Day 4 กับประสบการณ์อันโหดร้ายของชีวิตออแพร์

จุดเริ่มต้นของจุดจบ



20.06.2010
วันนี้เริ่มงานตั้งแต่ตี 4 เพราะน้องมันตื่นมาเล่นแต่เช้า
แต่ก็ไม่ไหวจริงๆ เมื่อคืนนอนตี 1 วันนี้ตื่นตี 4 แถมแทบจะไม่ได้นอนทั้งคืน
เพราะน้องพลิกตัวทั้งคืน
พอน้องตื่น มันเรียกก็ทำเป็นไม่ตื่น น้องอยากเล่นอะไรก็ตามสบาย
ตื่นเสร็จก็ออกไปหาอะไรกินเลย แต่แม่มันไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้กิน
มันเลยไปรื้อทั้งเรือ หาของกิน แล้วก็ได้ขนมห่อใหญ่มากินกระจาย แต่ช่างมัน
ไปเปิดทีวีให้มัน แล้วก็เดินมานอนต่อ
ซักพักมันมาปลุกอีก แต่ไม่เอาแล้ว มากเกินไป ไม่ตื่น
มันก็วิ่งไปนอนกับพ่อแม่มัน เราถึงมีเวลาเงียบๆ ได้นอนซักชั่วโมงนึงได้
เพิ่งได้หลับจริงๆ เลยนะเนี้ย แบบไม่ต้องกังวล
แต่ก็แป๊บเดียว มันก็ตื่น แล้ววิ่งไปเล่นบอลอีก
ถ้ามีเสียงดัง แสดงว่าน้องยังอยู่ พอเสียงเงียบไปโฮสต้องเรียกว่ายังอยู่ป่าว
แล้วซักพักเงียบผิดปกติ ก็เลยออกไปดู เห็นประตูเรือข้างหลังเปิด
รู้ว่าซวยแล้ว รีบวิ่งไปดู มันวิ่งหนีไป เรียกมันอย่างดัง อีกใจก็เกรงใจเรือใกล้ๆ
เพราะมันยังเช้ามากเพิ่งตี 5 กว่าๆ แต่ทำไงได้ โฮสก็ไม่ออกมาช่วยดู
เรียกแล้วมันไม่กลับ เลยบอกว่างั้นก็ไปเลย จะได้ไปนอนล่ะ
เดินกลับเข้าเรือ ซักพักมันก็วิ่งกลับมาให้อุ้ม แม่งตอนออกไปปีนไปได้ ทีงี้ให้อุ้ม
พอกลับมาเลยชวนระบายสี ให้นั่งเงียบๆ หน่อย เปิดทีวีไป เล่นไป
เล่นได้ซักครึ่งชั่วโมง มันก็วิ่งไปอีก คราวนี้ไม่กลับ วิ่งไปเรือเยอรมันข้างๆ
แต่เค้ารู้จักกัน เพราะวันแรกยังทักทาย คุณกันอยู่เลย แต่ก็ตามไป เพราะน้องยังไม่ใส่ชูชีพ
แต่เรือนั้นเค้าก็บอกไม่เป็นไร ปกติเค้าก็มาบ่อย มาเล่นก็คุณปู่บ่อยๆ แล้วปกติมีหมาด้วย
เราก็แบบว่า ไม่เป็นไร น้องยังไม่ได้ใส่ชูชีพ เดี๋ยวเอากลับเอง
เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร น้องมันวิ่งลงเรือไปแล้ว แล้วเค้าบอกว่าเดี๋ยวพาไปส่งเอง
เราก็แบบว่า งั้นฝากด้วยนะคะ
กลับมาที่เรือ โฮสถามว่าน้องอยู่ไหน ก็บอกไปว่าอยู่เรือเยอรมัน
โฮสก็ถามมาว่า แล้น้องใส่ชูชีพรึเปล่า ก็บอกไปว่าเปล่า
โฮสก็เงียบหายไปพักนึง แล้วโฮสแด๊ดออกมาไปตามน้อง
แต่โฮสมัมออกมาบอกว่า ตั้งแต่เกิดมานี้เป็นครั้งแรกที่น้องออกจากเรือโดยไม่มีชูชีพ
เราก็บอกว่า เราไปตามน้องแล้วเค้าบอกมาอย่างงี้
โฮสก็เงียบ ไม่ได้บอกอะไรต่อ พอโฮสแด๊ดกลับมา คุณย่าเรือเยอรมันก็มาบอกว่า
อย่าว่าชั้นเลย เพราะชั้นบอกเค้าแล้ว แต่เค้าเองก็บอกว่าจะมาส่งเอง
แต่ก็เท่านั้นแหละ โฮสเค้าไม่ได้สนใจ อยากจะด่าก็ด่า ไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น
ตอนนั้นไม่รู้จะอยู่ตรงไหนของสถานการณ์ เลยกลับมาเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน
แล้วพอออกไป โฮสมัมก็พูดว่า ไม่พาหาออกไปเดินเหรอ ก็เลยบอกไปว่า งั้นพาหมาไปเดินก่อน
เดินไปร้องไปอีกตามเดิม ตอนนี้ยิ่งคิดว่าไม่ได้แล้ว จะทนต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
ต้องขอเปลี่ยนอย่างเร็วที่สุด จะมาทรมานตัวเองอย่างนี้ไม่ดีแน่
พอกลับมาถึงเรือ ทุกคนกำลังกินข้าวเช้า แล้วเราก็เดินไปนั่งกินเนียนๆ
บรรยากาศเลวร้ายมาก เงียบสุดจิต
ซักพักโฮสมัมก็พูดขึ้นมาว่า คุณเป็นออแพร์ทำไมไม่ดูเด็กก่อนหมา
เอาอีกแล้ว!
ก็เลยบอกไปว่า คุณบอกเองว่าให้ชั้นพาหมาไปเดิน
เค้าก็หัวเราะแบบ ที่พูดแบบนั้นเพราะพูดประชด นี้ไม่รู้เรื่องเลยเหรอ
ฮาฮา เหมือนคนโง่เลย ไม่อยากเป็นคนโง่ในสายตาใครทั้งนั้น
เราไม่ได้โง่ด้วย อย่ามาดูถูกกัน
จากนั้นก็ถึงเวลากลับจนได้ ช่วยยกกระเป๋า ช่วยเก็บขยะทิ้ง
แล้วก็รอยกกระเป๋าอยู่ น้องมันจะไปเล่นที่สนามเด็กเล่น
มันไม่ได้อยู่ใกล้นะโว้ย
นี้เค้าจะกลับกันอยู่แล้ว ยังจะไปเล่นอีก เลยบอกน้องว่าไม่
โฮสมัมหันมามองอย่างรวดเร็ว แล้วถามว่าทำไม
ก็บอกไปว่าจะช่วยเก็บของ แล้วนี้ก็เป็นเวลาที่ต้องกลับบ้าน ยังจะไปเล่นอีก
เค้าบอกว่าคุณมาเป็นออแพร์นะ เด็กอยากทำอะไรก็ต้องไปกับเด็ก
อ้าว! นี้ออแพร์แปลว่าอย่างนั้นเหรอ เพิ่งรู้นะเนี้ย
เลยชวนน้องไปทิ้งขยะแทน เพราะเป็นทางเดียวกับที่จอดรถ
ถ้าไปสนามเด็กเล่น อีกไกล คนละทางกันด้วย
ก็ชวนน้องแตะบอลไปถึงที่ทิ้งขยะ
พอเดินกลับมาก็วิ่งแตะบอลกลับไปที่รถ
พอถึงรถ มันไม่ขึ้นรถ โฮสเลยบอกงั้นขึ้นมา ปล่อยน้องไว้ที่นี่
แล้วน้องมันก็ไม่ขึ้นจริงๆ แด๊ดขับรถออกไปน้องก็วิ่งตัดหน้ารถไปมา
นี้มันไม่ถูกนะ อันตรายด้วย ทำงี้ได้ไงว่ะ
จะไปโทษว่าเพราะน้องเป็นเด็กพิเศษ เลยไม่สอน ไม่บอกอะไรถูกผิด ได้ไง
เด็กพิเศษก็เรียนรู้ได้เหมือนเด็กปกตินี้แหละ ไปทำให้เด็กรู้สึกว่าทำได้เพราะพ่อแม่ไม่ว่า
สุดท้ายก็ควบคุมลูกไม่ได้ จนมาเป็นภาระอยู่ทุกวันนี้ไง
กว่าจะไปลากมันขึ้นรถได้ ก็ตรงทางออกนู้น
นั่งมาเครียดนรกมาก น้องมันก็ชวนเล่นอะไรไม่รู้ พูดภาษาดัตช์
ก็ได้แต่ อืม ออ แล้วก็ถามกลับเป็นภาษาอังกฤษไป แล้วเหมือนว่าพอน้องไม่รู้เรื่องแล้วจะอาระวาดเพราะเหมือนกับไม่ได้ดังใจ
เลยปล่อยน้องเล่นไป เราก็นั่งเงียบๆ ถึงบ้านก็เจอน้องคนโตคงเตรียมออกไปทำงาน
แต่ตัวเล็กมาถึงมันก้รู้ว่าพี่มันทิ้งกุญแจไว้ในรถ เราก็ช่วยขนของ
มันวิ่งไปเอากุญแจ แล้วไปอวดพี่มันว่าได้กุญแจมาแล้ว
พี่มันต้องวิ่งไล่ เพราะมันสามารถเปิดประตูออกไปข้างนอกได้
ทั้งแด็ด ทั้งคนโต ยังเอาไม่อยู่ ชั้นเลยต้องไปต้อนอีกมุม
พอเห็นสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเลลพาหมาไปเดิน ถึงเวลาอีกแล้ว
วันๆ ไม่ต้องทำมาหากินอะไร พาหมาไปเดินวันละ 4 ครั้ง
แต่น้องมันจะออกไปด้วย เลยต้อนน้องต้อนกลับไป
โฮสมัมเห็นยังไม่ไปก็ถาม ว่าทำไมไม่ไปอีก เลยบอกว่าน้องจะตามไปก็เลยกลับมาก่อน
แทนทีมัมจะช่วยจับไว้ให้ กลับบอกว่า แล้วทำไมคุณไม่รู้จักไปถามให้คนอื่นช่วยล่ะ
กลายเป็นคนโง่อีกรอบ
อยู่กับอีโฮสมัมทีไรเหมือนโดนตอกย่ำให้กลายเป็นคนโง่ทุกที
พอดีคนโตออกมา เลยบอกให้ช่วยจับไว้หน่อย
พอออกไปได้ ก็เดินยาว คิดแล้วคิดอีกว่าจะเปลี่ยนตอนนี้ดีมั้ย
แต่พอเห็นเด็กคนอื่น ก็เลยนั่งร้อง แบบว่าคิดแล้วว่าเราอยากมีทำอะไรอย่างมีความสุขมากกว่า
ถ้าทุกข์แบบนี้ทั้งปีคงเสียสุขภาพจิตแย่ อีกอย่างมาอยู่ยุโรปคงไม่ได้อะไรแน่
เจอเด็กข้างทาง ทักทายแล้วน้องก็ทักดี ดูเราก็ยังเข้ากับเด็กได้ดีนิ แล้วทำไมกับบ้านนี้ถึงมีปัญหา
กลับถึงบ้านไม่มีใครอยู่ เลยกลับบ้านตัวเองพักผ่อน แต่ซักพักโฮสมัมมาจากไหนไม่รู้
บอกว่าหากันตั้งนานนึกว่าหายไปไหน เลยบอกว่าเห็นไม่มีใครอยู่
แล้วขอเวลาพักผ่อนบ้าง ปวดหัวมาก เมื่อคืนไม่ได้นอนเลย
จริงๆ อยากอยู่เงียบๆ มากกว่า ตั้งแต่มารู้สึกว่าอะไรมันวุ่นวายไปหมด
ระหว่างนั้นก็นั่งอ่านสัญญา กะว่าออกแน่แล้ว ไม่อยู่ชัวร์
ได้หลับไปตื่นนึง รู้สึกดีขึ้น เลยคิดว่าทนอีกหน่อย อาจจะดีขึ้น
พอมากินข้าวเย็น ก็นั่งฟังเค้าคุยกันเป็นภาษาดัตช์ ซึ่งเราจะรู้เรื่องอะไร
กินเสร็จ โฮสมัมพูดขึ้นว่า ทำไมไม่รู้จักพูดบ้าง ไม่มีปากรึไง
โดนอีกแล้ว เลยสวนกลับไปว่า คุณคุยกันเป็นภาษาดัตช์ชั้นไม่รู้เรื่อง
หรือคุณจะให้ชั้นคุยกับคุณเป็นภาษาไทยมั้ยล่ะ จบ!
เดินยัดจานใส่เครื่องล้างจานเสร็จ บอกว่า เด๋วคุณพาน้องไปนอนเสร็จ ชั้นจะขอคุยด้วย
แล้วก็เดินกลับบ้านเลย กลับมาเก็บกระเป๋าเลย แบบว่าไม่ทนของจริงแล้ว
ไม่ได้ปรึกษาใคร เพราะโฮสไม่มีโทรศัทพ์ให้ ไม่มีเน็ทให้ ปรึกษาใครไม่ได้
แต่ขอตัดสินใจเอง
พอน้องนอน โฮสมัมมาเรียกไปคุย พอนั่งลงเริ่มอ้าปากพูดคำแรกก็ร้องเลย
พูดไปร้องไป คือไม่ได้ต้องการร้อง แต่มันมันร้องเอง
บอกเลยว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่ชอบอะไรบ้างที่ได้เจอมา แล้วก็บอกว่าเราพยายามมากแค่ไหนแล้ว
แล้วก็บอกว่าชั้นคงไม่แมชกับครอบครัวคุณ หาคนใหม่ที่ดีกว่าเถอะ
แล้วเหมือนโฮสแด๊ดจะโกรธ พูดว่า เค้าเป็นผู้ใหญ่กว่า รู้อยู่แล้วว่าเด็กจะทนไม่ได้
แล้วก็มาหาว่าเราเป็นคนไม่รักเด็ก ไม่รักลูกเค้า ถึงเป็นออแพร์ไม่ได้
เราจะพยายามพูดยังไงก็ดูเหมือนจะไร้ค่า เหมือนจะเข้าใจไม่ตรงกัน จริงๆ
แต่สุดท้ายก็จากกันด้วยดี โฮสมัมบอกว่าพรุ่งนี้จะโทรหาเจ้าหน้าที่ให้แต่เช้า
พอจบ มัมขอไปนอน แด๊ดลืมของไว้ที่เรือต้องกลับไปเอา
เลยจับโทรศัทพ์โทรหาเพื่อนด่วน คำแรกที่บอกเพื่อนคือ "แกชั้นของรีแมทช์แล้ว"
คือตั้งแต่บินไปจนถึงวันที่ขอรีแมทช์ ยังไม่ได้ติดต่อใครเลย ที่โทรหาบ่อยก็ปุ๊ก กิ๋ว แล้วก็แม่
แต่พอได้พูดมันก็ทำให้รู้สึกสบายใจ และโล่งมาก หลับเต็มอิ่มได้อีกครั้ง


 


...To be continue





Create Date : 17 กรกฎาคม 2553
Last Update : 17 กรกฎาคม 2553 17:05:34 น.
Counter : 1239 Pageviews.

9 comments
  
ภาคนี้ยาวมาก
โดย: joytime วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:06:21 น.
  
เมื่อวานได้เข้ามาอ่าน วันนี้เลยอยากตามมาให้กำลังใจค่ะ
โดย: ดิว IP: 182.52.26.28 วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:35:42 น.
  
ตามมาให้กำลังใจอีกครั้งค่ะ ขอให้เจอครอบครัวใหม่ที่ดีกว่านี้นะคะ
โดย: อารีรัตน์ วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:45:37 น.
  
พี่ดีใจที่น้องตัดใจออกมาค่ะ เป็นกำลังใจให้ต่อไปนะคะ
โดย: eyes IP: 68.60.185.68 วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:05:04 น.
  
หน้าที่ออแพร์ต้องพาหมาออกไปเดิน นี่...มากไปจริงๆ...พวกดัชต์ไม่ใช่จะนิสัยดีซะทุกคนไปนะ ที่แย่ๆแบบนี้มีเยอะมาก อยากจะแนะนำนะคะว่า งานต่อไปขอให้คุยกันให้จบตั้งแต่วันแรกเลยว่า มีหน้าที่อะไรบ้าง ต้องเคลียร์เรื่องนี้ก่อนจะตัดสินใจไปทำงานให้ หน้าที่ออแพร์คือดูแลเด็ก ถ้าจะให้ช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆในบ้านก็ต้องคุยกัน ไม่ใช่พออยู่ๆไปมาเอาเปรียบมาเพิ่มหน้าที่ให้ แบบนี้ไม่อย่าไปยอม

อีกอย่างสภาพของเด็กเป็นแบบไหนขอให้ "ถามก่อนมาทำงานให้" เพราะ "เด็กพิเศษ" นี่คิดว่าน้องน่าจะต้องทราบก่อนที่จะตกลงรับปากมาทำงานให้นะคะ เพราะงานมันเหมือนจะ "หนัก" มากกว่า "เด็กปกติ" เป็นสองเท่า ....
โดย: Flowerfun วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 เวลา:3:05:57 น.
  
มีสัญญาเป็นลายลักอักษรไหมคะ
เอามาอ่านนะ ฝรั่งพวกนี้ต้องหัวหมอกับมันอย่ายอมเด็ดขาด
เพราะถ้าเรานิ่งเฉยเขาจะถือว่าเรารับได้แล้วมันก็จะตั้งแง่หนักขึ้นเรื่อยๆ
โอเคเราทำงานแลกเงินแต่ไม่ได้แลกศักดิ์ศรีความเป็นคนค่ะ
คุณต้องรู้จักสู้เพื่อตัวเอง ปกป้องตัวเองให้เป็น

คราวต่อไปอ่านสัญญาและตั้งเงื่อนไขให้ชัดเจน
ห้ามละเมิด ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด
ถ้าติดขัดด้านภาษาอังกฤษตรงไหนถามมานะคะ
ยินดีช่วยเต็มที่
โดย: เข้ามาติดตาม IP: 90.224.230.111 วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 เวลา:4:07:16 น.
  
ตามมาให้กำลังใจค่ะ เห็นด้วยกับคุณ Flowefun และคุณเข้ามาติดตาม เช่นกันค่ะ

ตกลงเรื่องตารางงานต้องชัดเจนนะคะ ไม่งั้นมีปัญหาแน่ เพราะจุดประสงค์คนที่หาออแพร์ในยุโปส่วนใหญ่ก็แค่หาคนมาเลี้ยงลูกเขาด้วยราคาที่ไม่แพง ค่ากินอยู่กับค่าจ้างเรายังถูกมากๆๆๆ ถ้าเทียบกับการที่เขาต้องมาจ้างคนในประเทศเขามาเลี้ยงลูกเขาเป็นการส่วนตัวอย่างถูกกฎหมาย และคิดว่าเราไม่ทำร้ายลูกเขาค่ะ ส่วนเรื่องแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมหรืออะไรนั่นเขาไม่สนเท่าไรหรอกค่ะ สนใจที่สุดคือเราดูลูกเขาได้ดีไหมคุ้มไหม

เราไม่ใช่นักเรียนแลกเปลี่ยนที่เขาอาสามาดูแล เราเป็นลูกจ้าง สุดท้ายแล้วเราคือคนนอก ยึดสัญญาจ้างดีกว่าค่ะ ถึงเขาจะดีกับเราแต่อย่าลืมว่าเขาไม่ใช่ญาติเรา รักษาระยะไว้ด้วยนะคะ ถึงเขาจะดีกับเรามากถึงเราจะรักครอบครัวเขาก็เผื่อใจไว้นะคะ ต่อไปจะได้ไม่เสียใจในภายหลังค่ะ
โดย: บีบี IP: 85.127.8.83 วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:12:17 น.
  
ชั้นว่าที่แกเล่าให้ชั้นฟังมันมากกว่านี้นะ เส้าแทนแกอ่ะ เหมือนแกมารับทุกข์แทนชั้นเลย T_T
โดย: pooky IP: 124.122.15.137 วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:26:28 น.
  
อ่านแล้วเศร้าใจแทนจัง เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
โดย: k. IP: 192.168.1.114, 124.120.192.48 วันที่: 9 สิงหาคม 2553 เวลา:18:25:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

joytime
Location :
กรุงเทพฯ  Netherlands

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
กรกฏาคม 2553

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
15
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31