Thailand
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
ตีแผ่คดียึดทรัพย์ (จบ) [4 ก.ย. 50 - 22:06]

ตีแผ่คดียึดทรัพย์ (จบ) [4 ก.ย. 50 - 22:06]

นับจากนี้ไป ผมจะตั้งคำถามต่อการกระทำของคณะปฏิวัติ รวมทั้งพฤติกรรม ตลอดจนอำนาจที่ใช้ทั้งหมดว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ประเพณีการปกครองของประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งได้ยึดหลักกฎหมายสากลที่ใช้ในนานาอารยประเทศหรือไม่

แม้คณะปฏิวัติจะมีนักกฎหมายที่เก่งกาจมาเขียนกฎหมายให้ก็ตาม

แต่สุดท้ายแล้ว หลักนิติธรรม หรือ the rule of law ก็จะมีอิทธิพลเหนือความเก่งกาจในการเขียนกฎหมายที่ไร้ความเป็นธรรม และไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่ดี นี่คือความเชื่อที่เกิดขึ้น หลังจากได้อ่านบทความเกี่ยวกับข้อกฎหมายจากนิตยสารดุลพาห

โดยเฉพาะหลักการสำคัญที่ผมได้รับมาก็คือ คณะผู้เผด็จการที่ยึดอำนาจการปกครองสำเร็จ แม้จะสามารถออกประกาศหรือคำสั่งที่ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ แต่ประกาศหรือคำสั่งนั้นต้องถูกตรวจสอบ ได้ว่าเป็นประกาศหรือคำสั่งที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

แม้ฝ่ายกฎหมายของคณะปฏิวัติจะพยายาม ใช้ความเก่งกาจทางด้านนิติศาสตร์เขียนกฎหมายให้เนียน หรือรัดกุมเพียงใด แต่เจตนาในการกระทำ หรือการปฏิวัติ ก็บ่งชี้อยู่แล้วว่า เป็นความมุ่งหวังที่จะทำลายคณะรัฐบาล หรือทำลายคนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน

ดังนั้น การออกประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิวัติใน ส่วนนี้จึงมิได้มุ่งหวังเพื่อบังคับใช้เป็นการทั่วไปแก่ประชาชนทุกคน ตรงกันข้าม กลับเจาะจงที่จะใช้ประกาศหรือคำสั่งนั้นเล่นงาน คณะบุคคลเพียงกลุ่มเดียวให้ได้รับโทษทัณฑ์ขั้นร้ายแรงที่สุด ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดหลักนิติธรรมอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ประกาศหรือคำสั่งคณะปฏิวัติแทรกแซงกระบวน การยุติธรรมในส่วนของการสอบสวนด้วยการใช้ประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 แต่งตั้ง คตส.ให้มีอำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดิน กระทำการสอบสวนเรื่องที่มีการร้องเรียนทุจริตบางเรื่อง ไม่ได้เป็นการสอบสวนเรื่องทุจริตเป็นการทั่วไปเหมือนเช่น ป.ป.ช. ปปง.

ขณะที่กฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 30 ได้ระบุเอาไว้ชัดว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน

การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้

คำถามที่ตามมาก็คือ การออกประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 เพื่อเล่นงานบุคคลเพียงกลุ่มเดียว ถือเป็นการเสมอกันในกฎหมาย และได้ รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันหรือไม่ รวมทั้งการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่มีความคิดเห็นทางการเมืองไม่ตรงกันหรือไม่

นอกจากนี้ ยังจะมีการออกกฎหมายบังคับให้ประเทศชาติต้อง ไปรับผิดชอบต่อการกระทำของบุคคลเพียงกลุ่มเดียว นั่นก็คือ กรณี คตส.ถูกฟ้องรอง หากผลการฟ้องร้องออกมาว่า คณะบุคคลดังกล่าวผิด ต้องชดใช้ค่าเสียหาย จะเป็นธรรมต่อประชาชนทั่วประเทศหรือไม่ เนื่องจากขณะที่ออกประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 และกฎหมายให้รัฐร่วมรับผิดนั้น ไม่ได้ อยู่ในช่วงที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ประชาชนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วยเลย

ทั้งหมดจึงเป็นการกระทำโดยพลการของคนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น

ส่วนเรื่องที่ผู้มีอำนาจกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าเขียนมาตรา 309 ในรัฐธรรมนูญรองรับการกระทำของตัวเองไว้หมด ไม่ว่าการกระทำใดก่อนหรือหลังประกาศ ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ถือว่าการนั้นและกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้

ที่ผ่านมา คณะปฏิวัติทุกยุคก็คิดอย่างนี้ แต่ประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 ก็เป็นโมฆะจนได้ เพราะศาลเห็นว่า ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ยังมีประเด็นวินิจฉัยที่เจ๋งกว่า นั่นก็คือประกาศหรือคำสั่งนั้น ใช้บังคับได้หรือไม่ หลักนิติธรรมสูงส่งเพียงใด.

"เห่าดง"

//www.thairath.com/news.php?section=society05&content=59774




Create Date : 06 กันยายน 2550
Last Update : 6 กันยายน 2550 17:02:54 น. 0 comments
Counter : 131 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จอบศักดิ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Thailand
Friends' blogs
[Add จอบศักดิ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.