พฤษภาคม 2560

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
Day 2 (Hiking Sapa & Go to Tamcoc)








07/04/17 (Hiking at Sapa)

สวัสดีวันที่ 2 ที่เวียดนาม ตอนนี้ตี 4 กว่าๆ รถบัสได้จอดที่ซาปาแล้ว แต่รอบๆ มันมืดไปหมด ผู้โดยสารทุกคนยังไม่ตื่นค่ะ แล้วจะตื่นอยู่ทำไม นอนต่ออีกหน่อยสิ ZzZZZzz

6 โมงกว่าๆ ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว ผู้หญิงม้งดำเริ่มมาออกันอยู่รอบๆ ตัวรถบัส รถขายตั๋ว พาทัวร์ ฯลฯ เราสลึมสลือเดินลงมาจากรถ เพื่อที่จะเดินทางต่อแต่เช้า 
ตรงที่รถจอดจะมีห้องน้ำ 1 ห้อง สามารถล้างหน้า ล้างตา อาบน้ำได้ แต่ตอนนี้อากาศแบบ 15 องศาได้ ใครจะอาบ อิเพื่อนเราจร้าาาา หล่อนบอกขออาบน้ำได้ไหม รอแป๊บ เฮ้ยย ตามสบาย ฉันไม่อาบนะ 555 

หลังจากเตรียมตัวพร้อมแล้ว เราก็ฝ่าฟูงชาวม้งดำไป เพื่อเดินไปรอบๆ เอง อาศัยดูแผนที่แล้วมันไม่ไกลอ่ะ เดินไปก็ได้ หญิงม้งก็มาขาย บอกจะพาเที่ยวไม่แพง เอารถไหม แต่เราเด็ดขายค่ะ ไม่เอา ไม่ไป ฉันไปเองได้

อากาศดีที่นี้ดีมากเลยค่ะ
ที่แรกที่เราเดินมาเจอ แล้วมันก็ไม่มีความไกลจากที่จอดรถเลย

"The Stone Church"




โบสถ์ใจกลางเมืองซาปา อากาศก็กำลังดี หมอกต่ำมาก เป็นเมืองในหมอกที่น่ามาพักผ่อนกายแบบชิวๆ จริงๆ ค่ะ หลังจากที่เราเดินไปใกล้ๆ โบสถ์ก็เห็นกลุ่มหญิงชาวม้งดำและเด็กกำลังนั่งอยู่พูดคุยกันอยู่



เดินไปใกล้ขึ้นก็มีมาขายทัวร์ ขายอะไรเราเยอะขึ้น จนเจอคุณป้าจีค่ะ (ไม่มีรูปนะ)
ป้าจี ขาย Hiking tour ชมบรรยากาศมุมสูง หมู่บ้านม้ง แล้วแวะบ้านป้าจี เสนอราคา Join tour ที่ 15 USD (330,000 VND) เรากับเพื่อนก็ลังเล ทีแรกกะจะเที่ยวกันเอง เพราะเราจะไม่ค้างที่นี่ แต่ป้าจีก็ไม่ตื้อ ไม่คือไม่ ก็เลยคิดกับเพื่อน คำนวณเป็นเงินบาท เห็นว่าน่าจะคุ้ม เอาว่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ ลองดูหน่อย 
ทัวร์นี้เป็นทัวร์เดินป่า ขึ้นเขาขึ้นดอย ระยะทางค่อนข้างไกลแต่ไม่โหด อากาศดี ได้เห็นวิวสวยๆ รวมค่าอาหารกลางวัน และน้ำดื่มตลอดทริป 
พอตกลงเสร็จเราก็ได้เพื่อนชายมา 1 คน (Ano จาก French) คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ฟ้งออกบ้าง ไม่ออกบ้าง 
แต่เรามีเงื่อนไข คือ ให้ป้าจีพาเราไปซื้อตั๋วรถสำหรับไปฮาลองเบย์ก่อน และ Ano ก็อยากได้ตั๋วเช่นกัน แต่ไปคนละวันกัน เราเลยไปซื้อตั๋วกัน
** ทีแรก อ่านกระทู้มา เห็นมีแต่บอกว่าไม่มีตั๋วจากที่นี่โดยตรงถ้าต้องการไปฮาลองบก ต้องไปขึ้นรถที่ลาวไก๋ แต่จริงๆ แล้วมีรถต่อไปหลายที่เลยค่ะจากที่นี่

ถึงที่ซื้อตั๋ว อารมณ์เหมือนลานจอดรถ แล้วก็มีห้องขายตั๋วอยู่ เราตัดสินใจกับเพื่อนกลัวว่าถ้าไปทั้งฮาลองเบย์และฮาลองบกจะไม่ทัน คิดไปคิดมา เลยตัดฮาลองเบย์ทิ้ง (อันนี้ตัดสินใจผิดมากกกก) แล้วไปฮาลองบกอย่างเดียว เพราะว่ามีตั๋วไปถึง Tam coc เลย

** จากซาปา ถ้าจะไปฮาลองบก แนะนำให้นั่งรถไปลงที่ไฮฟอง แล้วต่อเรือจากท่าไป จะใกล้กว่า ราคาตั๋วไม่มั่นใจเท่าไร น่าจะประมาณ 3-400,000 VND

ของเราซื้อตั๋วไป Tam Coc ที่ราคา 400,000 VND (600 baht)

อันนี้คือนามบัตรของบริษัทที่เราซื้อค่ะ



หลังจากซื้อตํ่วเสร็จแล้ว เราก็เดินไปที่โบสถ์กันอีกครั้งหนึ่งเพื่อรถเริ่มทริป ตอนนี้ก็หาอะไรรองท้องกันก่อน เราก็กินขนมปังที่ได้จากรถทัวร์เป็นอาหารเช้า แต่ขอบอกว่าให้กินข้าวจ๊ะ เพราะทางข้างบนเราใช้เวลาครึ่งวันก็จะได้กินข้าวกลางวัน

แล้วระหว่างนั้นเราก็ได้เพื่อนใหม่อีกหนึ่งนาง เซอร์จากเยอรมัน เป็นนางที่ Active สุดๆ อายุน้อยกว่าเรา 1 ปี แต่ห้าวเหลือเกิ๊นนนนน เธอชอบผจญภัย

แล้วสมาชิกเราก็คบกัน 4 คน ได้เวลาออกเดินทาง ป้าจีบอกว่าจะไปรอที่บ้าน ส่วนการเดินทางครั้งนี้ให้เราไปกับลูกสาวของป้าจี แล้วก็หญิงม้งอีก 2 นาง กับลูกนางทั้งคู่



ก่อนเดินขึ้น เห็นคนนี้เขากำลังปลอกอ้อยอยู่ ใช้มีดแบบนี้เพิ่งเคยเห็น แฮะๆ 

Start 8.00 a.m. 

การเดินทางเริ่มขึ้น บรรยายไม่ถูก แรกๆ ไม่เหนื่อยเลย อากาศเย็นดี เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ พักเป็นระยะๆ ขึ้นมาได้ไม่ถึง 30 นาที



เหมือนขึ้นมาไกลแล้วเนอะ ตรงนู้นริบๆ คือ ซาปา ที่เราเดินขึ้นมา 
ตอนนี้อาการเริ่มออก ทำไมฝรั่ง 2 คนนั้น เขาไม่รู้สึกเหนื่อยเลยหรอ? ดีนะ ยาดม ลูกอม พร้อม รู้งี้กินข้าวเช้าก็ดี เป็นไงล่ะ อยากประหยัดนัก กินขนมปังบิสกิตเล็กๆ มาคนละ 4-5 ชิ้น


ระหว่างทางลูกสาวป้าจีก็เจอของกินจ๊ะ ผลไม้หรอ? ไม่ใช่ อารายอ่ะ??
จำชื่อไม่ได้แล้ว 



มันเหมือนผักบุ้ง + อ้อย แต่รสชาติเปรี้ยวๆ ฝาดๆ แล้วเธอก็ให้เราๆๆๆ ชิม เฮ้ย มันก็เหมือนจะอร่อยนะ แต่เปรี้ยวปรี๊ด สักพักเธอก็หยิบตัวช่วยออกมา มันเหมือนผงมาม่าช้างน้อย จิ้มกินๆ รสชาติเข้ากันอ่า แต่มันไม่ทำให้ฉันหายหิวเลย แต่กินๆ กันเข้าไปจ๊ะ อ้ำ อำ อ้ำ อำ

หลังจากพักกินท่อนผักว่างแล้ว เราก็เดินกันต่อ จะบอกว่าจากนี้ไป คือ โคตรรรรเหนื่อย แต่ก็ต้องไปต่อ เราเดินขึ้นๆ กันอย่างเดียวเลย ไม่มีลงเลย ระหว่างทางมีไร่ชาเขียวให้แวะถ่ายรูป แต่เราไม่ได้เอารูปลงให้นะ แล้วก็เดินต่อๆๆ ไป เจอกลุ่มอื่นๆ บ้างประปลาย แต่เชื่อไหม ไม่มีเอเชียเลย มีแต่ฝรั่งๆๆๆ คือ เหมือนอี 2 เอเชีย นี้หลงมาจากไหน คือ คิดว่าน้อยคนนักที่เคยมาเหมือนเราอ่ะ ทั้งทริปเราไม่เจอคนไทยหรือเอเชียบนนี้จริงๆ 

เดินจนเกือบจะเที่ยงแล้วจ๊ะ เรามาถึงจุดทีพีคมากๆ อ่ะ คือเราอยู่กันจุดสูงสุดของเขาลูกที่เราเดิน 11 โมงกว่าๆ แล้ว เเล้วแบบนั่งฟินตรงนี้ อากาศดีเฟ้อ 









เดินไปก็มีหมอก มีเมฆคลอเคลียหน้าไป เย็น สบาย 
แล้วลูกสาวป้าจีก็ให้แอปเปิ้ลกินกันคนละลูก คือจะบอกว่าไม่เคยกินแอปเปิ้ลฟินแบบนี้เลย ไม่เคยกินแอปเปิ้ลบนวิว 360 องศา ที่แบบ รูปมันถ่ายออกมาไม่สวย แต่ด้วยตาที่เราเห็นเองมันอยากกลับไปอีก ถึงแม้จะต้องเดินทรหดอีกก็เถอะ

หลังจากจุดนี้ก็เป็นขาลงแล้ว เราจะเห็นนาขั้นบันไดเป็นระยะๆ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยเขียวเท่าไร 


เดินมาสักพักเจอเพื่อนจ๊ะ ขึ้นมากันไง หรืออันนี้ "ควายภูเขา" ฉันยังขึ้นมาเหนื่อยเล้ออ
ดูนางนอนสบาย ริมขอบสระ แลดูเซ็กซี่



นายแบบหน้ากล้องก็มี ชีสสส กันใหญ่



หลังจากพบและทักทายเพื่อนเป็นที่เรียบร้อย เราก็จะลงทางลาด และจะเข้าสู่หมู่บ้านกันค่ะ ถ้าจำไม่ผิด จะคือหมู่บ้าน HaoThao อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ฟังเขาไม่ค่อยรู้เรื่อง แฮะๆๆ

เดินมากันสักพัก เลยเที่ยงแล้ว เริ่มหิววว แต่ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะได้แวะทานข้าว ได้แต่วิวหมอกเต็มไปหมด

นี้หมู่บ้านหรือสวรรค์





และแล้วก็ถึงร้านอาหารที่เราจะกินข้าวกลางวันกันค่ะ ขาลงนี้เจ็บนิ้วหัวแม่โป้งTeen มากเลย ถาม Ano ว่าเดินเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยหรอ เราเจ็บนิ้วมากเลย เขาก็สอนเทคนิคการเดินให้เราค่ะ แต่มันเกร็งเหลือเกิน ยังไงเราก็ยังคงเจ็บอยู่ดี TT

รูปอาหารเราไม่มี ณ ตอนนี้ อาหารลงปุ๊บ กินปั๊บ หมดเกลี้ยง เราสั่งเฝอ ส่วนเพื่อนกินผัดเส้น (เหมือนมาม่าผัดใส่กะหล่ำปลี) ที่อยู่ได้เพราะน้ำพริกหมูกรอบจาก Thailand กันเลย อาหารเขาจีด นางทนไม่ไหว ตอนกลางวันนี้ก็จัดเบียร์กันไปคนละขวดแล้ว แต่เพื่อนมันกินไปแค่คอขวด ทีเหลือเราหมดเลย จะเมาเดินป่า (เบียร์ขวดละ 30,000VND หรือ 45 baht) 

กินกันเสร็จ พักกันเสร็จ เราก็เดินเลาะๆ หมู่บ้านกันไปต่อ 
ภาพแรกที่ได้เห็นคือแหล่งน้ำสำหรับนาขั้นบันไดค่ะ แต่ตอนนี้นาไม่เขียวนะ





ระหว่าทางก็เจอสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านบ้าง







วิวข้างบนก่อนที่เราจะหมดแรงถ่ายค่ะ ตอนนี้บ่าย 2 แล้ว อากาศคือดีตลอดเวลา แต่ทำไมเรามีเหงื่ออ่ะ???





เราไม่มีแรงถ่ายรูปหลังจากนี้ เดินต่อไป คือปวดฉี่Shipหาย ถามลูกสาวป้าจีว่าอีกไกลไหมกว่าจะถึงบ้าน นางบอกว่าคงไม่ได้ไปแล้ว เย็นแล้ว เราต้องเดินกลับไปเพื่อขึ้นรถกลับเลย อ้าวววว ไงงั้น
คือหนูปวดฉี่

เรา : คือปวดฉี่มาก อยากเข้าห้องน้ำ
ลูกสาวป้าจี :  ฉี่แถวๆ นั้นก็ได้ (ชี้ไปที่พุ่มไม้ เหนือนาขั้นบันไดไป 1 ชั้น)
เรา :  ohhh, don't worry. I'm ok! (อีนี่ขอทน ไม่เคยฉี่กลางป่าจ๊ะ)

หันไปคุยกะเพื่อน 
เรา :  แกๆ ฉันปวดฉี่มาก ไม่ไหวแล้วอ่ะ เขาไม่ไปบ้านป้าจีแล้ว อีกไกลไหมอ่ะ จะทนไม่ไหวแล้ว
เพื่อน :  แกฉี่เลย ฉันดูต้นทางให้ เอาตรงนี้แหละ หมอกเยอะ คนไม่มี
เรา :  เออ แก ดูดีๆ นะ 
เพื่อน :  เร็วๆ ดิแก
เรา :  แป๊บๆ (เป็นอะไรที่ฉี่นานมาก น้ำตาไหลไปด้วย) เสร็จแล้ว ปะ 
เพื่อน + เรา :  555+ (ขำกันไปเดินกันไปจ๊ะ)

เดินไปหลุดทางโค้งที่เรานั่งฉี่ กลุ่มเรารออยู่ ลูกสาวป้าจีชี้ขึ้นไปข้างบนเพิ้งๆ หนึ่ง บอกนั้นห้องน้ำ 
เพื่อน + เรา : (หันมามองหน้ากัน)
เรา :  แกอย่าบอกนะว่าฉันไม่เข้าแล้ว ฉันอาย
เพื่อน :  ทำไม แกก็บอกๆ ไป
เรา :  ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปเข้าอีกรอบ อย่าบอกนะเว้ย
เพื่อน :  เออๆ 555+

แล้วเราก็ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำตีเนียนอีกรอบหนึ่ง คือไม่กล้าบอกว่าที่หัวมุมนั้นหนูฉี่ไว้แล้วอ่ะ ต้องเดินขึ้นไปเข้าห้องน้ำแล้วใช้เวลาสักครู่ 

เดินกันไป 2 คน หัวเราะหนักมากกกก เป็นไง เบียร์ 2 ขวด 555555+

ใกล้ๆ 4 โมงครึ่ง เราก็มาถึงจุดที่ไว้ขึ้นรถกลับ จุดนี้เรานั่งพักกันครู่ใหญ่ งานขายของก็มา ลูกสาวป้าจี ม้ง 2 คน ขายของกันใหญ่ แต่เราไม่ได้ซื้ออะไรกัน สักพักลูกสาวป้าจีก็ถามว่าจะไปน้ำตกไหม เดินไป 2 กม. ใจก็อยากไป แต่พี่แกบอก แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีน้ำนะ แล้วจะไปทำไม เราก็ไม่ไปสิค่ะ

4 โมงครึ่งได้ เราก็กลับ แว๊นซ์มอ'ไซค์กลับค่ะ ขับได้เสียวมากลุง แล้ววิวภูเขา คือดี คืองาม แต่ถ่ายรูปไม่ได้ อยากให้ได้เห็นด้วยตากันจริงๆ

เกือบๆ 5 โมง มอ'ไซค์ ก็แวะมาจอดส่งเรา 2 คน ที่ห้องขายตั๋วที่ซื้อไว้ คือเหนื่อยมาก หิวมาก แวะเข้าห้องน้ำสาธารณะ (3,000 VND หรือ 4.5 บาท) แล้ว เรา 2 คน เลยไปหาข้าวเย็นกันก่อนเลย
เย็นนี้เรากินอะไรไม่ได้เยอะ รู้สึกไม่สบายท้อง แล้วอาหารที่สั่งเป็นข้าวผัด อารมณ์ข้าวผัดเจ (ไม่มีรูป) สีเหลืองๆ คือไม่อร่อยมาก กินได้ไม่เกิน 5 คำ ราคาอาหาร + น้ำ 80,000 VND (120 baht) 
กินเสร็จก็เลยถามร้านอาหารที่เราทานว่าเราสามารถอาบน้ำที่นี้ได้ไหม เขาก็บอกได้ คนละ 50,000 VND (75 baht) คือแพง แต่ไม่ไหว ต้องอาบจ๊ะ เมื่อเช้าพี่ก็ไม่ได้อาบนะ จะบอก
เราก็เลยเดินกลับไปที่ห้องขายตั๋ว เตรียมเสื้อผ้ากับอุปกรณ์อาบน้ำเพื่อไปอาบน้ำกัน

ที่นี้ส่วนใหญ่ร้านจะอาบน้ำได้ทุกร้านนะค่ะ

เสร็จสรรพ อาบน้ำ สบายตัว รถจะมารับเราตอน 3 ทุ่ม ตอนนี้ก็ ทุ่มหนึ่ง เรายังมีเวลาอีก 2 ชั่วโมง ทีแรกก็นั่งอยู่ที่ห้องขายตั๋ว แต่พนักงานบอกว่าให้ไปนั่งในร้านอาหารดีกว่า เดี๋ยวไปตาม เพราะว่าอีกนาน แล้วยุงก็เยอะด้วย เราก็เออ ดี ก็ไปนั่งในร้านอาหารกัน 
ตอนนี้กินลงแล้ว ท้องดีขึ้น ก็เลยจัด นมสดร้อน (35,000 VND) กับ Mixed Spring roll มาทาน



รสชาติดี ราคาอยู่ที่ 50,000 VND หาร 2 คน อาหารว่างตกคนละ 90 บาท

ใกล้ๆ 3 ทุ่ม เราก็เตรียมตัวเดินออกจากร้าน พอดีกับพนักงานวิ่งมาตามเราพอดี เร็วๆ มาดาม รถมาแล้วววว

2 นาง ก็วิ่งไปขึ้นรถจ๊ะ

เป็นรถกระบะ มารับเราไปจุดขึ้นรถอีกทีหนึ่ง

ที่จุดรถขึ้นรถ เป็นร้านขายของฝาก เราเจอยุงตัวยักษ์มาก ตัวประมาณครึ่งฝ่ามือ มันคือยุง?



รถจะมารับเราตอน 4 ทุ่ม แต่ก็เลทไปเกือบ 20  นาที ในที่สุดก็จะถึงเวลานอนของคืนนี้แล้ว

รถเที่ยวนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนามค่ะ เราก็ได้พูดคุยกับชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งที่มาเที่ยวคนเดียวเหมือนกัน แล้วก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เรา 4 คน เป็นแค่นักท่องเที่ยวบนรถค่ะ

สภาพรถโอเค เจ็บตรงที่เหม็นกลิ่น Teen มากหน่อย

พบกันที่ Tam Coc ค่ะ

-------------------------------





Create Date : 14 พฤษภาคม 2560
Last Update : 14 พฤษภาคม 2560 20:19:59 น.
Counter : 235 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



CutieFree
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Junket-Globe เป็นบล็อคที่เราสร้างขึ้น เพื่อเขียนเรื่องราวการเดินทางของเรา เพื่อนเป็นแนวทงให้เพื่อนๆ ที่อยากจะไปในสถานที่เดียวกัน
การเริ่มต้นเดินทางของเราเริ่มขึ้นแล้ว แล้วเพื่อนๆ จะรออะไรล่ะ ไปกัน Go Go
New Comments