Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
The Davinci Code


ในขบวนหนังดังช่วงซัมเมอร์นี้ เรื่องที่เตะตาผมที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องนี้แหละครับ เพราะนอกจากจะสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากหนังสือต้นฉบับนั้นมีเนื้อหาบิดเบือนเรื่องราวความเชื่อในศาสนาคริสต์แล้ว ยังนับเป็นอีกโปรเจกต์หนึ่งที่ได้ทีมผู้สร้างที่มีชื่อเสียงมากทีเดียว ไล่มาตั้งแต่ผู้กำกับ Ron Howard, นักแสดงออสการ์สองสมัยอย่าง Tom Hanks, ดาราสมทบมีชื่ออย่าง Ian McKellen, Jean Reno, Paul Bettany เรียกว่ามีชื่อเสียงกันไปยันเด็กเสิร์ฟน้ำในกองถ่ายเลยทีเดียว แล้วหยั่งงี้จะไม่ให้อยากดูได้ยังไงกั๊น...

ต้องขออภัยล่วงหน้าก่อนหากเรื่องย่อที่ผมจะเล่าต่อไปนี้จะมั่วซั่วสักเล็กน้อย เพราะดูมาตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้วแต่เพิ่งจะได้มีโอกาสเขียนก็วันนี้เอง และเนื่องด้วยอิดโรยกับภารกิจน้องรับ รับน้องที่มหาลัยมาแล้วสัปดาห์นึงเต็มๆ ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยหากมีหลุดเนื้อเพลงรับน้องมาบ้าง... เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ...เหตุเกิดที่การถูกฆาตกรรมของ ...ชื่ออะไรวะ ลืมอะ นั่นแหละ ประมาณว่าเป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ลูฟว์อันโด่งดังที่อยู่ในฝรั่งเศส สภาพศพนั้นนอนเปลือยเป็นท่าคล้ายคลึงกับในภาพวาดชื่ออะไรก็ไม่รู้ล่ะของลีโอนาร์โด ดาวินชี่ แถมยังมีสัญลักษณ์อะไรสักอย่างปรากฎอยู่บนร่างของผู้ตายด้วย โรเบิร์ต แลงดอน (Tom Hanks) นักสัญลักษณ์วิทยาผู้มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์จึงถูกเรียกตัวมาสืบสวนคดีนี้ ซึ่งเขาหารู้ไม่ว่าที่แท้แล้วเขากำลังจะถูกโยนความผิดว่าเป็นฆาตกรต่างหาก แต่โชคยังดีที่เขาพบกับโซฟี เนอเวอ (Audrey Tautou) ผู้เป็นหลานสาวของผู้ตาย ทั้งคู่ต้องพยายามหนีรอดจากการถูกจับกุมตัว ขณะเดียวกันเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง ก็ต้องตามล่าหาความจริง อันนำไปสู่เรื่องราวที่ทำให้ความเป็นมาของศาสนาคริสต์ที่ทุกคนเชื่อกันมาตลอดต้องสั่นคลอน... เราเฟรชชี่ เราเฟรชชี่ดีที่สุด เราไม่หยุด เราไม่หยุดพักผ่อน เราตุ๊ดซี่ เราไม่เลือกคู่นอน ไอ้เรื่องสำส่อน มันเรื่องขี้ๆ... เอ้า! เชิ้บๆ

ออกตัวก่อนว่าไม่เคยอ่านหนังสือต้นฉบับของแดน บีม เอ้ย! แดน บราวน์มาก่อนหรอกนะครับ ฉะนั้นจะให้ผมมาบอกว่าหนังทำออกมาห่วย เล่าได้ไม่มันส์เหมือนในหนังสือ คงทำไม่ได้หรอกครับ ...ผมว่าในฐานะภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง The Davinci Code นี้มีองค์ประกอบครบถ้วนที่ภาพยนตร์ที่ดีพึงจะมี แน่นอนเรื่องบทนี่เชื่อขนมกินได้อยู่แล้วว่าสนุก น่าติดตามชัวร์ โลเกชั่นที่ใช้ถ่ายทำหรือก็เดินทางไปถ่ายทำยังสถานที่จริง ถึงแม้ว่าดูจะใช้ไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไหร่ อย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟว์อะไรเนี่ย จริงๆ ได้ข่าวว่าเค้าควรจะตั้งใจเน้นที่ความสวยงามของสถาปัตยกรรมไม่ใช่เหรอ แต่ถ่ายมาน้อยจัง มีอยู่แป๊บเดียวเอง ก็เลยไม่เห็นว่ามันจะสวยตรงไหน หรืออย่างภาพวาดทั้งหลายของดาวินชี่ก็เหมือนกัน โผล่มาแพลมๆ เห็นแค่รำไรๆ ไร้บทบาทยังไงชอบกล แถมการแก้ปริศนาบางอย่างนี่เล่นง่ายมาก แค่มองแล้วมีแสงวูบวาบๆ ก็แก้ได้แล้ว แบบว่าไม่ตื่นเต้ลเลยง่า... แต่ที่พูดนี่ไม่ได้ความว่าไม่สนุกนะครับ โดยรวมแล้วตลอดทั้งเรื่องนั้นก็ลื่นไหล ชวนติดตามดีครับ แต่ทำไมไม่รู้ แอบง่วงนิดนึงล่ะ... ที่ต้องชมจริงๆ ก็คือดนตรีประกอบที่เร่งเร้าอารมณ์ได้ดีเหลือเกิน โดยเฉพาะฉากสุดท้ายซึ่งเป็นฉากโปรดของผม ดนตรีนี่โหมมาได้จังหวะอย่างแรง พร้อมๆ กับที่มุมกล้องหมุนวนลงไป เผยให้เห็นความลับที่จะคงอยู่ต่อไปตลอดกาล... อูว์... ขนลุก

มาถึงคณะนักแสดงมีชื่อกันบ้าง รายแรก กับค่าตัว 25 ล้านเหรียญ ตาลุง Tom Hanks ที่มาพร้อมกับทรงผมทุ่งหมาหลงทรงใหม่ เรื่องนี้แน่นอนว่าคงไม่ได้ชิงออสการ์อีกสมัยเป็นแน่แท้ เพราะดูแล้วไม่คุ้มค่าตัวยังไงไม่รู้ แต่ก็นะ บทมันไม่มีอะไรมากมายไปกว่าพูดๆๆ แล้วก็พูด รวมๆ ก็ถือว่าลุงทำได้ในระดับมาตรฐานของตัวเองแล้วล่ะ ขอข้ามมาพูดถึงน้องนางนี้ดีกั่ว Audrey Tautou สำหรับผม เธอคือหน้าใหม่เลยครับ พอได้มาดูเรื่องนี้แล้ว โอว์... หลงเสน่ห์เจ้า เพราะนอกจากจะมีใบหน้าสวยแบบแปลกๆ และรูปร่างสะโอดสะองในไซส์กะทัดรัดพกพาสะดวกแล้ว สำเนียงพูดอังกฤษแปร่งๆ ตามฉบับสาวฝรั่งเศสของเธอนั้นช่างน่าหลงใหลเหลือคณนา แถมฝีมือยังดีใช่ย่อย เฉิดฉายบนจอสะท้อนแสงกับหน้าผากของ Tom Hanks ได้วิบวับดีเหลือเกิน Ian McKellen นั้นก็แสนจะไว้ลาย ทำหน้าที่ของตัวเองได้พอเหมาะ ไม่เว่อร์ ไม่ขโมยซีนใคร เยี่ยมๆ... อาแปะ Jean Reno ในบทผู้กองฟาซก็เก่งเรื่องปั้นหน้าเดิมตลอดทั้งเรื่อง พี่เผือก Paul Bettany ในบทไซลาส ฆาตกรหุ่นนางแบบก็ทำหน้าหื่นจัดได้อารมณ์ดีเหลือเกิน รวมไปถึงบาทหลวงอึ่งอ่าง Alfred Molina ณ Spider-Man 2 ก็เล่นได้ดีไม่มีเสียชื่อ

จะว่าดูหนังไม่เป็น หรืออะไรก็ยอม แต่ในฐานะคนชอบดูหนังคนหนึ่ง ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้สนุกมากทีเดียวครับ เรียกว่าไม่ผิดหวังเลยกับการรอคอย พอออกมาจากโรง ผมกับพี่ชายนายแฝกของผมยังต้องมานั่งคุยทำความเข้าใจเนื้อเรื่องกันอยู่นาน ก็เลยต้องขอแนะนำนะครับว่าเวลาดูควรจะสนใจเนื้อเรื่องนิดนึง ไม่งั้นอาจตามไม่ทันได้ครับ และสำหรับคนที่กลัวว่ามันจะสนุกน้อยกว่าอ่านหนังสือ ก็... ทำใจครับ แค่นั้น... หรือไม่งั้นก็ไม่ต้องไปอ่านหนังสือ ดูหนังอย่างเดียวแบบผมครับ จบ...


Create Date : 04 มิถุนายน 2549
Last Update : 4 มิถุนายน 2549 21:49:55 น. 15 comments
Counter : 533 Pageviews.

 
มารายงานตัวครับ ดูท่าว่าจะเป็นคนแรก แหะแหะ เรื่องนี้ผมไม่ได้ไปดูในโรงน่ะครับ ผมโหลด B I T มาดู ก็ยอมรับว่าสนุกเลยล่ะครับ ถึงแม้จะไม่ถึงที่สุดก็ตาม




ปล. พึ่ง Up Blog เช่นกันครับ ไปเจิมได้นะครับ แหะแหะ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 4 มิถุนายน 2549 เวลา:22:44:11 น.  

 
อ่านหนังสือจบก่อนหนังฉายได้ 7 วัน เพราะกลัวว่าเมื่อได้ดูหนังแล้วจะไม่อ่านหนังสืออีก ทำให้เนื้อหาในเรื่องยังมีเรายังมีอารมณ์ร่วมกับจินตนาการที่เกิดขึ้น บอกได้ว่าจินตนาการของเราเองมักวิริศมาหร่ากว่าในหนัง แต่หากคนไม่เคยอ่านมาก่อน ก็ทราบว่าหนังทำได้ดีพอใช้ได้เลย

มีความรู้เดียวคือ หนังดำเนินเรื่องได้เร็ว แต่ก็เข้าใจเหตุผลคะ


โดย: nuyo (CooKiiE ) วันที่: 4 มิถุนายน 2549 เวลา:22:45:55 น.  

 
เรื่องนี้ดูแล้วก็สนุกอ่ะนะครับ แต่มันไม่สุดอ่ะ
อาจจะเพราะผมอ่านหนังสือแล้วมั้ง เพราะความยากในการถอดรหัสที่ต้องใช้สมองแข่งกับเวลา มันสนุกตรงนี้แหละในหนังสือ

แต่พอมาเป็นหนัง ถอดกันง่ายๆอ่ะ แบบบังเอิญโคดๆด้วย มันเลยแบบว่าง่ายไปป่าว ไม่ลุ้นเลยอ่ะ

ชอบสุดก็ปู่เอียนแหละครับ ไว้ลายจริงๆ

enjoy your day


โดย: Holden Caulfield วันที่: 4 มิถุนายน 2549 เวลา:23:00:40 น.  

 
ยังไงเราก็ชอบเวอร์ชั่นหนังสือมากกว่านะ อุอุ


โดย: หลังจอ วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:0:04:08 น.  

 
ตรงข้ามกันนะ เรื่องนี้ผมไม่นึกอยากดูเลย

เหตุผลแรกคือ ไม่ชอบ รอน ฮาวเวิร์ด ผู้กำกับฯ

ต่อมาก็ผิดหวังอย่างแรงที่ ทอม แฮงก์ มาเป็นแลงดอน

สุดท้ายคืออ่านหนังสือแล้ว เลยไม่รู้จะไปหาความตื่นเต้นตรงไหนจากในหนัง(นอกจากความผิดหวัง )

คิดไปคิดมา ไม่ดูดีกว่า


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:4:34:51 น.  

 
แวะมาหาจ้า

ตอนนี้ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกครับว่าพี่แฮงค์แกไม่ใช่แลงดอนแน่ๆ


โดย: หมื่นทิพ TRAVOLTA IP: 161.200.255.161 วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:17:13:26 น.  

 
สวัสดีค่ะ สบายดีมั้ยคะ แวะมาหาค่ะ รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: Malee30 วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:19:31:14 น.  

 
หนังก็หนุกดี แต่หนังสือเฉียบขาดกว่า
คงเพราะรายละเอียดเยอะกว่า
..
อันนี้นอกเรื่องนิดนึงนะ
เราว่าเสียง ทอม แฮงค์ในหนังอ่ะ
บางทีมันเหมือนเสียงพี่จอห์น คูแซกมากเลยอ่ะ
จนนึกว่าแกก็มาแสดงด้วยซะงั้น


โดย: octavio วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:19:40:26 น.  

 
ไม่ได้อ่านหนังสือไปเลยไม่ผิดหวัง

เราว่าก็สนุกดีนะ แถมได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ระดับโลกอีก



โดย: keyzer วันที่: 6 มิถุนายน 2549 เวลา:16:30:48 น.  

 
เราอ่านหนังสือไปก่อนแล้วตอนแรกอ่านแค่ไม่กี่ตอนแล้วกะจะไปดูแต่คนเยอะพอถึงคิวก็ไม่มีรอบแล้วเพราะว่าต้องเรียนตอนบ่าย 2 พอกลับมาบ้านอีก 1 อาทิตย์เลยอ่านๆๆๆๆๆๆๆจนเหลือตอนจบไว้ แล้วไปดู ปรากฏว่าหนังสือดีกว่า แต่หนังทำให้เห็นภาพว่าเป็นไง ชอบตอนจบของหนังอ่ะ


โดย: +-[มิโช่น้อยๆ]-+ (Cecile_FCB ) วันที่: 6 มิถุนายน 2549 เวลา:18:51:44 น.  

 
ตอนจบขนลุกแล้วลุกอีกค่ะ
ขนลุกกับบรรยากาศหนังและดนตรีประกอบ


โดย: Susie วันที่: 6 มิถุนายน 2549 เวลา:20:58:30 น.  

 
ใครๆ ที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเรื่องนี้(ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้อ่านหนังสือ)
สามารถดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างรู้เรื่องและเข้าใจครับ
เก็บรายละเอียดได้ค่อยข้างมาก... ทำให้คิดว่าไม่จำเป็นต้องกลับไปอ่านหนังสือ
แต่... ควรอ่านหนังสือถ้าต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

ขอข้ามนักแสดงทั้งหมด.... ไปหยุดที่ ออเดรย์ (ตาโต) โตตู เลยดีกว่า
ผมได้ดูหนังที่เธอเคยแสดงเพียง 2 เรื่อง เท่านั้น

เรื่องแรกที่ผมเคยดู คือ little dirty thing (มั้ง... จำไม่ค่อยได้)
เธอเล่นเป็นสาวอพยพชาวตุรกีที่หลบหนีเข้าเมืองมา
เล่นได้ดีพอตัว

เรื่องที่สอง คือ He Loves Me, He Loves Me Not
เธอเล่นได้เข้าถึงบทบาทและโดดเด่นมากๆ
ควรไปหามาดู... แต่ผมหา VCD/DVD มานานกว่า 2 ปีละก็ยังไม่เจอเลย
หนังตัดต่อดีมาก สีสดฉูกฉาดตามสไตล์งานของผู้กำกับคนนี้ (จำชื่อไม่ได้)
อ้อ... หนังเสียงในฟิลม์ภาษาฝรั่งเศส (สำเนียงฟังได้ไม่ยาก) ซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ

ส่วน amerie และ enchantment (จำชื่อไม่ได้ละ) ไม่ได้ดูครับ

ในหนังดาวินชี่... ออเดรย์เล่นได้ดี... ไหลลื่น... น่าจะดีกว่าน้าทอมนะครับ

อิ อิ อิ

น้าฌอง เรโน ก็สอบผ่าน...

ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่เลวครับ

*************************************

ผม up-date blog แล้วครับ
ขอเชิญชวนทุกๆ ท่านเข้าไปเยี่ยม+ฟังเพลงได้เลยครับ



โดย: คุณหนูลมหวน IP: 168.120.77.73 วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:16:13:12 น.  

 
แวะมาทักทายครับ


โดย: นายเบียร์ วันที่: 9 มิถุนายน 2549 เวลา:23:34:01 น.  

 
มาเที่ยวอีกรอบ เพื่อมาชวนไปเจิมที่บล็อกครับ เพราะมีเพลงใหม่มาแล้ว


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:0:26:20 น.  

 
Hey! Just passing by!

Have a good life in University and always watch movies na krub.


โดย: BloodyMonday วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:19:16:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Moonlight Mile
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รูปคำอ้ายคุงโซ้ยไผ่โชว์ ถ่ายกับมือจากสวนสัตว์เชียงใหม่
Friends' blogs
[Add Moonlight Mile's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.