ชอบอยู่ในที่สบายใจ แล้วหลับไปอย่างมีความสุข
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
26 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
ลุ้นรับ...ปฏิบัติการรัก



ลุ้นรัก…ปฏิบัติการรัก
รหัส : ISBN 974-92849-8-4
ราคา : 95.00 ฿
ชื่อผู้แต่ง : ญาณา
รายละเอียด :

นางแบบสาวสุดเซ็กซี่แสนโกรธเมื่อได้ยินชายกลุ่มหนึ่งแอบนินทาเธอ จนเกิดศึกใหญ่ แต่ต่อมาเธอก็ได้รู้ว่า คนกลุ่มนั้นคือเพื่อนของชายคนรัก เธอผละห่างด้วยความเจ็บใจ พร้อมอาฆาตชายหัวกลุ่มที่สบประมาทเธออย่างจัง
แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าเจ้าของสินค้าเครื่องดื่มที่เธอรับเป็นพรีเซ็นเตอร์คือชายที่เธอเคยต่อกรด้วยเมื่อหลายเดือนก่อน ครั้นเธอจะปฏิเสธก็ไม่ได้ จึงจำต้องรับงานอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
ความรักก็คลอนแคลน งานก็มีปัญหา น้องชายคนเดียวก็มาสร้างเรื่องอีก
นางแบบสาวรู้สึกแย่สุดๆ แต่เมื่อเธอได้มีโอกาสพูดคุยกับคู่ปรับ เธอก็รู้ว่าเขามีมุมมองดีๆ อยู่ในตัวมากมาย ที่สำคัญ เขาพร้อมที่จะเข้าใจเธอในทุกๆเรื่อง

~~~


Create Date : 26 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2548 17:54:30 น. 3 comments
Counter : 382 Pageviews.

 
ลุ้นรับ...ปฏิบัติการรัก

ตอนที่ 1

ภายในร้านกาแฟเล็กๆ มุมถนนย่านสุขุมวิท ภายในร้านตบแต่งอย่างเรียบง่าย และก็ดูผ่อนคลายด้วยมีกระถางต้นไม้ กระจายอยู่เกือบทุกมุมของร้าน

หญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้า…เพราะนอกจากเสื้อจะเป็นสีดำทั้งชุดแล้ว ยังสวมหมวกแก็ปและแว่นสีดำกรอบใหญ่ เธอก้มหน้าดูนาฬิกาที่ข้อมืออยู่เกือบตลอดเวลา ใบหน้าเรียวสวยนั้นค่อนข้างหมองและซีดเซียว ด้วยว่าเธอไม่ได้นอนมาทั้งคืน งานที่ทำอยู่กำลังดูดกลืนแรงกายและใจเธอแทบหมดแรง แต่มันก็เป็นงานที่เธอเลือกเอง อย่างไรก็ต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่

ภายในร้านในเวลาบ่ายจัดอย่างนี้ มีเพียงเธอกับชายสูงวัยคนหนึ่ง นั่งอ่านหนังสืออยู่มุมหนึ่งของร้านเท่านั้น เป็นครั้งแรกที่เธอก้าวเข้ามาในร้านกาแฟแห่งนี้ หากกรรชัยไม่นัดเธอ เธอก็คงไม่รู้ว่ามีร้านกาแฟเล็กๆ แบบนี้ซ่อนอยู่ในย่านพลุกพล่านอย่างสุขุมวิท

มีเสียงคนผลักประตูเข้ามา เธอหันไปมอง… แล้วก็รีบหันกลับ ด้วยว่าไม่ใช่คนที่เธอรอคอย หากแต่เป็นชายหนุ่มสามคน…และสองในสามนั้นเป็นคนที่เธอรู้จัก ด้วยว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทของกรรชัย คนรักของเธอนั่นเอง แต่หญิงสาวยังไม่อยากเข้าไปทักทั้งสอง ด้วยเห็นว่ามีคนอื่นที่เธอไม่รู้จักอยู่ด้วย และวันนี้เธอก็เหนื่อยล้า เกินกว่าจะเข้าไปทำความรู้จักใคร

พวกเขาเดินไปนั่งยังโต๊ะ ที่ห่างจากเธอเพียงโต๊ะเดียวเท่านั้น

ชายหนุ่มทั้งสามสั่งกาแฟกับบริกร แล้วก็เริ่มการสนทนา ในขณะที่หญิงสาวหยิบหนังสือพิมพ์ ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่าน และตั้งใจจะปิดใบหน้าของตัวเองด้วย

“สงสารไอ้กรรว่ะ” เสียงพูดนั่น เป็นของชานนท์ ผู้ชายร่างสูงปากไว ที่ชอบแซววีนินกับกรรชัยบ่อยๆ

“ไปสงสารมันทำไมไอ้นนท์ สงสารตัวเองเถอะ ป่านนี้ยังหาแฟนไม่ได้” อนัน เพื่อนร่างท้วมอีกคนของกรรชัย ที่ชอบพูดจาทะลึ่งบ่อยๆ และหัวเราะเสียงดัง

“ก็มันน่ะรักหลงยัยวีนินยังกะอะไรดี อยู่ๆ มาถูกคุณหญิงแม่สั่งมาให้เลิกเด็ดขาด!”

คำพูดนั้นเรียกให้หญิงสาว แอบชำเลืองไปยังชายหนุ่มทั้งสามคนอย่างสนใจ

“วีนินไหนวะ…” ชายหนุ่มที่เธอเห็นว่าเขาหน้าตาดีที่สุดนั้นเอ่ยขึ้น แต่เขาไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมานะไม่รู้จัก “วีนิน” นางแบบสุดฮอทที่สุดของวงการในตอนนี้ และกับบทนางร้าย ที่กำลังมีงานล้นมือ จนหาเวลาพักผ่อนแทบไม่ได้…

ดูผิวที่ขาวจัด ซึ่งดูขัดกับใบหน้าคร้ามคมนั้น มีไรหนวดเขียวครึ้มแตะแต้ม…หญิงสาวคิดว่าเป็นผิวขาว ที่น่าจะบ่มมาจากบ้านเมืองที่หนาวจัด เขาคงไปมุดหัวอยู่เมืองนอกกระมัง!

“ก็คนที่ฉันส่งไฟล์รูปไปให้แกดูทางเมล์เมื่อเดือนที่แล้วไง” อนัน

“เดือนที่แล้วแกส่งไปให้ฉันดูตั้งหลายคน” ผู้ชายแปลกหน้าเอ่ยเสียงเนิบๆ

“คนที่ใส่บิกินี่ไง”

“อ๋อ…ยัยคนที่นมโตที่สุดนั่นน่ะเหรอ”

คำพูดนั้นของชายหนุ่ม ที่หน้าตาดีที่สุดนั้น ทำเอาหญิงสาวชุดสีดำผุดจากเก้าอี้อย่างแรง ทำเอาเก้าอี้ตัวข้างๆ ล้มเสียงดัง

จนทั้งสามหนุ่มหันไปมอง …เมื่อเพ่งพิศหญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดดำอย่างถ้วนถี่ สองหนุ่มในสามก็อ้าปากค้าง ยกเว้น…เจ้าคนปากมอม ที่หญิงสาวเห็นว่าเขาหน้าตาดีคนหนึ่ง มองเธออย่างงงๆ

“เป็นผู้ชายว่าผู้หญิงอย่างงี้ได้ไง…ปากมอมที่สุด! หรือไม่ก็คงเป็นพวกอีแอบช่างเม้าท์!”

“นี่คุณ! มันเรื่องอะไรมาว่าพวกผมอย่างงี้!” ชายหนุ่มผุดลุกจากเก้าอี้ เผชิญหน้ากับหญิงสาว ที่สูงไล่เลี่ยกับเขา

“จะว่าไอ้ผู้ชายหน้าตัวเมีย ปากหมา นินทาผู้หญิง!”
หญิงสาวดึงแว่นออกจากใบหน้า นั่นแหละ…คนที่ยืนเผชิญหน้าจึงร้องอ๋ออยู่ในใจ…

“ทำไมพูดความจริงแล้วรับไม่ได้รึยังไง….” เขายิ้มหยันและทำเสียงเหมือนขบขันเสียเต็มประดา

“ไอ้ตรัย…” เพื่อนทั้งสองพยายามสะกิดเขา แต่เขาก็หาสนใจไม่ ยังพ่นคำพูดต่อไปว่า

“เป็นคนในวงการก็งี้แหละคุณ ต้องทนกับคำวิพากษ์วิจารณ์บ้าง ถ้าไม่ยังงั้นก็ไม่ต้องเป็นดาราหรอก”

หญิงสาวจ้องหน้าเขาอย่างแค้นเคือง ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง ชายหนุ่มยิ้มเยาะ ก่อนจะทรุดนั่งลงเก้าอี้อย่างคนมีชัย แต่ก็เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น เมื่ออยู่ๆ กาแฟอุ่นๆ ก็สาดเข้าไปที่หน้าหล่อๆ เขาเต็มรัก

“สำหรับผู้ชายปากหมา!” วีนินยิ้มเยาะเขา ก่อนจะเดินตัวปลิวออกจากร้านไป และพอดีกับที่กรรชัยกำลังเดินมาพอดี

“อ้าว…นิน จะกลับแล้วเหรอ ผมขอโทษที่มาช้าไปนิด”

วีนินมองใบหน้าของผู้ชาย ที่เธอคบหามาเกือบสองปีอย่างขุ่นเคือง…แล้วเอ่ยเสียงเย็นชา

“จะมาเจอนิน…ขออนุญาตคุณหญิงแม่แล้วหรือยังไม่ทราบ!”

พูดจบวีนินก็เดินตรงไปยังลานจอดรถ กรรชัยเดินไปฉุดแขนเธอไว้

“นินเข้าไปในร้านก่อนเถอะ ผมนัดเพื่อนไว้ด้วยจะแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนสนิทของผม ที่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษ”

“อ๋อ…คนที่ตัวสูงๆ ผิวขาวๆ นั่นน่ะเหรอ นินรู้จักเขาแล้ว แถมรู้จักดีเสียด้วย!”

“งั้นแสดงว่าเจอแล้วสิ…งั้นนินเข้าไปคุยกับพวกเขาต่อเถอะนะครับ”

“คุณไปดูเพื่อนคุณดีกว่า! ป่านนี้จะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้”

“ใครเป็นอะไรน่ะนิน” กรรชัยทำหน้าตกใจ

“นินเอากาแฟสาดใส่หน้าเพื่อนคุณน่ะ! ไปถามเพื่อนคุณเองดีกว่า ฉันเหนื่อยเต็มที กับเรื่องของเราไม่พอ ยังมีเพื่อนปากหมาของคุณมากวนใจอีก!” วีนินกระแทกเสียง ก่อนจะเปิดประตู และเคลื่อนรถออกไปจากตรงนั้นทันที

กรรชัยยืนงุนงงอยู่อึดใจ ก็เดินเข้าไปในร้าน เห็นอนันกับชานนท์กำลังหัวเราะอย่างขบขัน ในขณะที่ตรัยรัตน์นั่งหน้าเครียด เสื้อยืดสีขาวของเขาเลอะเทอะไปด้วยกาแฟ…

“ตรัยเป็นไงบ้างวะ” กรรชัย เอ่ยถามเพื่อนด้วยเสียงห่วงใย

“แกก็ดูเอาเองแล้วกัน!” ตรัยรัตน์กระแทกเสียง ก่อนหันไปเขม่นเพื่อนทั้งสอง ที่ยังไม่หยุดหัวเราะ

“พวกแกจะขำอะไรนักหนาวะ” ทำเสียงหงุดหงิด

“ก็มันขำอ่ะ…แกไม่รู้หรอกว่าตอนที่หน้าแกเลอะไปด้วยกาแฟน่ะ มันตลกแค่ไหน ฮ่า ฮ่า…” ชานนท์ว่า ทั้งที่หน้าตาแดงก่ำ เพราะหัวเราะไม่ยอมหยุด

“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมนินถึงทำแบบนี้กับนาย” กรรชัยเอ่ยถาม

“เล่าให้ไอ้กรรฟังสิไอ้ตรัย” ชานนท์บอก ถึงแม้เขาจะหยุดหัวเราะแล้ว แต่ดวงตาเขาก็ยังพราวยิ้ม

“แฟนแกแม่ง! แสบจริงๆ เลยกรร…” ตรัยรัตน์พึมพำเข่นเขี้ยวในใจ เจอกันคราวหน้า เอาคืนแน่…ยัยนมโต…

~~~

“อ้าว…นินกลับมาแล้วเหรอ ไปกัดกับใครมาอีกล่ะ” ประไพเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหน้าตูมๆ ของผู้เป็นลูกสาวก้าวเข้ามาในบ้าน ซึ่งเป็นตึกสามชั้นสองคูหา ชั้นล่างเป็นร้านเสริมสวยครบวงจร ชั้นสองเป็นที่พักของแม่และน้องชาย ส่วนชั้นสามเป็นที่พักของวีนิน

“แม่! หนูเหนื่อยนะ ไม่ต้องมาพูดแบบนี้” วีนินว่าอย่างเบื่อๆ ด้วยว่าแม่นั้น ชอบพูดจาบั่นทอนจิตใจอยู่เรื่อย

“ก็จริงอ่ะ…วันๆ แกเที่ยวไปมีเรื่องกับคนโน้นคนนี้ เป็นดารานางแบบก็ต้องหัดยอมๆ นอบน้อมกับนักข่าวกับคนทำงานด้วย มันจะได้อยู่ในวงการได้นานๆ “

“วันนี้หนูขี้เกียจเถียงกับแม่ ขอตัวไปนอนนะคะ” วีนินว่า ก่อนจะพาร่างสูงโปร่งนั้นก้าวขึ้นไปยังชั้นบนสุด

คนเป็นแม่ได้แต่มองตามด้วยว่า กลุ้มใจไม่น้อยกับความประพฤติของลูกสาวที่นับวันยิ่งร้ายขึ้นเรื่อยๆ เพราะความใจร้อน วู่วาม จนมีเรื่องกับเพื่อนร่วมงานอยู่บ่อยๆ

สมญานาม ‘นางแบบวีนแตก’ ของวงการ ยังคงติดกับภาพของวีนินไปอีกนาน หากลูกสาวไม่ปรับปรุงนิสัยเจ้าอารมณ์ แต่ประไพก็อดภูมิใจไม่ได้ว่า ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะการทำงานหนักของลูกสาวจริงๆ ตั้งแต่สามีเสียชีวิตเมื่อ 3 ปี ที่แล้วด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ วีนินก็เป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัว ทั้งๆ ที่ ตอนนั้นยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 เท่านั้น

“แม่ แม่! พี่นินกลับมายัง” ชวิน ลูกชายซึ่งกำลังเรียนหนังสืออยู่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังก้าวเข้าหา หน้าตาท่าทางร้อนรน

“กลับมาแล้วล่ะ เพิ่งขึ้นข้างบนไปนี่แหละ แกมีอะไรกับพี่เขาล่ะ วันนี้เขาอารมณ์ไม่ดีนะบอกไว้ก่อน” ประไพบอกลูกชาย

“เหรอ…งั้นวินขอตังค์แม่หมื่นหนึ่งก่อนนะ เดี๋ยววันไหนพี่นินอารมณ์ดี แล้ว วินจะขอเอามาคืนแม่เอง” ชวินเอ่ยขึ้น พร้อมแบบมือไปตรงหน้าผู้เป็นแม่

“แกจะเอาเงินมากมายอย่างงี้ ไปทำอะไรน่ะวิน วันก่อนพี่เขาก็เพิ่งให้ไปไม่ใช่เหรอ ใช้เงินมากมายเกินตัว” ประไพเอ่ยเสียงขุ่นมองลูกชายอย่างตำหนิ

“แม่อย่าเพิ่งบ่นเลยน่า…เอาเงินมาก่อน เร็วเข้า!”

“ถ้าแกไม่บอกว่าเอาเงินไปทำอะไร แม่ก็ไม่ให้” ประไพต่อรอง

ชวินมองหน้าแม่อย่างขัดใจ

“ไม่บอกแม่ก็ไม่ให้” ประไพยืนยัน

“เล่นบอลเสีย” ชวินเอ่ยเสียงแผ่วๆ

“หา! เล่นบอล” เอ่ยเสียงตระหนกพร้อมกับฟาดฝ่ามือไปที่ไหล่ลูกชายเต็มแรง

“โอ๊ยแม่! วินเจ็บนะ” เขาโอดครวญ มองแม่อย่างขลาดๆ

“ถ้าพี่เขารู้ เอาแกตายแน่”

“แม่ก็อย่าบอกสิ…นะแม่ให้เงินวินมาก่อนเถอะ ก่อนที่พวกมันจะมารุมกระทืบวิน”

“แกสัญญานะวิน ว่าต่อไปนี้ อย่าทำอย่างงี้อีก” ประไพมองลูกชายอย่างวิงวอน

“ครับ..แม่ วินจะไม่ทำอีกแล้วล่ะ”

~~~
ตรัยรัตน์ก้าวเข้ามาในห้องประชุมของครอบครัวด้วยสีหน้าหน่ายๆ พ่อกับแม่มองเขาอย่างอ่อนใจ ในขณะพี่สาวคนสวยของเขายังยิ้มหวานปลอบใจ

“แกทำหน้าทำตาให้มันดีหน่อยได้มั้ยล่ะตรัย” พ่อเขาเอ่ยเสียงเข้ม

“โถ…พ่อผมเพิ่งกลับมาจากอังกฤษเพียงแค่วันเดียว พ่อก็เรียกผมมาคุยเรื่องงาน ผมยังไม่ได้พักผ่อนเลยนะครับ” เขาอธิบาย

“ฉันรู้นะก่อนที่แกจะกลับมาเมืองไทย แกตะลอนไปทัวร์รอบโลกมาแล้ว แกจะมาเที่ยวอะไรอีกเล่า งานการเราออกจะเยอะแยะ พี่สาวแกกับคุณกรณ์เขาทำงานหนักมากนะ แกจะมาคิดห่วงเรื่องเที่ยวได้ยังไง”

ครอบครัวของตรัยรัตน์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มผลไม้มานานนับยี่สิบปี มีชื่อเสียงในด้านสินค้าที่มีคุณภาพ และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง นับวันธุรกิจของครอบครัวจะใหญ่โตและมั่นคง กระทั่งครอบครัวของชายหนุ่มติดอันดับเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

“ตรัย…พรุ่งนี้ลูกต้องไปทำงานนะ มีงานสำคัญที่พ่ออยากให้ลูกรับผิดชอบ” แม่ของเขาเอ่ยขึ้นบ้าง

“งานด่วนเลยรึครับ…” ตรัยรัตย์ทำเสียงประหลาดใจ

“ก็บริษัทแก้วเก้าน่ะสิ…พ่อแว่วมาว่าเขามีสินค้าน้ำผลไม้ที่คุณสมบัติใกล้เคียงกับเราออกมาในเร็วๆ นี้”

“แล้วไง..ครับ แปลกอะไร เรากับเขาก็แข่งกันออกสินค้าประเภทเดียวกันมาตั้งนานนม” ตรัยรัตน์ว่า

“ก็พ่อได้ยินมาว่า เขาสนใจพรีเซ็นเตอร์คนเดียวกันกับเรากำลังจะติดต่อให้เล่นโฆษณาให้น่ะสิ…”

“ใครครับ!”

“วีนิน…” พี่สาวเขาเป็นคนบอก

นั่นทำให้ตรัยรัตน์ถึงกับพ่นลมออกจากปาก

“พ่อจะให้แกรับผิดชอบงานนี้ ไปคุยกับเอเยนซี่ถึงรายละเอียดทั้งหมด และที่สำคัญทำยังไงก็ได้ที่จะดึงวีนินมาเล่นโฆษณาน้ำผลไม้ตราละไมของเราให้ได้” พ่อสั่งเสียงเคร่งขรึม

“พ่อครับ ผมว่านางแบบคนอื่นก็น่าสนใจนะครับ ทำไมต้องไปแย่งยัยนม..เฮ้ย ยัยคนนั้น”

“ก็เขากำลังฮอตนี่ตรัย ตรัยไม่ได้อยู่เมืองไทยมาตั้งนานไม่รู้หรอกว่า วีนินเขาฮอตแค่ไหน และที่สำคัญวีนินรูปร่างดีมาก ถึงจะผอมไปหน่อยแต่ก็มีส่วนเว้าโค้งที่ชัดเจน ไม่ใช่ผอมแห้งเหมือนนางแบบเสพยา พี่ว่าหุ่นของเขาเหมือนคนที่ออกกำลังกายน่ะ…เหมาะที่จะเล่นโฆษณาน้ำผลไม้ตราละไมของเรานะ” พี่สาวเขาอธิบายยืดยาว

“หากเราให้แก้วเก้าตัดหน้าแย่งตัวไป คิดดูว่าเราจะเสียหน้าแค่ไหน” พ่อเขาเอ่ยเสียงแข็ง บ่งบอกให้ตรัยรัตน์รู้ว่า งานนี้อย่างไรเสีย เขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ยัยนมโตโมโหร้ายคนนั้น มาเล่นโฆษณาชิ้นนี้ให้ได้

ตรัยรัตน์ยังรู้สึกถึงแววตาคมวาวของเธอ…และแน่นอนกาแฟอุ่นๆ ที่สาดเข้าเต็มหน้า..และเสียงหัวเราะขบขันของเพื่อนๆ เขายังแค้นใจไม่หายเลย…แล้วเขาจะต้องมาเจอะเจอยัยนั่น ในสภาพของคนร่วมงานกันอีกเหรอ…มันเป็นอะไรที่กระอักกระอ่วน แต่จะปฏิเสธปัดความรับผิดชอบ ไปที่พี่สาวหรือพี่เขยก็คงไม่ได้ เพราะทุกคนก็ดูเหมือนจะอยากให้เขาทำงานเต็มแก่!

~~~


โดย: จูนิ (จูนิตา ) วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:26:34 น.  

 
ดี-*-*-*-*


โดย: 126 IP: 202.149.25.225 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:33:26 น.  

 
อยากให้ลงตอนที่ 2อ่า!
ทามงายดีคะ*-*
อยากอ่านมากๆ*-*


โดย: เด็กดี*-* IP: 202.149.25.225 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:38:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จูนิตา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add จูนิตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.