'เธอ' และ 'ฉัน' จับมือกัน นั่นคือ 'เรา'
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
3 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
ล่องแม่ปิง (วังบัวบาน)

ล่องแม่ปิง

ศิลปิน : จรัล มโนเพชรและสุนทรี เวชชานนท์



"ดอกบัวตองนั้นบานอยู่บนยอดดอย

ดอกเอื้องสามปอย บ่เกยเบ่งบานบนลานพื้นดิน

ไม้ใหญ่ไพรสูง นกยูงมาอยู่กิน

เสียงซึงสะล้อ จ๊อยซอเสียงพิณ

กู้กับแดนดิน ของเวียงเจียงใหม่

สาวเจ้าควรภูมิใจ บ่ลืมว่าเฮาลูกแม่ระมิงค์

คนงามงามต้องงามคู่ความเด่นดี

ต้องฮักศักดิ์ศรีของกุลสตรีแม่ญ่าแม่ญิง

เยือกเย็นสดใส เหมือนน้ำแม่ปิง

มั่นคงจริงใจ ฮักใครฮักจริง

สาวเอยสาวเวียงพิงค์ สาวเครือฟ้าเคยซมซาน

อีกแม่สาวบัวบาน นั่นคือนิทานสอนใจ"

ฟังเพลงล่องแม่ปิงข้างล่างนี่นะครับ


เพลงนี้...สะกิดต่อมดนตรีในหัวใจผม
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินมันดังแว่วมาจากวิทยุเก่าๆเครื่องหนึ่ง
มันมีมนต์เสน่ห์ที่มากมายล่ามโซ่หัวใจของผมไว้ซะอยู่หมัด...
เหมือนตกหลุมรักสาวสักคนเลยกระมัง
และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมบรรจุเพลงๆนี้
ขึ้นหิ้งเพลงยอดนิยมตลอดกาลของตัวเองเพลงหนึ่งเลยล่ะ
นึกถึงบรรยากาศทางเหนือ นึกถึงบ้านเรือนไม้ทางภาคเหนือ
ผู้คนชาวเหนือที่หน้าตาน่ารักและมีคำพูดที่ไพเราะชวนฟังชวนหลงใหล
เพลงนี้ให้บรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติ และใส...
บรรเลงดนตรีให้บรรยากาศราวกับผู้เล่นอยู่ใกล้ๆกับคนฟัง
เสียงร้องก็ดูอ่อนโยน สดใส
และแฝงด้วยความห่วงใยจากถ้อยคำที่ราวกับแต่งขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้
ความเป็นสาวเหนือลูกแม่ระมิงค์ (จังหวัดเชียงใหม่)
ให้ลูกผู้หญิงได้รู้จักรักษาคุณค่าในตนเอง
ให้ภูมิใจและรักในศักดิ์ศรีของตนเอง
เนื้อเพลงทำให้ผู้ฟังรู้สึกชื่นชมและเชิดชูความรักของสาวเหนือ
ว่าเป็นความรักที่มีจิตใจมั่นคง และบริสุทธิ์ รักใครรักจริง
ช่างเปรียบเทียบได้เห็นความหมายดีมากๆ
ฟังทีไรรู้สึกดีๆทุกครั้ง โดยเฉพาะในทุกคราหน้าหนาวที่มาเยือน
และทุกครั้งที่ไปเชียงใหม่และได้เห็นสายน้ำแม่ปิง
ผมอยากกลับไปล่องแม่ปิงอีกครั้งครับ...แล้วเจอกันครับ(เมื่อไรล่ะ)


เรามาค้นหาเกร็ดเล็กน้อยจากเพลงกันครับ อาจจะยาวสักหน่อยแต่ก็มีความหมาย


ดอกบัวตอง


"ดอกบัวตอง"น่ะ เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน(เมืองสามหมอก)ครับ เป็นดอกไม้สายพันธุ์เดียวกับดอกทานตะวัน ดาวเรืองและต้นสาบเสือ ชื่อฝรั่งของเค้าคือ Mexican Sunflower Weed บางครั้งถูกเรียกว่า ทานตะวันป่า หรือทานตะวันดอก ขณะที่ชาวล้านนาเรียกว่า "บัวตอง" บัวตอง จัดเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกากลางและหมู่เกาะอินเดียตะวันตก ทำไมถึงมาขึ้นในประเทศไทยได้นั้น มีเรื่องเล่าว่ามีมิชชั่นนารีคนหนึ่งที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาได้นำเมล็ดพันธุ์พืชชนิดนี้มาหว่านไว้ ดอกบัวตองจะหันหน้ารับแสงอาทิตย์ตลอดเวลาเหมือนดอกทานตะวัน ชอบขึ้นและเจริญงอกงามในพื้นที่ที่มีอากาศเย็น โดยจะเติบโตสมบูรณ์งอกงามบนยอดดอยที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกิน 800 เมตรขึ้นไป


ในทุกๆปีจะมีงานทุ่งดอกบัวตองบานที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอกบัวตองจะบานช่วงราวเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมเพียงประมาณ 2 เดือนเท่านั้นนะครับ หากขับรถไปเส้นทางจากเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่แม่ฮ่องสอนเราจะได้ผ่านคดโค้งแห่งความทรงจำอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทยด้วย โดยแหล่งที่สามารถชมทุ่งบัวตองได้สวยงาม คือ บนดอยแม่อูคอในอำเภอขุนยวม และดอยแม่เหาะในอำเภอแม่สะเรียง



ดอกเอื้องสามปอย


"ดอกเอื้องสามปอย"ในเพลงนี้หมายถึง ดอกเอื้องสามปอยหลวง ไม่ได้เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงใหม่นะครับ เพราะดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงใหม่คือ ดอกทองกวาวครับ เอื้องสามปอยหลวงเป็นกล้วยไม้แวนด้าใบแบนซึ่งทางเหนือจะเรียกขานว่า "ดอกเอื้อง" มีถิ่นกำเนิดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เอื้องสามปอยนั้นมีอีกหลายพันธุ์ เช่น เอื้องสามปอยขุนตาล เอื้องสามปอยขาว เอื้องสามปอยชมพู เอื้องสามปอยโมกข์ เป็นต้นครับ



แม่ระมิงค์

"แม่ระมิงค์" ก็คือ แม่น้ำปิงนั่นเอง อันนี้มีที่มาที่ยาวพอสมควร จากตำนานแม่น้ำของชาวลัวะ สมัยก่อนชนพื้นเมืองที่อยู่แถบล้านนาใกล้กับดอยหลวงเชียงดาวจะให้ความนับถือเป็นเทพเจ้า"เจ้าหลวงคำแดง"แห่งขุนเขายอดดอย"อ่างสลุง" ซึ่งอ่างสลุง หมายถึงยอดดอยที่มีลักษณะเป็นขันน้ำหรือสลุงของคนล้านนา ซึ่งเก็บกักน้ำฝนให้ไหลผ่านซึมแทรกขุนเขารากไม้ลงมายังถ้ำเชียงดาว ซึ่งกลายเป็นต้นสายน้ำหนึ่ง(ต้นน้ำแม่ปิง)ที่ไหลออกจากปากถ้ำเชียงดาว ด้วยลักษณะที่ไหลออกปากถ้ำนี้เองผู้คนชาวลัวะจึงเรียกขานกันว่า"น้ำแม่ระมิงค์" นอกจากนี้ "ระมิงค์" ยังเป็นชื่อของราชวงค์ลัวะซึ่งเป็นราชวงค์สุดท้ายของชาวลัวะที่ล่มสลายโดยการปราบปรามของพระนางเจ้าจามเทวีแห่งเมืองหริภุญชัย(ลำพูน) ต่อมาชื่อน้ำแม่ระมิงค์ นิยมเรียกให้สั้นลงตามชื่อเมืองของลัวะอีกเผ่าหนึ่ง คือ เมืองพิงค์(อ่านว่าเมืองปิงเพราะเสียงภาษาคนล้านนาออกเสียตัว "พ" เป็นเสียงตัว "ป") แล้วคำว่า แม่น้ำปิงก็เป็นที่นิยมกันมากขึ้นจึงเรียกขานกันต่อมาจนปัจจุบันนั่นเอง



เวียงพิงค์

คิดว่าแทบทุกคนคงจะรู้กันอยู่แล้วว่าเมื่อเอ่ยถึง "เวียงพิงค์" ก็หมายถึงเชียงใหม่ หรือนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ นั่นเอง ตามประวัติศาสตร์โดยย่อ เวียงพิงค์ก่อตั้งโดยพญามังรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายเมื่อ พ.ศ. 1839 ราชวงศ์นี้ได้ปกครองต่อมายาวนานกว่า 200 ปี ก็ต้องกลายเป็นเมืองขึ้นของพม่าในปี พ.ศ. 2101 ต่อมาในปี พ.ศ. 2317 พระเจ้าตากสินมหาราชขับไล่พม่าจนพ่ายแพ้ไป เชียงใหม่จึงรวมเข้าในอาณาจักรสยามนับแต่นั้นมา ต่อมาในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองประเทศราช และเมื่อมีการปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาคในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เชียงใหม่ได้เปลี่ยนฐานะเป็นมณฑลพายัพ และเปลี่ยนเป็นจังหวัดในสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันเชียงใหม่นับเป็นเมืองใหญ่และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ และยังเป็นเมืองที่ยังคงคุณค่าด้านศิลปกรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ ตลอดจนวัฒนธรรมดั้งเดิมของชนล้านนาไทยเอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ไปซึมซับคุณค่าอันควรแก่การอนุรักษ์ไว้ชั่วสืบไป



สาวเครือฟ้า


(ภาพจากภาพยนตร์ - thaifilmdotcom)

"สาวเครือฟ้า" ในบทเพลงได้ถูกหยิบยกมาเสมือนตัวอย่างเตือนใจสาวชาวล้านนาได้จดจำไว้ ให้รักศักดิ์ศรี ให้ระวังอย่าเชื่อใจหรือมอบหัวใจไปรักผู้ชายง่ายๆ คนรุ่นใหม่อาจจะไม่ทราบว่าเรื่องเล่าของสาวเครือฟ้าซึ่งเป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมทางความรักที่เกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงเรื่องเล่าแต่งขึ้นมากันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็คงไม่สำคัญเท่ากับว่าเราคนรุ่นหลังได้อะไรจากเรื่องราวนี้ต่างหากมิใช่หรือ


จุดเริ่มต้นที่เด่นชัดของสาวเครือฟ้าที่สืบค้นมานั้น มาจากเรื่องราวของสาวเครือฟ้าในบทละคร เป็นบทละครแบบร้องสลับพูดซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ โดยใช้นามแฝงว่า “ประเสริฐอักษร” ละครร้องสลับพูดนี้ กรมพระนราธิปฯ ได้ดัดแปลงแก้ไขมาจาก ละครทางมลายู ที่เรียกว่า “บังสะวัน” (Malay Opera) มาใช้เล่นกันใน"โรงละครปรีดาลัย" คนจึงเรียกละครชนิดนี้ว่า ละครปรีดาลัยอีกด้วย เนื้อเรื่องจะมีแต่บทร้อง แต่ไม่มีบทพูด โดยเมื่อถึงตอนที่มีบทพูดสลับนั้น ผู้แสดงจะคิดบทสนทนาเองสด ๆ บนเวที ฉะนั้นทำให้ละครปรีดาลัยสามารถดูซ้ำหลาย ๆ รอบโดยไม่มีเบื่อ ซึ่งต่อมาก็ได้มีผู้นำบทละครนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ต่อมามากมาย


จริงๆแล้วต้นกำเนิดของบทละครนี้เกิดจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2450 ณ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้เสด็จไปทอดพระเนตรละครอุปรากร(โอเปรา) เรื่อง มาดามบัตเตอร์ฟลาย (Madame Butterfly) เป็นเรื่องราวของสาวญี่ปุ่นที่ผิดหวังในความรัก และทรงเล่าเรื่องให้กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ฟัง หลังจากนั้นกรมพระนราธิปฯ จึงทรงดัดแปลงเป็นบทละครร้องในเรื่อง สาวเครือฟ้า แสดงถวายหน้าพระที่นั่ง


เรื่องราวโดยย่อของสาวเครือฟ้า มีอยู่ว่า "ร้อยตรีพร้อม"นายทหารหนุ่มย้ายไปรับราชการที่เชียงใหม่ แล้วเกิดรักใคร่ชอบพอกับ"เครือฟ้า" หญิงงามชาวเชียงใหม่ แม้ว่าตุ๊สีป้าย จะหักห้ามแล้วแต่ทั้งคู่ก็แต่งงานเป็นสามีภรรยากัน และมีบุตรด้วยกัน ๑ คน ชื่อเครือณรงค์ ต่อมาร้อยตรีพร้อมได้รับคำสั่งให้ย้ายกลับกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้พาเครือฟ้ากลับไปด้วยทื้งไว้เพียงคำสัญญา แม่สาวเครือฟ้าก็เฝ้ารอร้อยตรีพร้อมกลับมาด้วยหัวใจรักที่ซื่อบริสุทธิ์และมั่นคงเสมอ ฝ่ายร้อยตรีพร้อมเมื่อกลับบ้านที่กรุงเทพฯ ก็แต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่ชื่อจำปา ซึ่งอาจจะด้วยจำใจเพราะถูกบังคับหรือยินดีด้วยก็แล้วแต่ ฝ่ายสาวเครือฟ้าที่ได้แต่เฝ้ารอคอยการกลับมาของสามี ด้วยหัวใจของผู้ที่รอคอยยอดดวงใจของตนเองอยู่ทุกคืนวัน เมื่อได้ข่าวว่าสามีจะเดินทางมาเชียงใหม่ ก็ไปคอยต้อนรับด้วยความดีใจอย่างที่สุด แต่ภาพที่พบคือ ชายยอดดวงใจที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอดด้วยหัวใจอันภักดีต่อความรักนั้นไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังพาภรรยาใหม่มาด้วย ดั่งดวงหัวใจที่แตกสลายลงตรงหน้า สาวเครือฟ้าตัดสินใจปลิดชีพตนเองด้วยการใช้มีดเชือดคอตัวเอง เป็นบทละครที่สร้างความสะเทือนใจที่ตราตรึงมาจนถึงปัจจุบัน ดั่งบทตอนหนึ่งว่า...


“โผผวาวิ่งหา คว้ามีดหมอ
ของคุณพ่อ ตั้งจิตอธิษฐาน
มีทองคร่ำจำจารึกโบราณ
เสียชีพ อย่าเสียชื่ออ่าน กระจ่างตัว

โอ้เครือฟ้า ครานี้ สิ้นที่หวัง
ขอลาโลก โศกสั่ง ถึงหูผัว
เมียอาภัพ คับชีวัน ประหวั่นรัว
ขอลาบัว บาทพี่ หนีไป

คอยดู อยู่กับพ่อ รอพี่
เพราะชาตินี้ วาสนา หาถึงไม่
จวบลุพระ อมฤตย์ สุราลัย
เกิดชาติไหน ขออยู่ เป็นคู่กัน

พอคอเหวอะ มีดเลอะ เลือดตกเปรี้ยง
ก็แว่วเสียง ผัวเรียก สำเนียกได้
แค้นก็แค้น รักก็รัก สลักใจ
เหลืออาลัย แล้วคลาน ซานออกมา

โลหิตไหล กายสั่น อยู่ริกริก
เหงื่อซิกซิก ซมซวน กำสรวลหา
หน้ามืดหวึง จวนจะถึง ทวารา
สาวเครือฟ้า สิ้นชีวาตม์ ขาดใจเอย”
...............


สาวบัวบาน


(น้ำตกห้วยแก้วอันมีชื่อเสียงบนดอยสุเทพ วังบัวบานจะอยู่เหนือน้ำตกนี้ขึ้นไป)

"สาวบัวบาน" ในบทเพลงก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเช่นกัน เป็นโศกนาฎกรรมความรักอีกเรื่องหนึ่งที่เล่ากันว่า ได้เกิดขึ้นจริงๆ คนเชียงใหม่คงรู้จักกันดีกับประวัติของสาวบัวบานและวังบัวบาน สาวเอื้องเหนือที่มีใจรักจริงให้กับชายจากเมืองบางกอกแล้วต้องผิดหวังเพราะชายบางกอกหลอกเอาจนต้องจบชีวิตตัวเองที่วังบัวบานแห่งนี้โดยการโดดหน้าผาบูชาความรัก ให้กลายเป็นอนุสรณ์สถานความรักของเธอและให้ชนรุ่นหลังได้ระลึกเตือนใจตัวเองตลอดไป


"วังบัวบาน" เป็นชื่อวังน้ำที่อยู่เบื้องล่างชะง่อนผาสูงบริเวณเหนือน้ำตกห้วยแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่ วังน้ำนี้เดิมเรียกว่า "วังคูลวา" หรือ "วังกุลา"มีการเปลี่ยนชื่อ เป็น "วังบัวบาน" เมื่อ พ.ศ. 2487 โดยเหตุที่มีหญิงชื่อ "บัวบาน" ตกลงไปตายในวังน้ำ วังน้ำนี้จึงเปลี่ยนมาเรียกชื่อว่า "วังบัวบาน" ดั่งปายไม้ที่สลักไว้ที่วังบัวบานว่า
"บัวบานสาวเอื้องเหนือ สิ้นชีวา กระโดดหน้าผาบูชารักแท้ หนุ่มบางกอก"


เรื่องเล่าของวังบัวบานและหญิงสาวชื่อบัวบานนั้นมีอยู่จากหลายแหล่ง บ้างเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย บ้างว่าเป็นเพราะหญิงคนงามดังกล่าว พลัดตกโดยอุบัติเหตุ แต่ก็มีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ดั่งที่เจ้าบุญศรี ณ เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์เมื่อ 13 ต.ค. 2541 ว่า บ้านของบัวบานอยู่ฟากถนนตรงกันข้ามกับอาคารอำนวยการหลังเก่าของโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่ มีอาชีพเป็นครู ครูบัวบานเป็นคนสวยจนเป็นที่เล่าลือกันทั่วไป ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง (พ.ศ. 2482-2488) ครูบัวบานคนสวยเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง เชียงใหม่ ครั้งนั้นได้มีทหารหน่วยราบจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาตั้งอยู่ที่วัดฟ้าฮ่ามด้วย นายร้อยตรีหนุ่มรูปงามในกองทหารนั้นได้พบกับครูบัวบานคนสวยบ่อยครั้งเข้าก็สนิทสนมแล้วกลายเป็นคู่รักและได้เสียกันขึ้น ต่อมานายร้อยตรีผู้นั้นกลับลงไปกรุงเทพฯ ตามคำสั่งพร้อมกับคำสัญญาว่าจะขึ้นมาแต่งงานกับครูบัวบานคนงาม แต่คำสัญญานั้นลงท้ายก็กลายเป็นคำลวงเพราะนายร้อยตรีนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว ครูบัวบานรออยู่นานจนผิดสังเกตและเห็นว่าครรภ์โตมากขึ้น เมื่อแน่ใจว่าตนถูกหลอกแน่แล้วจึงตัดสินใจไปกระโดดผาน้ำตกตาย
ในบทความชื่อ "วังบัวบาน"ของสมาน ไชยวัณณ์ ตีพิมพ์ในวารสาร "คนเมือง ฉบับดำหัว" ต้อนรับสงกรานต์ พ.ศ. 2511 กล่าวว่าครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุ โดยอ้างเอาคำสารภาพก่อนตายของอดีตครูประชาบาลคนหนึ่งซึ่งเป็นคนรักของครูบัวบาน ผู้เขียนบทความกล่าวว่าตนรู้จักกับครูบัวบานเป็นอย่างดี และตนมีอายุอ่อนกว่าครูบัวบาน 8-9 ปี ครูบัวบานเป็นสมาชิกของตระกูลและครอบครัวของผู้มีชื่อเสียงดี ฐานะดี จบการศึกษาจากโรงเรียนฝรั่งที่มีชื่อในเชียงใหม่ แล้วได้เป็นครูสอนที่โรงเรียนนั้น และครูบัวบานมีความสัมพันธ์ฉันคนรักกับครูประชาบาลคนนั้น
ผู้เขียนบทความเล่าว่า ในขณะที่อดีตครูประชาบาลคนรักเก่าของครูบัวบานป่วยหนักอยู่ในบ้านกลางเมืองเชียงใหม่ วันหนึ่งได้ออกปากเล่าแก่ภรรยา บุตรและญาติสนิทว่า ตนเคยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับครูบัวบาน ทั้งๆ ที่ตนก็มีภรรยาอยู่แล้ว เมื่อครูบัวบานตั้งท้องแล้วก็ได้นัดครูประชาบาลคนรักไปตกลงกันในที่ปลอดคนบนห้วยแก้ว ครูบัวบานขอให้จัดแต่งงานเสียเพื่อมิให้เป็นที่ละอายแก่ชาวบ้านและเพื่อเห็นแก่ทารกในครรภ์ หลังจากที่ต่างก็ให้เหตุผลกันเป็นเวลานาน ครูประชาบาลก็สรุปว่าตนยังไม่อาจด่วนทำอะไรลงไปได้เพราะมีลูกเมียอยู่แล้ว ครู บัวบานไม่อาจทนฟังต่อไปได้จึงผละจากแล้ววิ่งหนีไปโดยไม่ใส่ใจระมัดระวังในเส้นทาง และได้พลัดตกจากหน้าผาลงสู่ "วังคูลวา" และเสียชีวิต ครูประชาบาลคนนั้นเสียใจเป็นที่สุด ด้วยความตกใจและกลัวโทษ ก็ได้แต่แอบซ่อนตัวกลับลงมาจากห้วยแก้วและไม่ยอมปริปากให้ผู้ใดได้ล่วงรู้
เมื่อมีคนไปพบศพครูบัวบานแล้ว เรื่องหญิงงามที่ตายในวังน้ำก็ได้กลายเป็นหัวข้อที่กล่าวขานกันทั่วเมือง ผู้เขียนบทความกล่าวว่า ด้วยผลกรรมที่ทำให้ครูบัวบานต้องตายนั้น ครั้งหนึ่งได้เกิดพายุใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ แรงพายุได้โหมกระหน่ำทำให้มะพร้าวต้นหนึ่งล้มฟาดลงมาทับหลังของครูประชาบาลผู้นั้นจนหลังหักและกลายเป็นอัมพาต เขาจึงลาออกจากราชการมาอยู่กับครอบครัว และยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญ จนเมื่อล้มป่วยหนักจึงได้ปริปากบอกเรื่องของตนกับครูบัวบาน พร้อมกับย้ำว่าครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุ มิได้ตั้งใจจะฆ่าตัวตาย
ปัจจุบันร่างของบัวบานถูกฝังไว้ ณ สุสานเด่นดำรงธรรม บ้านเด่น ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง เชียงใหม่
หากใครเคยฟังเพลงสุนทราภรณ์ "วังบัวบาน" คงจะนึกเรื่องราวได้ มีเรื่องเล่ากันว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งอยู่ที่วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ อ.สารภี เชียงใหม่ ได้นำเรื่องนี้มาแต่งเป็นคำกลอนตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ภิกษุรูปนั้นว่ากันว่าใช้นามปากกาว่า "เลิศ ลานนา" ซึ่งก็ว่าเป็นนามปากกาของนักเขียนสารคดีคนสำคัญของเชียงใหม่ชื่อ บุญเลิศ พิงค์พราวดี (บ้างก็ว่าภิกษุที่แต่งกลอนนั้นเป็นพระอยู่ที่วัดดอยสุเทพ) และว่าต่อมา "สนิท ส." (สนิท สิริวิสูตร) ผู้เป็นนักแต่งเพลง ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่เชียงใหม่ก็ได้นำบทกลอนดังกล่าวนั้นมาปรับปรุงขึ้นอีก แล้วแต่งเป็นเพลงชื่อ "วังบัวบาน" โดยมี อรุณ หงสวีณ เป็นผู้แต่งทำนอง และ มัณฑนา โมรากุล เป็นผู้ขับร้อง(วงสุนทราภรณ์)


เพลง วังบัวบาน

"ร้อนลมหน้าแล้ง ใบไม้แห้งร่วงลอย
หล่นทยอยเกลื่อนตา ไหลตามกระแสน้ำพา
ลอยมาทั้งกลีบดอกไม้ จากหุบผาไหลมาสู่ในวังน้ำ
สุสานเทวีผู้มีความช้ำ เหนือใคร ดอกไม้ใบไม้ไหลมา
คล้ายพวงหรีดร้อยมาลา ไหลมาบูชาบัวบาน....

น้ำวังนี้หนอ เป็นที่ก่อเหตุการณ์ ที่บัวบานฝังกาย
ยึดเอาเป็นหอเรือนตาย รองกายไว้ด้วยแผ่นน้ำ
จากหุบเขาแนวไพรสู่ในเวียงฟ้า
ฝากไว้เพียงชื่อเลื่องลือเนิ่นช้า
ฝังจำฝากคำสัตย์นำนึกตรอง
หลงทางสุดหวังคืนครอง หลงตัวจำต้องลาระทม....

เอาวังน้ำไหลเย็น นี่หรือมาเป็นเมรุทอง
เอาน้ำตกก้องเป็นกลองประโคม
เอาเสียงจักจั่นลั่นร้องระงม เป็นเสียงประโลมร้องต่างแตรสังข์
เพดานนั้นเอาเมฆฟ้า ภูผานั่นต่างม่านบัง
ประทีปแสงจันทร์ใสสว่าง อยู่เดียวท่ามกลางดงดอย...."

ฟังเพลงวังบัวบานข้างล่างครับ



(? มีคำถามที่สงสัยอยากถามคนเหนือว่า คนเหนือจะเรียกคนทางกรุงเทพว่า "คนใต้" ใช่ไหมครับ แล้วนับจากจังหวัดไหนลงไป ได้ยินมาว่าจากสุโขทัยลงไป หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ วานผู้รู้บอกหน่อยครับ?)


ขอขอบพระคุณเมืองเชียงใหม่ ลุงจรัล มโนเพชรและพี่สุนทรี เวชชานนท์,เจ้าของบทเพลง "วังบัวบาน", nhanphromma-gotoknow, chiangmainews.co.th, vihokpludtin, sahlungngurn-lannaworld.com, wikipedia-th และอื่นๆที่กล่าวถึงครับ


Create Date : 03 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 7 ธันวาคม 2550 18:56:37 น. 28 comments
Counter : 3110 Pageviews.

 
มาปูเสื่อรอครับ
ขอยีม (wroding)นางน่องน้อย..ที่มาก่อนระหว่างที่ผม up blog..ไม่เสร็จ...มาใช้
หุ หุ หุ

hi5
Free Hi5 GraphicS


โดย: katoy วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:30:11 น.  

 
ทุกครั้งที่ดิฉันฟังเพลงนี้จะคิดถึงเชียงใหม่ทุกครา เพราะเสียงดนตรี และคำร้องที่เป็นคำภาคกลางผสมคำเมือง(ล้านนา) ทำให้บรรยากาศที่เย็นๆ นั้นกลับมาอยู่ในความคิดอีกครั้งคะ ที่นั้นดิฉันมีความทรงจำดีๆ อยู่ หลายอย่างเลยรู้มั้ย น่าเชื่อเลยว่าการไปเชียงใหม่ครั้งเดียว ทำให้ดิฉันมีเรื่องราวมากมายที่เก็บไว้ในใจเสมอคะ


โดย: บัว (har_ha ) วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:07:36 น.  

 
ชอบภาพประกอบรูปแม่น้ำปิงมากค่ะ เพราะมองแล้วแม่น้ำปิงมีชีวิตจัง


โดย: บัว (har_ha ) วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:09:18 น.  

 
ฟังเพลงเนิบ ๆ แบบนี้ แล้วนึกอยากใส่ผ้าถุง เพลงเย็นเพราะดีค่ะ รูปแรกเลยก็สวย

แวะไปรับของฝากด้วยนะคุณโจรา


โดย: ชมพู่แก้มแหม่มของแม่ตุ๊กตา วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:4:44:50 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่แวะเข้าไปทักทายบล็อค..เข้ามาบล็อคของคุณ..รู้สึกเศร้าจัง คิดถึงบ้านค่ะ..ยังไงก้อฝันดีนะคะ รักษาสุขภาพด้วย..ไว้เด๋วจะแวะมาทักทายบ่อยๆค่ะ..ขออนุญาตแอดเปนเพื่อนนะคะ..


โดย: songsta IP: 61.9.214.247 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:04:31 น.  

 
นั่นสิครับ ไปๆมาๆ blog ตอนนี้จะดูเศร้าๆอย่างไรพิกล
ผใช่อว่าทุกบทตอนของชีวิตของคนเราทุกๆคน มีคุณค่า
มีความหมาย มีสิ่งที่นำมาเป็นบทเรียนเก็บไว้ใช้ได้เสมอ
เรื่องความรัก มักมีทั้งสุขและทุกข์
การมอบหัวใจให้ใครสักคน บางทีอย่างที่เขาว่า ทุกสิ่งทุกอย่างให้มีที่สำหรับเผื่อใจไว้บ้าง ที่ว่างสำหรับให้หัวใจนำบทเรียนมาใช้ประโยชน์ ให้เราคิดได้ ให้เราเห็นทางที่ถูกที่ควร
การทำร้าย ทำลายชีวิตตัวเอง ไม่ใช่สิ่งดีแน่นอน ทำไมต้องยอมแพ้พ่ายเสียกลางคัน ทำไมต้องชดใช้ชีวิตเรากับความรักที่ไม่สมหวัง
ก่อนจะเดินลงไปสู่หุบเหว ขอให้หันกลับมาดูเบื้องหลังเราสักนิด แล้วคิดให้ได้ว่าชีวิตเราเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่ คนที่รักเราที่สุดคือใคร...
ผมเองก็เคยคิดจบชีวิตตัวเองมาแล้วตอนเป็นเด็กวัยรุ่น แต่พอผ่านการต่อสู้ทางความคิดตรงนั้นมาได้ ผมก็ไม่เคยคิดอีกเลย จะจบชีวิตตัวเองไปทำไม ในเมื่อเกิดมาก็ต้องตายอยู่แล้ว เวลาที่เหลือน่ะเรายังทำอะไรดีๆในชีวิตก่อนตายได้อีกเยอะ ทำร้ายตัวเองตายไปอาจตกนรกไม่รู้กี่ขุมเสียด้วย ก็ชีวิตมันก็แบบนี้แหละครับ สู้ต่อไปครับทุกคน


โดย: โจราคาเฟ่ วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:33:07 น.  

 
ใช่แล้ววว คนเหนือจะเรียกคนภาคกลางว่าคนใต้ค่ะ ซึ่งจะเรียกตั้งแต่สุโขทัยลง ไปถูกต้องแล้วว ค่ะ

ไม่ใช่คนเหนือ แต่อยากตอบน่ะ

แต่ก่อนน่ะเคยเดินขึ้นดอยเมเจอร์(เดินทางน้ำตกห้วยแก้วไปพระตำหนักเวียงพิงค์) ผ่านวังบัวบานคะ ไม่คอยมีคนเท่าไรน้ำก็ไม่ไหลเชียวนะ แต่สภาพบรรยากาศตอนนั้น รู้ว่าน่ากลัวนะ อือๆๆๆ แถวน้ำตกห้วยแก้วคนชอบไปเป็นคู่รักกันคะ และก็แอบมีไรกันด้วยล่ะ อิอิ

จะบอกว่าเข้ามาอ่านแล้วได้ความรู้มากเลยคะ ทำให้คิดได้อย่างหนึ่งคือ ผู้หญิงสมัยก่อนรักเดียวใจเดียวนะ รักผัวเดียว ถ้าเป็นสมัยนี้ (รวมตัวฮาด้วยนะ) คงไม่เสียใจหรอก ช่างหัวมัน ชั้นไม่แคร์ หาใหม่ๆๆๆๆ อิอิ คงไม่ทำร้ายร่างกายตัวเองแน่นอนคะ แต่อาจจะเสียใจ
ขอบคุณค่ะ



โดย: บัว (har_ha ) วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:34:21 น.  

 
ขอบคุณนะครับ บัวน้อย


โดย: โจราคาเฟ่ วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:50:16 น.  

 
เพลงนี้ยีนส์ร้องได้ด้วยล่ะค่ะ แต่เพราะไม่เพราะอีกเรื่องนึงนะ แต่คิดเอาเองว่าเพราะ (ฮา)


โดย: ยีนส์ (Atomix1976 ) วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:41:24 น.  

 
เพลงวังบัวบาน ฟังแล้วเ(ศร้า จังเลย
เพลงนี้ใครร้องคะ


โดย: ยีนส์ (Atomix1976 ) วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:48:48 น.  

 
หวัดดีตอนเย็นค่ะ..วันนี้ได้กินน้ำพริกอ่องด้วย เพราะเข้ามาบล็อกคุณนี่แหละทำให้อดคิดถึงบ้านไม่ได้ เลยทำอาหารประจำบ้านกินซะหน่อย ไม่ค่อยอร่อยแต่ก้อพอกินได้ ฮ่า..แต่จะปิ๊กบ้านเร็วนี้แล้วเจ๊า เด๋วค่อยกลับไปกินฝีมือแม่..อิอิ..ว่าแต่วันนี้เจ้าของบล็อกทานข้าวรึยัง ฮ่า...

ปล. ภาพในแบล็คกราวน์ ก้อตาเศร้าจิงแหล่ะค่ะ..แต่ไม่ค่อยเศร้ามากเท่าไหร่..ชอบคนตาเศร้า กะลังหาภาพการ์ตูนตาเศร้าๆมาลงเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่เจอ


โดย: songsta วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:52:20 น.  

 
ขอบคุณที่ไปเมนท์ยาวๆในบล็อคผมครับ
หลังจากมานั่งปูเสื่อรอ
ก็ได้มาแอ๋วเมืองเหนือเต็มๆวันนี้
เชียงใหม่เป็นเมืองที่น่าอยู่..ผู้คนมีอัธยาศรัย
อาหารการกินอร่อยและไม่แพงด้วย

ชอบทานลาบเมืองเหนือ(ใส่เครื่องเทศฉุนๆดี)
ชอบแกงฮังเล..ถึงกับซื้อกลับเมืองปทุมฯ
แถมซื้อน้ำพริแกง+สูตรฮังเล..มาลองทำเองที่บ้านด้วย
จะไปกินแบบสะใจ...

ก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกครับ(การครัว)
เพียงแต่ที่บ้านมีแต่พี่สาวที่ไม่เข้าครัว
แถมพอมีแฟน
ก็ยังเข้าครัวไม่เป็นอีก...เลยมาตกหนักที่ผมครับ

อยากกินอะไรๆสะใจ..ต้องทำเอง.. หุ หุ หุ
ขอบคุณที่ add แต่ผม add คืนไม่ได้..มันblockไว้ครับ


hi5 comments
Get Free HI5 Comments





โดย: katoy IP: 202.133.135.238 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:30:04 น.  

 
<ถึงคุณยีนส์>
เพลงที่คุณยีนส์ร้องได้คือเพลงอะไรเหรอครับ
คงเป็นเพลง"ล่องแม่ปิง"ใช่ไหม
รู้ได้ยังไงก็ไม่เพราะ .. เชื่อไหมว่าผมเคยฟังเพลงๆหนึ่งที่คนร้องๆไม่เพราะเลย แต่เค้าร้องมาจากอารมณ์ข้างใน มันทำให้ผมขนลุกเลย และรู้เลยว่าเพลงเพราะไม่เพราะมักแตกต่างกันได้อย่างไรบ้าง ร้องเถอะครับถ้าอยากร้อง คงมีคนอยากฟังคุณยีนส์ร้องอีกหลายคนครับ
สำหรับเพลง "วังบัวบาน" ขับร้องโดยคุณแม่ มัณฑนา โมรากุล ครับคุณยีนส์
แล้วจะแวะเยี่ยมไปบ่อยๆนะ
------------------------------------------
<ถึงคุณ songsta>
แฮ่มๆ อ้า ผมกินข้าวแล้วซี เลยอยากรู้ว่าวันนี้คุณ songsta ทำอะไรกินนะ
เห็นบอกว่าคิดถึงน้ำพริกอ่องฝีมือแม่ บ้านอยู่ที่ไหนหรือครับ ใช่เชียงใหม่หรือเปล่า หน้าหนาวนี้อยากไปเที่ยวจังเลยอะ สงสัยต้องหาโอกาสไปแล้วล่ะ
เรื่องการ์ตูนตาเศร้าเนี่ย เคยมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เป็นตัวละครตาเศร้า เป็นฮีโร่ของผมสมัยเด็กๆ คือ "เคนชิโร่ หมัดเพชรฆาตดาวเหนือ" ครับ ฮ่าๆๆๆ พอได้ไหม
แล้วจะแวะไปเยี่ยมบ่อยๆนะ
---------------------------------------------
<ถึงคุณ katoy>
ยินดีที่คุณมา ท่าทางคุณจะนั่งรอจนเมื่อยก้นแล้วเป็นแน่แท้ แม้จะยาวไปหน่อยก็หวังว่าเลือกอ่านเอาเท่าที่สนใจนะครับ
จริงครับ เชียงใหม่เป็นเมืองที่น่าอยู่มาก เคยไปไม่กี่ครั้งแต่ก็รู้เลย เสียดายที่ตอนนั้นเอ็นท์เข้า มช. ไม่ติด ไม่งั้นอาจได้ไปอยู่เหนือสมใจแล้ว
อืม เห็นผู้ชายทำกับข้าวเป็นแล้วผมอิจฉาผู้หญิงเลย ว่างๆต้องไปเรียนทำกับข้าวกับคุณ katoy บ้างเสียแล้วมั้ง
มีความสุขนะครับทุกคน


โดย: โจรา IP: 124.121.163.78 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:51:53 น.  

 
อืมคุณ katoy แล้วที่บอกว่ามัน block ไว้นี่คืออะไรหรือครับ ผมไม่ได้ block นะครับ ฮา
-------------------------------------------------------
เชียงใหม่จ๋า.....อยากไปหาจังเลย.......ทำไงดี......


โดย: โจรา IP: 124.121.163.78 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:24:07 น.  

 
ขอบคุณที่แวะเข้าไปดู ตอนนี้ไม่ว่างจริงๆคะ แล้วจะ update นะคิง


โดย: bua IP: 203.144.240.229 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:21:57 น.  

 
สวัสดีคะจขบ ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมที่บล็อคคะเพลงเพราะดี


โดย: ยายกุ๊กไก่ IP: 219.95.245.64 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:42:57 น.  

 
คุณโจรา ขอบคุณนะที่ไปตอบแทคซะยาวววเชียว ได้รู้จักกันเพิ่มอีกนิดเนอะ
ไอ้ข้อที่ว่าพี่น้องผู้ชายล้วน เคยเจอปัญหาเหมือนกันหรือเปล่า
ว่าที่บ้านอยากได้ลูกผู้หญิงสักคน คอยแล้วคอยเล่าก็มีแต่หน่อไม้มาเกิด

ปล. เป็นเสือยิ้มยากเหรอ ลองยิ้มกว้าง ๆ แล้วก็บ่อย ๆ ดูสิ
คุณยิ้มที คนรอบข้างก็ยิ้มตอบนะ บรรยากาศดีขึ้นตั้งเยอะ


โดย: ชมพู่แก้มแหม่มของแม่ตุ๊กตา วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:07:04 น.  

 
หวัดดีค่ะ ขอบคุงที่แวะไปเยี่ยมนะค่ะ เพลงเพราะจังเลย


โดย: nadear_ku วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:23:01 น.  

 
ฟังแล้วคิดถึงเพลง สาวเชียงใหม่ น่ะ..
แวะมาเยี่ยมจ้า..ขอบคุณที่ไปเยี่ยมเช่นเดียวกันนะค่ะ


โดย: luk (รักรออยู่ ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:35:50 น.  

 
แวะมาขอบคุณที่เข้าไปทักทายค่ะ
อ่านบล๊อคแล้วอยากกลับบ้านชะมัดเลย เมื่อไหร่นาจะได้กลับไปอยู่บ้าน ...คงจะยาก ..
เพลงเพราะดีค่ะ...อยากให้มีเยอะๆ คนจะได้รู้จักเพลงเหนือๆค่ะ ขอบคุณแทนคนเหนือทุกคนเลยที่ทำให้หลายคนได้ฟังเพลงเพราะๆ


โดย: aom_mY67 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:16:36 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะค้า

เห็นรูปแล้วอยากไปเที่ยวเชียงใหม่บ้างจังเลย ไม่ได้ไปนานมากๆแล้ว ไปหน้านี้อากาศคงดีน่าดูเลยนะค่ะ

P.s.อ้อเห็นมีหลายๆสาว ไม่มีมะเมี๊ย บ้างเหรอค่ะ ชอบเพลงมะเมี๊ยที่จรัลร้องมากๆเลยเจ้า


โดย: Pheona วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:20:09 น.  

 
อีกนิดค่ะ !!!ขออนุญาตแอดคุณโจราด้วยนะค้า


โดย: Pheona วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:22:29 น.  

 
มาเยี่ยมบล๊อก..พี่จอนค่ะ


โดย: samangkey IP: 125.27.235.175 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:22:27 น.  

 
ชอบร้องเพลงล่องแม่ปิงค่ะคุณโจราฯ ทำนองเพลงนี้เพราะมากๆ คนร้องคือคุณสุนทรีก็ร้องได้สุดยอดเลยค่ะ

แถมอีกเพลงที่ยีนส์ชอบคือเพลง น้อยใจยาค่ะ เพลงนี้ซึ้งเนื้อร้องยาวเป็นหนังเรื่องนึงได้เลย และร้องยากด้วย แต่ชอบฟังค่ะ

มีความสุขวันหยุดนะคะ
อ่อ ยีนส์ส่งการบ้านคุณพู่แล้วถ้าว่างๆแวะเข้ามาดูที่บล็อกได้นะจ๊ะ



โดย: ยีนส์ (Atomix1976 ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:00:32 น.  

 
หวัดดีค่ะ แวะมาทักทายค่า พี่โจรา

วันนี้ต้องรีบจรลีแล้ว ไปแล้ววว....


โดย: ละอองดาว พราวฟ้า วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:07:12 น.  

 
อิอิ เพลง ล่องแม่ปิง
เพราะจับใจเลยเนอะ
หนูก็ชอบนะ ฟังประจำเลย


โดย: ป๊อบบี้ IP: 125.26.36.151 วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:22:33:36 น.  

 
เพลง วังบัวบาน ขับร้องโดย
คุณมัณฑนา โมรากุล
คำร้องโดย สนิท ศ.
ทำนองโดย อรุณ หงสวีณะ
ผู้ที่ขับร้องเป็นท่านแรกคือ คุณทัศนัย ชอุ่มงาม แต่ไม่ได้บันทึกเสียงครับ
แต่ฉบับคุณมัณฑนาขับร้องนั้น เนื้อไม่เต็มครับ คุณรวงทองก็นำมาขับร้องด้วยครับ แบบเนื้อเต็มเลย


โดย: คนชอบสุนทราภรณ์ IP: 124.121.55.195 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:51:49 น.  

 
ฉันก็กำลังจะนำเพลงนี้ไปแสดงงานประจำปีโรงเรียนอยู่

พอดีเลยค่ะและจะแสดงในวันพรุ่งนี้ด้วยช่วยเป็นกำลัง

ใจให้ด้วยนะค่ะ (เพลงล่องแม่ปิง)


โดย: ERNG IP: 124.122.91.57 วันที่: 24 ธันวาคม 2553 เวลา:22:04:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
โจราคาเฟ่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




1.ข้อความต่างๆและส่วนหนึ่งส่วนใดใน blog นี้สร้างขึ้นโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์แอบแฝงใดๆ สร้างไว้เพื่อจรรโลงใจเจ้าของ blog และผู้เยี่ยมเยือนเท่านั้น
2.อย่าได้เชื่อในข้อความใดหรือสิ่งใดโดยง่ายจนกว่าท่านจะได้สืบค้นแล้ว
3.ที่สำคัญขอขอบคุณเจ้าของผลงานและที่มาของข้อมูลต่างๆด้วยความเคารพครับ
Friends' blogs
[Add โจราคาเฟ่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.