แผนรักจัดฉากหัวใจ บทที่หนึ่ง วันวานยังฝาดอยู่
แผนรักจัดฉากหัวใจ




เรื่องย่อ


หนูจิต (จิตตกานต์) แอบหลงรักลูกพี่ลูกน้องเพื่อนสนิทของพี่ชายคือ ตรีภพ เรื่องราวในวัยเด็กของทั้งคู่เริ่มจากข้อตกลงของคุณยายของทั้งคู่ที่แอบหมั้นหมายในหนูจิตเป็นคู่หมั้นของตรีภพ แต่ดูเหมือนฝ่ายชายจะไม่เต็มใจให้เป็นอย่างนั้น จึงได้เอ่ยถ้อยคำที่เป็นประโยคฆาตกรรมหัวใจดวงน้อยออกไปว่า

“ยายหนูจิตอัปลักษณ์ ไม่มีวันได้เป็นคู่หมั้นของฉันแน่นอน” เมื่อได้ฟังคำพูดจากปากของชายในฝัน ก็เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจ เจ้าเงาะน้อยจึงตั้งปฎิวัติตัวเองถอดรูป เพื่อทำให้คู่หมั้นของเธอต้องถอนคำพูดให้ได้ และจากการช่วยเหลือของพี่ชายและคุณยายทั้งสอง จะทำให้เธอชิงหัวใจของเขามาได้หรือไม่ต้องลองติดตามอ่านได้เลยค่ะ


จิตตกานต์ อิศราพร

หนูจิต อดีตเคยขี้เหร่แบบหาตัวจับยาก แต่ตอนนี้โมดิฟาย์ตัวเองให้สวยพร้อม สวยเช้งเด้งได้ หรู แบรนเนมทั้งตัวนะยะ ก็การเป็นคนสวยไม่มีตั้งแต่เกิดนี้ อยากได้ก็ต้องทำเองสิ หล่อนจึงเป็นหนี้บัตรเครดิตจากพฤติกรรมช็อปอะโฮลิก เธอมีแนวคิดว่า เสียชีพอย่าเสียฟอร์ม ฆ่าได้แต่อย่าหยามเป็นอันขาด ยุขึ้นสุดๆ คำปรามาสคำเดียวของชายในฝันจึงเป็นสิ่งที่ผลักดันให้เธอเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงรูปลักษณ์ เพื่อกลับมาชิงหัวใจของคู่หมั้น

ตรีภพ ปัญญากร

อาจารย์มหาวิทยาลัยหนุ่มรูปหล่อดีกรีปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์เกษตรจากสหรัฐ มีอีกบทบาทนอกเวลาราชการเป็นไอ้หนุ่มบ้านไร่ผู้รักสันโดษ สมัยเด็กเคยเลว แต่ตอนนี้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีศรีสังคมแล้วจ้า จากความแสบในวัยเด็กของเขาได้สร้างบาดแผลให้แก่ลูกพี่ลูกน้องตัวกลมอดีตลูกสมุนเบอร์ 1 ที่เคยตามเค้าแจเกาะไม่ออกในวัยเด็ก อยู่ๆ ก็มาหายหน้าไปทำให้คิดถึงแทบแย่ พอขาดเธอไปเหมือนหัวใจมันหลุดหาย เมื่อทั้งคู่หวนกลับมาพบกันใหม่ก็เหมือนเวลาของหัวใจก็เริ่มเดินอีกที

คุณยายทองสุข และคุณยายสมสุข

สองคู่หูดูโอวัยดึกของบ้านไร่ ผู้มีเป้าหมายสูงสุดร่วมกัน คือจับคู่หลานชายและหลานสาว ให้เป็นคู่ตุนาหงันให้จงได้ ปฎิบัติการรวมไร่รวมหัวใจให้ไร่ทิวเขาและไร่ลำเนารักเป็นทองแผ่นเดียวกัน ตามความต้องการของบรรพบุรุษ

จิตตพิสุทธ์ อิศราพร

พี่โจ พี่ชายแท้ๆของจิตตกานต์ และเพื่อนสนิทสุดซี้ของตรีภพ รักน้องสาวยิ่งชีพหวงน้องสาวเป็นชีวิตจิตใจ เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการไม่แพ้ใคร เขาคนนี้คือหน่วยปฏิบัติการคอยทำให้แผนการต่างๆ สำเร็จลุล่วงไป

เชิญทุกท่านพบกับรักใสๆ หัวใจโหดมันฮา ได้เลยค่ะ






บทที่หนึ่ง
วันวานยังฝาดอยู่


เคยไหมที่เวลาแอบหลงรักใครสักคนหนึ่งมากๆ แล้วถูกทำร้ายจากคำพูดของคนที่เรารัก ทางเลือกมีอยู่สองทาง เสียใจแล้วเดินจากไป หรือเสียใจเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนตัวเอง เพื่อให้เขาหันมองเราบ้าง แม้เพียงสักนิดก็ยังดี ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกทางไหน ใช่แล้วเรื่องอะไรจะปล่อยในคนคนนั้นลอยนวล


“หนูจิตน้องสาวของแกเนี่ยที่จะมาเป็นคู่หมั้นฉัน แกดูสารรูปน้องแกหน่อยเถอะ คำจำกัดความง่ายๆ เวลานึกถึงน้องแกก็คือ ผู้หญิงอัปลักษณ์ จะมาเป็นคู่หมั้นแต่งงานกับฉัน เฮอะ ให้เวลา 10 ปียังไม่รู้ว่าจะมีทางรึเปล่าเลย”

ตรีภพในวัย 17 กล่าวถึงเธอด้วยถ้อยคำที่ทำให้พี่โจพี่ชายของเธอทั้งอึ้งทั้งจุกในคำพูดของเพื่อนรักและญาติสนิทที่พูดถึงน้องสาวของตนอย่างเจ็บแสบ จนรู้สึกหมั่นใส้ ไอ้คนปากดีคนนี้ขึ้นมาตงิตๆ ที่น้องสาวคนเดียวในโลกโดนสบประมาทจนเสียเชิงหญิงขนาดนี้


“เฮ้ย แกก็พูดเกินไป ถึงน้องฉันมันจะไม่สวยแต่มันก็เป็นน้องฉันนะไอ้หอยหลอด และถ้าอีก 10 ปีมันสวยขึ้นจริงๆ แกอย่ามาง้อก็แล้วกัน ถึงเวลานี้เตรียมคลานสี่ขาให้หมาอายได้เลย”

แล้วโจก็ชี้หน้าเพื่อนรักอย่างมาดหมาย


“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันไม่วันนั้นหรอกเพื่อน” ตรีภพเท้าสะเอวหัวเราะร่าอย่างน่าหมั่นใส้

จิตตกานต์หรือที่ทุกคนเรียกว่า หนูจิต ยืนน้ำตาไหลพรากอย่างหัวใจสลายที่ชายในฝันของเธอกล่าวถึงเธอด้วยประโยคที่เชือดหัวใจของเธอทั้งดวง ทำให้หนูจิตสัญญากับตัวเองว่าเธอต้องทำให้ผู้ชายคนนี้ถอนคำพูดให้จงได้

“หึ เป็นไปไม่ได้งั้นหรอ ก็ลองดูสักตั้งสิ ว่าพี่ภพจะต้องถอนคำพูดในวันนี้ไหม แล้วพี่ภพจะต้องเสียใจที่เคยพูดคำนี้ออกมา”

นั่นแหละ คือจุดเริ่มต้นของความรักในรอยแค้นของเธอ


จิตตกานต์ เป็นน้องสาวของจิตพิสุทธิ์ พี่ชายของเธอเป็นเพื่อนรักของตรีภพ เขาเป็นผู้ชายที่เธอแอบหลงรักตั้งแต่เด็ก เธอกับตรีภพเป็นคู่หมั้นคู่หมายที่คุณยายทองสุขของหนูจิตกับคุณยายสมสุขของตรีภพ ต้องการให้ทั้งคู่ลงเอยกัน แล้วช่วยกันสืบทอดกิจการบ้านไร่ ที่คุณยายทั้งสองคนถือครองอยู่คนละ 400 ไร่ในอาณาเขตติดต่อกัน จากมรดกของตระกูล โดยถ้าลูกพี่ลูกน้องอย่างตรีภพและหนูจิตแต่งงานกัน ไร่สองไร่ก็จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และจะพื้นแผ่นดินทรัพย์สมบัติของตระกูลจะยังให้คงอยู่ต่อไป


จนเมื่อทั้งสามได้บังเอิญได้ยินรักบ้านไร่เรือล่มในหนองทองของตระกูลไม่ไปไหนปฏิกิริยาของทั้งสามแตกต่างกันไป


หนูจิตดีใจที่สุดเมื่อได้รู้ว่าเธอคือคู่หมั้นคู่หมายของตรีภพ เพราะเขาคือพี่ชายในดวงใจ ส่วนพี่โจของหล่อนเห็นว่าเป็นเรื่องตลกที่ต้องล้อเลียนให้อายกันไปข้างและการที่จะมีน้องเขยเป็นตรีภพทำให้พี่โจรู้สึกเหนือกว่าตรีภพเป็นครั้งแรกๆในชีวิตด้วย

ส่วนตรีภพ เห็นว่าเป็นเรื่องโบราณไร้สาระ (เด็กหนุ่มในวัยนี้ที่ไหนจะไปคิดเรื่องแต่งงานกันเล่า) และรู้สึกสูญเสียมั่นใจในฐานะหัวหน้ากลุ่ม เมื่อต้องตกเป็นรองนายโจลิ่วล้อที่ชักจะเอาใหญ่ นำเรื่องนี้มาล้อเลียน จึงได้เอ่ยคำสบประมาทกลับไปอย่างคะนองปาก เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกอายที่โดนจับคู่
เรื่องในวัยเยาว์ของจิตตกานต์ จิตพิสุทธิ์ และตรีภพเป็นเพื่อนของพี่ชายของเธอ ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ส่วนหนูจิตอายุอ่อนกว่าตรีภพและพี่โจ 3 ปี เธอเป็นน้องสาวคนเล็กของทั้งคู่ ทั้งสามคนเป็นแก้งค์เด็กเพื่อนซี้ ทุกปิดเทอม สองพี่น้องเด็กเทพต้องมาที่บ้านไร่ของคุณยายที่ปากช่อง


ส่วนตรีภพอยู่บ้านไร่กับยายสมสุขของเขาตั้งแต่ 5 ขวบ เนื่องจากพ่อแม่ของเขาต้องเดินทางไปทำงานในประเทศนั้นประเทศนี้เรื่อยๆ เมื่อตรีภพอายุถึงเกณฑ์ต้องเข้าโรงเรียน พ่อแม่ของตรีภพจึงนำเขามาฝากเลี้ยงกับยายสมสุข ตามความต้องการของคุณยายทั้งสองที่ต้องการให้หลานทั้งสามสนิทสนมกันดังพี่น้องสนิทกันจนถ้าใครคนใดคนหนึ่งเป็นคางทูม หรือเป็นอีสุกอีใส ก็จะเป็นด้วยกันหมดทั้งสามคน


หนูจิตในวัยเด็ก เมื่อมาอยู่บ้านไร่ไม่มีก็เพื่อนผู้หญิง จึงต้องเล่นเป็นลูกสมุนของพี่ชายทั้งสอง แต่หนูน้อยก็ยอมเป็นลูกไล่แต่โดยดีเสมอมา เธอคอยติดสอยห้อยตามพี่ชายทั้งสองของเธอ ไปทุกที ไม่ว่าจะเล่นอะไร ไปที่ไหน และแม้ว่าจะโดนแกล้งหนักๆ เพียงใด เธอก็ยังคอยติดตามเป็นลูกไล่ให้พี่ชายทั้งสองอยู่เสมอ เพราะทั้งสองคนเป็นทั้งพี่ชายและเพื่อนคนสำคัญของเธอ พร้อมทั้งยึดพี่ภพของเธอให้เป็นต้นแบบชายในฝันคนที่จะมาเป็นแฟนของหนูจิต ต้องใจดี (ตรีภพจะใจดีเมื่อต้องการหลอกใช้) ต้องเรียนเก่ง หน้าตาดีมากกว่าหรือเท่ากับพี่ภพ


หนูจิตไม่รู้ว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่อตรีภพเปลี่ยนแปลงจากพี่ชายมาเป็นชายในดวงใจตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่ากว่าจะรู้สึกตัว หนูจิตก็มีผู้ชายปากร้ายคนนี้อยู่เต็มหัวใจแล้ว ทำให้ถ้อยคำของเขาสร้างความบาดแผลเจ็บปวดร้าวลึก จนหนูจิตต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อตัวเองสักที จากแล้วหนูจิตก็เริ่มถอยห่างจากตรีภพให้มากที่สุด แล้วปรับปรุงตัวเองเพื่อกลับมาทวงหัวใจของเธอจากเขาให้ได้ หนูจิตคิดว่าหนทางที่จะเอาชนะใจพี่ภพของเธอ คือ เธอต้องสวยขึ้น แต่หนูจิตตอนอายุ 14 ปีนั้น มีรูปร่างเจ้าเนื้อ ผิวคล้ำ ส่วนใบหน้าก็เต็มไปด้วยสิวจากฮอร์โมนของวัยเริ่มสาว แถมยังมีฟันเหยินเป็นแก้วหน้าม้าอีกต่างหาก ทำให้เส้นทางการแปลงโฉมของเธอเต็มไปด้วยขวากหนามที่แหลมคม


เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ในวันนั้นเธอกินข้าวเย็นแบบนอนสต๊อบเพื่อสั่งลาชีวิตเด็กสมบูรณ์ จนทำให้คืนนั้นเด็กสาวปวดท้องและอาเจียนจนต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากอาหารไม่ย่อย แล้วหลังจากที่หายดีก็หนูจิตก็กลับบ้านที่กรุงเทพทันทีแบบไม่หวนกลับมาถ้ายังไม่สวยพอ หลังจากเธอไม่กลับมาที่บ้านไร่หนึ่งปีเต็มนั้น ตรีภพก็เดินทางไปเรียนเมืองนอก จึงทำให้เส้นทางของทั้งคู่เหินห่างกันมากขึ้น


แต่สำหรับพี่โจของเธอกับตรีภพยังคงเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม สองหนุ่มยังคงติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะไม่ค่อยได้เจอกัน และจิตพิสุทธิ์นี่แหละที่คอยเป็นสะพานให้ตรีภพและหนูจิตน้องสาวให้ได้รับรู้ข่าวคราวของแต่ละฝ่าย ทำให้ทั้งสองยังตัดกันไม่ขาดสักที อย่างวันเกิดที่ผ่านมาที่พี่โจคอยเป็นไปรษณีย์ส่งของขวัญอภินันทนาการจากตรีภพเมดอินอเมริกามาให้หนูจิตทุกปี ทุกปี แต่ความดีๆ เล็กๆ น้อยของตรีภพยังไม่เท่ากับสิ่งที่ตรีภพเคยทำกับเธอ ที่มากพอที่จะทำให้เธอเกลียดเขาได้อย่างไม่ต้องนึกหาเหตุผลมากนัก ลองนั่งไทม์แมชชีนไปดูก็จะรู้...


วีรกรรมแรก เหตุการณ์มันเกิดขึ้นตอนที่เราอายุ 10 ขวบ พี่ภพกับพี่โจ วัย 13 ปี ผู้เรื่องต้นเกมส์แกล้งน้อง โดยเริ่มให้วิ่งแข่งกันสามคน โดยต่อให้น้องสาวคนเล็กนิดหน่อยพอเป็นพิธี แล้วคนแพ้ต้องกินน้ำผักสูตรพิเศษที่คิดค้นโดยพี่ภพ ปั่นผักสารพัด ผสมผักบุ้งริมคลอง คั้นพิเศษ 1 แก้วสำหรับคนแพ้ โดยคนที่โดนทำโทษนะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหนูจิตที่อ้วนกลมสมบรูณ์วิ่งช้ากว่าคนอื่น โดนบังคับให้กินเข้าไป จนหมดแก้ว จนทำให้หนูจิตท้องเสียอยู่ 2 วันเต็ม เมื่อคุณยายทั้งสองทราบเรื่อง ทั้งพี่ภพและพี่โจก็โดนหวดก้น ลายซ่าไม่ได้หลายวัน แถมต้องนอนเฝ้าไข้น้องและเอาใจจนกว่านหนูจิตจะยกโทษให้ ซึ่งหนูจิตนั้น เมื่อเห็นพี่ทั้งสองโดนตีทำโทษก็ใจอ่อนยกโทษแล้ว เฮ้อ เด็กๆเราเองเคยก็เป็นคนจิตใจดี หัวใจอ่อนโยนด้วยนะเนี่ย แต่นั่นแหละน้าเข้าตำราเอ็นดูเขาเอ็นเราขาดเพราะ......


วีรกรรมเรื่องต่อมาปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ้นปีต่อมาตอนที่หนูจิตอายุ 11 ปี ส่วนคู่กรณีสองทโมนอายุ 14 ปีกำลังฮิตเรื่องการเข้าค่ายลูกเสือ จึงชวนกันมาตั้งแค้มป์หน้าบ้าน ตกดึกเมื่อเห็นว่าน้องหนูจิตหลับสนิทก็แอบไปแกล้งเป็นผีหลอก จนหนูจิตตกใจและสลบไปจนเช้า ตื่นมานอนจับไข้อีกสามวัน ส่วนสองทโมนเมื่อเห็นน้องแน่นิ่งไปก็ใจไม่ดีรับไปเรียกผู้ใหญ่ในไร่มา แต่เนื่องจากทั้งคู่เล่นเป็นผีลาดยาแดงเต็มหน้า จึงทำให้เป็นคนงานในไร่ที่ได้ยินเสียงโหวกเวกโวยวาย จึงออกมาดูต่างต้องตกอกตกใจโกลาหลวิ่งป่าราบไปหลายคน สุดท้ายทั้งสองทโมนก็โดนตีและตัดค่าขนมโดนกักบริเวณสามวันตามเวลาป่วยของหนูจิตพอดิบพอดี แต่ก็หาได้แคร์ไม่.....


วีรกรรมเรื่องที่สาม สืบเนื่องจากเรื่องที่สองทำให้หนูจิตกลัวผีเป็นชีวิตจิตใจแล้ว แต่ในเหตุการณ์ที่สามนี้ยังให้หนูจิตมีความกลัวจนขึ้นสมองเพิ่มขึ้นมา แต่มันค่อนข้างเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เค้าไม่กลัวกัน คือกลัวแมวสีดำสนิท คือเรื่องมีอยู่ว่า ตรีภพได้หนังผีสุดโหด เรื่องผีแมวดำกัดกินคนเป็นอาหารมาเปิดฉายให้ทุกคนดู เมื่อดูจบ หนูจิตเสร็จเริ่มกลัวแมวดำขึ้นมา ตามประสาคนกลัวผีเป็นทุนเดิม แต่ยังไม่มากนัก จนมามากสุดขีดเมื่อตรีภพแกล้งโยนแมวดำเข้าใส่หลังของหนูจิต เธอพยายามสลัดและวิ่งหนี แต่แมวยิ่งเกาะแน่นสลัดยังไงก็ไม่หลุด เธอวิ่งร้องไห้อย่างขวัญเสียกระเซอกระเซิง เมื่อทั้งสองทโมนเห็นน้องร้องไห้อย่างหวาดกลัวก็รีบวิ่งไล่และเอาแมวออกไปให้ห่าง จากนั้นทั้งสองก็โดนตีถูกลงโทษให้อดข้าวเย็นอีกหนึ่งอาทิตย์ แต่หนูจิตก็มาใจอ่อนในวันที่สามของการอดข้าวนั้นเอง เมื่อทั้งสองมั่นเพียรมาง้อ ขอโทษ โดยแลกกับการ์ดโปเกมอนสุดหายากแห่งยุคสามใบ ทำให้หนูจิตเลยต้องแอบเอาข้าวเย็นห่อใบตองไปให้ทั้งสองกินจนได้สิน่า แต่นับแต่นั้นมาหนูจิตกลายเป็นคนกลัวแมวดำมากถึงมากที่สุด (ยังกับดาราที่ต้องกลัวสัตว์แปลกๆ เท่ห์ชิบเป๋ง) เลยต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะเรียนสัตวแพทย์อย่างสิ้นเชิง .....อาเมน



แต่เรื่องดีๆ ตรีภพก็ทำเป็นเหมือนกัน ทุกปิดเทอมหนูจิตจะมีการบ้านปิดเทอม ซึ่งตรีภพก็อาสาช่วยสอนการบ้านและติวหนังสือให้ แต่มันต้องมีแต่ เพราะวิธีการสอนก็คือ การสอนกึ่งๆทรมาน ปานอยู่ในค่ายกักกันนาซียังไงยังงั้น เช่น ถ้าแก้โจทย์ไม่ได้ ท่องศัพท์ไม่ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ หรือทำการบ้านที่ให้ไม่เสร็จในเวลาที่กำหนด ต้องโดนลงโทษให้กินพริกสดๆหรือน้ำผักสูตรพิเศษ หรือไม่ก็บังคับให้วิ่งรอบไร่ ( เฮ้ย นั้นมัน 5 กิโลเมตรนะ)

แต่เช้าพร้อมกับตะโกนท่องคำศัพท์ ท่องสูตรคำนวณ โดยมีเจ้าตัวปั่นจักรยานไล่ตามอีกด้วย โหดสุดๆ ปานฝึกในค่ายทหารเลยค่ะคุณผู้อ่าน แต่นี้มันค่ายนรกทางวิชาการ หนูจิตเคยแอบเห็นสมุดบันทึกจดการทดลองของผู้ชายคนนี้ เค้าเขียนว่า ข้อแรกตั้งสมมติฐานว่า ถ้าทำให้ผู้รับการทดลองเกิดความเครียดจะทำให้เกิดจดจำดีขึ้นหรือไม่ ?



ตัวแปรต้น ความเครียดของผู้รับการทดลอง หนูจิต (หนูจิต เอ๋ เราไม่ได้ร้องขอเข้ารับการทดลองนะ)
ตัวแปรตาม การจดจำ ผลการทดสอบจากข้อสอบที่ออกเอง และผลการเรียนของหนูจิต

แม้ว่าจะเป็นการสอนแบบพิสดารและเคี่ยวแบบสุดๆ แต่มันก็ยังผลให้หนูจิตมีทักษะทางวิชาการที่ดีขึ้น

เรียนเก่งมาตั้งแต่นั้นแหละ เฮ้อ ถ้ามองในแง่ดีแบบสุดๆ นี่คงเป็นข้อดีที่หาได้ยากกกส์ของผู้ชายคนนี้แหละ เวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ละ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าทำตัวเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย เรียนเก่ง เสียสละเวลาช่วยสอนการบ้านให้น้อง พาน้องไปวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าเพื่อน้องสุขภาพแข็งแรง บ้างละ สารพัดเหตุผลให้ตัวเองดูดี ทำให้ทุกคนชื่นชมว่าพ่อเป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ภายใต้ท่าทางเรียบร้อยต่อหน้าผู้ใหญ่แต่แววตานั้นไซร้ร้ายกาจชอบกล ตรีภพก็คือจิ้งจอกเก้าหางดีๆ นี่แหละ


แต่ไม่รู้ว่าเพราะความปากดีของตรีภพหรือเพราะพี่ชายของเธอเห็นขี้ดีกว่าใส้ จึงทำให้พี่โจหันมาให้ความร่วมมือกับน้องสาวในการแปลงโฉมให้ประสบความสำเร็จ และพี่โจนี่แหละที่เป็นตัวการที่สำคัญมากในการเดินทางออกจากยุคมืดของความอัปลักษณ์ของหนูจิต เริ่มจาก....
ความอ้วน


หนูจิตแก้ปัญหาด้วยวิธีคือ การอดอาหาร แต่เพียงแค่สองวันแรกที่เริ่มต้นอดอาหารกินทั้งวันกินแต่แอปเปิลลูกเดียว และดื่มน้ำเยอะๆ หนูจิตก็เป็นลม พร้อมทั้งปวดท้อง จนพี่โจต้องแบกขึ้นรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาล และเมื่อพี่โจรู้ว่าสาเหตุที่เป็นลมและพ่วงกับโรคกระเพราะอาหาร ก็เทศนาน้องสาวยกใหญ่ พร้อมยกทฤษฎีการเจริญพันธุ์ของช่วงวัยรุ่นที่ร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโต

จึงได้ออกกฎเหล็กว่าต้องกินข้าวทุกมื้อ แล้วลดอาหารมันและขนมจุกจิก และคอยไปวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นเพื่อนทุกเช้า เพื่อน้องจะได้มีกำลังใจในการลดความอ้วน ด้วยเรื่องนี้ทำให้หนูจิตนึกรักพี่ชายคนเดียวของเธอมากขึ้นอีกสองเท่าตัว ที่เป็นห่วงเป็นใยและให้กำลังใจในการลดความอ้วนโดยไม่ล้อเลียนว่าเป็นหมูตอนเหมือนที่ผ่านมา หนูจิตในเวลานั้นมองพี่ชายแท้ๆ ด้วยสายตาซาบซึ้งดุจมองเทพเจ้าผู้มาโปรดฉุดหมูน้อยจากปลักโคลน

หูของหนูจิตในตอนนั้นแว่วเพลงพี่ชายที่แสนดีมาแต่ไกลเลยทีเดียว
แต่หารู้ไม่ว่าในหัวสมองวายร้ายของผู้เป็นพี่ชายได้คิดคำนวณแล้วว่า ถ้าเริ่มลดความอ้วนโดยการออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้ช่วยแก้ปัญหาของน้องสาวให้ลดลงไปได้สักอย่างสองอย่างทั้งความอ้วน สิวเขรอะ ส่วนไอ้ฟันเหยินดัดฟันสัก 3-4 ปีก็น่าจะเข้าที่แล้วมันยังทำให้รูปหน้าเปลี่ยนได้ด้วย


อืม มีสิทธิที่เราจะชนะพนันได้เห็นไอ้ภพคลานสี่ขา ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก เอาวะ งานนี้พี่ช่วยเต็มที่เว้ยน้องรัก และอีกอย่างมันทำให้คะแนนนิยมเราตีตื้นไอ้ภพเทพบุตรในฝันของน้องสาวอีกด้วย แอบหมั่นใส้มันมานานแล้ว และคุณยายจ๋าก็ได้ให้การสนับสนุนหลักอย่างไม่เป็นทางการโดยให้ตอบแทนเป็นค่าขนมที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าหนึ่งในฐานะที่ให้ความร่วมมือในการจับคู่ตุนาหงัน แหมจะไม่ให้ความร่วมมือได้ยังไง เรื่องสนุกอย่างนี้


การจัดฟัน
หนูจิตไม่เข้าใจว่าทำไมวัยรุ่นที่ไม่มีปัญหาเรื่องฟันเหยินแบบเธอ จึงนิยมแห่ไปดัดฟันกันทำไมเพราะเบื้องหลังการถ่ายทำมันช่างเจ็บปวดไหนต้องโดนถอนฟัน ไปดึงฟันทุกเดือนตามหมอนัด แต่เพื่อความสวยที่ได้รับการกล่อมประสาทจากพี่ชายที่แสนดีว่าดัดแล้วรูปหน้า คางจะเข้าที่ หน้าจะเรียวนะน้องรัก แล้วปวดฟันแกจะกินอาหารได้น้อยลง และต้องหยอดน้ำข้าวต้มทำให้แกผอมลงได้ในทางอ้อมๆนะ เพราะถ้อยคำกล่อมประสาทเหล่านี้ทำให้หนูจิตที่แสนจะไม่ชอบการไปหาหมอฟันในวัยเด็กต้องอดทนต่อความเจ็บปวดต่อไป


เรื่องสิว
หนูจิตฟังเลกเชอร์จากพี่โจว่าสาเหตุมาจากฮอร์โมนของวัยรุ่น การรักษาความสะอาด การพักผ่อน ความเครียด อาหารการกินก็มีส่วน เอาเป็นว่าเริ่มจากอาหารก่อนเป็นอย่างแรก สองพี่น้องช่วยกันคิดสูตรเมนูน้ำผักผลไม้เพื่อผิวสวยต่างๆ เพื่อช่วยบำรุงผิวพันธ์สดใสสวยจากภายในสู่ภายนอก และงดขนมหันมากินผลไม้ เรื่องนี้ช่วยผิวและลดความอ้วนได้ นอกจากนั้นหนูจิตยังสรรหายาทาสิว ของที่ไหนใครดี ใครใช้แล้วหายเอามาใช้ให้หมด ทดลองทุกสูตรมาร์กหน้า ที่เค้าว่ากันว่ารักษาสิวได้ชะงัดนัก ก็ได้ไปสรรหามาลองมาเป็นเจ้าของให้หมด


อืม มันเป็นปัญหาใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย ใครว่าเรื่องสิวๆ เรื่องเล็กหว่า และเพราะว่าเข้าใจว่าหนังหน้าตัวเองบอบบางทำให้หนูจิตจึงพิธีพิถันในการเลือกใช้เครื่องสำอาง เลือกใช้แต่เฉพาะของดีที่มีราคาแพงมานับแต่นั้น (เพราะเชื่อว่าของถูกไม่ดีของดีไม่ถูก) แต่ผลลัพธ์จากการบำรุงรักษาก็บังเกิดผลดีขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าการรักษาทั้งจากภายในและการรักษาจากภายนอกทำให้เมื่อเข้าสู่ชั้นม.ปลาย หนูจิตก็กลายร่างจากลูกหมูน้อยขี้เหร่ค่อยๆ คืบคลานออกจากดักแด้เป็นนกหงส์หยกผู้รักสวยรักงามในที่สุด

(ตกลงหล่อนจะเปรียบกับสัตว์อะไรกันแน่เนี่ย)


แต่เมื่อถอดรูปสวยขึ้นแล้ว ก็ควรเข้มแข็งขึ้นด้วย หนูจิตเลยอ้อนขอแม่ไปเรียนมวยไทยกับค่ายมวยแถวบ้าน ทุกคนคงเห็นว่าเป็นการออกกำลังกายและมีประโยชน์เอาไว้ป้องกันตัว และคงสนใจเรียนได้เพียงประเดี๋ยวประด๋าวไม่นานก็คงเบื่อแล้วได้จึงอนุญาตให้ไปเรียนแต่โดยดี แต่หนูจิตก็ใจสู้มากกว่าที่ทุกคนคิด เพราะขยันไปลงนวมทุกเย็นหลังเลิกเรียน แถมมีเพื่อนฝูงเป็นเด็กผู้ชายในค่ายมวยอีกเป็นโขลง และในวันเกิดอายุครบ 15 ปี เมื่อถ่ายบัตรประชาชนครั้งแรกกลับมาถึงบ้าน ก็พบพี่ชายเซอร์ไพรส์ด้วยการลงทุนควักตังค์ซื้อกระสอบทรายให้น้องสาวเตะเล่นที่บ้าน และเธอก็เตะเรื่อยๆ มาจนถึงทุกวันนี้แหละ


แหม ไม่ใช่ว่าหนูจิตจะนิยมออกกำลังกายแบบโหดๆอย่างเดียวหรอกนะค่ะ กีฬาแบบไฮโซดูเป็นผู้หญิงหน่อยในเวลาที่ต้องการสร้างภาพเป็นผู้หญิ้ง ผู้หญิง เพราะถ้ามีคนถามก็คุณชอบออกกำลังการแบบไหนครับ ก็จะบอกแบบมีจริตว่า อ๋อ หนูจิตชอบเล่นชกมวยไทยค่ะ มันดูขัดกับลุคที่ฉาบหลอกตาคนอื่นไว้ อีกอย่างการตอบว่าเล่นโยคะก็ดูดีมีสกุลกว่าเป็นไหนๆ) เห็นไหมค่ะ ว่าเส้นทางในการออกเดินจากยุคมืด มันลำบากและต้องอาศัยกำลังกายและใจแค่ไหน แค่ฟังยังเหนื่อยแทนเลยค่ะ





Create Date : 03 มีนาคม 2554
Last Update : 7 มีนาคม 2554 15:34:35 น.
Counter : 661 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

joyey
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ดีจ้า
ชื่อ joy ค่ะ


มีงานเขียนนิยาย เป็นเรื่องความรักสดใส แต่เจือปนไปด้วยความฮา ของความรั่วของนางเอกและพี่ชายที่เท็กทีมกันกับคุณยายหัวใจยังเเหวว ร่วมกันจับคู่หลานชายกับหลายสาว จนเกิดความรักใสๆ หัวใจฮาๆ


เป้าหมายของเราคือเขียนนิยายรัก สดใส เฮฮา อ่านแล้วอมยิ้ม เป้าหมายมีไว้พุ่งชน
มีนาคม 2554

 
 
1
2
5
6
8
10
11
12
13
15
16
17
19
20
21
22
23
24
26
27
29
30
31