาที่นี่เกือบ 1 ชั่วโมง เขาให้เราดูทุกขั้นตอนการผลิต จนสุดท้ายไปจบที่ห้องสินค้าสำหรับขาย ตรงนี้ดูๆ ไป ไม่ได้ซื้อนะ

แล้วเราก็นั่งรถมาต่อ

ที่อุโมงค์กู๋จี 

เราลืมบอกไปอย่างหนึ่ง คือ ตอนซื้อทัวร์มันไม่ได้รวมตั๋วเข้านะ ก็เลยต้องเสียค่าเข้าคนละ 90,000 ดอง เอง ซึ่งที่นี่ถือว่าคุ้มมาก

อุโมงค์กู๋จี เป็นเหมือนป่าที่ค่อนข้างแห้ง มาถึงไกด์ก็พาเราไปนั่งฟังบรรยายก่อน เกี่ยวกับประวัติอุโมงค์กู๋จี ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่หลบภัยยามสงคราม ห้องต่่างๆ ใต้ดินถูกแบ่ง และทำท่อไม้ไผ่ขึ้นมาสู่ด้านบนพื้นดินเพื่อเป็นที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทเข้าไปยังภายใน

หลังจากฟังบรรยายเสร็จเราก็เดินชมกัน 2 ข้างทาง บางช่วงก็จะเป็นรูปปั้นต่างๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งอดีต

บางฉากก็จะอยู่ในห้องใต้ดินบ้าง อยู่บนพื้นดินบ้างค่ะ



อันนี้เป็นการจำลองกับดักต่างๆ ที่ชาวบ้านสร้างขึ้นเพื่อป้องกันข้าศึก


มันก็ดูน่ากลัวนะ บรื่ออออ

แล้วก็เป็นการจำลองเครื่องแบบทหารเวียดนามทั้งหญิงและชาย ห้องพยาบาล หรือห้องประชุมใต้ดิน


เรามีโอกาสลงไปข้างในอุโมงค์ ซึ่งทางเดินข้างล่างมันค่อนข้างจะอึดอัด เพราะไม่สามารถเดินเยียดหลังตรงได้ ต้องเดินก้มๆ ไปตลอดทาง และด้วยความที่เราไม่ชิน บางครั้งการหายใจก็ลำบากเหมือนกันนะ นี้เขาต้องอยู่กันแบบนี้สมัยก่อน น่านับถือมาก แต่เราก็คิดว่าคนสมัยก่อนเขามีหัวคิดดีมากเลยนะ สร้างมาได้ขนาดนี้ ขนาดเราโตมาขนาดนี้ยังไม่ได้คิดแบบนี้เป็นเลย


ทางลงแรกที่ไกด์ให้ลงคือทางลงแบบนี้ แต่ตอนเราลงพื้นที่ข้างตัวเหลือเยอะนะ มันน่าสนุกมากอ่ะ ตื่นเต้น เราไม่กล้าเอารูปเราให้ดูเลย สภาพหน้าไม่ไหว 555

อันนี้คือทางใต้ดิน ซึ่งต้องก้มไปตลอดทาง...


หลังจากการทัวร์จบลง ก็มีการให้ชิมอาหารที่ชาวบ้านเขากินกันสมัยก่อน มันเหมือนมันเผาจิ้มน้ำตาลอ่ะ เราไม่ได้ถ่ายรูปมา เสร็จแล้วที่สุดท้ายที่ขาดไม่ได้ คือ เขาก็ต้องพาพวกนักท่องเที่ยวไปร้านขายของที่ระลึก เราก็ได้สร้อยข้อมือกลับมา ถือว่าอุดหนุนล่ะกัน มันไม่แพงด้วย

หลังจากเสร็จก็มีไปสนามยิงปืนค่ะ ตอนนี้ไม่สนุกแล้วเพราะเสียงปืนดังมากๆ ตกใจตลอดเลย

พอจบจากสนามยิงปืน เรายิงตรงกับโฮจิมินห์ ถึงโฮจิมินห์ประมาณบ่าย 2 กว่าๆ

ทางไกด์ได้สอบถามว่าใครจะลงระหว่างทางเพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีก ซึ่งเราก็เลือกตัวนี้ แล้วรถก็ไปจอดตรงพิพิธภัณฑ์สงคราม ซึ่งต้องเสียค่าเข้าชม แต่เรา 2 คน ไม่เข้าค่ะ เดินๆ ดูรอบๆ บริเวณพอ อิอิ

ซึ่งการเยี่ยมชมโฮจิมินห์เราก็เดินกันอีกเช่นเคย

ที่ต่อมาที่ไปกัน คือ ไปรษณีย์กลาง เราจะไปส่งไปรษณีย์กลับบ้านเรา (ตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับไปรษณีย์) ปกติเวลาเราไปเที่ยวเราจะส่งไปรษณีย์กลับไปให้แม่ค่ะ 

ไปรษณีย์กลางมีขนาดใหญ่มากๆ เลย และนักท่องเที่ยวมาที่นี่เยอะมาก



หลังจากส่งไปรษณีย์เสร็จเราก็ไปโบสถ์นอเธอร์ดัม ที่ใหญ่ที่สุดในโฮจิมินห์กัน ซึ่งออกมาจากไปรษณีย์กลางก็เจอแล้ว

อันนี้เป็นด้านหลังโบสถ์


ด้านหน้า



ซึ่งหลังจากโบสถ์ เราก็เดินสำรวจไปเรื่อยๆ เราชอบชมวิถีชีวิตของชาวบ้านมากกว่าการเสียเงินเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์อ่ะ 

เดินกันจนมาถึงตลาดเบนถัน ก่อนเข้าตลาด อารมณ์หิวก็มา เพราะยังไม่ได้กินข้าวกลางวันกันเลย

ซึ่งเป็นอะไรที่ผิดพลาดมาก เพราะร้านอาหารหน้าตลาดค่อนข้างจะโคตรแพง แต่เราก็กินไง พอกินๆ ไป อ้าว ฝั่งตรงข้ามเป็นถนนอาหาร TT เสียดายไหม (มาก) เพราะถนนอาหารที่ว่าน่าจะถูกกว่า และมีให้เลือกมากกว่า

อันนี้คือหน้าตาอาหารมื้อสุดท้ายของเราที่เวียดนาม


แต่เขาก็ย่างหมูให้เราใหม่ๆ ไหม้ๆ เลยนะ - -!

หลังจากกินเสร็จ เติมพลังแล้ว เราก็เดินทางช็อปปิ้งที่ตลาดเบนถันก่อนกลับไทยกัน ซึ่งที่ขึ้นชื่อก็คือกาแฟขี้ชะมด 

สำหรับใครที่จะซื้อของฝากจุกจิก แนะนำให้เดินไปตรงโซนของขายที่เป็นของรัฐบาลนะ เพราะราคาถูกกว่าเยอะมาก 

เราเหมือนโดนหลอก แต่เป็นเพราะความไม่รู้มากกว่า เราซื้อกระจกที่เห็นตอนไปโรงงานเขาทำ ที่โรงงานเขาขายแพงมาก เกือบ 200 บาท เราเลยไม่ซื้อ พอมาเห็นที่ตลาดขายถูกกว่าหน่อย เลยต่อเหลือครึ่งหนึ่ง 90 บาท เขาขายให้เรา เราก็ดีใจไงได้ของถูกกว่า แต่พอเดินไปโซนที่รัฐบาลขายเอง กระจก 30 บาท ค่ะ เรานี้เซงเลยตอนนั้น กรุโดนแล้วไงงง

ถือว่าเป็นบทเรียนค่ะ

หลังจากเดินตลาดกันจนเกือบจะ 5 โมงเย็น เราก็เดินกลับมาที่บริษัททัวร์ที่ฝากกระเป๋าไว้ เพื่อเอากระเป๋า แล้วเตรียมตัวไปสนามบินกัน

ขากลับไปสนามบินเลือกบริการแท็กซี่ เพราะช่วงนี้เย็นแล้วรถติดมาก ช่วงนักเรียนเลิกเรียนด้วย ใช้เวลาเป็นชั่วโมง

อันนี้เป็นรูปสุดท้ายก่อนจะลาจากเวียดนาม

เป็นวัด ระหว่างทางก่อนไปสนามบินค่ะ 

เครื่องขากลับเป็นเวลา 20.30 น. เราถึงสนามบินเกือบทุ่ม เช็คอินแล้วรอกลับบ้านเรากัน

ลาก่อนเวียดนาม ครั้งหน้าพบกันใหม่ ยังไงๆ ก็ต้องมาซ่อม

อันนี้เป็นตารางสรุปค่าใช้จ่ายต่างๆ ตลอดทริปค่ะ

Plan  Use
Air ticket (All) 4,500 6,378
Hotel 5 night 1,000 1,048 
Foods 1,000 2,219 
Transfer in Vietnam 2,000 2,184 
Ticket for travel place 3,000 2,692 
Souvenir 1,500 1,599 
Internet 300 450 
Other 81 
Travel insurance 699 699 
 Total 13,999 17,350

ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่า "เกินงบ" แต่ได้ความสุขและประสบการณ์มากมายจริงๆ 

หวังว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อหาทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ นะค่ะ

ขอบคุณค่ะ




Create Date : 16 มิถุนายน 2560
Last Update : 17 มิถุนายน 2560 13:27:30 น.
Counter : 399 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



CutieFree
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Junket-Globe เป็นบล็อคที่เราสร้างขึ้น เพื่อเขียนเรื่องราวการเดินทางของเรา เพื่อนเป็นแนวทงให้เพื่อนๆ ที่อยากจะไปในสถานที่เดียวกัน
การเริ่มต้นเดินทางของเราเริ่มขึ้นแล้ว แล้วเพื่อนๆ จะรออะไรล่ะ ไปกัน Go Go
New Comments